นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 36 พรสวรรค์

    ตอนที่ 36  พรสวรรค์

     

            แม้ว่าลำธารบนภูเขาจะมีพลังวิญญาณอยู่ด้วยแต่มันก็ไม่ได้รับประโยชน์เท่ากับการช่วยเหลือเจ้านาย พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการดูดซับพลังจากลำธาร 10 วันก็ไม่ทำให้มันได้ประโยชน์มากเท่ากับการสร้างน้ำแช่หินศักดิ์สิทธิ์ให้เจ้านาย1 เหยือกด้วยซ้ำ

             

            เจ้ามนุษย์ตัวเล็กๆ ที่แสนอ่อนแอกลับกุมชะตาชีวิตของมันเอาไว้ ! ‘รอก่อนเถอะ วันใดที่ข้าทลายโซ่พันธนาการได้แล้วล่ะก็อย่าคิดว่าจะขู่ข้าได้อีก ! เจ้านั่นแหละที่จะต้องเป็นฝ่ายอ้อนวอนขอให้ข้าช่วย! ’ร่างวิญญาณของหินศักดิ์สิทธิ์ตีแข้งตีขาในน้ำแรงขึ้นกว่าเดิมด้วยความโกรธ

             

            หยูเสี่ยวเฉาไม่สนใจอาการต่อต้านของมันนอกจากนางแล้วก็ไม่มีใครมองเห็นร่างวิญญาณของหินศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นมันจะออกอาการเยี่ยงไรนางก็มิได้สนใจมันอีกนางกับพี่น้องของนางป้อนอาหารเจ้ากวางโรตัวน้อยจนมันอิ่ม

             

            “พี่สามตอนกลางคืนอากาศหนาวเย็นนัก เจ้ากวางโรมันยังตัวเล็กเกินไปถ้ามันเกิดแข็งตายขึ้นมาเล่า จะทำเยี่ยงไร ? ” ฉีโตวนั่งลงกับพื้นกอดเจ้ากวางน้อยเอาไว้เห็นได้ชัดเลยว่าฉีโตวน้อยไม่เต็มใจจะปล่อยมันออกไป ทั้งคนน้องทั้งสัตว์ต่างก็มองหยูเสี่ยวเฉาด้วยสายตาอ้อนวอน

             

            หยูไห่หยิกแก้มกลมๆ ของลูกชายแล้วยิ้มกว้าง “ถ้ามิให้มันนอนข้างนอก แล้วลูกจะเอาผ้าห่มของลูกให้มันเยี่ยงนั้นรึ? ”

             

            “ข้ากอดเจ้ากวางโรตัวเล็กนี้ก็ได้มันก็มิได้กินที่เยอะแยะมิใช่รึ ? ” ฉีโตวทำปากยื่น เขาพยายามคิดหาวิธีโน้มน้าวใจทุกคน

             

            ถึงแม้เสี่ยวเหลียนจะชอบเจ้ากวางน้อยน่ารักแสนรู้ตัวนี้มากเช่นกันแต่นางก็ไม่คิดว่าการให้สัตว์เข้ามาอยู่ในห้องด้วยจะเป็นความคิดที่ดี “ข้าไม่อยากให้มันนอนบนเตียงของเราเกิดมันอึตอนกลางคืนจะทำเยี่ยงไร ? ท่านแม่ก็ต้องมาซักผ้าปูที่นอนให้เจ้าอีก”

             

            หยูเสี่ยวเฉาก็ไม่อยากเลี้ยงกวางโรในห้องเช่นกันถ้าให้มันอยู่ในห้องนาน ๆ มันจะเริ่มทิ้งกลิ่นเอาไว้แต่ถ้าทิ้งมันไว้ที่ลานบ้านทั้งคืน นางก็เป็นห่วงมันอีกอาจจะมีคนอื่นในบ้านที่คิดจะฆ่ามันเอามาทำเนื้อตุ๋น ถึงมันจะไม่มีเนื้อมากนักแต่เยี่ยงไรเสียน้ำซุปก็ยังรสชาติอร่อยมากอยู่ดี

             

