…ณ Twin Moon โต๊ะประจำของทีมเอลฟ์…
ปึง! ตรงหน้าของสามพี่น้องเอลฟ์นั้น…
คือกระเทียมเพลิงป่า 1 กิโลกรัม!
ด้านหลังกองกระเทียมพวกนั้น คือชายที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมา จากการก้มหัวลงไป เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มอย่างเป็มิตร สีหน้าดูมั่นใจ มีความสุข ไม่เหมือนบรรยากาศปกติ ในขณะที่ยิ้มให้ เหล่าเอลฟ์แต่ละคนกลับเหมือนเป็ใบ้ ผลัดกันมองหน้าเขาสลับกับของบนโต๊ะของกระเทียมเพลิงป่า และผู้ที่นำมาก็คือ คนที่พวกเขาคิดว่าไม่น่าเกี่ยวข้องมากที่สุด รี้ด!
“หมายความว่าไงน่ะ เอ่อ รี้!…จะ เ้าชาวบ้าน?” เอสเม่เกือบลืมเรียกคำประจำ รี้ดไม่ใส่ใจอะไร ตอบอย่างสบายๆ “อ้อ ขอมอบให้พวกนายนะ เอ่อ ว่าไงดีล่ะ แทนคำขอโทษและคำขอบคุณด้วยน่ะ รับไว้ด้วยนะครับ!” รี้ดก้มหัวสุดอีกครั้ง
“เอ๋ อะไรของเค้านะ ตานี่!” เอสเมียคนนั้นก็รับมือรี้ดเวอร์ชั่นนี้ไม่ถูกเหมือนกัน
“เฮ้ๆ นายเงยหน้าแล้วรีบมานั่งเถอะ คนอื่นมองกันใหญ่แล้ว” เอสมาร์ทัก
“อ่า ใช่ๆนั่งก่อนๆ เ้าชาวบ้าน” เอสเม่เองก็ประหม่าเล็กน้อย
รี้ดยืนยันคำเดิมว่า้ามอบให้ได้ ส่วนหนึ่งเพื่อทดแทนความรู้สึกผิดในใจ ส่วนหนึ่ง้าขอบคุณที่ทำให้เขาก้าวสู่วิถีที่ควรจะเป็ได้ โดยปกติแล้ว เอสเม่จะเป็คนเริ่มเหยียดรี้ด จากนั้นอีกสองคนจะช่วยกันขยี้ซ้ำ และรี้ดจะทำหน้าซึม เหตุการณ์จะไม่ต่างจากนี้
แต่ในวันนี้บรรยากาศกลับกลายเป็รี้ดยิ้มร่า มองมาตรงๆ ทำเอาสามพี่น้องกะจังหวะบทสนทนาไม่ถูก พอเอสเม่เริ่มดื่มกลบเกลื่อน ทั้งโต๊ะจึงพากันดื่มตาม การชนแก้วแก้ประหม่าของทีมเอลฟ์ เกิดขึ้นสองสามครั้งก่อนทุกคนจะผ่อนคลาย
ตอนนั้นเอง ที่สายตาเอสเม่คำนวณปริมาณของกระเทียมคร่าวๆ นั้นอย่างน้อยหนึ่งกิโลกรัมแน่ๆ! เอสเม่หลับตาลองตรวจกระแสเวทย์รอบๆกระเทียม อีกสามคนที่เหลือก็สังเกตเห็นเอสเม่ตรวจสอบจึงเงียบพร้อมกัน แล้วลุ้นตาม เขามองเห็นกระแสธาตุไฟวนรอบกระเทียมทุกหัวไม่มีขาด! เอสเม่ถลึงตามองกระเทียมบนโต๊ะ
“ข้าแด่เทพทั้งสี่!” เอสเม่อุทาน
ทั้งเอสมาร์และเอสเมียเองก็ตะลึงตามเพราะนั่นหมายความว่า
กระเทียมของจริง!
