“ไม่มีทาง! ของแค่นี้ฉันเปิดเองได้หรอกย่ะ” ซ่งจื่อจิงไม่ได้โง่ ถ้าหากหล่อนยอมให้กับลู่ซินหยีหลังจากนี้ก็จะตกเป็รอง เจอหน้าทีไรต้องเรียกพี่ พูดจาอ่อนหวานเอาอกเอาใจ แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก
“งั้นก็ตามใจ แต่อย่ามาง้อแล้วกัน” ลู่ซินหยีไม่ได้เซ้าซี้ หล่อนเพียงยิ้มมุมปากแล้วตักผักใส่ถ้วยให้เ้าของวิลล่า
“นังบ้า!” ซ่งจื่อจิงกัดฟันหงุดหงิด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเลือกที่จะโทรหาแม่บ้าน หลังจากคุยกันหลายประโยคหล่อนจึงสามารถเปิดฝาหม้อหุงข้าวได้
ซ่งจื่อจิงรู้สึกเหมือนได้รับชัยชนะ ตักข้าวใส่ถ้วยเสร็จก่อนนั่งลงด้านข้างของชายหนุ่ม แล้วคีบเนื้อหมูให้เขา แล้วตักส่วนของตัวเอง
สำหรับหลินอู๋เฉินที่นั่งอยู่ตรงกลาง นี่ถือเป็ประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้นั่งอยู่กับสาวสวยถึงสองคน แถมทั้งคู่ยังคอยเอาอกเอาใจไม่ขาด เรียกได้ว่าสุขสำราญเหมือนขึ้น์
กินข้าวเสร็จหลินอู๋เฉินมองเวลา จากนั้นขับรถออกไปจากวิลล่า กลับไปนอนที่วิทยาลัยชุนเหลียน
ระหว่างนั้นซ่งจื่อจิงโทรกลับไปหาที่บ้าน โดยเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างให้แม่ฟัง
“เอ๋...คุณหลินเป็ถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโรงแรมการ์เด้นกรีนงั้นเหรอลูก!” เฉียนหลี่ที่อยู่ปลายสายตกอกใ หล่อนไม่คิดว่าลูกสาวจะได้โชคหล่นทับ
“ค่ะแม่ นอกจากนั้นวันนี้คุณหลินยังซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมให้ฉันตั้งเยอะแยะ ฉันไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้ราคาเท่าไหร่ แต่ก็คงมากกว่าสิบล้านหยวน!” ซ่งจื่อจิงยังไม่ได้ขนย้ายของมาทั้งหมด ที่วางกองอยู่บนพื้นห้องตอนนี้ก็แค่ส่วนหนึ่ง
“จริงเหรอ! งั้นก็ดีแล้ว แต่ถ้าหากมีอันไหนที่ลูกไม่ใช้ก็ให้แม่ได้นะ”
“ได้สิคะ ของของหนูก็เหมือนกับของแม่นั่นแหละ” ซ่งจื่อจิงกล่าว “จริงสิคะ ตอนนี้ยายเฉินหยูกลับเข้ามาที่บ้านหรือยังคะ”
“กลับมาแล้ว” เฉียนหลี่ถอนหายใจ “ไม่รู้ว่าเป็เพราะมีใครเล่ามันหรือเปล่าว่าลูกมาทำธุระให้คุณปู่ มันถึงได้กล้ากลับบ้าน มาถึงก็สะบัดผมทั้งวันทำอย่างกับว่าตัวเองสวยตาย!”
“งั้นเหรอคะ...”
