ลี่เฟยตั้งใจจะเดินผ่านเข้าครัวไปหาอะไรกินสักหน่อย แต่ดันถูกหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยคำพูดส่อเสียดใส่ขึ้นมาก่อน เธอคนนั้นใช้น้ำเสียงยียวนไหนยังจีบปากจีบคอพูดจนชวนให้คนฟังต้องนึกหมั่นไส้แล้วยังใช้หางตาชำเลืองมองมาที่ลี่เฟยอีกต่างหาก
“ฉันหวังดีกับเธอหรอกนะเห็นว่าเป็คนในครอบครัวเดียวกัน ถึงได้อยากแนะนำอะไรดี ๆ ให้แต่ถ้าหากไม่ชอบงานที่โรงงานอย่างน้อยเธอก็ขวนขวายหางานอื่นที่มันเหมาะกับตัวเองก็ได้นี่จะได้มีเงินใช้เป็ของตัวเอง ไม่ต้องมาคอยเกาะพ่อกินเหมือนที่เป็อยู่ทุกวันนี้”
คำที่ลู่หงเถาพูดมันเกือบจะดีอยู่แล้วเชียวแต่ดันมาตกม้าตายตรงประโยคสุดท้ายซะได้
'ให้ตายสิ!คนดี ๆ ที่ไหนเขาใช้คำพูดแบบนี้กับคนในครอบครัวใครจะไปอยากเป็ครอบครัวเดียวกันกับคนอย่างหล่อนมิทราบ'
ลี่เฟยคนใหม่เม้มริมฝีปากแน่นอย่างข่มอารมณ์แล้วพูดตอบในใจอย่างไร้เสียง ลี่เฟยคนเก่าและลี่เฟยคนใหม่ พวกหล่อนต่างไม่ใช่คนโง่ทำไมจะตีความไม่ออก ว่าแท้จริงแล้วยัยนกแก้วนั่น้าจะสื่อถึงอะไร
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่โต้ตอบอะไรกลับมาก็ยิ่งทำให้ลู่หงเถาได้ใจ หล่อนจึงพูดเสียดสีขึ้นมาอีกแต่คราวนี้เป็ประโยคที่ทำเอาคนฟัง จะมัวแต่นิ่งเงียบไม่ได้อีกแล้ว
“เท่าที่ฉันเห็น...เอ่อ...งานที่เหมาะกับเธอก็น่าจะเป็พวกเที่ยวเล่นเที่ยวร่อนอะไรทำนองนั้น งานง่าย ๆ สบาย ๆแล้วยังเป็งานที่เธอถนัดอีกด้วย แบบนี้น่าจะทำเงินได้เป็กอบเป็กำเธอว่าจริงไหมล่ะลูกสาวคนสวย...”
ลู่หงเถากรีดพัดแล้วยกขึ้นมาบังริมฝีปากจากนั้นก็แอบหัวเราะเบา ๆ อย่างมีจริตจะก้าน
“อ๋อ... งั้นเหรอ...แต่ถ้าแบบนั้นมันดีจริง ๆ ทำไมเธอไม่ไปทำกับฉันด้วยเลยล่ะไม่รู้ว่าจะพูดสอนฉันไปทำไม เธอเองก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนักหรอกเป็แค่ผู้หญิงใจแตกที่หวังเกาะเงินพ่อของฉัน แล้วนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่กินมาเป็แรมปีก็ไม่เห็นว่าจะกระดิกตัวไปทำอะไรสักอย่าง คิดว่าสูงส่งมาจากไหนกันล่ะถึงได้มานั่งพูดปาว ๆ สั่งสอนคนอื่นอยู่ได้ อ้อ! แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าลูกสาวสักทีฟังแล้วมันน่าขนลุก เพราะฉันไม่เคยมีแม่เป็ปลิงน่ะสิ”
