Soul Beater Online
ตอนที่ 6 : ความตายครั้งแรก
คนอื่นๆต่างช่วยกันมองหาร่างของคิสที่อาจจะโดนกระแสน้ำพัดออกไปจากห้องนี้แต่หายังไงก็หาไม่เจอ ไวส์เดินไปเก็บไอเทมที่ดรอปจากมินิบอสเ้าพ่อคางคกซึ่งตกอยู่ 1 ชิ้น คือ
หมวกเ้าพ่อ ระดับ D
พลังป้องกัน : 20
พลังป้องกันเวท : 20
ฟื้นมานา +2/วินาที
ถือว่าเป็ไอเทมที่ดีเลยทีเดียวสำหรับเลเวลแรกๆที่มานายังน้อยและไม่ค่อยพอใช้ ซึ่งทุกคนก็เห็นว่าควรยกให้กับไวส์ไปเพราะเป็คนที่จัดการกับมินิบอสได้ หากไม่มีเค้ารับรองไม่มีทางชนะแน่นอน ทุกคนลงความเห็นว่าคิสคงตายแล้ว ระหว่างที่ยืนคุยกันก็มีเสียงระบบดังขึ้นว่า
ผู้เล่นผ่านภารกิจ “ขโมยของรักคางคก” ได้รับกล่องของรักคางคก คนละ 1 กล่องค่ะ
เมื่อดูในช่องเก็บของก็พบว่าแต่ละคนได้รับรางวัลกันแล้วจริงๆ น่าเสียดายที่คิสตายเสียก่อนคงอดได้รางวัล กันดั้มพยายามจะติดต่อไปหาคิสแต่เนื่องจากตายจึงไม่สามารถติดต่อได้ ดังนั้นทางด้านเอเดลจึงขอแยกตัวออกจากปาร์ตี้เนื่องจากเธอจะต้องล็อคเอาท์ออกจากเกมแล้ว แต่ก็ไม่ลืมที่จะเพิ่มชื่อเป็เพื่อนกับทุกคนเอาไว้ ส่วนคนที่เหลือตัดสินใจออกมาเก็บเลเวลต่อจนกว่าจะสามารถติดต่อคิสได้อีกที
ทางด้านคิสนั้นได้ตายไปก่อนที่ไวส์จะร่ายเวทเสร็จซะอีก ตอนนี้เค้าฟื้นขึ้นมาอยู่ในห้องขาวๆ ห้องนึงเป็ห้องรอเกิด ซึ่งเวลาที่เค้าต้องรอคือ 15 นาทีตามเวลาที่ขึ้นโชว์ที่กำแพงด้านนึง ภายในห้องก็มีชั้นหนังสือมากมายให้อ่าน แล้วก็มีโต๊ะ มีเก้าอี้ พร้อมบริการ คิสจึงเดินเลือกดูหนังสือเพื่อมาอ่านฆ่าเวลา จนไปสะดุดตากับหนังสือเล่มนึงเข้ามันมีชื่อว่า คู่มือเวทมนต์เบื้องต้น เค้าจึงหยิบออกมาแล้วเดินไปยังที่นั่งแล้วเปิดอ่าน
ภายในหนังสือได้อธิบายถึงเวทมนต์บทต่างๆที่ผู้เล่นแต่ละธาตุจะได้รับ จริงๆแล้วการที่ห้องรอเกิดมีหนังสือข้อมูลต่างๆให้อ่านก็เพื่อที่ผู้เล่นจะได้ข้อมูลใหม่ๆออกไปพัฒนาตัวเอง แต่จะจำกัดให้อ่านได้แค่ภายในระยะเวลาการรอเกิดเท่านั้น
คิสเปิดหน้าสารบัญเพื่อหาเวทมนต์ธาตุของตัวเอง เมื่อเจอแล้วก็รีบเปิดไปทันที สิ่งที่คิสอยากรู้คือ เวท โซลคอลเล็คติ้ง นั้นมีประโยชน์ยังไงบ้าง เพราะตอนนี้เค้าทำได้แค่เก็บดวงิญญาของมอนสเตอร์เท่านั้นเอง ในที่สุดเค้าก็เปิดมาเจอ คิสอ่านไปสักพักก็เริ่มตาโต เนื่องจากความสามารถของสกิลนี้มันค่อนข้างเกินความคาดหมายของเค้าไปมาก
“ นี่มัน...สุดยอดไปเลยแฮะ” คิสอุทานออกมาอย่างดีใจ