“ลูกเป็อะไรหรือเปล่า หรือว่าอยากจะกลับบ้าน ถ้างั้นแม่จะคุยกับคุณปู่ให้ก็ได้นะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูอยู่ที่นี่สบายดีแม่ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”
“งั้นเหรอ ถ้างั้นก็ดีแล้ว”
หลังจากคุยกันอีกสองสามคำซ่งจื่อจิงก็วางสาย
สำหรับหล่อนตอนนี้การกลับไปบ้านตระกูลซ่งไม่ใช่ตัวเลือกที่ฉลาด
ซ่งเฉินหยูเป็คนเก่งเ้าแผนการ หล่อนรู้อยู่แล้วว่าคุณปุ่จะต้องส่งเธอมาทีนี่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
“เฉินหยู เธอฉลาดก็จริงแต่ไม่เข้าใจอะไรเลย คุณหลินไม่ได้เป็คนอย่างที่เธอคิดหรอกนะ เป็เธอต่างหากที่ต้องเสียใจภายหลัง ถึงตอนนั้นฉันก็คง...” มีรอยยิ้มเ็าปรากฏมุมปากของเธอ
......
หลินอู๋เฉินใช้เวลาช่วงเช้าในการเรียน ส่วนตอนบ่ายก็ไปทานข้าวที่โรงแรม จากนั้นบ่มเพาะพลัง ตกเย็นทานอาหารฝีมือลู่ซินหยี เป็แบบนี้เรื่อยไปกระทั่งมาถึงวันแข่งรถ
ตอนเช้าที่วิทยาลัยชุนเหลียน ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่สีแดงเหมือนกล่องของขวัญสามคันรถได้ขับเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย สร้างความอยากรู้อยากเห็นให้นักศึกษากันถ้วนหน้า
“นั่นอะไรน่ะ มีการจัดแสดงตรงลานกว้างเหรอ”
“ไม่รู้สิ แต่ที่รู้ๆ มันต้องไม่ธรรมดาแน่ ไปดูกันเถอะเพื่อน”
ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็นของทุกคน ตู้คอนเทนเนอร์ค่อยๆ ถูกเปิดทั้งสี่ด้าน เผยให้เห็นรถที่อยู่ด้านในตู้ละคัน ซึ่งแต่ละคันมีราคาแพงหูฉี่
กลุ่มนักศึกษาผู้ชายที่ชื่นชอบรถยนต์เริ่มจับกลุ่มพูดคุยกัน
“โอ้แม่เ้า นั่นมัน McLaren 765lt ราคาสองล้านหยวนนี่นา”
“ซูเปอร์คาร์คันนั้นไม่ธรรมดาเลย แต่ว่า Maserati MC20 ก็เจ๋งไม่แพ้กัน รู้ไหมว่ารถคันนี้ราคาเท่าไหร่”
“เท่าไหร่...”
“ห้าล้านหยวน!”
“ห้าล้าน...โห แพงมากๆ เลยนะนั่น”
“หึหึ นายจะใตอนนี้ยังเร็วเกินไป ดูนั่นสิเห็นไหมคันสีแดงนั่นน่ะ Ferrari Portofino M ราคาแปดล้านหยวน!”
.....
“ลูกพี่ ดูรถพวกนั้นสิสวยมากเลย แถมยังมาตั้งสามคัน เป็ของใครกันนะ” เย่หานที่เดินมาพร้อมกับหลินอู๋เฉินกล่าว
“แล้วนายคิดว่าของใคร” เขายิ้มมุมปาก
“พูดแบบนี้แสดว่าลูกพี่รู้อะไรมาแน่เลย รีบๆ พูดมาได้แล้ว ลูกพี่รู้อะไรมาบ้าง” เกาหยุนเซียวคะยั้นคะยอ
“นี่พวกนาย วันนี้เป็วันแข่งรถของลูกหลานคนรวยที่สนามแข่งรถหย่าถิง ไม่แน่รถสามคันนี้ก็อาจจะเป็ของพวกเขาก็ได้” ฉุนเซียวสรุป
“ก็อาจจะถูกของนาย” เย่หานพยักหน้า ก่อนจะพูดอะไรบางอย่าง “นี่ลูกพี่ ระวังตัวไว้ด้วยก็ดีนะครับ”
“นายหมายความว่ายังไง”
“ก็ไม่กี่วันก่อนลูกพี่ขึ้นรถไปกับเหวินจิง ซึ่งทำให้รุ่นพี่ปีสองอย่างเย่ฟานไม่”
“โอ๊...” หลินอู๋เฉินแสร้งทำเป็ประหลาดใจ
“ลูกพี่ หมอนี่เป็ลูกหลานคนรวยรุ่นที่สอง นอกจากนั้นเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างเหวินจิงก็ไม่ธรรมดา ผมกลัวว่าลูกพี่จะ...”
