บทที่ 105: นครเมฆา
หลิงเซียวเคลื่อนที่ผ่านเส้นทางลับในหุบเขาด้วยความรวดเร็ว เส้นทางที่ระบุในแผ่นหยกนั้นปลอดภัยและลัดเลาะผ่านค่ายกลป้องกันชั้นนอกของเมืองหลวงได้อย่างน่าอัศจรรย์ สมกับที่เป็นเส้นทางของเชื้อพระวงศ์
ขณะที่เขากำลังตรวจสอบแผ่นหยกอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เขาก็สังเกตเห็นว่ามีวัตถุบางอย่างสอดไส้อยู่ด้านหลังแผ่นแผนที่
มันคือ "ป้ายหยกขาว" ขนาดเล็ก แกะสลักเป็นรูปดอกบัวตูมที่ดูงดงามและประณีต พร้อมกับมีกระแสพลังวิญญาณจางๆ ไหลเวียนอยู่
"ของตอบแทนงั้นรึ?" หลิงเซียวเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาจำได้ว่าหญิงสาวคนนั้นรีบร้อนส่งแผนที่ให้เขา นางคงแอบสอดสิ่งนี้ไว้ด้วย
เขาไม่ได้ใส่ใจมันมากนักและโยนมันลงไปในถุงเก็บมิติรวมกับของอื่นๆ สำหรับเขา มันเป็นเพียงของที่ระลึกจากการแลกเปลี่ยนที่จบสิ้นไปแล้ว
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็ม
ในที่สุด หลิงเซียวก็พ้นจากแนวเทือกเขาและมายืนอยู่บนยอดผาสูงชัน เบื้องหน้าของเขาคือที่ราบกว้างใหญ่ไพศาลที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา
และ ณ ใจกลางของที่ราบนั้น... คือสิ่งที่ทำให้เมืองระฟ้ากลายเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ไปในทันที
"นครเมฆา"
เมืองหลวงแห่งแคว้นเมฆาครามตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กำแพงเมืองสูงเสียดฟ้าสร้างจากหินศิลาขาวบริสุทธิ์ยาวเหยียดจนโอบล้อมภูเขาได้ทั้งลูก เหนือน่านฟ้าของเมืองมีเรือเหาะลอยฟ้าและสัตว์อสูรบินได้บินว่อนไปมาดั่งฝูงผึ้ง
แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง... แต่คือ "พลังลมปราณ"
แม้จะยืนอยู่ห่างออกมาไกลขนาดนี้ หลิงเซียวก็ยังสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังลมปราณฟ้าดินที่หนาแน่นและบริสุทธิ์จนแทบจะควบแน่นเป็นหมอก!
"ความหนาแน่นระดับนี้... มากกว่าเมืองระฟ้าถึงสิบเท่า!" หลิงเซียวสูดหายใจเข้าลึก ดวงตาสีม่วงทอประกายเจิดจ้า "มิน่าเล่า เหล่ายอดฝีมือถึงได้มารวมตัวกันที่นี่ การบำเพ็ญเพียรที่นี่เพียงหนึ่งวัน เท่ากับอยู่ข้างนอกสิบวัน!"
แก่นทองคำรูปกระบี่ในตันเถียนของเขาสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับกำลังร้องคำรามด้วยความตื่นเต้นที่ได้มาเยือนแหล่งพลังงานชั้นเลิศ
หลิงเซียวไม่รอช้า เขาทะยานร่างลงจากหน้าผา มุ่งหน้าสู่ประตูเมืองทิศเหนือ
เมื่อเข้ามาใกล้ เขาพบว่าประตูเมืองมีความสูงถึงร้อยเมตร มีทหารองครักษ์สวมเกราะทองคำยืนเฝ้าอยู่อย่างเข้มงวด ทุกคนล้วนมีพลังอยู่ในขอบเขตสร้างแก่นแท้ขั้นกลางเป็นอย่างต่ำ!
"ค่าผ่านประตู ห้าสิบศิลาปราณ!" ทหารยามตะโกนบอกผู้เดินทาง
ราคาที่แพงหูฉี่ทำให้คนธรรมดาหมดสิทธิ์ย่างกราย แต่สำหรับหลิงเซียวที่ปล้นศิลาปราณมาจากตระกูลเฉินและกลุ่มโจรจนร่ำรวย เศษเงินแค่นี้ไม่ใช่ปัญหา
เขาจ่ายค่าธรรมเนียมและก้าวผ่านประตูเมืองเข้าไป
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตนครเมฆา แรงกดดันจากพลังลมปราณมหาศาลก็กดทับลงมาที่ร่างกาย แต่มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัด กลับทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างบอกไม่ถูก
ถนนหนทางกว้างขวางขวักไขว่ไปด้วยผู้คนและผู้ฝึกยุทธ์ ร้านรวงสองข้างทางเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าที่หาดูไม่ได้ในเมืองบ้านนอก กลิ่นอายของยอดฝีมือขอบเขตแก่นทองคำมีให้สัมผัสได้ทั่วไปตามท้องถนน
"ที่นี่แหละ..." หลิงเซียวเดินปะปนไปกับฝูงชน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ
"เวทีที่เหมาะสมสำหรับการอาละวาดของข้า"
เขามาถึงแล้ว... ศูนย์กลางแห่งอำนาจและความขัดแย้ง... นครเมฆา!