นี้แหละคุณพ่อของพวกเรา

    บทที่ 1

    “นี้คุณมันหมายความว่าไง แล้วลูกของพวกเราละคุณไม่สงสารลูกของเราบ้างเหรอ” เอกถามภรรยาของตัวเองที่กำลังทิ้งพวกเขาไป
    “เหอะ ทำไมฉันต้องไปสงสารด้วยเจ้าเด็กนี้ มันก็แค่สิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาก็เท่านั้นแหละฉันไม่สนใจครอบครัวที่ไม่สามารถให้ในสิ่งที่ต้องการได้หรอกนะหลบไปฉันจะไปแล้วอย่ามาขวาง” ภรรยาของเอกตอบคำถามของเอกเสร็จก็ผลักเอกออกไป
    เพี๊ยะ-!
    “โอ๊ย แกตบฉันทำไม” น้ำหนึ่งตกใจที่สามีเก่าของเธอตบหน้าเธอ เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรเอกไม่เคยทำร้ายร่างกายเธอเลย
    “ไปซะ ไปให้พ้นหน้าของฉัน ผู้หญิงอย่างเธอที่ค่อยเอาตัวเข้าแลกเพื่อความสุขสบาย ครอบครัวนี้ไม่ต้องการและฉันขอบอกไว้เลยว่าสิทธิ์ต่างๆ ของลูก เธอจะไม่ได้อะไรจากพวกเด็กๆ เมื่อพวกเขาโตขึ้นมา” เอกกล่าวอย่างเหลืออด
    เมื่ออดีตภรรยาของเอกได้ยินอย่างนั้นเธอก็สะบัดหน้าอย่างเจ็บใจแล้วเดินออกไปจากประตูบ้านนี้ทันที
    ปัง-!
    เมื่อเอกเห็นว่าเธอเดินออกจากไปบ้านไปแล้วเอกก็ได้แต่ถอนหายใจ ถึงภายในใจอยากจะรั้งเธอมากแค่ไหนก็ตามแต่เมื่อตัวเธอเป็นอย่างนี้เขาก็ต้องตัดใจ
    “เฮ้อ อะไรคือสิ่งที่ทำให้เธอเปลี่ยนไปขนาดนี้นะน้ำหนึ่ง”
    เพราะในอดีตน้ำหนึ่งเธอเป็นคนขี้อายเป็นอย่างมาก ตอนที่เขาคบกับเธอ เธอนั้นดีไปทุกอย่างเป็นแม่ศรีเรือนที่ผู้ชายหลายๆ คนใฝ่ฝันอยากจะได้เธอมาครอบครอง จนในที่สุดพวกเราทั้งสองคนก็มีลูกขึ้นมา ทำให้เอกต้องตัดสินใจพาครอบครัวเข้ากรุงหางานทำเพื่ออนาคตของครอบครัว
    แต่ไม่นานเธอก็เปลี่ยนไปเมื่อเธอมาขอเขาออกไปทำงานซึ่งเธอก็อ้างว่าอยากจะช่วยเอกบ้าง ซึ่งเขาก็ไม่สงสัยในตัวเธอเพราะคิดว่าเธอเห็นเขาแบกภาระไว้กับตัวเองมากเกิดไปจึงคิดว่าเธอจะอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระเขาจริงๆ แต่ว่าไม่นานเธอก็กลับบ้านมาด้วยของมีราคาที่แม้แต่เงินเดือนเขาก็ไม่คิดจะใฝ่ฝันซื้อมันมาให้เธอได้ ซึ่งตอนแรกเขาก็ถามเธอว่าเธอไปได้มาจากไหน
    แต่เธอก็ตอบกลับว่าเธอได้มาจากที่ทำงานต้อนรับพนักงานใหม่ซึ่งเขาก็เชื่อเธอเพราะเธอก็ไม่เคยนอกใจเขามาก่อนแต่พอเวลาผ่านไป เธอก็เริ่มกลับดึกขึ้นบ้างวันก็ไม่กลับบ้านจนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ แอบตามเธอไปสุดท้ายเขาถึงรู้ว่าเธอนั้นทำงานอะไร
    แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็แกล้งโง่มาโดยตลอด นั้นก็เพื่อลูกๆ ของเขาทั้งสองที่ตัวเขาไม่อยากจะให้พวกเด็กน้อยทั้งสองไม่มีแม่จนเป็นปมด้อยของเด็ก แต่สุดท้ายวันนี้ก็มาถึงวันที่เธอตัดสินใจเดินออกจากบ้านไป
