บทที่ 13
เลือกอาราม
ดวงตาของผู้คนมากมายหันมามองเป็ตาเดียวชายผู้หนึ่งเดินออกมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าของเหล่าผู้ที่เข้ามาคัดเลือกในครั้งนี้
คนผู้นั้นเป็ชายวัยกลางคนสวมใส่ชุด 10 ระดับสูงของสำนักกระบี่์มีท่าทางดูดุดันองอาจยืนอยู่เบื้องหน้าของเหล่าผู้คัดเลือกที่เหลือเพียงแค่ร้อยคน
คนผู้นี้เมื่อปรากฏกายออกมาจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดังลั่น “ฟังทางนี้การคัดเลือกจะเริ่มขึ้นแล้ว ”
เหล่าผู้คนที่หลุดรอดจากการทดสอบสองรอบแรกมาได้หันมองเป็ตาเดียวการทดสอบในรอบที่ 3 ที่เป็รอบสุดท้ายนั้นกำลังจะเริ่มขึ้น
เมื่อหันไปมองชายผู้นั้นยกแผ่นกระดาษขึ้นมาก่อนที่จะกล่าวอธิบาย“ แผ่นกระดาษนี้พวกเ้าจะได้รับและจะต้องกรอกสถานที่ที่ตนเองนั้นอยากอยู่ ”
“ โดยพวกเ้านั้นกรอกตามสิ่งที่ตนเองนั้นคิดพวกเ้าที่มาถึงสถานที่แห่งนี้คงจะคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าตนเองนั้นอยากจะทำการเข้าศึกษาและบ่มเพาะในวิถีใด”
“ ถ้าเกิดว่าผู้ใดอยากจะฝึกฝนวรยุทธบ่มเพาะกายเป็สายผู้ฝึกฝนวรยุทธโดยตรงก็ให้เลือกอารามฝึกยุทธ”
“ ส่วนคนที่ชื่นชอบการกลั่นยาก็ให้เลือกอารามโอสถ”
“ คนที่อยากจะเข้าศึกษาเกี่ยวกับค่ายกลก็ให้เข้าไปภายในอารามอักขระ ”
“ เอาล่ะมารับของสิ่งนี้ไปมีเวลาคิดเพียงแค่ครึ่งชั่วยามหลังจากเก็บกระดาษแล้วจะเริ่มบททดสอบในรอบที่3 ” ชายผู้นั้นพูดจบก็ได้แจกกระดาษแผ่นนั้นให้กับทุกคนที่รอดมาได้
หลังจากที่ได้รับแผ่นกระดาษแผ่นนั้นแล้วทุกคนนั้นล้วนแล้วมีสิ่งที่ตนเองนั้นอยากจะเข้าไปอยู่จางอี้นั้นแตกต่างออกไปมองแผ่นกระดาษที่อยู่ในมือของตนเอง
ในหัวของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความว่างเปล่าอย่างที่รู้ดีว่าก่อนหน้านี้รู้เกี่ยวกับเื่สำนักกระบี่์มาไม่
แต่ว่าตัวของเขานั้นแตกต่างออกไปตรงที่ไม่เคยคิดว่าตนเองนั้นจะมาเข้าอยู่ภายในสถานที่แห่งจึงไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับเื่แขนงภายในสำนักกระบี่์สักเท่าไร
ในตอนนี้ภายในหัวเลยเต็มไปด้วยความว่างเปล่าเมื่อมองดูพวกที่อยู่ด้านหน้ากำลังเขียนสิ่งที่ตนเองนั้นอยากไปอยู่
คนพวกนั้นเขียนเสร็จอย่างรวดเร็วจางอี้ที่กำลังขบพิษอย่างจริงจังถอนหายใจเฮือกเดินตรงไปยังโต๊ะที่มีพู่กันแล้วน้ำหมึกวางเอาไว้ก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมาแล้วขีดเขียน
หลังจากที่ขีดเขียนจนเสร็จก็นำไปส่งให้กับชายวัยกลางคนผู้นั้นชายผู้นั้นรับเอาไว้พร้อมกับมองดูคำตอบภายในแผ่นกระดาษ
เมื่อมองดูแล้วคิ้วทั้งสองข้างเลิกขึ้นใบหน้านั้นแปรเปลี่ยนไปดวงตาจ้องมองที่ขอทานน้อยที่อยู่ด้านหน้าที่มีฐานะแตกต่างจากเหล่าคุณชายพวกนี้
ดวงตาของชายผู้นี้เต็มไปด้วยความประหลาดใจภายในดวงตานั้นกำลังทอแววความสงสัยก่อนที่จะถามออกมา”เ้าเลือกที่นี่อย่างนั้นหรือ”
จางอี้พยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้น “ ใช่แล้วขอรับ ”
“ หรือว่าไม่สามารถเลือกได้ ”
ชายผู้นั้นส่ายหน้าไปมาก่อนที่จะให้คำตอบ “ข้าจำเป็จะต้องไปถามผู้าุโและคนดูแลก่อน ”
“ เอาล่ะพวกเ้ายืนอยู่ตรงนี้ข้าจะเข้าไปนำเอาพวกนี้ไปจัดแจงและก็ดูอารามที่พวกเ้านั้น้าจะเข้า”
ชายผู้นั้นทิ้งให้เหล่าผู้ที่เข้าร่วมกันคัดเลือกยืนรออยู่จากนั้นก็เดินเข้าไปภายในอารามที่อยู่ด้านหลังของตนเอง
ได้นำเอาแผ่นกระดาษพวกนั้นที่เป็ความปรารถนาของเหล่าผู้เข้าร่วมการทดสอบไปคัดแยกและก็จัดแจงหมวดหมู่พร้อมกับเริ่มทำการจัดการคัดเลือกในรอบที่3 ขึ้นมาในครั้งเดียว
