ตอนที่ 19 ประเพณีเสี่ยงทายครบปี
คนในบ้านสกุลม่อที่สามารถเล่นตามอำเภอใจกับหลังชิงได้มีแค่เก้าน้อย
ไม่รู้ทำไมเมื่ออยู่ต่อหน้าเก้าน้อย หลังชิงจะเปลี่ยนไปเชื่อฟังผิดปกติทันที อดทนต่อพฤติกรรมซุกซนของเก้าน้อยอย่างมาก ไม่ว่าเก้าน้อยจะดึงขนของมัน หรือว่าคว้าดึงใบหูของมัน มันก็มักจะปล่อยให้เก้าน้อยทรมานอย่างอ่อนโยน กระทั่งโดนนางเอาของว่างใส่ปาก มันก็จะกินอย่างเชื่อฟัง ทำให้พี่ชายน้องชายสกุลม่ออิจฉาไม่จบสิ้น แต่กลับทำอะไรไม่ได้
การมาของหลังชิง ช่วยคลี่คลายความกังวลเื่คอยดูแลเก้าน้อยได้อย่างใหญ่หลวง หลังชิงรับรู้หน้าที่ของตัวเองเป็อย่างดี ทุกวันมันจะตามติดอยู่เคียงข้างเก้าน้อย
ตอนที่เก้าน้อยไม่ระวังกำลังจะสะดุดล้ม หลังชิงก็จะใช้ร่างกายของตัวเองรับเก้าน้อยไว้ ตอนที่เก้าน้อยอยากเล่นสนุกคลานมั่วซั่วจนอาจเกิดอันตรายได้ หลังชิงก็จะกัดเสื้อของเก้าน้อยลากนางกลับมา ตอนที่เก้าน้อยโกรธ ทุบๆ หัวของมัน หลังชิงก็จะหลับตานอนปล่อยให้เธอก่อกวนอย่างอารมณ์ดี…
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่สนว่าเก้าน้อยจะไปซ่อนตัวที่ไหน หลังชิงมักจะหานางออกมาได้เสมอ ตอนนี้เก้าน้อยหายตัวไปฉับพลันอีก คนสกุลม่อไม่ตื่นกังวลแล้ว ขอแค่ะโเรียก ’หลังชิง‘ ไม่นานหลังชิงก็จะหาเก้าน้อยเจอ
เก้าน้อยสามารถพยุงสิ่งของเดินได้ทีละน้อยแล้ว หลังชิงก็กลายเป็ที่จับที่ดีที่สุดของนาง สถานที่ที่ค่อนข้างไกลหน่อย หลังชิงจะก้มศีรษะพิงข้างกายเก้าน้อย ให้นางพยุงตัวมันเดิน หนึ่งคนหนึ่งสุนัขเถลไถลอยู่ในสวนแบบนี้กว่าหนึ่งชั่วยาม ส่งผลให้ฮูหยินผู้เฒ่าอดชมเชยนายท่านใหญ่ไม่ได้ที่หาสุดยอดผู้ช่วยนี้มา นายท่านใหญ่ก็ยืดอกภูมิใจยิ่งขึ้นไปอีก
ลมใบไม้ร่วงพัดผ่านใบไม้โรยราเผยความหนาวเย็นของฤดูหนาวโดยไม่รู้ตัว ในที่สุดเก้าน้อยก็อายุครบหนึ่งปี ถึง่เวลาสำคัญหนึ่งในชีวิตของนางแล้ว ประเพณีเสี่ยงทายครบปี[1]!
สวีจิ้งเหนียงสวมเสื้อสีแดงและกระโปรงจีบสีเดียวกันให้เก้าน้อย ทั้งยังม้วนผมดกหนาของนางเป็สองมวยเล็กๆ พันด้วยสร้อยอัญมณีเจ็ดสี เก้าน้อยที่ไม่เคยมัดผมมาก่อนจึงใช้มือคลำไปคลำมาอย่างสนใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าดึงมือของเก้าน้อยลง คล้องด้วยแม่กุญแจอายุยืนฝังหินหยกแดงประดับพู่ กลัวเก้าน้อยจะจับไข้ นางยังคลุมผ้าคลุมสีแดงขอบขนจิ้งจอกขาวให้เก้าน้อยอีกด้วย ขับใบหน้าเล็กขาวนวลของเก้าน้อยให้โดดเด่น น่าดูอย่างยิ่งยวด
ถึงฤกษ์ยามดี ฮูหยินผู้เฒ่าและสวีจิ้งเหนียงพาเก้าน้อยไปที่โถงรับแขกหลัก
ในโถงวางโต๊ะยาวหนึ่งตัวเตรียมไว้แล้ว บนโต๊ะปูผ้าไหม ข้างบนวางเต็มไปด้วยของชิ้นเล็กซึ่งวิจิตรประณีตมากมาย คัมภีร์ทั้งสี่ปกหนังสีแดง พู่กันลวดลายร้อยค้างคาวสีแดง ลูกคิดทำจากทองคำบริสุทธิ์ ตราประทับหินสีเหลืองทองอร่าม จี้หยกซึ่งเป็หยกเขียวงามตา สีสันหลากหลายน่าดึงดูดใจคนอย่างมาก
สวีจิ้งเหนียงกำลังจะวางเก้าน้อยบนโต๊ะยาว ทว่าจู่ๆ กลับได้ยินเสียงป่าวประกาศหนึ่ง “องค์รัชทายาทเสด็จ!”