เวท โซลคอลเล็คติ้ง นั้นเป็เพียงเวทมนต์ที่เก็บดวงิญญาของมอนสเตอร์ โดยจะมีแบ่งระดับออก เป็ ต่ำ , กลาง และ สูง ด้วยเวทบทนี้บทเดียวอาจดูเหมือนไร้ค่า แต่ถ้าหากได้เวทมนต์บท โซลครีเอเตอร์ แล้วมันจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือเลยทีเดียว
เวท โซลครีเอเตอร์ สามารถสร้างมอนสเตอร์ขึ้นมาใหม่ได้จากดวงิญญาของมอนสเตอร์ โดยยังสามารถเพิ่มระดับของดวงิญญาได้ โดยใช้ิญญาระดับต่ำ 10 ดวง เปลี่ยนเป็ดวงิญญาระดับกลาง 1 ดวง และิญญาระดับกลาง 100 ดวง เปลี่ยนเป็ิญญาระดับสูงได้ 1 ดวง โดยระดับชั้นของดวงิญญามีผลต่อความสามารถของมอนสเตอร์ที่สร้างขึ้น
คิสเริ่มรู้สึกอยากได้เวทบทนี้มากแต่ติดตรงที่ว่า มันไม่มีบอกเอาไว้ในหนังสือว่าหาจากที่ไหน เค้าจึงคิดว่าเอาไว้ออกไปค่อยลองไปหาดูหรือไม่ก็ลองถามจากกระดานสนทนาของเกมเอาก็ได้ ดังนั้นเค้าจึงพลิกอ่านรายละเอียดเวทมนต์อีกหลายบท ก่อนที่จะถึงเวลาเกิดของเค้า และรอบๆตัวของคิสก็ดับมืดลงก่อนที่จะค่อยๆสว่างขึ้น
เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ที่กลางเมืองเริ่มต้น สิ่งแรกที่คิสทำคือติดต่อกลับไปหาเพื่อนๆของเค้าเองทันที แล้วก็ได้ทราบว่ากลุ่มเพื่อนของเค้ากำลังเดินทางกลับเมืองมาพอดี โดยเอเดลและไวส์ได้แยกตัวออกไปแล้ว เพราะต้องล็อคเอาท์ออกจากเกมไป คิสยืนรออยู่ไม่นานเพื่อนๆของเค้าก็มาถึง
“เป็ไงบ้างเพื่อน ตายแล้วไปไหนวะ” กันดั้มเอ่ยปากถามคนแรก
“ก็ไปห้องรอเกิดนะ แต่ก็ไม่เบื่อดี มีหนังสือให้อ่านด้วย ได้ความรู้ใหม่ๆในเกมมาเพียบเลย” คิสตอบ
“จริงเหรอ เล่าให้พวกฉันฟังบ้างสิ” กลมพูดบ้าง
“แกก็ลองตายดูบ้างสิไอ้กลม” หมึกพูดแซวเพื่อน
“ไอ้บ้า เลือกได้ใครจะอยากตายฟ่ะ เสีย Exp ตั้ง 10%” กลมตอบ
“พวกนายนี่บ้ากันจริงๆ ว่าแต่เก็บเลเวลเป็ไงบ้างละ” คิสเปลี่ยนเื่
“ก็เลเวลขึ้นมาคนละนิดหน่อย ตอนนี้พวกฉันเลเวล 14 แล้วล่ะ” กันดั้มตอบแทนคนอื่นๆ
“เลเวล 14 !! มากกว่าฉันตั้งเท่านึงเลย” คิสใที่เพื่อนๆของพวกเค้าเลเวลขึ้นกันเร็วมากทั้งๆที่เค้าก็ตายไปแค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง
“ก็ได้ Exp จากเควสฆ่ามินิบอสเ้าพ่อคางคกนั่นแหละ บวกกับที่ไวส์พาลงไปเก็บเลเวลที่ถ้ำครายอนชั้น 3 ที่มีแต่มอนสเตอร์ธาตุไฟ เลเวล 10 กว่า ก็เลยขึ้นไวแบบนี้แหละ ฉันพึ่งจะรู้ว่า ไวส์ มันเลเวล 13 ั้แ่เข้าปาร์ตี้กับเรา แถมหลังเสร็จเควสเลเวลก็ขึ้นเป็ 17 เลยด้วย” กันดั้มพูดแบบทึ่งในความเก่งของไวส์