หลังจากนั้นไม่นานชายผู้นั้นก็เดินออกมาพวกเหล่าผู้คัดเลือกที่รออยู่บริเวณด้านนอกก็ตั้งแถวรอ
คนพวกนี้ถูกฝึกฝนว่าเป็อย่างดีพวกมันยืนกันอย่างเป็ระเบียบอยู่เบื้องหน้าชายวัยกลางคนผู้นั้นที่เป็ 10 ระดับสูงของสำนักเดินออกมาพร้อมกับพูดขึ้น“ พวกเราทำการจัดคู่ต่อสู้เรียบร้อยแล้ว ”
“ จะมีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่หนึ่งการธูปการทดสอบนั้นจะเริ่มขึ้น”
แม้ว่าจะมีเวลาเตรียมตัวอันน้อยนิดแต่พวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็ไม่แสดงท่าทางตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อยราวกับว่าพวกมันนั้นเตรียมตัวเื่นี้มาเป็อย่างดีแล้วเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้อย่างไม่ลังเล
ทว่าในขณะที่พวกมันนั้นกำลังจะเตรียมตัวชายวัยกลางคนที่เป็ศิษย์ระดับสูงของสำนักกระบี่์ดวงตามองตรงมายังจางอี้ก่อนที่จะยกนิ้วมือของตนเองขึ้นชี้ตรงมาที่มัน
จางอี้แสดงใบน่าสงสัยดวงตานั้นเต็มไปด้วยคำถามชายผู้นั้นก็ประกาศขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดัง “ได้รับการอนุญาตจากเ้าสำนักแล้วเหล่าผู้าุโเ้าไม่ต้องเข้าร่วมการทดสอบเข้าร่วมเป็ศิษย์ของสำนักได้เลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแน่นอนว่าผู้คนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ตื่นตระหนกใมันเองก็สร้างความไม่พึงพอใจกับพวกที่อยู่ที่เหลือไม่น้อย
ดวงตาของคนพวกนี้เต็มไปด้วยความริษยาพร้อมกับเริ่มเอ่ยถามขึ้นมา “ หมายความว่าอย่างไรกันขอรับ ”
“ คนผู้นี้ไม่ต้องทดสอบหรือว่ามีเทียบเชิญหรือคำแนะนำอันใดจากคนด้านนอก”
“ แม้แต่คุณชายหลัวของอาณาจักรฟ้าครามยังต้องเข้าร่วมการทดสอบแล้วชายผู้นี้เป็ใคร ”
“ แต่งกายเองก็เหมือนกับขอทานมาที่สถานที่แห่งนี้ได้อย่างไรก็ไม่รู้ ”หนึ่งในผู้เข้าร่วมการทดสอบส่งเสียงขึ้นอย่างไม่พึงพอใจ
แน่นอนว่าการที่มีคนผ่านการทดสอบโดยที่ไม่ต้องเข้ารับการทดสอบรอบที่3 ย่อมเป็ที่ถกเถียงกันมันต้องคิดว่าอย่างไรเสียการคัดเลือกในครั้งนี้ย่อมไม่เป็ธรรม
ผู้คนกล่าวว่าการคัดเลือกของสำนักกระบี่์เป็ธรรมมากที่สุดในตอนนี้จึงสร้างความไม่พึงพอใจให้กับผู้คนมากมายภายในสถานที่แห่ง
และก็สร้างความไม่พึงพอใจให้กับผู้คนไม่น้อยภายในสถานที่แห่งนี้ศิษย์ระดับสูงของสำนักผู้นั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอีกฝ่ายส่ายหน้าไปมาก่อนที่จะเริ่มอธิบาย “ ไม่ใช่ว่าไม่ทำการทดสอบ ”
“ แต่ว่าไม่มีใครที่เข้าร่วมการทดสอบกับเขาต่างหาก”
“ เพราะว่าไม่มีคู่แข่งเลยไม่สามารถเข้าร่วมกันทดสอบได้ก็เลยให้เข้าร่วมสำนัก”
“ หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าไม่มีคนเข้าร่วมการทดสอบไม่มีใครที่ขอเข้าร่วมอารามเดียวกับมันเลยอย่างนั้นหรือ?จะเป็ไปได้อย่าง ”
“ คนผู้นี้เลือกเข้าไปอยู่ภายในอารามไหน ”หนึ่งในคนที่เข้าร่วมกันคัดเลือกเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย
“ นั่นสินั่น ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน ”
ศิษย์ระดับสูงของสำนักกระบี่์ผู้นั้นมองไปยังใบหน้าของจางอี้ก่อนที่จะกล่าวขึ้นด้วยท่าทางหนักใจ“ คนผู้นี้เลือกที่จะเป็คนเฝ้าทางขึ้นของสำนัก ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้คนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ต่างดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึงมองไปยังขอทานผู้นั้น คนพวกนี้ต่างพากันส่งเสียงหัวเราะออกมา พากันคิดว่าขอทานผู้นี้เสียสติไปแล้วแน่นอน
จบบท