ทุกคนพากันคุกเข่าลงอย่างช่วยไม่ได้ เห็นแค่หลี่เหิงที่สวมเสื้อคลุมสีเหลืองอ่อนปักด้ายทองลายัขดเดินเข้ามา ยกมือให้ทุกคนยืนขึ้น หลี่เหิงยิ้มพลางประคองนายท่านใหญ่ “อยากมาโดยตลอด แต่กลับไม่ว่างอยู่เรื่อย วันนี้รับคำสั่งของเสด็จพ่อให้มาแสดงความยินดีล่วงหน้า มาช้าไปหน่อย หวังว่าท่านปู่ม่อไม่ถือสา!”
นายท่านใหญ่ยิ้มเอ่ย “มิช้าๆ ทรงมาได้ถูกจังหวะพอดี เก้าน้อยเพิ่งจะเริ่มเสี่ยงทายเลย!”
เก้าน้อยได้ยินท่านปู่พูดถึงชื่อตัวเอง ก็ยื่นมือออกไปร้อง “อาๆ” สองเสียง หลี่เหิงหันไปเอ่ยทักทายเก้าน้อย “เพิ่งไม่เจอกันไม่กี่เดือน เด็กนี่ทำไมโตขนาดนี้แล้วเล่า ตอนนี้น่าจะพลิกสองด้านได้แล้วสินะ ยังจำข้าได้ไหม” พูดพลางก็ยื่นมือออกไปจะอุ้มเก้าน้อย
สวีจิ้งเหนียงมองนายท่านใหญ่ นางยิ้มพลางส่งเก้าน้อยไปให้ “พลิกได้นานแล้วเพคะ ใกล้จะเดินได้แล้ว หนูน้อยซุกซนมากอีกทั้งยังเรี่ยวแรงเยอะ ฝ่าาโปรดระวังเพคะ”
“ใช่พ่ะย่ะค่ะ เก้าน้อยซนมาก แถมชอบกัดคน ฝ่าา ให้กระหม่อมอุ้มดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ!” ม่อผิงชูเห็นท่าทางที่หลี่เหิงอุ้มเก้าน้อยดูอย่างไรก็เก้ๆ กังๆ นึกถึงเก้าน้อยที่กระตือรือร้นจะไปคว้าหลี่เหิงตอนที่พลิกตัวคราวนั้น เขาก็อดรีบชิงเอ่ยขึ้นมาก่อนไม่ได้
หลี่เหิงยิ้มเอ่ย “เ้าวางใจเถอะ เด็กทารกตัวน้อยแค่นี้ ข้ายังไม่มีปัญญาอุ้มเชียวหรือ เก้าน้อย เ้ายังจำข้าได้ไหม”
เก้าน้อยตะปบัทองที่ปักอยู่บนเสื้อของหลี่เหิงอย่างสนใจ นางตอบไม่ได้แต่แรกอยู่แล้ว หลี่เหิงหยิกแก้มของเก้าน้อยอย่างขบขัน เก้าน้อยเงยหน้า กะพริบตาปริบๆ นางยื่นมือออกไปจะดึงมงกุฎหมวกที่ห้อยลงมาข้างหูของหลี่เหิง
สวีจิ้งเหนียงยื่นมือออกไปอย่างตื่นตระหนก ม่อผิงชูรีบขึ้นหน้าไปดึงมือของเก้าน้อยลง เขาเอ่ยกับหลี่เหิง “ฝ่าา ควรให้เก้าเสี่ยงทายแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่เหิงก้มตัวเตรียมวางเก้าน้อยลง ทว่าเก้าน้อยทั้งกายใจคิดถึงแต่มงกุฎหมวกสวยงามบนหัวของหลี่เหิง นึกไม่ถึงว่านางจะเกาะแขนของหลี่เหิงไม่ยอมลงไป หลี่เหิงมองเก้าน้อยอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้
ม่อผิงชูทนไม่ไหวดีดหน้าผากเก้าน้อยหนึ่งที เอ่ยในใจอย่างทุกข์ระทม ทำไมเด็กน้อยนี่ติดองค์รัชทายาทนักนะ ไม่เห็นหรือว่าพี่ชายเ้าก็ยังอยู่ตรงนี้
แต่เก้าน้อยก็ไม่ถอย นางยังคงเกาะแขนของหลี่เหิงเหนียวแน่นไม่ปล่อย ม่อผิงชูไม่มีทางเลือก เขาจับหัวของเก้าน้อยหันไปอีกทาง ชี้ไปยังสิ่งของบนโต๊ะยาวแล้วเอ่ย “เก้าน้อย ดู ตรงนั้นมีของเล่นตั้งเยอะแยะ เ้าชอบอันไหนก็ไปหยิบสิ!”
