กลางดึกวันที่สองนับจากล้มป่วยไม่ได้สติถึงสองวัน ในที่สุดหลินหลานหรูก็สะดุ้งตื่น
ภายในห้องนอนมืดสลัวม่านมุ่งสีม่วงครามมีเงากิ่งไม้ดำมืดพาดรางๆ กลิ่นกำยานและกลิ่นยาฉุนๆตีกันให้วุ่นทั่วทั้งห้อง
หลินหลานหรูอาศัยแสงสว่างจากโคมแดงซึ่งจุดแขวนอยู่นอกเสาเรือนแสงในมุมนั้นส่องผ่านหน้าต่างกรุกระดาษเกาลี่[1] เข้ามากอปรกับแสงเทียนในห้องชั้นนอกที่ลอดผ่านฉากบังลมจึงสามารถเห็นสภาพโดยรอบได้กระจ่างชัด
ตรงปลายเตียงมีเสียงหายใจเข้าออกดังสลับกันอย่างสุขสบายเป็เสี่ยวจิงกับเสี่ยวจูนั่งสัปหงกบนตั่งไม้ทั้งคู่เอนไปเอนมาจากนั้นก็ฟุบหลับกองกันบนขอบเตียง
ศีรษะเสี่ยวจูวางทับผ้าห่มสีน้ำเงินเข้มหนานุ่มดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะนอนไม่ค่อยสบายจึงดึงขอบผ้าห่มไปหนุนแก้ม จากนั้นน้ำลายหยดหนึ่งก็ค่อยๆไหลยืดเป็เส้นเหนียวๆ ก่อนหยดลงบนผ้าห่มจมหายเป็เนื้อเดียวกันกับผ้า...ต่อหน้าต่อตานาง!
อา...นางปวดหัวยิ่งลอบขยับผ้าห่มดึงๆ ให้หลุดจากมือเสี่ยวจูบริเวณสีผ้าที่เข้มขึ้นคือน้ำลายหยดเมื่อครู่
เรียวคิ้วหลินหลานหรูพลันขมวดมุ่น สกปรกยิ่ง...
ยามนี้นางรู้สึกกระหายน้ำอยู่บ้างทว่าจะเอ่ยปากเรียกสาวใช้แต่ปากกลับแห้งผากจนเปล่งเสียงใดไม่ออก
หลินหลานหรูตัดสินใจเท้าแขนกับเตียงพลางดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งกวาดตามองหาน้ำดื่ม ขณะเดียวกันก็พยายามเคลื่อนไหวให้เกิดเสียงดังมากที่สุดจะได้ปลุกสาวใช้ให้ตื่นไปด้วย
เพียงแต่ร่างกายของหลินหลานหรูเวลานี้ราวกับคนนอนหลับติดเตียงมานานร่วมสิบปีถึงได้รู้สึกไร้เรี่ยวแรงและเจ็บเกร็งไปทั้งตัวเสียงที่นางหวังให้เกิดจึงเงียบเชียบยิ่งกว่าเสียงฉี่
กระนั้นถึงที่สุดแล้วสาวใช้ทั้งสองนางก็ยังไม่ตื่น
หลินหลานหรูถอนหายใจอย่างยอมแพ้ก่อนจะเริ่มมองหากาต้มน้ำอีกครั้ง บนโต๊ะข้างหัวเตียงมีอยู่กาหนึ่งมือเล็กเอื้อมไปหยิบหมายใช้ปลายนิ้วแตะให้ถึง เพียงแต่...
"อ๊า!" เสียงแหบห้าวดังในลำคอนางถึงกับตกเตียง
คุณหนูหลินตกเตียงเรียบร้อยแล้วอ้าปากร้องก็มีแต่เสียบแหบแห้ง เวรกรรมอะไรของนาง
ข้าถึงขั้นตกเตียงพวกเ้าก็ยังไม่ตื่นจะมาเฝ้าข้าทำเพื่ออะไร ไร้ประโยชน์สิ้นดี!
ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวที่เริ่มปะทุหลินหลานหรูเห็นเพียงผ้าห่มที่มุมผ้าด้านหนึ่งร่วงตกบนพื้นเมื่อคว้าจับชายผ้าห่มได้ก็ออกแรงดึงสุดแรงดังนั้นศีรษะสาวใช้ที่วางทับผ้าห่มอยู่ก่อนหน้าจึงเลื่อนหลุด
เสี่ยวจูสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันใดนางใมองซ้ายมองขวาอย่างงุนงง ก่อนจะเห็นว่าบนเตียงว่างเปล่า
คุณหนูหายไป? เสี่ยวจูรีบเขย่าปลุกเสี่ยวจิงด้านข้างอย่างลนลาน
หลินหลานหรูถึงกับอ้าปากค้างนึกอยากโขกศีรษะกับพื้นให้สมองเบลอเสียจริง
"คุณหนู!"สองเสียงผสานดังก้องภายในห้องหลังเห็นหลินหลานหรูก้มหน้าราวกับคนหมดอาลัยตายอยากบนพื้น
เสี่ยวจิงรีบเข้ามาประคองคุณหนูขึ้นเตียงในที่สุดหลินหลานหรูก็ได้ดื่มน้ำดับกระหาย ทว่าเสียงก็ยังแหบแห้งเช่นเดิม
ปากและดวงตาของสาวใช้ทั้งสองยิ้มเป็ประกายดีใจที่คุณหนูฟื้นแล้ว เดิมทีเสี่ยวจิงจะวิ่งไปรายงานที่เรือนใหญ่แต่เป็หลินหลานหรูห้ามไว้ เพราะอยากพักผ่อน ไม่้าให้ใครรบกวนเวลานี้
"อีกอย่างนี่ก็ยังดึกมากข้าไม่อยากรบกวนท่านพ่อท่านแม่"
สาวใช้ทั้งสองได้ยินเสียงแหบแห้งของหลินหลานหรูก็น้ำตารื้นคุณหนูของพวกนางดีขึ้นแล้วจริงๆ
เสี่ยวจูกับเสี่ยวจิงพยักหน้าเห็นด้วยหลินหลานหรูจึงดึงผ้าห่มขึ้นคลุมจนมิดศีรษะแต่กลับถูกเสี่ยวจิงดึงลงมาให้สูงแค่หน้าอก "เดี๋ยวหายใจไม่ออกเ้าค่ะ"
อ๊า... ข้าหงุดหงิด! เด็กหญิงยกเท้าข้างหนึ่งยันผ้าห่มยิกๆแล้วฟุบหน้ากับหมอน
รุ่งเช้าหลังจิวซื่อทราบว่าหลินหลานหรูฟื้นั้แ่เมื่อคืนก็รีบเร่งฝีเท้ามาหาตามด้วยพี่ชายของนางทั้งสอง
จากนั้นจิวซื่อก็บังคับให้หลินหลานหรูดื่มยาขมๆนั่นเป็ครั้งแรกที่นางรู้สึกอับจนหนทาง ลอบหลั่งเหงื่อไปเงียบๆโดยไม่รู้ตัวเนื้อรู้ตัว
หลินหลานหรูยื่นมือไปแย่งถ้วยยามาถือสีหน้านางเหยแล้วเหยอีก เอ่ยกับมารดาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งจากพิษไข้ "ท่านแม่ท่านยังต้องตรวจเช็กของมีค่าในจวนไม่ใช่หรือยาถ้วยนี้นับเป็อะไรถึงได้ให้ท่านมาเสียเวลาด้วย เกรงว่าท่านเดินกลับไปยังไม่พ้นประตูเรือนข้าก็ดื่มหมดแล้ว"