            เสี่ยวเฉาออกไปข้างนอกแล้วรวบรวมฟางนุ่มๆ มาทำที่นอนเล็ก ๆ ตรงมุมห้องใกล้กับประตูเด็กหญิงแตะจมูกของเจ้ากวางน้อยแล้วพูดเสียงเคร่ง “เจ้ากวางน้อย ถ้าอยากอึ เจ้าต้องออกไปอึด้านนอกถ้าหากเจ้าก่อความวุ่นวายในห้อง เจ้าจะโดนจับย่างกินเป็นแน่ ! ”

             

            เจ้ากวางไรมองเสี่ยวเฉาอย่างไว้ใจและเลียนิ้วที่นางใช้ชี้หน้ามันมันทำท่าเหมือนเข้าใจสิ่งที่นางพูด

             

            ฉีโตวพูดอะไรไม่ออกและถอนใจออกมาเหมือนผู้ใหญ่“เจ้ากวางน้อยถูกพี่สามจับมา มันก็เลยสนิทกับพี่สามมากที่สุด”

             

            หยูเสี่ยวเฉาบีบจมูกของน้องชายแล้วยิ้ม“คราหน้าถ้ามีอะไรดี ๆ อีก ข้าจะให้เจ้าก่อนคนแรกเลยเป็นเยี่ยงไร”

             

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉีโตวก็เริ่มมีความสุขและกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ“ได้ ๆ ! ข้าจะจับกวางโรอีกตัวมาให้ได้ เอามาเป็นเพื่อนเจ้ากวางน้อยตัวนี้ ! ”

             

            ไม่รู้ว่าเจ้ากวางน้อยเข้าใจคำขู่ของหยูเสี่ยวเฉาหรือเป็นเพราะมันได้สติปัญญาจากน้ำแช่หินศักดิ์สิทธิ์แต่เจ้ากวางน้อยที่อายุยังไม่ถึง 1 เดือนก็ไม่เคยปล่อยของเสียเรี่ยราดในห้องตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่นั่นหรือต่อให้มีคนเผลอปิดประตู มันก็จะอั้นไว้จนกว่าจะมีคนมาปล่อยมันออกไป แล้วมันถึงจะรีบวิ่งไปทำธุระส่วนตัวของมัน

             

            อีกอย่างเจ้ากวางน้อยไม่มีกลิ่นฉุน ๆ แบบกวางโรป่าอีกด้วย แม้แต่ตอนฤดูร้อนที่ร้อนเอาเสียมากๆ มันก็ยังมีกลิ่นที่สดชื่นเช่นเคย หยูเสี่ยวเฉากับพี่น้องของนางรักและทะนุถนอมเจ้ากวางน้อยตัวนี้เป็นอย่างมากแม้แต่นางหลิวเองก็ยังพูดว่านี่เป็นกวางโรที่สามารถเข้าใจคำพูดของมนุษย์ได้

             

            ตั้งแต่หยูเสี่ยวเฉาเริ่มสนใจที่จะเรียนหมอจากหมอโหยวนางก็ได้ไล่ตามเป้าหมายนั้นอย่างเต็มที่ วันต่อ ๆ มานางจึงยุ่งเป็นอย่างมาก

             

            ทุกเช้านางจะตื่นแต่ยามเหม่าและเดินทางไปหาจ้าวฮันทั้งสองคนจะแบ่งพื้นที่และแยกกันไปวางกับดักตามพื้นที่ของใครของมันเมื่อมีน้ำหินศักดิ์สิทธิ์เป็นเหยื่อล่อ เสี่ยวเฉาก็ไม่เคยกลับจากป่ามือเปล่าเลยสักครั้งเดียว

             

            อีกทั้งนางมักจะล่าสัตว์ได้เป็นสองเท่าจากคนทั่วไปที่วางกับดักเสียด้วยซ้ำบางครานางก็จะใช้เวลาเดิน 1 ชั่วยามเข้าเมืองไปกับจ้าวฮันเพื่อขายสัตว์ที่จับมาได้บางครานางก็จะขอให้ลุงจ้าวช่วยนางขายตอนที่เขาเข้าไปในเมือง