“ใช่เลยหมอนั่นเก่งมากจริงๆ มีเวทมนต์ระดับ C อีกต่างหาก” กลมพูดเสริมความเก่งของไวส์เข้าไปอีก
คิสเริ่มเบื่อที่เพื่อนพูดถึงแต่ไวส์เลยเปลี่ยนเื่คุย
“ว่าแต่พวกนายจะไปไหนกันต่อล่ะ”
“ว่าจะล็อคเอาท์ออกไปข้างนอกกันสักพักนะ ฉันจะไปทำธุระให้แม่ ส่วนไอ้กลมจะไปงานเลี้ยงอะไรของมันไม่รู้ ไอ้หมึกก็ต้องออกไปกินข้าวกะแฟน” กันดั้มตอบ
ดังนั้นก็จบลงที่ทุกคนแยกย้ายกันไป โดยคิสมุ่งไปที่เป้าหมายแรกของเค้าหลังจากกลับมาจากความตายคือ ศูนย์รวมข้อมูลระบบของเมืองเริ่มต้น เป็สถานที่ที่ผู้เล่นสามารถไปสอบถามรายละเอียดในเกมได้ โดยจะมี NPC ผู้เชี่ยวชาญเป็ผู้ให้คำตอบ
เมื่อเค้าเดินเข้าไปก็เห็นว่าข้างในนี้จะมี NPC บริการโดยแยกเป็โต๊ะนั่งหลายๆจุด คิสมองหาโต๊ะที่ว่างแล้วก็เดินเข้าไปนั่งทันที
“สวัสดีครับ คุณผู้เล่นไม่ทราบวันนี้มีคำถามอะไรเหรอครับ” NPC ทักทาย
“พอดีผมอยากทราบเกี่ยวกับเวทมนต์เบื้องต้นของธาตุิญญาครับ ว่าหาได้จากที่ไหนบ้าง ถ้าบอกได้แบบเจาะจงเลยจะดีมากครับ”
“เวทมนต์เบื้องต้นของแต่ละสายสามารถหาได้จากมอนสเตอร์ที่มีธาตุนั้นๆครับ โดยจะมีโอกาสได้มากขึ้น หากมอนสเตอร์ตัวนั้นใช้เวทมนต์นั้นๆได้ด้วย หรือไม่ก็รับซื้อจากผู้เล่นคนอื่นที่เอามาขายครับ”
“เวทมนต์เบื้องต้นนี้มีแค่ระดับ E หรือเปล่าครับ”
“ไม่เสมอไปครับ มีเวทมนต์เบื้องต้นบางบทที่อยู่ระดับ D ด้วยครับ แต่ไม่มากนัก แต่เวทมนต์ในเกมนี้มีมากมายครับ ผู้เล่นบางคนจึงไม่สนใจเวทมนต์เบื้องต้นที่ไม่ค่อยดีนักเมื่อเทียบกับเวทมนต์ระดับสูง”
“โอเคครับ ขอบคุณมาก ผมพอจะเข้าใจแล้ว แค่นี้แหละครับ” พูดจบคิสก็ลุกจากโต๊ะเดินออกจากที่นั่นทันที
การที่ผู้เล่นเลือกที่จะเมินเวทมนต์เริ่มต้นที่ดูเหมือนไร้ค่านั้น ส่วนมากผู้เล่นเกมออนไลน์เป็แบบนั้นจริงๆ พวกเค้าจะรีบเก็บเลเวล รีบไปตีมอนสเตอร์เก่งๆ โดยการข้ามระดับไปมากๆ หวังที่จะเก่งไวๆ แต่คิสไม่ใช้คนประเภทนั้น เค้าคิดว่าเวทมนต์ทุกๆบทมีความหมายในตัวของมัน เช่นเดียวกับไอเทมทุกๆชิ้น ล้วนแต่มีประโยชน์อย่างแน่นอนหากใช้ได้ถูกที่ถูกเวลา ยิ่งเกมนี้เพิ่มระดับความสามารถของเวทมนต์แต่ละบทด้วยจำนวนครั้งและความเชี่ยวชาญในการใช้ ยิ่งทำให้เค้ามั่นใจว่าการเก็บเวทมนต์ให้ได้เยอะที่สุดหรือครบเลยยิ่งดี