ไหล่ของหลินหลงอวี้ไหวขึ้นลงเล็กน้อยเด็กหนุ่มปิดปากหัวเราะจนไม่เห็นตา นางจะหาเื่เฉไฉไม่ดื่มยากระนั้นหรือช่างหัวใสนัก
หลินหลานหรูได้ยินเสียงคิกคักก็หันไปถลึงตาใส่พี่รองที่ยืนข้างพี่ใหญ่ก่อนยิ้มอ่อนโยนกล่าวกับจิวซื่อว่า "ท่านแม่ ท่านอย่าห่วงเลยเ้าค่ะ ท่านดูข้าดื่มได้สบาย" นางยกถ้วยยาขึ้นจรดปากอย่างช้าๆ ในใจร่ำไห้อยู่เงียบๆยังไม่เข้าปากกลิ่นก็ขมไปถึงสมอง
คุณชายทั้งสองเห็นน้องเล็กกำลังจะดื่มยามหาโหดก็มองลุ้นลูกตาแทบถลนทว่านาง "เอ่อ... ท่านแม่ ยาเย็นชืดหมดแล้วเ้าค่ะ"
หลินหลงอู่ถึงกับยกมือกุมขมับแตะไหล่น้องรอง ก่อนจะชวนกันไปฝึกกระบี่จากนั้นเด็กหนุ่มทั้งสองก็เดินหายลับออกจากเรือนตะวันออกวันนี้ทั้งวันหากคิดเฝ้าหลินหลานหรูให้ดื่มยาคงไม่เป็อันทำอะไรแน่
รอจนยาถ้วยใหม่ยกเข้ามาแล้วจิวซื่อถึงได้กล่าวกับบุตรสาว "หรูเอ๋อร์ แม่รู้ว่ายาถ้วยนี้ขมมากเ้าก็อดทนกลั้นใจดื่มสักหน่อยเถอะนะ ยาขมจึงนับว่าดีเช่นเดียวกับชีวิตคนหากผ่านเื่ขมขื่นไปได้ ผลจากนั้นย่อมหอมหวานร่างกายเ้าหายป่วยมีอะไรไม่ดี เ้าหายแล้วแม่ถึงจะวางใจ"
กล่าวจบจิวซื่อก็หันไปสั่งความกับบ่าวรับใช้ชุดใหม่หลินหลานหรูอาศัยจังหวะนั้นเทยาข้ามไหล่ตัวเอง อมลมเข้าปากมือจับก้นถ้วยให้พลิกคว่ำ ให้เห็นว่าไม่เหลือยาอยู่สักหยด
เมื่อจิวซื่อหันกลับมาจึงทันได้เห็นบุตรสาวกลืนลมในปากลงคอนางเข้าใจว่าหลินหลานหรูกินยาหมดแล้ว จึงลูบศีรษะหลินหลานหรูอย่างรักใคร่เอ็นดูใบหน้าก็มีรอยยิ้มสดชื่นขึ้นเป็กองมีอะไรไม่ดีไปกว่าการได้เห็นลูกของตนเองหายป่วยเล่า
จิวซื่อเพิ่งอายุสามสิบหน้าตาจึงยังสวยสดงดงามไม่แพ้เด็กสาวแรกรุ่นยามจิวซื่อมีความสุขจึงยิ่งเปล่งประกายจนคนหลงใหล
"ดื่มหมดก็ดีแล้วอีกสักสองชั่วยามค่อยให้สาวใช้ยกเข้ามาอีกถ้วย..." จิวซื่อไม่คิดจะกลับไปง่ายๆ
ยามนี้หลินหลานหรูกำลังมึนนางมองปากมารดาขยับ ตัวอักษรหลิ่วลอยออกมาเป็คำๆจากนั้นก็วิ่งกระทบศีรษะนางหวังจะมุดเข้าไปให้ได้ สุดท้ายแล้วก็ตกลงไปกองบนผ้าห่มหึๆ ไม่เข้าหัวนางสักประโยค
"...หรูเอ๋อร์เ้าได้ยินที่แม่พูดหรือไม่"
"เ้าคะ?"