คราวนี้เป็ฝ่ายของลี่เฟยที่เอ่ยออกมาบ้างเพราะในหัวของเธอมันมีแต่ความเหลืออด ที่สำคัญ!จิตใต้สำนึกของร่างนี้มันเอาแต่กระซิบบอกอย่างบ้าคลั่ง ว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็อย่าปล่อยให้ลู่หงเถาพูดถากถางได้ฝ่ายเดียวสุดท้ายแล้วหล่อนจึงเลือกพ่นคำพูดส่อเสียดโต้กลับไปอย่างห้ามไม่ได้
แล้วคำพูดที่หรานเหมยในคราบของลี่เฟยพูดออกไปมันก็ไหลลื่นจนน่าประหลาดใจราวกับว่าจิตใต้สำนึกของร่างนี้มันถูกหลอมรวมจนกลายเป็ของหรานเหมยไปหมดแล้ว
“นี่!!! นังลี่เฟยแกกล้าพูดกับฉันได้ขนาดนี้ ลืมไปแล้วหรือไง ว่าฉันมีศักดิ์เป็อะไรของแก”
“จะมาพูดเื่งี่เง่าอะไรอีกอายุก็เท่ากันนี่ แล้วจะวางตัวให้มันได้อะไรขึ้นมาล่ะแค่พ่อฉันหน้ามืดไปคว้าเธอมาเป็เมีย ก็หลงคิดว่าเป็แม่เลี้ยงของฉันจริง ๆแล้วเหรอ เหอะ!! ฉันไม่ได้นับถืออะไรเธอแบบนั้นสักหน่อยเพราะงั้นก็ช่วยสงบปากสงบคำหน่อยเถอะ”
ขณะพูดลี่เฟยไม่ลืมที่จะยกเรียวแขนขึ้นมากอดอกอย่างวางท่าต่อด้วยกวาดสายตามองอีกฝ่ายั้แ่หัวจรดเท้าแล้วสายตาของลี่เฟยก็ส่อแววดูถูกหงเถาอย่างปิดไม่มิดร้อนให้คนถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยามแบบนั้น ต้องลุกออกจากเก้าอี้แล้วมายืนประจันหน้าอย่างไม่เกรงกลัว เพราะอย่างไรแล้ว เธอก็เป็ที่โปรดปรานของหลินอี้เฉินซึ่งเป็เ้าของบ้านหลังนี้
แต่คิดเหรอ!ว่ามายืนเสนอหน้าอยู่ตรงนี้ แล้วจะทำให้ลี่เฟยรู้สึกกลัวขึ้นมานอกจากไม่รู้สึกสะทกสะท้านใด ๆ หล่อนยังพูดตอกหน้าขึ้นมาอีกหนึ่งชุดทำเอาลู่หงเถาถึงกับหน้าแดงหน้าดำเลยทีเดียว
“ไม่ใช่เพราะมีตัวถลุงเงินอย่างเธออยู่ในบ้านหรือไงพ่อของฉันเลยต้องทำงานหนักแบบนี้ทุกวันเพราะงั้นก็อย่ามาเที่ยวสั่งสอนคนอื่น"
"มันชักจะมากเกินไปแล้วนะ!!"ลู่หงเถาโกรธจัดจนเผลอกำมือแน่น แต่ถึงอย่างนั้นลี่เฟยก็ยังเลือกที่จะพูดต่อไป ถ้าทำให้นังนกแก้วปากตลาดนี่ มันกระอักเืตายไปซะได้หล่อนยิ่งจะพอใจมากกว่านี้
"แต่ต่อให้ฉันจะเกาะพ่อตัวเองกินแล้วมันจะทำไม? อย่างน้อย ๆ พวกเราก็เป็พ่อลูกกันและเป็คนสายเืเดียวกัน แต่กับเธอเนี่ย... นับว่าเป็อะไรได้เป็แค่เมียเด็กที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ทีหลัง ก็น่าจะรู้จักเจียมตัวซะบ้าง แล้ววันๆ เอาแต่ผลาญเงินคุณพ่อ อย่าคิดว่าฉันจะไม่รู้! ว่าเธอเอาเงินไปทำอะไรนักหนา”
ลี่เฟยตั้งใจทิ้งท้ายไว้เท่านั้นแล้วค่อยเดินเลี่ยงหนีออกไปอีกทางเพราะไม่มีอารมณ์มายืนต่อล้อต่อเถียงในขณะที่ท้องกำลังหิว แต่แทนที่จะได้ตัดปัญหาคนที่มีชนักติดหลังอย่างลู่หงเถา กลับยอมไม่ได้ แล้วรีบพุ่งตัวมาคว้าข้อมือหล่อนเอาไว้แน่นแล้วตวาดใส่หน้าลี่เฟยเสียงดังลั่น