เอสเม่มองรี้ดสลับกับกระเทียมบนโต๊ะ
“ขอยืนยันก่อนนะ ไม่ได้ไปขโมยใครมาใช่มั้ย เ้าชาวบ้าน?” เอสเม่ถาม “นั่นสิ เยอะขนาดนี้มันก็น่าสงสัยอยู่นาา” เอสเมียเสริมกึ่งแหย่กึ่งสงสัย
“อื้มม…ไม่ม้าง รี้ดมันจะไปมีปัญญาขโมยจากใครล่ะ?” เอสมาร์เสริม และเอลฟ์อีกสองคนก็พยักหน้าพร้อมกัน เมื่อเอสเม่มองไปทางรี้ด รี้ดก็ก้มหน้าดันแว่น “ผมหามาเองจริงๆครับ แต่ก็ใช่เวลาอยู่ร่วมสองเดือนน่ะครับ” แม้จะยังติดนิสัยเดิม แต่น้ำเสียงก็ตอบฉะฉานขึ้น ทำให้เอสเม่ต้องประเมินเขาใหม่เล็กน้อย
“อื้มๆ เข้าใจล่ะ ที่จริงที่ตรวจดูกระแสเวทย์เมื่อครู่เอง ก็ได้ตรวจกระแสเวทย์รอบๆแกเหมือนกัน ดูเหมือนกระแสเวทย์รอบๆตัวจะสงบขึ้นมากนะ! นั่นคือหลักฐานของความต้านทานที่เพิ่มขึ้นล่ะนะ หึหึ” น้ำเสียงเอสเม่เหมือน ยืนยันกับตัวเองมากกว่าคุยกับคนอื่นในโต๊ะ ส่วนรี้ดก็กระดกแก้เขินไปหนึ่งอึก
“สรุปว่านี่นายไปหามาเองจริงๆเหรอเนี่ย? หรือว่าที่ด่าไปคราวนั้นก็เลยตั้งใจฝึกเลยรึไง โฮะๆ แบบนี้ต้องขอบคุณชั้นมากกว่านะ” เอสเมียพยายามหาเื่ รี้ดมองที่เอสเมียตรงๆ ยิ้มให้หวานฉ่ำ “ใช่ครับ เพราะคำพูดของเอสเมียด้วยครับ ขอบคุณมากครับ!” รี้ดตอบรับเต็มปาก เอสเมียเจอไม้นี้เข้าไปทำเอาเขินอยู่เหมือนกัน รีบหันหน้าหนี “รู้ตัวก็ดีแล้วย่ะ!”
“ว่าแต่ ถึงแม้เข้าใจว่าฝึกได้ก็เถอะมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ รี้ด?” เอสมาร์ถามบ้าง
ผมรู้สึกภูมิใจอยู่เหมือนกันนะ ที่ได้ยินเอสเม่อุทานแบบเอลฟ์แบบนี้น่ะ ถ้าเป็เื่ธรรมดาๆไม่มีทางที่เขาจะอุทานแบบนั้น ผมส่งยิ้มให้เอสเมียแล้วจึงหันมาค่อยๆอธิบายกับทุกคนทีละขั้น
“เพราะคำพูดของเอสเมียน่ะครับ มันเจ็บที่สุดเพราะมันจริงที่สุดเลยครับ!” “เฮอะ! มันก็ต้องจริงสิยะ” เอสเมียท้าวคางแล้วหันหน้าหนี ผมจึงเล่าต่อว่าั้แ่วันนั้น ผมจึงค่อยไปฝึกตรวจกระแสเวทย์ในเขตอื่นๆบ้าง ทีละเขตๆ เอสมาร์ก็ทำหน้าตะลึงเล็กน้อย
“เขตเหนือของชั้นด้วย งั้นเหรอ?”เอสเม่ทำหน้าสงสัยเล็กน้อย หูเอสเมียเองก็ขยับสนใจแม้จะไม่หันหน้ามา
“ผมคิดถูกแล้วครับที่ฝึกเป็เขตสุดท้าย…แต่ตอนนี้เหลือแค่เขตเหนือนี่แหละครับ ที่ยังออกอาการแพ้อนูเวทย์อยู่” ผมพยักหน้าเล็กน้อย
“ไม่เลวนี่..” เอสเมียพูดเบาๆ
“เฮ้ เอสเมียจะชม ก็หันหน้ามาดีๆซี่ ฮ่าๆ” เอสมาร์แซว