“คิดมากเกินไปแล้ว คนอย่างเย่ฟานก็แค่แมลงหวี่แมลงวัน ไม่เห็นต้องเก็บมาใส่ใจ” หลินอู๋เฉินคิดอย่างที่พูดจริงๆ ด้วยตอนนี้กลายเป็ผู้บ่มเพาะเต็มตัว มุมมองจึงยิ่งเด่นชัดขึ้นกว่าเดิม
“เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ บอกว่าฉันเป็แมลงหวี่แมลงวันงั้นเหรอ!” เย่ฟานเดินเข้ามากับลูกน้องสองคน จากการปรากฏตัวของเขาทำให้เกาหยุนเซียวและอีกสองคนถอยไปด้านหลัง
“ใช่ หรือว่าไม่จริง” หลินอู๋เฉินเยาะเย้ย
เย่ฟานไม่เคยถูกใครดูถูกต่อหน้าตรงๆ นี่คือครั้งแรกและเขาก็แทบจะทนไม่ไหว
“ลูกพี่ มัวรออะไรอยู่รีบๆ เข้าไปกระทืบมันเลยสิครับ”
“นั่นสิลูกพี่ หมอนี่มันจงใจหาเื่กันชัดๆ และถ้าหากคุณหนูเหวินมาได้ยิน แล้วเห็นว่าลูกพี่ไม่ทำอะไรเอาแต่นิ่ง เธออาจจะคิดว่าลูกพี่กลัวก็ได้นะครับ” ลูกน้องสองคนพากันเป่าหู ซึ่งมันก็ได้ผลดีทำให้เย่ฟานควันออกหูได้
“เหอะ! คิดเหรอว่าฉันจะกลัวแก ถึงแม้ฉันจะไม่รู้ว่าครอบครัวแกประกอบธุรกิจอะไรแต่มันก็คงไม่ยิ่งใหญ่กว่าตระกูลเย่ของฉัน!” เย่ฟานเริ่มถูไม้ถูมือ
“ตระกูลเย่...หมาแมวที่ไหนล่ะนั่น” หลินอู๋เฉินไม่ให้ค่าใครทั้งสิ้น ตอนนี้เขาคือผู้บ่มเพาะพลังที่หมางเมินทุกคน โดยเฉพาะคนประเภทเย่ฟาน
“หน๊อยแก! เตรียมตัวรับหมัดของฉันซะไอ้เวร”
เย่ฟานอยากสั่งสอนให้รู้สำนึกว่าไม่ควรมีเื่กับเขา แต่ในตอนนั้นเองใครบางคนได้เอ่ยขึ้นว่า
“ถ้าจะสู้กันทำไมไม่สู้กันในสนาม” เหวินจิงเดินเข้ามา พร้อมกับเพื่อนสนิทอีกคน
“เอ่อ...ฉันไม่ได้จะมีเื่สักหน่อย เป็หมอนี่ต่างหากที่เข้ามาหาเื่” เย่ฟานเก็บหมัด หันมายิ้มให้หญิงสาวเหมือนกับสุนัขถูกล่ามโซ่
“เหวินจิงเธอมาก็ดีแล้ว วันนี้ครบกำหนดที่ฉันยืมเงินเธอ จะได้ใช้คืนสักที” หลินอู๋เฉินกล่าว
“อะไรนะนายยืมเงินเหวินจิง...นี่นายเป็คนรวยแน่เหรอ” เย่ฟานเกิดความสงสัย ซึ่งก็ไม่ใช่เื่ผิด เพราะสำหรับคนที่ขับซูเปอร์คาร์แต่ต้องยืมเงินคนอื่น แบบนั้นรวยไม่จริงนี่นา
“เอ๋...ฉันลืมไปแล้วนะเนี่ยถ้าหากนายไม่พูดขึ้นมา แต่ช่างเถอะเงินแค่นั้นเอง สำหรับฉันมันไม่ได้มากหรอก” เหวินจิงโบกมือ
“ไม่ได้ ยืมแล้วยังไงก็ต้องใช้คืน” หลินอู๋เฉินยืนกราน โดยไม่รอคำตอบเขาเดินไปตามพนักงานขนส่งรถทั้งสามคัน
เนื่องจากซูเปอร์คาร์ที่ถูกนำลงมาจากรถบรรทุกมีความหรูหรา ดุดัน แสดงถึงความมีฐานะ ดังนั้นเวลานี้การกระทำของหลินอู๋เฉินที่เดินเข้าไปหาพนักงานทั้งสามคน จึงดึงดูดสายตานักศึกษา
เมื่อรับกุญแจและเอกสาร ทั้งหมดอยู่ในมือของหลินอู๋เฉินย่อมไม่ต้องสงสัยว่า แท้จริงแล้วเขานี่แหละคือเ้าของรถทั้งสามคัน!