“เธอหมายความว่ายังไงอย่ามาพูดอะไรพล่อย ๆ แบบนี้ ฉันจะไปมีเื่อะไรได้ล่ะ…นังตัวร้ายแกอย่ามาขู่ฉันหน่อยเลย”
“ฉันไม่ได้ขู่และถ้ามันไม่ได้เป็อย่างที่ฉันพูด เธอจะเดือดร้อนทำไมล่ะ นอกซะจากว่า...เธอทำเื่เน่าเฟะอะไรอยู่จริง ๆ”
หลินลี่เฟยพูดไปตามความจริงหล่อนไม่ได้รู้เบื้องลึกเื้ัอะไรมากมายไปกว่านี้ แค่เพียงพูดดักไปอย่างนั้นไม่นึกว่ากับอีแค่คำพูดส่ง ๆ มันจะทำให้หงเถาร้อนรนได้ถึงขนาดนี้จากที่คิดว่าไม่ได้มีเื่อะไรในกอไผ่ กลายเป็ว่าสีหน้าร้อนรนของหงเถาทำให้ลี่เฟยเริ่มเคลือบแคลงใจในตัวหงเถาขึ้นมาบ้าง
"ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!ถ้าผิวขาว ๆ ของฉันเป็รอยขึ้นมา พอคุณพ่อเห็นเข้า ดูซิว่าเธอจะแก้ตัวว่ายังไง?"
ลู่หงเถาชักสีหน้าไม่สบอารมณ์แม้ไม่อยากปล่อยมือ แต่เมื่อลี่เฟยเอาคนเป็พ่อมาขู่ หล่อนก็ต้องคลายแรงบีบลงอย่างจำใจจังหวะนี้ลี่เฟยเลยถือโอกาสบิดข้อมือออก พลางถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายไม่คิดว่าตัวเองจะต้องตื่นมาเจอกับอะไรแบบั้แ่วันแรกแทนที่จะได้อยู่อย่างสงบสุข ดันต้องมายืนเถียงกับคนปากเปราะแบบนี้ซะได้…
มันน่าหงุดหงิดจริง ๆ
ในเมื่อลี่เฟยรู้แบบนี้แล้ว หล่อนก็คิดไปว่า...ถ้าต้องอุดอู้อยู่บ้านกับลู่หงเถาทั้งวัน เธอคงได้เป็โรคประสาทตายกันพอดีหลินลี่เฟยนึกอยากออกไปเปิดหูเปิดตาอยู่พอดีถึงได้วานให้ลุงคนขับรถพาออกไปนั่งรถเล่น
พอถูกถามว่าจะไปไหนหล่อนก็ไม่รู้เหมือนกัน อย่างนั้นก็ขอนั่งรถเล่นไปเรื่อย ๆแบบไม่มีจุดหมายปลายทางก็แล้วกัน ขอเพียงแค่ได้นั่งไปเรื่อย ๆ ก็พอเอาไว้หายหงุดหงิดเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับเข้ามา
ที่วานให้คนขับรถพาออกนอกบ้านส่วนหนึ่งลี่เฟยเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าสภาพแวดล้อมของยุคสมัยนี้มันเป็ยังไงจะแตกต่างจากยุคที่หล่อนจากมามากน้อยแค่ไหนกัน?
เมื่อรถยนต์คันกลางพาออกตัวไปได้สักพักหนึ่งลี่เฟยก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น หล่อนจึงเอนตัวไปพิงกับประตูรถด้านในแล้วกวาดสายตามองออกไปด้านนอกตัวรถเงียบ ๆ
เมื่อไม่มีเสียงนกเสียงกามาคอยกวนใจหล่อนจึงใช้่เวลาที่เงียบสงบนี้ ให้หมดไปกับการทบทวนความทรงจำของร่างเดิมที่ยังคงผุดขึ้นมาในหัวเรื่อยๆ ความทรงจำเ่าั้บอกกับหล่อนว่า...
