ทันทีที่ไป๋ฉางเซิงยืนยันการเริ่มต้นวิวัฒนาการรอบสองความร้อนสายหนึ่งก็พุ่งพล่านออกมาจากภายในร่างกายก่อนที่กระแสความร้อนนั้นจะไหลวนไปทั่วร่างให้ความรู้สึกราวกับว่าเืทุกหยดกำลังเดือดพล่าน
ในฐานะสัตว์เืเย็นเผ่าพันธุ์งูนั้นมีเืที่เย็นจัดโดยธรรมชาติ
ทว่าผลจากการที่เืเดือดพล่านเช่นนี้ทำให้ไป๋ฉางเซิงรู้สึกราวกับว่าร่างกายกำลังจะะเิออกหรือไม่ก็เหมือนกับว่าเืในร่างถูกแทนที่ด้วยลาวาไปในพริบตา
หลินจิงเหยาเอื้อมมือหมายจะอุ้มเขาขึ้นมาอีกครั้งแต่ทันทีที่ปลายนิ้วััถูกตัว เธอก็อุทาน "ซี้ด"แล้วรีบชักมือกลับตามสัญชาตญาณ
“ร้อนจัง!”
“เสี่ยวไป๋เป็อะไรไปน่ะ?”
“คงไม่ได้โดนพิษหรอกนะ?”
น้ำเสียงของหลินจิงเหยาเต็มไปด้วยความร้อนรนแต่เจียงจืออวี๋กลับขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยห้ามไม่ให้เธอเคลื่อนย้ายตัวไป๋ฉางเซิง
“แมงมุมหมาป่าลายทมิฬมีพิษก็จริง แต่พิษมันรวมอยู่ที่เขี้ยวตรงส่วนหัว”
“เสี่ยวไป๋กินแต่ขาแมงมุม ไม่น่าจะใช่การถูกพิษ”
“มันน่าจะ... กำลังกลายพันธุ์!”
สิ่งมีชีวิตใดก็ตามเมื่อเกิดการกลายพันธุ์ร่างกายจะปรากฏการเปลี่ยนแปลงที่ตรงกันข้ามกับปกติ นอกจากการกลายพันธุ์แล้วในเวลาอันสั้นนี้เจียงจืออวี๋ก็คิดคำอื่นไม่ออกที่จะมาอธิบายสถานการณ์ของไป๋ฉางเซิงได้เลย
“กลายพันธุ์?”
“เสี่ยวไป๋ก็เป็สายพันธุ์กลายพันธุ์อยู่แล้วนี่นา...หรือว่าจะเป็การกลายพันธุ์รอบสอง?”
คำพูดของหลินจิงเหยาชะงักไปดวงตาของสองสาวต่างจับจ้องไปที่ไป๋ฉางเซิงบนพื้นเป็จุดเดียว
เห็นเพียงร่างเพรียวบางของไป๋ฉางเซิงค่อยๆขดตัวเข้าหากันเขาบิดตัวไปมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเกล็ดกึ่งโปร่งใสชั้นหนึ่งถูกลอกหลุดออกมา
ยิ่งเขาบิดตัวแรงขึ้นเกล็ดงูที่หลุดลอกก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
ไม่เหมือนกับการวิวัฒนาการครั้งแรกที่เสร็จสิ้นไปในความฝันครั้งนี้ไป๋ฉางเซิงรับรู้ถึงกระบวนการทั้งหมดได้อย่างชัดเจน
มันเป็ความเ็ปเจียนตายแต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยจากพันธนาการ
เป็อยู่อย่างนั้นนานหลายนาทีไป๋ฉางเซิงถึงเริ่มรู้สึกว่าความร้อนระอุที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างค่อยๆ ทุเลาลงจนกระทั่งจางหายไปจนหมด
“เฮ้อ... ในที่สุดก็เสร็จซะที”
ไป๋ฉางเซิงถอนหายใจยาวเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นพร้อมกัน
[การวิวัฒนาการครั้งนี้เสร็จสิ้น ใช้แต้มวิวัฒนาการไป 1 แต้ม]
[ยินดีด้วยโฮสต์ วิวัฒนาการรอบสองสำเร็จแล้ว]
[เงื่อนไขการวิวัฒนาการครั้งต่อไป: ค่าพลังเื 100 แต้มแต้มวิวัฒนาการ 10 แต้ม]
แม้จะต้องทนทุกข์ทรมานไปรอบหนึ่งแต่ก็นับว่าคุ้มค่า
หลังจากทลายขีดจำกัดสูงสุดของค่าพลังเืได้แล้วนั่นหมายความว่าเขาสามารถเติบโตต่อไปได้อีกแถมขีดจำกัดยังพุ่งสูงขึ้นจากสิบแต้มเป็หนึ่งร้อยแต้มโดยตรง!
เขามองไปยังซากแมงมุมหมาป่าลายทมิฬส่วนที่เหลือไป๋ฉางเซิงตั้งใจจะจัดการต่อ แต่พริบตาต่อมาร่างของเขาก็ลอยละลิ่วขึ้นฟ้า
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าอันงดงามหมดจดของหลินจิงเหยา
“จืออวี๋ ดูสิ เสี่ยวไป๋ตัวโตขึ้นเยอะเลยนะ”
“มหัศจรรย์จัง แค่ไม่กี่นาทีก็โตขึ้นตั้งเท่าตัวเลยเหรอ?”
แววตาที่เจียงจืออวี๋มองมายังไป๋ฉางเซิงก็แฝงไปด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เธอแค่รู้สึกว่าไป๋ฉางเซิงรู้ความและร่างกายเติบโตเร็วมาก จึงสงสัยว่าเขาอาจจะมีความสามารถในการกลายพันธุ์รอบสองแต่ตอนนี้เธอได้เห็นทุกอย่างเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาตัวเองแล้ว
หลินจิงเหยาอาจไม่เข้าใจความหายากของการกลายพันธุ์รอบสองในสัตว์อสูรแต่เธอรู้ดี
ปกติงูเกล็ดขาวทั่วไปในตลาดราคาตัวละสิบเหรียญก็ถือว่าเต็มกลืนแล้ว แต่ถ้าเป็พวกที่กลายพันธุ์รอบสองมูลค่าของมันสามารถพุ่งสูงขึ้นไปถึงห้าหลักได้ทันที
ถ้าเกิดขายเสี่ยวไป๋ไปละก็...
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมาในใจของเจียงจืออวี๋ก็เห็นเสี่ยวไป๋หันขวับมามองเธอทันที
เมื่อความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรและเ้าของเพิ่มขึ้น ผลของพันธสัญญาิญญาที่ทำไว้ตอนเริ่มต้นก็ค่อยๆ เด่นชัดขึ้นมา
ไป๋ฉางเซิงััได้เลือนลางว่าภายในใจของเจียงจืออวี๋เกิดสิ่งที่เรียกว่าความโลภผุดขึ้นมา
“แค่ก แค่ก”
สงสัยคงจะทำตัวไม่ถูกเพราะสายตาของไป๋ฉางเซิงเจียงจืออวี๋จึงแสร้งไอแห้งๆ ออกมาสองที
ในเมื่อทำพันธสัญญาิญญากันไปแล้วต่อให้เธออยากขาย ก็ขายไม่ออกอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้นการที่ไป๋ฉางเซิงแข็งแกร่งขึ้นก็นับเป็เื่ดีสำหรับเธอแม้เธอจะไม่ได้้าพลังต่อสู้ที่น่าสมเพชเพียงน้อยนิดของไป๋ฉางเซิงมาเสริมบารมีนักก็ตาม
“เดินเข้าไปข้างในต่อเถอะ”
“หลังจากเสี่ยวไป๋กลายพันธุ์รอบสอง ััทางร่างกายก็น่าจะพัฒนาขึ้นมากมันน่าจะช่วยเราเฝ้าระวังภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่รอบๆ ได้”
“การทดสอบมีเวลาแค่สี่ชั่วโมง ที่หนึ่งของห้องนี้ ฉันต้องคว้ามาให้ได้”
เพื่อยาพลังเืเม็ดนั้นงั้นเหรอ?
ไป๋ฉางเซิงรู้สึกได้เช่นนั้นและประสาทััของเขาก็พัฒนาขึ้นมากอย่างที่เจียงจืออวี๋ว่าจริงๆ
จากเดิมที่การจำแนกกลิ่นยังค่อนข้างคลุมเครือครั้งนี้ไป๋ฉางเซิงััได้ถึงตำแหน่งที่แม่นยำขึ้นมาก
เขาผละจากมือหลินจิงเหยาลงสู่พื้นเมื่อระบุทิศทางได้แล้วก็เริ่มเคลื่อนไหวทันทีโดยมีเจียงจืออวี๋และหลินจิงเหยาสองสาวรีบตามหลังมา
“ฉึก!”
“โฮก!”
“ซ่า!”
“...”