“หุบปากไป เอสมาร์!” เอสเมียหันขวับมาด่า หน้าแดงเรื่อเล็กน้อย เอสเม่ยกแขนปรามเบาๆ แล้วถามต่อ
“แล้ว…นายก็เลยเข้าป่าเหรอ?” ทั้งสามคนจึงหันหน้ามามองพร้อมกัน
“ั้แ่ที่ผมรู้สึกว่าเริ่มชินกับเขตเหนือ ก็ไปที่ป่าตลอดเลยครับ..” ผมตอบ
“หืม เดี๋ยวนะ ก่อนจะเล่าต้องมีเครื่องดื่มก่อน น้องสาวเบียร์ป่าสี่แก้ว” เอสมาร์สั่งเพิ่ม หลังจากนั้นผมจึงเล่าวีรกรรมที่ไปเจอในป่ามาแต่ละครั้งแต่ละหน
ทุกคนชนแก้วกัน แล้วผมจึงเริ่มเล่า
“ผมสังเกตได้ว่าเขตเหนือความหนาแน่นของอนูเวทย์ใกล้เคียงกับ บริเวณที่มีกระเทียมเพลิงป่า เ้านี่ก็เลยเป็จุดหมายแรกในป่าครับ” ผมหยิบกระเทียมมาชูพร้อมนึกถึงเหตุการณ์นั้น
“เอ๋! แต่ตอนนั้นหมูป่าแดงกินกระเทียมตรงนั้นไปหมดแล้วนี่?” เอสเมียถาม
“ใช่ครับ ผมจึงต้องหาที่ใหม่” ผมบอกว่าด้วยความต้านทานที่มากขึ้น ผมจึงเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย การตรวจจับกระแสเวทย์ไม่เป็ปัญหา ผมดินเลาะตามที่ที่ความหนาแน่นน้อยเป็หลัก เพราะ้าสำรวจไปด้วย
“แต่ไม่น่าจะเจอง่ายๆถูกมั้ย ถ้าเจอง่ายมันคงไม่เป็ธรรมเนียมทดสอบแล้วล่ะ” เอสเม่ตั้งข้อสังเกตพร้อมจับคาง “ใช่ครับ ในวันแรกๆไม่เจอหรอกครับ”
ผมพยักหน้าให้จึงเล่าต่อว่า ใช้เวลาหลายวันเข้าไปลึกกว่าเดิมพอสำควร ระหว่างนั้น ผมก็ไปทดสอบความต้านทานที่เขตเหนือไปด้วย
จนเข้าวันที่สิบ อาการแพ้เหลือเพียงมึนหัว จึงได้พบรอยเท้าเ้ากรรม ‘หมูป่าแดง’
“เฮ้” เอสมาร์ยื่นแก้วออกมา ทุกคนจึงชนแก้ว ปึง ปึง! ผมจึงเล่าต่อ
จากนั้นจึงใช้รอยเท้าพวกมันเป็เส้นทางหลัก หนึ่งคือถ้ามันหาเจอต้องรีบตาม เดี๋ยวจะหมดซะก่อน ถ้าพวกมันไม่เจอก็จะเลาะหารอบๆรอยเท้า
ใน่นี้ที่ การตรวจกระแสเวทย์เจอ พืชพันธุ์ และสัตว์หลายประเภท และความหนาแน่นของอนูเวทย์ก็เพิ่มขึ้นเป็เงาตามตัว เวลานั้นผมจด จด จด และจด พยายามบันทึกกระแสเวทย์ที่ดูอันตรายไว้ สำหรับครั้งหน้า จะได้เดินทางได้เร็วขึ้น
~~วิ้วว เสียงเอสมาร์ผิวปากแซว “กลายเป็คนรอบคอบแล้วสินะ”
“แล้วนายรู้เหรอว่าแบบไหนอันตรายน่ะ ห่ะ นายรี้ด?” เอสเมียถามตาปรือเล็กน้อย เหมือนเธอจะเริ่มเมารึเปล่านะ