จิวซื่อส่ายศีรษะให้กับความใสซื่อของบุตรสาวก่อนเอ่ยย้ำอีกว่า "วันที่สิบเดือนนี้อาจารย์เฉาอันจะเปิดสำนักศึกษาที่จวนเป็วันแรก เ้าก็เตรียมตัวเอาไว้พวกเ้าสามพี่น้องต้องเข้าเรียนพร้อมคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ในเมืองอย่าได้ทำให้สกุลเราขายหน้าเป็อันขาด โดยเฉพาะพี่ชายเ้าทั้งสองเ้าคอยดูแลพวกเขาอย่าให้ทำตัวเหลวไหลได้"
ฮะ? หลินหลานหรูลอยค้างอยู่กลางอากาศเป็นานหลายครู่พลันอยากถามว่า เหตุใดเป็นางที่ต้องดูแลพวกเขา
หลินหลานหรูกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธทว่าพออ้าปากสมองก็ตื้อตัน นางเลยลืมเื่ที่จะพูดไปเสียทั้งหมด ฉิบหาย!นางยังไม่หายไข้ สมองเลยรวนเอากะทันหัน
สุดท้ายจึงได้ยินคำว่า 'เ้าค่ะ' พร้อมสีหน้าเบลอๆหลุดออกจากปากหลินหลานหรูไปหลายครั้ง จิวซื่อได้ยินก็แย้มยิ้มบุตรสาวของนางช่างรู้ความ ไม่เถียงสักประโยคเหมือนที่ผ่านมา
จวบจนตอนนี้หลินหลานหรูได้แต่เหลือบมองไปข้างหลังนึกเสียดายยาถ้วยเมื่อครู่จับใจ
ก่อนไปจิวซื่อยังกำชับหลินหลานหรูไปอีกหลายประโยคซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับมู่หวังจงและฝูเต้า ...จะให้นางทำอย่างไรได้ไม่เข้าหัวนางสักประโยคเช่นเดิม
สุดท้ายจึงได้แต่ทิ้งตัวลงนอนไปอย่างหงุดหงิดไม่อยากนึกถึงอะไรทั้งนั้น ยิ่งนางใช้สมองกลับยิ่งพบแต่ความสับสนและการประมวลผลที่ผิดเพี้ยนไปหมดสลับหน้าสลับหลังไม่รู้อันไหนจริงอันไหนเท็จ
จิวซื่อย้อนกลับมาอีกครั้งใน่บ่ายให้นางดื่มยาจนหมดถ้วยแล้วจึงกลับไป
หลินหลานหรูรู้สึกสบายตัวขึ้นมากนางนอนต่อตลอดทั้ง่บ่าย กระทั่งถึงเวลาจุดโคมจึงได้ลุกขึ้นมานั่งห่อตัวอยู่ในผ้าห่มพร้อมเรียกสาวใช้เสี่ยวจิงกับเสี่ยวจูเข้ามาจากนั้นสาวใช้ทั้งสองก็เริ่มเปิดปากเล่ากันคนละประโยคสองประโยค
"ั้แ่เช้ามืดวันนั้นบ่าวก็ไข้ขึ้นจนไม่ได้สติไปทั้งเช้าเลยเ้าค่ะ"เป็เสี่ยวจิงเอ่ยขึ้นก่อน "...รู้สึกตัวอีกทีก็เกือบบ่ายแล้วพอทราบว่าคุณหนูป่วยหนักบ่าวก็รีบมาที่เรือน"
"เป็บ่าวเองเ้าค่ะ"เสี่ยวจูคล้ายจะสารภาพ "่เช้ามืดบ่าวเห็นว่าคุณหนูยังไม่เรียกผู้ใดเข้าไปจึงรู้สึกสงสัย เพียงแต่ตอนนั้นเป็สาวใช้ในเรือนนางหนึ่งเดินออกมาบอกว่าคุณหนูไม่อยากให้ใครรบกวน บ่าวจึงไม่ได้เข้าไปเ้าค่ะต่อมาเห็นว่าเลยเวลาอาหารเช้าไปมากแล้วจึง...จึงลองเข้าไปและเห็นว่าคุณหนูนอนเพ้อไม่ได้สติ ทั้งตัว...ทั้งตัวยังร้อนลวกจนน่าใบ่าวเลยรีบไปแจ้งฮูหยินที่เรือนใหญ่เ้าค่ะ"