หลินลี่เฟยเป็ลูกสาวเพียงคนเดียวของเถ้าแก่โรงทอผ้าประจำเมืองต้าเหลียนซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลเหลียวหนิง ตลอดชีวิตของลี่เฟย...นับว่าเธอเติบโตมาท่ามกลางความสะดวกสบายมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีอย่างที่หลาย ๆ คนอิจฉาเพราะความเพียบพร้อมทั้งหน้าตาและฐานะทางครอบครัวทำให้ลี่เฟยไม่เคยต้องน้อยหน้าใครจนหลายคนมักมองว่า การได้เกิดมาเป็หลินลี่เฟยนี่ดีจริง ๆ ชีวิตราบรื่นทุกอย่างไม่มีปัญหาอะไรมาคอยกวนใจ
แต่คนนอกก็คือคนนอกวันยังค่ำพวกเขาจะรู้ดีไปกว่าหล่อนได้ยังไงกัน
ใครบ้างจะรู้...ว่าแท้จริงแล้ว... ชีวิตของหล่อนก็ไม่ได้ราบรื่นไปซะทุกเื่ขนาดนั้น
ั้แ่เด็ก ๆพ่อของเธอโหมทำงานหนัก และยุ่งอยู่กับการก่อตั้งโรงงาน จนไม่เหลือเวลาให้ลูกสาวอย่างหล่อนเลยลี่เฟยจึงใช้เวลาอยู่กับแม่แค่สองคนมารู้ตัวอีกทีหล่อนก็กลายเป็เด็กติดแม่ไปซะแล้ว แต่น่าใจหาย!ที่พอลี่เฟยอายุได้สิบห้าปี คนเป็แม่ก็มาด่วนจากไป
ยอมรับเลยว่า...่นั้นเป็่เวลาที่ลี่เฟยเศร้าใจที่สุดหัวใจของเด็กผู้หญิงตัวน้อย ๆ แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี กลายเป็ว่า... ในทุก ๆวันหล่อนต้องใช้ชีวิตเดียวดายในบ้านหลังใหญ่ นอกจากเศร้าใจจากการจากไปของคุณแม่หล่อนก็โหยหาความรักความอบอุ่นจากคนเป็พ่อเช่นเดียวกันเพราะแน่นอนว่า่เวลาที่หล่อนอ่อนแอที่สุด หล่อนย่อม้าให้ใครสักคนมาคอยอยู่เคียงข้างแค่คอยอยู่เคียงข้างเท่านั้น...
แต่พ่อของหล่อนเลือกปลอบใจหล่อนด้วยสิ่งของคิดว่าการซื้อของแพง ๆ ให้ จะช่วยเยียวยาจิตใจลูกสาวได้นานวันเข้าหลินลี่เฟยก็กลายเป็เด็กมีปัญหา หล่อนเริ่มเอาแต่ใจหนักขึ้นและใช้เงินมือเติบจนคนเป็พ่อเริ่มกลุ้มใจ
พอเห็นว่าพฤติกรรมของลูกสาวมันไม่ค่อยเข้าท่าคนเป็พ่อก็เริ่มเอ่ยปากตักเตือน แต่ยัยลูกสาวตัวดีมันยอมฟังซะที่ไหนนอกจากนี้ยังหาข้ออ้างร้อยแปดขึ้นมาเถียงข้าง ๆ คู ๆ แถมยังเถียงคำไม่ตกฟากอีกทำหลินอี้เฉินนอนป่วยใจไปหลายวัน ที่หล่อนกลายเป็คนใช้เงินเก่งขนาดนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะ่นี้ลี่เฟยหันมาคบกับพวกลูกสาวของคนตระกูลใหญ่บ้างก็คบกับพวกลูกสาวนายพล หนำซ้ำยังออกงานสังคมอยู่บ่อย ๆ
แบบนี้จะไม่ให้คนเป็พ่อกลุ้มใจได้ยังไง