ทันใดนั้นทุกคนถึงกับร้อนผ่าว!
ผู้ชายอะไรรวยชะมัด!
หน้าตาหล่อเหลา!
เป็ชายหนุ่มที่มองยังไงก็ไม่เบื่อ!
หลินอู๋เฉินโยนหนึ่งในกุญแจรถให้เหวินจิง “ฉันให้ McLaren 765lt แทนเงินที่ยืมตอนนั้น”
“อะไรนะ...” เหวินจิงตกตะลึง และไม่ใช่เธอแค่นั้นที่มีความรู้สึกแบบเดียวกัน
“รับไว้ ถ้าไม่ก็แค่โยนทิ้ง” การแสดงออกของหลินอู๋เฉินราวกับว่ารถคันดังกล่าวเป็แค่ของเล่น นี่สินะโลกของคนรวย
“อย่าไปรับของมันนะ!” เย่ฟานค้านหลังชนฝา
ในฐานะที่เป็ผู้ชายเขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่าหมอนี่ตั้งใจจีบเหวินจิงด้วยซูเปอร์คาร์ ดังนั้นจะรับไม่ได้เด็ดขาด
“นายเกี่ยวอะไรด้วย หรือว่าเป็แฟนกันงั้นเหรอ?” หลินอู๋เฉินแสร้งถาม หันไปมองหน้าหญิงสาวราวกับ้าคำตอบ
ท่ามกลางสายตาทุกคนรวมถึงเย่ฟาน เหวินจิงส่ายหน้า
“ฉันกับเขาเราไม่ได้เป็อะไรกัน เย่ฟานฉันขอบคุณในความหวังดีของนายตลอดมานะ แต่ว่าเื่ระหว่างเรามันก็แค่คนรู้จัก”
“อะไรนะ...” เย่ฟานยอมรับไม่ได้ ในฐานะคนรวยรุ่นที่สองทุกคนต้องอยากเป็แฟนเขาสิถึงจะถูก
“ส่วนหลินอู๋เฉิน ขอบใจนะสำหรับรถคันนี้ ฉันชอบมากเลยล่ะ เดี๋ยววันนี้จะเอาไปซิ่งให้หนำใจ แล้วถ้าหากฉันขับคันนี้ชนะนายขึ้นมา ก็อย่าได้เสียใจแล้วกัน คิคิ” เหวินจิงเดินผ่านเย่ฟานเข้าไปหาหลินอู๋เฉิน ระหว่างทางหล่อนไม่แม้แต่หันมามองเขา สร้างความโกรธแค้นให้กับเย่ฟานเป็อย่างมาก
“หึหึ เธอเองก็อย่าลืมสัญญาแล้วกัน”
“เื่นั้นเหรอ...ได้สิ ถ้าหากนายทำได้ฉันเองก็พร้อม คิคิ” เหวินจิงเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ “ไปเรียนก่อนนะ ตอนบ่ายเจอกันที่สนามแข่ง”