"ใครเป็คนเปลี่ยนชุดให้ข้า"หลินหลานหรูจ้องเสี่ยวจูอย่างกดดัน
"บะ...บ่าวไม่ทราบเ้าค่ะ"ั์ตาเสี่ยวจูใสซื่อมีแต่ความจริง แต่ละคำที่เอ่ยแม้จะขาดห้วงแต่ไม่มีอะไรให้น่าสงสัย
"เ้าแน่ใจหรือว่าสาวใช้ที่ออกจากเรือนไปผู้นั้นเป็สาวใช้ในเรือนข้ามิหนำซ้ำยังห้ามไม่ให้เ้าเข้าไปอีก ปกติแล้วนอกจากพวกเ้าสองคนข้าอนุญาตให้บ่าวคนใดเข้าออกเรือนได้ตามสะดวกอีกหรือ"
เสี่ยวจูรีบก้มศีรษะโขกพื้นเอ่ยอย่างร้อนรนเพราะกลัวความผิด "บ่าว...บ่าวไม่ทันเห็นหน้าชัดเ้าค่ะเห็นว่าสวมชุดสาวใช้เหมือนกันจึงคิดว่าเป็สาวใช้ในเรือน บ่าวผิดไปแล้วเ้าค่ะเป็บ่าวไม่ดีปล่อยให้สาวใช้ไม่รู้ที่มาเข้าไปถึงในห้องนอนของคุณหนู"
หลินหลานหรูกลอกตาไปรอบหนึ่ง นางพอเดาออกว่าสาวใช้ที่เสี่ยวจูเห็นคงเป็คนที่เฉิงอิ้นส่งมาทำความสะอาดข้าวของและคราบเืภายในเรือนตอนนี้จึงถอนหายใจเอ่ยว่า "เฉิงอิ้นกลับมาหรือยัง"
เสี่ยวจิงตอบกลับอย่างฉับไว"บ่ายวันนั้นที่บ่าวรีบมาที่เรือน บังเอิญเจอเฉิงอิ้นที่หน้าประตูลานเรือนไม่ทันที่บ่าวจะเอ่ยถาม เขาก็รีบร้อนออกไปเ้าค่ะจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นเขากลับมา"
หลินหลานหรูรู้สึกปวดหัวยิ่งนางยังไม่หายไข้ พอต้องใช้สมองคิดจึงยิ่งปวดหนัก เลยโบกมือให้พวกนางสองคนออกไปพร้อมสั่งให้ไปตามเฉิงอิ้นมาพบนางที่เรือน
เมื่อไม่มีใครอยู่ในห้องแล้วหลินหลานหรูจึงแง้มคอเสื้อออกเล็กน้อย ที่หน้าอกซ้ายมีรอยแผลเล็กๆ สีม่วงคล้ำอยู่เช้าวันนั้นแม้ไม่ได้สติ แต่พอรับรู้ได้ว่าเกิดการต่อสู้กันภายในเรือนอยู่พักใหญ่
นับว่าดีที่ท่านหมอผู้นั้นเป็คนที่นางซื้อตัวไว้นานแล้วเื่ที่ไม่ควรพูดจึงปิดปากสนิท นางถูกพิษสี่สิบเก้าชนิดจนเพ้อไม่ได้สติเมื่อหลุดออกจากปากท่านหมอผู้นั้นแล้วจึงกลายเป็แค่อาการป่วยไข้ธรรมดา
มีดที่นักฆ่าผู้นั้นใช้ถึงกับอาบพิษตอนที่แทงลงมาได้ฝากรอยแผลไว้เล็กน้อยยังดีที่คนจากสำนักคุ้มภัยหนานเหรินที่เฉิงอิ้นส่งมาทำความสะอาดมีวรยุทธ์สูงจึงรับมือกับมือสังหารได้ ไม่เช่นนั้นนางคงได้ตายไปแล้ว
ถึงกับมีคน้าสังหารข้า!?
เวลาช่างเดินเร็วพริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่าครึ่งเดือน จวนสกุลหลินแม้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงน่ากลัวว่านี่จะเป็ความสงบเงียบก่อนพายุลูกใหญ่มาเยือน
วันนี้ท้องฟ้ามีเมฆหนาบรรยากาศอึมครึมั้แ่่เช้า ในที่สุดฝนก็ตกลงมาใน่พลบค่ำ เสียงซ่าๆดังกระทบหลังคาเรือนแข่งกับเสียงไอแค็กๆ ของคุณหนูหลิน
หลังเสี่ยวจูจุดเทียนในห้องจนสว่างก็ถือตะเกียงดวงหนึ่งเดินมาวางบนโต๊ะริมหน้าต่างพร้อมเปิดปากเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เล็กน้อย "คุณหนูบ่าวจุดเทียนในห้องทั้งหมดแล้วเ้าค่ะ กลับเข้าข้างในดีหรือไม่เ้าคะข้างนอกฝนลงเม็ดหนักแล้ว นั่งตรงนี้นานๆร่างกายท่านอาจถูกความเย็นอีกนะเ้าคะ"
ลมฝนด้านนอกพัดฟู่ๆหอบเอาละอองน้ำฝนหมุนวนผ่านหน้าต่างเข้ามาข้างใน
หลินหลานหรูเวลานี้ร่างกายซูบผอมราวกับคนป่วยนอนอมโรคมาเป็เวลานานใบหน้าเล็กซีดเซียวไร้สีเืฝาด ทั้งยังไอแค็กๆ ติดต่อกันมาหลายวันไม่มีทีท่าว่าจะหายในเร็วนี้
ตอนที่นางพาตัวเองพร้อมผ้าห่มผืนหนามานั่งบนเก้าอี้ริมหน้าต่างยามนั้นฝนยังไม่ตก มีเพียงท้องฟ้ามืดครึ้มกับลมเย็นพัดมาเอื่อยๆ เท่านั้นจนถึงตอนนี้นางซุกตัวอยู่แต่ในผ้าห่ม ความรู้สึกอบอุ่นทำให้นางี้เีจะขยับตัวขึ้นมา
แม้แต่ตำราร้อยพิษพันวิธีแก้ซึ่งล้วนแต่กล่าวถึงคุณสมบัติและถิ่นกำเนิดของพิษแต่ละชนิดยังวางเกะกะกองๆกันไม่เป็ระเบียบบนโต๊ะ นั่นไม่ใช่เพราะว่านางี้เีเก็บอีกหรอกหรือ
รอนานทีเดียวค่อยได้ยินเสียงหลินหลานหรูเอ่ยกับสาวใช้"ข้ายังอยากอยู่ตรงนี้ เ้าไปดึงหน้าต่างลงอีกหน่อยก็ใช้ได้แล้ว"
เสี่ยวจูยืนด้านข้างเดินไปทำตามที่คุณหนูสั่งทว่าละอองหยาดฝนก็ยังพัดตามลมเข้ามาอยู่ดี พัดแต่ละครั้งตีหน้าคุณหนูอย่างจังถึงจะไม่มากเท่าตอนแรกแต่หากนั่งอยู่ตรงนี้นานเกินไปอาจทำให้อาการป่วยกำเริบซ้ำอีกได้
ท่านหมอสั่งย้ำหนักหนาว่าห้ามคุณหนูต้องความเย็นสุดท้ายเป็เช่นไร...คุณหนูฟังท่านหมอที่ใดกัน
วันนี้เสี่ยวจิงขอลาหยุดหน้าที่ที่บ่าวรับใช้ต่างก็โบกมือหย่อยๆ ให้จึงตกเป็ของเสี่ยวจูที่ต้องคอยอยู่รับใช้ข้างกายคุณหนูยิ่งฮูหยินกำชับให้ดูแลคุณหนูเป็อย่างดียิ่งต้องทำตามและห้ามหย่อนยานเป็อันขาด
รอจนเสียงฝีเท้าเฉิงอิ้นดังขึ้นขณะเดินเข้ามาเอ่ยเรียกคุณหนูเสียงเบาจากด้านหลัง เสี่ยวจูถึงได้เดินเลี่ยงออกจากห้อง