การต่อสู้เริ่มเกิดขึ้นบ่อยครั้งในป่าที่ไม่ถือว่าหนาทึบแห่งนี้ด้วยอานิสงส์จากการรับรู้กลิ่นที่เฉียบคมของไป๋ฉางเซิงทำให้เจียงจืออวี๋สามารถเก็บเกี่ยวชีวิตของพวกสัตว์อสูรไร้ระดับในบริเวณใกล้เคียงได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนหลินจิงเหยาก็เดินตามหลังมาช่วยสนับสนุนแบบสบายๆ
แม้พลังของเธอจะไม่ถือว่าอ่อนแอแต่ถ้าพูดถึงการสังหารจากการรบจริงเห็นได้ชัดว่าเธอยังไม่อาจเทียบกับเจียงจืออวี๋ที่เป็ถึงระดับจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดได้
ส่วนไป๋ฉางเซิงก็แอบกินพวกเศษซากที่เหลือของกระต่ายขนดำที่ดวงตาสีแดงฉานไปตัวหนึ่ง
สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงคือค่าพลังเืและแต้มวิวัฒนาการที่ได้จากเ้ากระต่ายขนดำตัวนี้ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าแมงมุมหมาป่าลายทมิฬเลยสักนิด
[ยินดีด้วยโฮสต์กลืนกินกระต่ายขนดำเนตรเื ได้รับค่าพลังเื 1.7แต้ม ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 0.88]
ค่าพลังเืไม่ใช่ประเด็นสำคัญหลังจากได้รับแต้มวิวัฒนาการ 0.88 นี้มาเมื่อรวมกับที่เหลืออยู่ก่อนหน้า ก็ครบหนึ่งแต้มพอดี
ไป๋ฉางเซิงอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองหน้าต่างสถานะตรงส่วนสาขาสายวิวัฒนาการเพียงหนึ่งเดียวที่สว่างขึ้น: เสริมพลังการย่อย
[้าใช้แต้มวิวัฒนาการเพื่ออัปเกรดสาขาสายวิวัฒนาการ: เสริมพลังการย่อยต่อหรือไม่]
“ใช้งาน”
[หักแต้มวิวัฒนาการ 1 แต้มระดับสาขาสายวิวัฒนาการเสริมพลังการย่อยเพิ่มขึ้น]
[สาขาสายวิวัฒนาการที่ปลดล็อกปัจจุบัน: เสริมพลังการย่อย Lv.2(0/5)]
ตราบใดที่ยังไม่มีวิกฤตขาดแคลนอาหารค่าพลังเืของไป๋ฉางเซิงจะเพิ่มขึ้นเร็วแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะย่อยได้เร็วเพียงใด
การใช้แต้มวิวัฒนาการที่หามาได้ยากลำบากเพื่อเพิ่มความสามารถในการย่อยอาหารก็ถือเป็การลงทุนเพื่อขยายฐานทรัพยากรที่ยอดเยี่ยมไม่ใช่หรือ?
น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือยังไม่ทันที่เขาจะได้กลืนกินต่อ บนท้องฟ้าก็มีเสียงเคาะไมโครโฟนดัง"ตึ้งๆ" พร้อมกับโดรนลำหนึ่งที่บินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“การเรียนการสอนภาคสนามครั้งนี้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ขอให้นักเรียนทุกคนเดินทางกลับไปยังอาคารศูนย์รับรองทันทีหลังจากได้ยินประกาศ”
“ย้ำอีกครั้ง การเรียนการสอนภาคสนามครั้งนี้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้...”
เจียงจืออวี๋สะบัดหอกยาวในมือแรงๆสองที เพื่อสลัดคราบเืที่หลงเหลืออยู่บนตัวหอกให้หลุดออกไปก่อนจะเก็บมันเข้าที่
“ไปเถอะ ได้เวลากลับแล้ว”
ตลอดเวลากว่าสามชั่วโมงนี้สัตว์อสูรไร้ระดับที่ตายภายใต้หอกของเธอมีมากพอแล้วไม่จำเป็ต้องโลภอยากได้เวลาเพิ่มอีก
ส่วนหลินจิงเหยานั้นอยากกลับใจจะขาดแล้ว
การเดินเตร่ไปมาในป่ากับเพื่อนและงูหนึ่งตัวมานานขนาดนี้แม้จำนวนครั้งที่เธอออกโรงจะน้อยนิดจนน่าสงสารแต่แค่การวิ่งไปมาในป่าตลอดสามชั่วโมงกว่าๆ ก็ผลาญแรงกายของเธอจนหมดเกลี้ยงแล้ว
“ในที่สุดก็ได้กลับซะที”
“จืออวี๋ คะแนนของเธอน่าจะพอคว้าที่หนึ่งแล้วใช่ไหม?”