แต่ในตอนนี้สิ่งแรกที่เค้าคิดออกคือ การไปเดินตลาดขายของที่อยู่ในเมือง ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์มากนัก เพื่อลองหาดูว่ามีของที่น่าสนใจหรือเวทมนต์อะไรมาขายบ้าง
ตลาดขายของเป็ลานกว้างๆทรงกลม มีผู้เล่นตั้งขายของกันมากมาย โดยแบ่งเป็สัดส่วนอย่างมีระเบียบ เนื่องจากระบบตั้งขายของในเมืองค่อนข้างเข้มงวด ผู้เล่นต้องลงทะเบียนและเลือกช่องขายของเอง โดยแต่ละช่องก็มีค่าเช่าต่างกันไปตามทำเล ยิ่งดียิ่งแพง คิสค่อยๆเดินเข้าไปและมองดูของในแต่ละร้านอย่างสนใจ
“น้องชายคนนั้นสนใจ ไม้เท้าเจ็ดสายน้ำ หรือเปล่า เป็ของระดับ C เชียวนะ ได้จากมินิบอสในตอนนี้มีอยู่แค่ 3 อันในโลกนี้เลยนะ” พ่อค้าคนนึงพยายามโน้มน้าวขายของให้กับคิสอย่างเต็มที่ คิสมองแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ถ้าเป็เ้าไวส์อาจจะสนใจก็ได้เพราะเ้านั่นเล่นธาตุน้ำ
เมื่อพูดถึงไวส์ คิสก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้เก็บของสำหรับจอมเวทธาตุน้ำไว้ 2 ชิ้น ตอนแรกตั้งใจว่าจะให้ไวส์หลังจากจบเควส แต่ตัวเค้าก็ดันมาตายซะก่อน เลยไม่ได้ให้ เจอกันครั้งหน้าค่อยให้ละกัน คิสคิดในใจ แล้วก็เดินดูของต่อไปโดยมีเป้าหมายที่เวทมนต์ต่างๆที่ผู้เล่นวางขาย
“นี่นายคนนั้น สนใจเวทมนต์บ้างมั้ย ชั้นมีหลายธาตุเลยนะ เข้ามาดูก่อนได้” เสียงผู้หญิงคนนึงที่ฟังดูเรียบๆนิ่งๆ พูดกับคิส พอเค้าหันไปก็พบกับ ผู้หญิงคนนึง นั่งอยู่หลังแผงขายของที่กองไปด้วยม้วนคัมภีร์เวทมนต์มากมาย เธอมีผมสีเทาอ่อน ดวงตาสีแดง หางตาเหยียดตรง ใส่แว่นทรงกลมสีทอง หน้าตาดูยุ่งเหยิง
“เธอเรียกฉันเหรอ ?” คิสหันไปถามพลางชี้นิ้วใส่ตัวเอง
“ใช่แล้ว นายนั่นแหละ ดูท่าทางจะเป็ผู้เล่นใหม่ที่เลเวลไม่สูงมากสินะ ้าเวทมนต์บทใหม่ๆไปใช้ใช่หรือเปล่าละ” แม่นเหมือนกับหมอดูเลยทีเดียว คิสยืนอึ้งๆ เพราะเกมนี้ผู้เล่นจะไม่สามารถรู้รายละเอียดของผู้เล่นคนอื่นได้เลยหากอีกฝ่ายไม่บอก
“คงสงสัยละสิ ว่าฉันรู้ได้ยังไง ง่ายมาก ไม้เท้าและชุดของนายไงละ ที่บ่งบอกว่านายเลเวลยังไม่เกิน 10 แน่นอน ให้เดาน่าจะประมาณเลเวล 7”
คิสสะดุ้ง ‘ทำไมเดาแม่นจังฟ่ะ’ เค้าคิดในใจ
“ชั้นเล่นเกมนี้มาั้แ่เปิดเกมแล้ว แค่ไอเทมทั่วไปที่หาได้จากแถวนี้ชั้นจำได้หมดแหละ และรู้ด้วยว่าหาได้จากที่ไหน” สิ้นคำพูดประโยคนี้ เหมือนมีนางฟ้ามาโปรดนายคิสของเรา ดวงตาเป็ประกายด้วยความหวัง รีบปรี่ไปนั่งหน้าร้านของหญิงคนนี้ทันที