หลินหลานหรูไม่ได้ละสายตาจากน้ำฝนเบื้องหน้าก่อนหน้าไม่ได้ละตอนนี้ก็ยังคงไม่ละ เพียงใช้น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถาม"เจอตัวหรือไม่"
"เจอตัวแล้วขอรับ"
หลินหลานหรูนั่งกอดเข่าอยู่ในผ้าห่มตามองหยาดฝนกระทบใบไผ่ กิ่งไผ่เล็กๆ ต้านรับน้ำฝนไม่ไหวจึงเอนลงตามน้ำหนักเด้งขึ้นเด้งลง ไม่รู้ว่ามองแล้วได้อะไร ถึงอย่างนั้นนางก็มองไม่เลิกหูฟังเฉิงอิ้นเอ่ยรายงานไปพลาง
"...มือสังหารที่คิดลงมือกับคุณหนูในเช้ามืดวันนั้นมีวรยุทธ์สูงพอตัว ที่ผ่านมาคนคนนี้รับสังหารตามการว่าจ้างโดยไม่เข้ากับสำนักใดเพียงรับข้อมูลของเป้าหมาย เงินครึ่งหนึ่งก่อนงานลุล่วงพร้อมอาวุธที่ใช้สังหารจากคนกลางไม่ว่าข้าจะเค้นถามนางอย่างไรก็สาวไปไม่ถึงตัวผู้ว่าจ้างได้ขอรับ"
หลินหลานหรูครุ่นคิดตามนางพอรู้อยู่บ้างว่าอาชีพนักฆ่าอิสระในเมืองทำงานผ่านคนกลางที่คอยรับเงินและข้อมูลอีกต่อจากผู้ว่าจ้างทว่าวิธีการนั้น...ผู้ว่าจ้างไม่เปิดเผยตัว ไม่เผยชื่อหรือแม้แต่เสียง
กระทั่งนักฆ่าเองยังไม่เคยพบหน้าคนกลางที่มอบงานให้ตนเช่นกันทุกคนต่างได้ผลประโยชน์และแยกย้ายกันไปเท่านั้น ถึงระบบนี้ค่อนข้างมีความเสี่ยงน้อยสำหรับผู้ว่าจ้างแต่เงินที่ต้องจ่ายเป็ค่าจ้างก็สูงมากตามไปด้วย
"เช่นนั้นมือสังหารนางนี้ก็ไม่รู้มาก่อนว่าในอาวุธมีดเคลือบพิษถึงสี่สิบกว่าชนิดอยู่"
"นางไม่รู้ขอรับส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รับอาวุธจากผู้ว่าจ้าง มือสังหารบางคนไม่ถนัดใช้อาวุธจึงกลายเป็ข้อจำกัดไปครั้งนี้เป็ผู้ว่าจ้างยื่นเสนออาวุธมาให้ พร้อมเงินว่าจ้างสูงถึงสองเท่าตัวเงื่อนไขเช่นนี้ไม่ว่าใครก็ไม่อาจปฏิเสธยิ่งไม่เอะใจว่าในอาวุธจะมีสิ่งผิดแปลก"
เห็นได้กระจ่างชัดว่ากลัวมือสังหารทำงานพลาด
หลินหลานหรูนึกเย้ยหยันในใจก่อนส่งมือข้างหนึ่งออกจากผ้าห่ม จับพลิกตำราบนโต๊ะเปิดพิษสี่สิบกว่าชนิดคงกะจะให้นางตายชนิดปาฏิหาริย์ไม่รับพิจารณายังดีที่วันนั้นปลายมีดเพียงเฉียดผิวไม่ลึก พิษจึงเจือมาบ้างบางส่วน
นับว่าคนปรุงพิษนี้ขึ้นโเี้ได้ใจนางอย่างมากต้องหมกมุ่นเพียงใดถึงคิดค้นพิษพิสดารนี้ขึ้นมาได้ ฝีมือยังเข้าขั้นสุดยอดปรุงพิษอย่างพิถีพิถัน ระมัดระวังกระทั่งการข่มฤทธิ์ระหว่างกันเป็พิเศษเรียกได้ว่าเป็เพชฌฆาตปลิดชีพคนได้ในเสี้ยวเวลา