             

            โชคดีที่ร้านเจินซิวเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกวันพวกเขาจ้างพ่อครัวคนใหม่เพื่อรับผิดชอบหน้าที่เตรียมสัตว์ป่าและหน้าที่พิเศษของเขาก็คือการย่างและทำอาหารประเภทเนื้อ ความต้องการสัตว์ที่ป่าสดๆ ใหม่ ๆ จึงเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากดังนั้นหยูเสี่ยวเฉากับจ้าวฮันจึงไม่ต้องกังวลเลยว่าพวกเขาจะไปขายสัตว์ที่จับมาได้ที่ใด

             

            บางคราพวกเขาก็จับมามากจนเกินไปโดยมิได้ตั้งใจแต่ถึงแม้หยูเสี่ยวเฉาจะมิได้ไปที่นั่นด้วยตนเองร้านเจินซิวก็ยังยินดีรับสัตว์ที่พรานคนอื่นจับมาได้เช่นกัน ถึงเยี่ยงไรแล้วเนื้อที่ล่ามาสดๆ ก็รสชาติดีกว่าเมื่อเทียบกับเนื้อที่ไม่สดเป็นไหน ๆ

             

            ตอนบ่ายหยูเสี่ยวเฉามักจะไปที่บ้านของหมอโหยวเพื่อเรียนวิธีการแยกแยะสมุนไพรนางไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะนางมีน้ำหินศักดิ์สิทธิ์ช่วยหรือเพราะนางความจำดีกันแน่ แต่สำหรับนางแล้วการเรียนแยกสมุนไพรพวกนี้ง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก เสี่ยวเฉาจำทุกอย่างที่เรียนมาทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

             

            เดิมทีหมอโหยวไม่ได้คาดหวังสิ่งใดกับนางเลยแม้แต่น้อยแต่หลังจากที่เห็นพรสวรรค์ของเสี่ยวเฉาในด้านนี้แล้วเขาก็เริ่มชื่นชมความสามารถของนางอย่างแท้จริง อีกทั้งนอกจากชื่อของนางแล้วก็ถือได้ว่านางคือศิษย์ของเขาและเขาก็ลงมือสอนนางด้วยตนเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาต้องขึ้นเขาเพื่อไปเก็บสมุนไพรเขาก็ไม่เคยลืมที่จะพานางไปด้วย บางคราเขาก็จะทดสอบนางในขณะที่อยู่ในป่าเพื่อดูความสามารถในการแยกแยะสมุนไพรของนาง

             

            หมอโหยวค่อย ๆ ตระหนักว่าสมุนไพรทุกอย่างที่เขาจำได้หยูเสี่ยวเฉาเองก็จำได้ทั้งหมดแล้ว เขาจึงเริ่มสอนวิธีใช้สมุนไพรพวกนี้ให้กลายเป็นยา

             

            หยูเสี่ยวเฉาเริ่มรู้สึกว่านางมีเวลาไม่พออีกต่อไปแล้วบ่อยครั้งที่นางขึ้นเขาไปกับหมอโหยวตั้งแต่ฟ้าเริ่มสางเพื่อรวบรวมสมุนไพร นางจึงไม่มีเวลาไปวางกับดักจับกระต่ายป่า

             

            ตอนนี้เสี่ยวเฉาคิดว่าเงินนั้นจะหาเมื่อใดก็ได้ แต่ยิ่งนางมีความรู้เรื่องยาสมุนไพรและการรักษาอาการเจ็บป่วยได้มากเร็วเท่าใดมันก็จะยิ่งดีกับนางมากขึ้นเท่านั้น นางคิดว่านางมีพรสวรรค์ทางด้านนี้เป็นอย่างมากบางทีนางอาจจะได้เป็นหมอหญิงในอนาคตก็ได้ ผู้ใดจะรับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ !

             

            ดังนั้นหยูเสี่ยวเฉาจึงเริ่มใช้เวลากับท่านปู่โหยวมากกว่าอยู่กับครอบครัวของตนเองหมอโหยวอยู่ผู้เดียวเพียงลำพังมา 30 ปีตั้งแต่มาลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านตงชาน  เขาก็หมกมุ่นอยู่กับการเรียนและฝึกฝนฝีมือด้านการแพทย์จนมิได้แต่งงานและกลายเป็นชายโสดมาตลอดทั้งชีวิต

             

            แม้ว่าหยูเสี่ยวเฉาจะยังเป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อยแต่จิตใจของนางนั้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว พอมีคนเยี่ยงนางอยู่ข้าง ๆโหยวหย่งก็รู้สึกว่าแต่ละวันของเขานั้นน่าสนใจขึ้นมากนัก แต่ก่อนตอนที่เขาเริ่มค้นคว้ายาตัวใหม่เขาก็มักจะหมกมุ่นจนลืมเวลาอยู่บ่อยครั้ง การไม่ได้กินข้าวกลายเป็นเรื่องปกติของเขาไปแล้วในเวลานั้น

             

            ตอนนี้เขามีผู้ช่วยอยู่ข้างๆ แล้ว ต่อให้เขาลืมกินข้าว นางก็จะคอยเตือนสติเขาอยู่ตลอด ! เวลาที่เขามัวแต่หมกมุ่นทำอะไรบางอย่าง นางก็จะเริ่มลงมือทำอาหารและวางเอาไว้ตรงหน้าเขากลิ่นหอมน่าอร่อยของอาหารของนางจะทำให้เขาได้สติกลับมาในทุกครั้ง

             

            เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความเป็นนักกินหลบซ่อนอยู่ข้างในแต่ฝีมือการทำอาหารของเสี่ยวเฉาดีมากจนน่าประหลาดใจ แม้แต่วัตถุดิบง่าย ๆ อย่างผักใบเขียวและหัวไชเท้านางก็ยังสามารถทำให้มันเป็นอาหารอร่อย ๆ ได้หลากหลายประเภท

             

            เด็กหญิงคนนี้ฉลาดเกินไปแล้วนางไม่เพียงเรียนความรู้เรื่องยาที่เขาสอนได้อย่างสบาย ๆ เท่านั้นแต่ยังสามารถเชื่อมโยงและชี้สิ่งที่จะนำพาเขาให้ค้นพบกับสิ่งใหม่ ๆ ได้อีกด้วยหลังจากเรียนไปได้เพียงแค่ 1 เดือน เด็กหญิงก็สามารถสั่งจ่ายยาง่าย ๆ เองได้โดยไม่มีปัญหาแล้ว

             

            ตอนนี้หมอโหยวถือว่าเสี่ยวเฉาเป็นศิษย์ของเขาอย่างเป็นทางการและได้สอนนางในฐานะศิษย์เวลาที่เขาออกไปตรวจ เขาก็จะพาลูกศิษย์ตัวน้อยของเขาไปด้วยเสมอ  เมื่อเวลาผ่านไปหมู่บ้านใกล้เคียงส่วนใหญ่ก็ได้รู้กันหมดแล้วว่าหมอโหยวยอมรับเด็กหญิงเป็นลูกศิษย์ของเขานางคือสมบัติล้ำค่าที่อยู่เหนือการคาดหมาย

             

            ในตอนที่หยูเสี่ยวเฉารู้สึกว่าตนเองสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องและรักษาอาการป่วยทั่วไปได้ด้วยตนเองแล้วหมอโหยว อาจารย์ของนางก็ได้ทิ้งจดหมายเอาไว้ให้นางและรีบร้อนออกจากหมู่บ้านตงชานไปอย่างฉุกละหุก

             

            ในจดหมายได้กล่าวไว้ว่าเขาได้ยินว่ามีข่าวเกี่ยวกับญาติที่หายสาบสูญไปนานตั้งแต่ช่วงสงครามเขาจึงต้องเดินทางไกล แต่เขาได้ย้ำกับหยูเสี่ยวเฉาว่านางไม่ควรปล่อยให้พรสวรรค์ทางการแพทย์ของนางสูญเปล่านางต้องทบทวนวิชาทุกวันอย่างต่อเนื่อง ถ้ามีคนใกล้ตัวนางเจ็บป่วย นางจะได้ช่วยเหลือพวกเขาได้แต่ถ้าพวกเขาปฏิเสธความช่วยเหลือของนางก็มิจำเป็นต้องฝืนใจพวกเขา