“คิดว่ารู้นะครับ ตอนแรกก็ไม่แน่ใจหรอก แต่เหมือนว่าถ้ากระแสเวทย์มันเคลื่อนไหวเยอะๆจนมันเด่น ผมก็จะจดไว้ก่อน และหลายครั้งมันจะเกิดจากมีอะไรที่ส่งผลกระทบต่อมันน่ะครับ แต่จะไม่เหมือนกับกระแสเวทย์รอบๆผู้ที่อยู่ระดับสูงแล้วนะครับ คงเพราะคนเ่าั้ ควบคุมอนูเวทย์ในร่างได้เฉียบคม ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ในป่า ในเขา” ผมดันแว่นพลางตอบตามที่เข้าใจ “ถ้าเข้าใจไม่ผิดนะครับ แฮะๆ”
เอสเมียทำหน้าใเล็กน้อย สีหน้าแดงขึ้นอีก หันขวับไป “เฮอะ!” เอสมาร์และเอสเม่ยิ้มเล็กๆ พยักหน้าเบาๆ
“สรุปแล้วเจอรึยัง?” เอสเม่ถาม
“ครับหลังจากนั้นไม่นานก็เจอแล้วครับ เวลานั้นเหมือนได้เจอเขตเหนืออีกครั้ง! อาการแพ้มันก็เห่อออกมา ผมเก็บกระเทียมเท่าที่ทำได้ ถอยห่างออกมา ทำสมาธิไปพลาง ตรวจกระแสเวทย์ไปพลาง และเข้าไปเก็บใหม่ วนไปเรื่อยๆครับ”
“หืมม…อึดเหมือนกันนะเนี่ย นายรี้ด” เอสมาร์สนใจ
“ครับ เป็วิธีเดียวที่ผมจะออกมาได้น่ะครับ ผมไม่อยากโดนเอสเมียด่าอีกแล้วล่ะครับ แฮะๆ” ผมหันไปหาเธอ “เหอะ น่าเสียดาย” เอสเมียตีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งเย้ยหยัน
หลังจากนั้นเบียร์ก็เริ่มหมด เอสมาร์สั่งเพิ่มให้ทุกคนตามระเบียบ เสียงเพลงจากนักดนตรีเองก็เริ่มบรรเลงเพลงที่ผ่อนคลายลงพอดี ทุกคนเอนหลัง จิบเบียร์ไปพลาง ฟังเสียงเครื่องเป่า และเครื่องสี ที่ทำให้ทุกคนยิ้มออกมา พวกเราดื่มด่ำไปกับเพลงดีๆหนึ่งเพลง และเมื่อดนตรีจบ เอสเม่พูดขึ้นมา
“พวกเราเข้าใจแล้วรี้ด เื่กระเทียมเพลิงป่าน่ะ จะรับไว้ก็แล้วกัน..”
“อ้อ ใช่ๆเกือบลืม! ผมฟังเพลงเพลินไปหน่อย มีอีกเื่ครับ” ผมหันไปทยอยหยิบถุงผ้าหลากหลายออกมาจากกระเป๋าอีกห้าถุง ก่อนพี่น้องเอลฟ์จะได้พูดอะไรต่อ พวกเขาก็ทำหน้าแปลกใจอีกครั้งกับถุงผ้าบนโต๊ะ
“ผมเจอเ้าพวกนี้ระหว่างที่หากระเทียมเพลิงป่าน่ะครับ คิดว่ามันน่าจะมีค่า เลยพกมาขอความรู้หน่อยครับ” ผมยิ้มแล้วก้มหัวให้เล็กน้อย
“หา พวกนี้มันอะไร..!” เอสเมียถามไม่ทันขาดคำ
“ห่ะ!” เอสเม่ยกมือปราม แล้วหลับตา รีบตรวจสอบกระแสเวทย์รอบๆถุงพวกนั้น และแทบจะทันทีทันใด
“ขะ ข้าแด่เทพทั้งสี่!!” เอสเม่อุทานเสียงดัง
“เอ๋!?” “มีอะไรในนั้นน่ะพี่” เอสเมียและเอสมาร์ใพร้อมกัน
ผมยิ้ม พอใจในปฏิกริยาของเอสเม่ เพราะแน่ใจว่าของด้านในย่อมมีค่าแน่ๆแล้ว ผมค่อยแกะห่อ นำของออกมาวางทีละถุง ตามจำนวนของที่ออกมา พี่น้องเอลฟ์ก็ค่อยๆเงียบลงและสนใจมากขึ้น เอสเม่หันมามองที่ผมขวับ
“นะ นาย..เป็คนไปหาเ้าพวกนี้มาเองเหรอ!?”