เก้าน้อยถูกหันเหความสนใจทันทีทันใด นางจึงย่อมปล่อยหลี่เหิงแล้ว ก้นแหมะลงบนโต๊ะยาว คลานเตาะแตะๆ ไปยังสิ่งของที่ตัวเองชอบ
หลี่เหิงลูบปกเสื้อที่ถูกเก้าน้อยดึงยับ ม่อผิงชูเอ่ยด้วยสีหน้าถ่อมตัวคงมารยาท “น้องเล็กยังเยาว์หัวแข็งดื้อรั้น หวังว่าองค์รัชทายาททรงไม่ถือสานะพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่เหิงมองม่อผิงชูอย่างแปลกใจ “ทำไมเ้าสุภาพอย่างนี้กับข้าเล่า” ทั้งที่ครั้งก่อนยังฉุดข้าไปดึงข้ามาตรงๆ อยู่เลยแท้ๆ
ม่อผิงชูแค่นเสียงเย็นในใจ คนที่กล้าแย่งน้องสาวของข้า ข้าย่อมต้อง ‘สุภาพ’ มากๆ น่ะสิ!
ภายใต้การมองอย่างใกล้ชิดของทุกคน เก้าน้อยหยิบอันนี้ขึ้นมาดูอย่างร่าเริง หยิบอันนั้นมาเขย่าๆ นายท่านใหญ่ส่งเสียงเรียก “เก้าน้อย” ยิ้มกริ่มล้วงเอาฝักมีดออกมาวางบนโต๊ะยาว ฮูหยินผู้เฒ่าอดเอ่ยอย่างโมโหไม่ได้ “เก้าน้อยเป็เด็กผู้หญิง เ้าวางฝักมีดทำไม”
นายท่านใหญ่เอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย “เด็กผู้หญิงแล้วทำไม รู้หนังสือถือพู่กันใต้หล้าสงบสุข รู้รบขี่ม้าสยบฟ้าดิน เก้าน้อยของพวกเราพร์เหนือใครกระดูกก็สวยงาม ในอนาคตอาจไม่มีทางเลี่ยงต้องเป็แม่ทัพใหญ่ก็ได้!”
นายท่านใหญ่ลูบเคราอย่างภูมิใจ ทำเอาทุกคนหลุดหัวเราะขึ้นมา เก้าน้อยได้ยินเสียงหัวเราะ นางก็ร่าเริง ตบมือร้อง “หย่ายๆ!”
นายท่านใหญ่ลำพองใจยิ่งขึ้นไปอีก “พูดได้ดี เก้าน้อย ในอนาคตพวกเราจะเป็แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ นี่เป็ดาบคู่กายของปู่ เ้าต้องเลือกชิ้นนี้แน่นอน!” พูดพลางยกฝักดาบขึ้นส่ายไปด้วย
เก้าน้อยคลานเข้าไปหาทันทีโดยไม่ตั้งใจ สวีจิ้งเหนียงเห็นก็ร้อนใจแล้ว ถึงแม้นางมิกล้าคาดหวังให้เก้าน้อยในอนาคตเป็กุลสตรีเพียบพร้อม แต่ไม่ว่าอย่างไรจะให้นางไปเป็แม่ทัพหญิงอะไรนั่นไม่ได้สิ สมัยนี้มีผู้หญิงที่ไหนไปรบราฆ่าฟันบ้างเล่า
สวีจิ้งเหนียงทนไม่ไหวแอบผลักม่อไท่เหวินเบาๆ จะปล่อยให้นายท่านใหญ่ก่อกวนแบบนี้ไม่ได้นะ!
ม่อไท่เหวินกุมมือของสวีจิ้งเหนียงไว้ เขายิ้มกรุ้มกริ่มเอ่ยเสียงเบา “วางใจเถอะ เ้าพวกบุตรตัวเหม็นนั่นไม่มีทางให้เก้าน้อยเลือกฝักมีดหรอก”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0278e9df5d182182d98848bc2c6b22f2
[1] เมื่อเด็กอายุครบหนึ่งปี จะมีการวางสิ่งของต่างๆ ลงบนผ้าปูสีแดง จากนั้นจะให้เด็กเลือกสิ่งของบนผ้าปูเ่าั้ เชื่อกันว่าสิ่งของที่เด็กเลือกจะแสดงถึงความเชี่ยวชาญหรืออาชีพการงานของเด็กในอนาคต ตัวอย่างเช่น พู่กันแทนนักกวี เครื่องดนตรีแทนนักดนตรี ตำราแทนอาจารย์ เป็ต้น