    เมื่อเอกไม่สามารถแก้ไข้เหตุการณ์นี้ได้ เขาก็เดินไปดูห้องนอนของลูกๆ ภายในใจเขาก็ไม่รู้จะอธิบายให้เด็กพวกนี้ฟังยังไงดี คนเป็นพ่ออย่างเขาก็หนักใจไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาจะเป็นคนเลี้ยงดูพวกเขาและเธอให้เติบใหญ่อย่างมีคุณภาพ
    แอ็ด-!
    อ่ะ/ว๊าย
    “เฮ้อ” ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กทั้งสองจะแอบฟังเขาสินะ
    “คือๆ พวกผมไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น นะครับ คุณพ่อต้องเชื่อผมนะ” ไมค์ ทำหน้าสีหน้าเลิกลักรีบแก้ตัวกลับเขาทันที่ทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้ถามอะไรเลย
    “ใช่ๆ พวกหนูไม่ได้ยินอะไรเลยนะคะคุณพ่ออย่าลงโทษพี่ไมค์นะคะ” นี้ก็อีกคน รีบช่วยปกป้องพี่ของตัวทันที ทำให้เอกอดที่จะส่ายหน้าไม่ได้กับความใส่ซื่อของพวกเด็กๆ
    “พ่อรู้นะว่าลูกสองคนได้ยินที่พ่อกับแม่สองคนพูดกัน” เอกพูดดักทั้งลูกของเขา
    เพราะยังไงสักวันเด็กๆ ก็ต้องรู้ความจริงสู้ให้พวกเด็กๆ ทำใจยอมรับมันดีกว่า เพราะถ้าเด็กๆ โต ขึ้นมาแล้วมารู้ความจริงที่หลังเอกกลัวว่าพวกเขาจะไม่สามารถยอมรับความจริงได้ ดังคำสอนที่ว่าไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก
    เมื่อพวกตัวเล็กได้ยินพ่อของตัวเองพูดอย่างนั้นพวกตัวเล็กทั้งสองก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา เพราะถึงพวกเขาจะเด็กแต่เด็กทั้งสองก็ฉลาดมาก จึงรู้ว่าแม่ของพวกเขาและเธอจะไม่กลับมาหาอีกแล้ว
    ไม่นานน้ำตาของเด็กน้อยทั้งสองก็ไหลออกมา
    "ฮึกๆ แง่ๆ" จากนั้นไม่นานเสียงร้องของเด็กทั้งสองก็ร้องขึ้นมา
    “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะเด็กดีถึงแม่เราจะไม่อยู่แล้วแต่ก็ยังไม่พ่ออยู่จริงไหม” เอกกล่าวปลอบพร้อมกับทำสีหน้ายิ้มแย้มกอดเด็กน้อยทั้งสองให้พวกเด็กน้อยนี้หายจากอาการเศร้าที่ผู้เป็นแม่พึ่งทิ้งพวกเธอไป ซึ่งก็ได้ผล
    แต่เด็กน้อยจะรู้ไหมว่าคนที่เศร้าที่สุดนั้นก็คือพ่อของพวกเธอ ถึงภายนอกจะยิ้มแย้มให้ลูกๆ ได้เห็นแต่ภายในจิตใจของเอกกลับเจ็บปวดมากกว่าใคร
    “จริงๆ นะพ่อจะไม่ทิ้งหนูกับพี่ใช้ไหมคะ” น้ำทิพย์เงยหน้าขึ้นถามผู้เป็นพ่อ
    “แน่นอนพ่อไม่จะไม่มีวันทิ้งพวกเราสองคนเด็ดขาด” เอกกล่าวอย่างมั่นใจ
    “งั้นมาเกี่ยวก้อยสัญญากัน” ไมค์กล่าว แล้วยื่นมือมาให้พ่อของตัวเองมาเกี่ยวก้อยสัญญากัน
    “ได้ๆ มาพวกเราสามคนมาเกี่ยวก้อยสัญญากันเถอะ” เอกหัวเราะในใจ ในความใส่ซื่อของพวกเด็กๆ ถึงเรื่องเลวร้ายจะผ่านมาไม่นาน แต่เมื่อเห็นเด็กที่ใส่ซื่ออย่างนี้เอกก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา
    “ถึงแม้หนทางข้างหน้าจะลำบากแต่เราจะไม่ยอมให้ลูกของตัวเองลำบากด้วยเด็ดขาด” เอกกล่าวสาบานในใจ

    เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่สอง นานๆ ผมอัพนะครับ ยังไงฝากติดตามด้วย