             

            ในที่สุดหยูเสี่ยวเฉาก็ถูกปลดปล่อยจากหน้าที่ประจำวันอันแสนยุ่งเหยิงเสียทีแต่นางก็ยังคงไปที่บ้านของหมอโหยวทุก ๆ 2วันเพื่อทำความสะอาดห้องและดูแลสมุนไพรให้เขา อีกทั้งเสี่ยวเฉายังพยายามผสมยาเพื่อใช้รักษาบาดแผลภายนอกอย่างเช่น ยาที่สามารถใช้ห้ามเลือด อีกด้วยยาที่ถูกพรมด้วยน้ำหินศักดิ์สิทธิ์นั้นมีประสิทธิภาพมากกว่ายาที่หมอโหยวทำเสียอีก ! แต่ทว่ากลับมีผู้คนไม่มากนักที่กล้าใช้ยาที่นางจ่ายให้

             

            จริง ๆ ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าใดนักเพราะภายนอกนั้นเสี่ยวเฉาก็ยังคงเป็นเพียงแค่เด็กตัวเล็ก ๆ ที่อายุยังไม่ถึง 9ขวบด้วยซ้ำ ถ้าการที่ชาวบ้านเชื่อว่านางรักษาโรคได้นี่สิถึงจะแปลก ดังนั้นนางจึงได้แต่สลับยาทาแผลที่พ่อของนางเอาติดตัวไปตอนออกล่าสัตว์ให้เป็นยาที่นางทำขึ้นมาเองแทนนางไม่ได้รู้เลยว่าการเปลี่ยนยาของนางนั้นจะกลายเป็นการช่วยชีวิตพ่อของนางเอาไว้...

             

            หยูเสี่ยวเฉาที่ยุ่งอยู่ตลอดตอนนี้นางพอจะมีเวลาว่างบ้างแล้วนางหันไปพูดกับฉีโตวที่กำลังป้อนอาหารเจ้ากวางโรในลานบ้านว่า “นี่ยังมิถึงเวลาที่ท่านพ่อจะกลับมาจากการหาปลาวันนี้อีกรึ? ”

             

            ฉีโตวตอบทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นว่า“นี่ยังเร็วเกินไป ! ช่วงนี้พี่สามมัวแต่วุ่นอยู่นอกบ้านเสียจนลืมเวลากลับบ้านของท่านพ่อแล้วล่ะสิพอจับปลาเสร็จท่านพ่อต้องไปที่ท่าเรือก่อน เพื่อนำปลาไปส่งให้กับพ่อค้าคนกลางบางคราถ้าปลาเหลือเยอะมาก ๆ ก็ต้องเอาไปขายที่ตลาดปลา”

             

            ท่าเรืองั้นรึ ?ดวงตาของหยูเสี่ยวเฉาเป็นประกายทันทีพร้อมกับยิ้มยิงฟันราวกับหมาป่าที่พยายามล่อกระต่ายน้อยให้มาติดกับดัก“ฉีโตว เจ้าอยากไปดูท่าเรือหรือไม่ ? ข้าได้ยินมาว่าที่นั่นมีร้านค้าเรียงรายอยู่เต็มไปหมดมีของขายเกือบทุกอย่างด้วย ! มีอาหารอร่อย ๆของสนุก ๆ... ”

             

            “พี่สามอยากไปรึ? ถ้าท่านพี่ไปข้าก็จะไปด้วย แต่เราควรเอาเจ้ากวางโรไปกับเราด้วยดีหรือไม่ ? ”ฉีโตวรักเจ้ากวางโรตัวนี้เป็นอย่างมาก มันมักจะตามฉีโตวไปทุกที่ที่เขาไป

             