“จริงเหรอ เธอชื่ออะไร เลเวลเท่าไหร่ เล่นเวทธาตุอะไร ส่วนฉันชื่อ คิส เลเวล 7 เล่นเวทธาตุิญญานะ ยินดีที่ได้รู้จัก” คิสรีบแนะนำตัวและถามข้อมูลของหญิงสาวทันที เพราะเค้าเจอคนที่มีประโยชน์เข้าแล้ว ต้องรีบทำความรู้จักเอาไว้ ไม่งั้นเสียดายแย่
การเล่นเกมออนไลน์นอกจากความเก่งและไอเทมดีๆแล้ว สิ่งที่จะขาดไม่ได้คือ คนที่รอบรู้เื่เกมนั้นๆ และเชี่ยวชาญในด้านขายของ รู้เื่ไอเทมต่างๆได้เป็อย่างดี คนแบบนี้ควรจะมีไว้ข้างตัวอย่างที่สุด
ผู้หญิงคนนั้นทำหน้ายุ่งเข้าไปอีก พร้อมถามว่า
“ตกลงนายจะซื้อของฉันหรือเปล่า”
“เื่ซื้อของค่อยว่ากัน แต่ฉันอยากรู้จักเธอมากกว่า” คิสพูดพลางฉีกยิ้มหวานหวังเอาใจหญิงสาวคนนี้ ซึ่งก็ได้ผล รอยยิ้มหวานๆ ดูสดใส บวกกับหน้าตาขาวตี๋ดูดีของคิส ทำให้หญิงสาวตรงหน้าหน้าแดงเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มหน้าแล้วตอบเบาๆว่า
“ชั้นชื่อ จูล เลเวล 24 เล่นธาตุดินน่ะ ที่เลเวลไม่เยอะเพราะฉันชอบเก็บของหาของแล้วก็สำรวจไปเรื่อยๆเลยไม่ค่อยได้เก็บเลเวลจริงจังมากนัก”
“ฉันกำลังอยากได้เวทมนต์บทนึงของธาตุิญญาน่ะ เธอพอจะช่วยฉันหาได้มั้ย”
“นายอยากได้บทไหนล่ะ ลองบอกมาเผื่อฉันจะมี”
“เวทมนต์โซลครีเอเตอร์น่ะ พอจะมีมั้ย”
จูล ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า
“นายสนใจจะเล่นสายซัมม่อนหรือยังไงกัน เวทบทนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมนักหรอกนะ เพราะค่อนข้างยุ่งยากในการใช้งานแถมหายาก แล้วฉันก็ไม่มีด้วย”
“เอาเป็ว่าฉันสนใจเวทมนต์ทุกบทของธาตุิญญาละกัน แต่ตอนนี้ฉัน้าเวทบทนี้เพื่อที่จะได้ใช้งานเวททั้งหมดที่มีของฉันตอนนี้ได้อย่างเต็มที่ จูลมองเข้าไปในตาของคิส ก็เห็นว่าหมอนี่มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ก็ถอนหายใจเบา ก่อนจะพูดว่า
“ถ้านายอยากจะได้จริงๆฉันก็พานายไปได้ แต่ฉันไม่ทำงานนี้ฟรีๆนะ”
“แน่นอนฉันก็ไม่คิดจะให้เธอช่วยฟรีๆอยู่แล้ว เอาเป็ว่าฉันพอจะมีทีมของฉันอยู่ เราไปล่าเวทบทนี้กัน ของอย่างอื่นนอกจาก เวทโซลครีเอเตอร์ ฉันยกให้เธอทั้งหมดเลย”
จูลตาเป็ประกาย
“ตกลง!! ฉันถือว่านายพูดแล้วนะ ห้ามกลับคำละ”
“แน่นอน ฉันพูดแล้วไม่คืนคำ ว่าแต่เราต้องไปล่าตัวอะไรที่ไหนกัน”
จูลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“มินิบอสแห่ง ที่ราบลูก้า บลายด์อายชาแมน น่ะสิ”