ถึงว่า ่ที่เพ้อเพราะถูกพิษข้าถึงได้เห็นภาพตัวเองสู้กับเรือรบลำใหญ่ หนักหน่วงเอาการใช่เล่น
เคราะห์ดีไปที่ร่างกายนางต้านพิษไปมากกว่าครึ่งบางส่วนภายหลังนางหาทางถอนมาจนถึงวันนี้จึงเหลือเพียงสองสามชนิดที่นางไม่รู้แน่ชัดว่าเป็พิษชนิดใดลองดื่มพิษไปหลายตัวแล้วก็ยังแก้ไม่ได้ยิ่งเวลาผ่านนางก็ยิ่งมีเวลาถอนพิษสั้นลงเท่านั้น
เฉิงอิ้นรับรู้ถึงความผิดปกตินี้ได้จึงเอ่ยขึ้นด้วยความเป็ห่วง"ไปพบเหลยเมี่ยวดีหรือไม่ขอรับ"
หลินหลานหรูหยุดเปิดตำราก่อนหัวเราะเบาๆ พลางเอ่ยคล้ายประชดว่า"เ้าจะให้ข้าไปขอร้องหมอหญิงสติฟั่นเฟือนนางนั้น? ข้ายังแปลกใจไม่หายว่าตาแก่เหลยเมี่ยวคิดอย่างไรถึงแต่งนางเป็ภรรยาเลอะเลือนกันทั้งคู่"
เฉิงอิ้นยังใช้สายตาจ้องมองหลินหลานหรูอย่างกดดันนางถึงเพิ่งเหลือบเห็นว่าเขาถอดผ้าปิดตาออกแล้ว "เอ๊ะเ้า!ก็แค่พิษเด็กน้อยอ่อนหัดกระมัง เหตุใดต้องกังวลยิ่งกว่าข้ารออีกไม่กี่วันข้าก็หาทางถอนพิษได้แล้ว ต้องให้ถึงมือหญิงผู้นั้นรึ"
จริงไหมนะ? กับความเชื่อมั่นนี้นางแอบย่นหว่างคิ้วอยู่บ้างนับวันดูแล้วนางมีเวลาอีกไม่ถึงเดือน กระชั้นชิดเกินไปจริงๆ ด้วย
ภายในใจหลินหลานหรูไม่อยากยอมรับว่าบนโลกนี้ยังมีพิษที่ตนไม่รู้จักลึกๆ จึงรู้สึกหงุดหงิดทว่าต่อให้นางนึกหงุดหงิดอย่างไรก็ยังมีความรู้สึกตื่นเต้นแฝงอยู่บ้าง เป็ความท้าทายให้นางได้ลองถอนพิษ
คนปรุงพิษนี้ขึ้นมาคงมั่นใจที่สุดกระมังหากรู้ว่านางทำลายผลงานที่น่าภาคภูมิใจนี้ของเขาลงได้ สีหน้าจะเป็อย่างไร
เฉิงอิ้นเห็นรอยยิ้มเช่นนั้นของหลินหลานหรูแล้วเขาอาจกำลังคิดว่า ก่อนอื่นต้องหาทางถอนพิษให้มีชีวิตรอดแล้วค่อยไปตามหาคนปรุงพิษเพื่อเล่นงานคืนดีหรือไม่ขอรับ
"คุณหนูขอรับ"สีหน้าเฉิงอิ้นเคร่งขรึมขึ้น ราวกับเพิ่งนึกเื่บางอย่างขึ้นมาได้จึงได้ยินเขาเอ่ยต่ออีกว่า "เป้าหมายครั้งนี้ นอกจากคุณหนูแล้วเกรงว่ายังมีอีกคนในจวนสกุลหลินที่กำลังถูกหมายหัว"
"หืม? หมายความว่าอย่างไร" หลินหลานหรูเอี้ยวตัวหันมองเฉิงอิ้นตรงๆในที่สุด ใบหน้าเล็กขาวซีดเซียวจากอาการป่วย แต่แฝงความจริงจังขึ้นมาหลายส่วน
_________________________________
[1] กระดาษเกาลี่เป็กระดาษสีขาวเนื้อเหนียวมีความทนทานสูง จึงนิยมนำมากรุหน้าต่างซึ่งผลิตขึ้นโดยชาวเกาหลีในสมัยโบราณ