            แต่ฉีโตวก็มีเหตุผลที่ต้องหวาดระแวงเช่นนั้นเจ้ากวางโรตัวน้อยผู้น่าสงสารเกือบจะถูกนางหลี่กับหยูไห่สือฆ่าตายเสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่มันก็มิได้มีเนื้อให้กินมากมายนักพวกเขาทั้งสองคนจับเจ้ากวางน้อยตรึงไว้กับพื้นโดยมีมีดปังตออยู่ในมือถ้าฉีโตวกับเสี่ยวเหลียนมาเห็นเขามิทัน เจ้ากวางโรตัวนี้ก็คงจะกลายเป็นอาหารจานหลักบนโต๊ะของพวกเขาไปเสียแล้ว

             

            หลังจากนั้นจ้าวฮันก็ได้เอาตัวหยูไห่สือไปสั่งสอนบทเรียนเล็กน้อยว่า‘เจ้ากวางโร’ ตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงที่เขาให้ฉีโตวยืมมาเล่นด้วยเพียงเท่านั้นถ้าหากเขารู้ว่าหยูไห่สือยังอยากจะกินเจ้ากวางน้อยตัวนี้อยู่ล่ะก็ เขาจะเลาะฟันหยูไห่สือออกให้หมดทั้งปาก!

             

            ครอบครัวของพรานจ้าวเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่บ้านตงชานกล่าวกันว่าเมื่อหลายปีก่อนในช่วงฤดูหนาว มีฝูงหมาป่าหิวโหยเข้ามาในหมู่บ้านพวกหมาป่าไม่เพียงแต่ขโมยไก่ไปหลายตัวเท่านั้น มันยังทำร้ายผู้คนอีกด้วยในขณะที่วิกฤตดูจะร้ายแรงมากขึ้นนั้น ครอบครัวจ้าวทั้งครอบครัวก็ได้เข้าต่อสู้กับหมาป่าฝูงนั้นแม้แต่ท่านป้าจ้าวที่ภายนอกดูอ่อนโยนสง่างามก็ยังจับธนูขึ้นมายิงหมาป่าสิบกว่าตัวไม่ใช่คู่มือของพวกเขา

             

            แม้ว่าคนของตระกูลจ้าวทั้งสี่จะกลายเป็นวีรบุรุษของพวกชาวบ้านส่วนใหญ่แต่ก็ยังมีคนที่รู้สึกไม่ชอบการกระทำของพวกเขา ถึงเยี่ยงไรก็ไม่มีใครชอบที่ข้อบกพร่องของตัวเองถูกชี้ให้เห็นด้วยการกระทำของคนอื่น

             

            หลังจากได้รับบทเรียนเล็กๆ แล้ว หยูไห่สือก็กลับบ้านพร้อมเลือดที่ออกจากจมูกและตาที่เขียวช้ำแม้แต่นางหลี่ที่ชอบทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ก็ทำได้เพียงแค่ตีโพยตีพายอยู่ในบ้านเท่านั้นนางกลัวว่าตระกูลจ้าวจะมาเอาเรื่องนางอีก และเมื่อมีหยูไห่สือเป็นตัวอย่างแล้วคนอื่น ๆ ในตระกูลหยูที่ไม่ใช่คนของบ้านสองก็ไม่มีใครกล้าขโมยเจ้ากวางโรตัวนี้อีกเลย

             

            ถึงจะเป็นเยี่ยงนั้นฉีโตวก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะทิ้งเจ้ากวางน้อยเอาไว้เพียงลำพังภาพของหยูไห่สือที่ถือมีดปังตออยู่เหนือลำตัวของเจ้ากวางน้อยได้ฝังอยู่ในใจของเขาไม่ว่าฉีโตวจะไปที่ไหนก็ตาม เขาก็มักจะพาเจ้ากวางน้อยไปกับเขาด้วยเสมอ

             

            ตอนนี้หมู่บ้านตงชานจึงมีของแปลกให้เห็นเด็กชายตัวน้อยเดินนำหน้าโดยมีกวางโรตัวเล็กจ้อยเดินตามอยู่ข้างหลัง ผู้ใดก็ตามที่เห็นเข้าก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้...

             

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258