แล้วที่น่ากลุ้มใจมากกว่านั้นก็คือพักหลังหลินลี่เฟยได้นิสัยชอบดูถูกเหยียดหยามคนอื่นมาจากพวกลูกสาวนายพลยิ่งกดขี่ให้คนอื่นต่ำกว่าตัวเองได้มากเท่าไหร่หล่อนยิ่งรู้สึกดีและรู้สึกว่าตัวเองสูงส่งมากขึ้นเท่านั้น
ซึ่งกิจวัตรประจำวันของลี่เฟยก็ไม่มีอะไรมากก็แค่... ตอนกลางวันออกงานสังคม ไปพบปะเพื่อนฝูงตามร้านอาหารหรูต่าง ๆส่วนตอนกลางคืนแต่งตัววับ ๆ แวม ๆ ออกไปเที่ยวในสถานเริงรมย์ไม่คิดเอาการเอางานอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
ทั้งหมดนี้มันไม่ได้ผิดไปจากสิ่งที่ลู่หงเถาพูดไว้เลยสักอย่างก็หลินลี่เฟยไม่เอาการเอางานจริง ๆ วัน ๆ มีแต่คอยผลาญเงิน แล้วก็ลอยไปลอยมาทำตัวอย่างกับตัวเองเป็ผู้วิเศษอย่างนั้นแหละดูจากสภาพแล้วถ้าจะหวังให้หลินลี่เฟยมาสานต่อกิจการโรงทอผ้า คงไม่เข้าท่า
แต่ก็อย่างว่าแหละนะมีคนหาเงินให้ผลาญอยู่ทุกวัน หล่อนจะกระตือรือร้นให้ตัวเองเหนื่อยไปทำไม?
พอเล็งเห็นปัญหาตรงจุดนี้หลินอี้เฉินจึงตัดสินใจหาเมียเด็กสักคน แล้วหวังทำให้ท้องเพื่อที่ตระกูลหลินจะได้มีทายาทคนต่อไป หลังจากเขาโตขึ้นก็จะให้มารับ่ต่อทางธุรกิจ...
แต่หลังจากแต่งลู่หงเถาเข้าบ้านความสัมพันธ์ของพ่อลูกก็ดูเหมือนจะร้าวฉานมากขึ้นกว่าเก่าเพราะั้แ่แรกลี่เฟยก็ต่อต้านหัวชนฝา ไม่อยากให้พ่อแต่งเมียใหม่เข้าบ้านยิ่งเป็เมียเด็กที่อายุเท่ากันกับหล่อนแล้วด้วย ลี่เฟยยิ่งไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งแต่สุดท้ายแล้วเสียงของหล่อนก็ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของพ่ออีกตามเคยนี่จึงทำให้าแในใจของลี่เฟยเจ็บร้าวขึ้นมาอีก
มันตอกย้ำให้หล่อนได้รู้ว่าั้แ่ต้นจนจบ หล่อนกับแม่ไม่เคยมีความหมายกับพ่อเลยใช่ไหมเมื่อก่อนพ่อไม่เคยมีเวลาให้ลี่เฟยกับแม่ จนหลายครั้งหล่อนก็แอบน้อยใจและบอกกับตัวเองว่า หล่อนมันก็แค่เด็กเฮงซวยคนหนึ่ง ที่มีพ่อก็เหมือนไม่มีพ่อ
พอมาถึงตอนนี้คนเป็พ่อกลับ้าเอาเวลาไปให้เมียใหม่หนำซ้ำยัง้าจะมีลูกใหม่อีกคน แล้วแบบนี้จะไม่ให้หลินลี่เฟยร้ายกาจกับคนรอบข้างได้ยังไงยิ่งได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับผู้หญิงปากไม่มีหูรูดอย่างลู่หงเถา ที่วัน ๆ ชอบพูดจาเหน็บแนมหล่อนอยู่บ่อยๆ หลินลี่เฟยก็ยิ่งเกเรดื้อรั้นและก้าวร้าวมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว