อาซานพูดพร้อมยืนขวางทางเช่นเดิม “ที่แท้เจ้าคอยจับตาดูข้าเพื่อสืบความลับของข้านี่เอง อาซานข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นคนของใคร แต่คงต้องกำจัดเจ้า” ท่านหมออู๋หมิงพูดกับอาซานพลางพุ่งตัวเข้าโจมตีทันที ร่างของเขาเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว ก่อนปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้าของอาซาน “วางใจเถอะ ข้าจะให้เจ้าไปสบายโดยไม่ทรมาน” ท่านหมออู๋หมิงเกร็งฝ่ามือแล้วแทงทะลุร่างของอาซานทันที “ตูมมม” ................................ ภายในบ้านหลังใหญ่มู่ปิงกับไป่จิ้งกำลังต่อสู้กันด้วยความดุดัน “หอกน้ำแข็ง!” มู่ปิงปลดปล่อยเคล็ดวิชาหมายเอาชีวิตฝ่ายตรงข้าม หอกน้ำแข็งนับสิบแท่งพุ่งตรงไปที่ร่างของไป่จิ้งอย่างรวดเร็ว “เคล็ดพยัคฆ์ไร้เสียง” ร่างของไป่จิ้งที่กำลังจะโดนหอกน้ำแข็งโจมตี จู่ๆก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย มู่ปิงมองร่างที่หายไปแล้วก็ขมวดคิ้ว “ฮ่าๆๆ ชนเผ่าเสือดำของข้านอกจากจะสู้รบด้วยความโหดเหี้ยม แต่สิ่งที่ทำให้เราเหนือกว่าคู่ต่อสู้ก็คือชุดเคล็ดวิชาพยัคฆ์ทมิฬ” “เคล็ดพยัคฆ์ไร้เสียงจะทำให้นักรบกลายเป็นมือสังหาร เจ้าจะไม่มีทางหาตัวและจู่โจมข้าได้” เสียงของไป่จิ้งวนอยู่รอบๆตัวของมู่ปิง แต่ร่างนั้นหายไป “ฟิ้วววว!” เสียงแหวกอากาศพุ่งมาที่ด้านหลังของมู่ปิง มู่ปิงรู้สึกได้ก่อนแล้วจึงพลิ้วหลบด้วยท่าร่างทันที “หิมะเริงระบำ!” ร่างของมู่ปิงหลบการโจมตีอย่างพลิ้วไหวและสวยงามราวกับการเต้นรำ แต่กริชที่โจมตีจากเบื้องหลังนั้นกลับเลี้ยวตามร่างของนางอย่างมีชีวิต “นี่มัน!...” มู่ปิงรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่ตามมา จึงใช้เคล็ดวิชาป้องกันทันที “กำแพงน้ำแข็ง!” กำแพงน้ำแข็งเบญจธาตุที่แข็งแกร่งกว่าโลหะปรากฎขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีทันที “ตูมมม!” “ฮ่าๆๆ สมกับฉายาราชินีน้ำแข็ง น้ำแข็งเบญจธาตุของเจ้าช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก แต่เมื่อเจ้าไม่สามารถหาตัวข้าพบเจ้าจะจู่โจมข้าได้เช่นไร?” เสียงของไป่จิ้งดังขึ้นโดยรอบแต่ไร้การปรากฏตัว “กลปาหี่เช่นนี้เจ้าเอาไว้ใช้หลอกเด็กเถอะ! หากหาตัวเจอไม่พบ ข้าก็จะทำลายบริเวณนี้ไปทั้งหมดเอง” มู่ปิงแสดงสีหน้าเรียบเฉย พลางใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาทันที “พายุน้ำแข็งเบญจธาตุ!” พายุน้ำแข็งหลากสีพุ่งล้อมบ้านหลังใหญ่จนมองไม่เห็นด้านใน จากนั้นก็ค่อยๆบีบวงแคบเข้ามาเรื่อยๆ ไอเย็นที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งแผ่กระจายไปทั่ว จนร่างของไป่จิ้งค่อยๆเผยตัวออกมาเพราะเกล็ดหิมะที่แหลมคมหมุนวนอยู่ภายใน “โอ๊ยยย!” เกล็ดหิมะที่คมราวใบมีด เข้าเชือดเฉือนร่างของไป่จิ้งโดยไม่มีที่ให้หลบซ่อน เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่นและเต็มไปด้วยรอยแผลทั่วร่าง “ข้าประมาทเจ้าเกินไป ดี! ข้าจะใช้เจ้าทดสอบเคล็ดวิชาใหม่ของข้า” ร่างที่เสื้อผ้าขาดวิ่นของไป่จิ้งปลดปล่อยพลังที่รุนแรงออกมาทันที “มารโลหิตประทับร่าง!” ไอมารเข้มข้นสีแดงปรากฏขึ้นรอบตัวของไป่จิ้ง ร่างของเขาค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นอีกเกือบเท่าตัว ใบหน้าบิดเบี้ยวเริ่มดูดุร้ายมากขึ้น บนหน้าผากมีเขางอกขึ้นมาหนึ่งข้าง เล็บมือยาวขึ้น เส้นเลือดปูดโปนขึ้น พลังขั้นฝึกตนที่ปลดปล่อยออกมาก็สูงขึ้นเรื่อยๆ จากนักรบชั้นปลายค่อยๆเพิ่มความเข้มข้น จะตอนนี้กลายเป็นระดับหัวหน้านักรบขั้นต้นเทียบที่เทียบเท่ากับมู่ปิง “ตูมมมม!” แรงระเบิดจากพลังของไป่จิ้ง นั้นรุนแรงจนสามารถระเบิดหิมะหลากสี ที่อยู่ภายในเคล็ดพายุน้ำแข็งเบญจธาตุไปหมด จนกลายเป็นหมอกขาว เมื่อหมอกจางลงร่างเดิมของชายหนุ่มกำยำก็กลายเป็นร่างของมารโลหิตอย่างเต็มตัว “”โฮกกก!” ............................... ร่างของอาซานถูกท่านหมออู๋หมิงจู่โจม จนกระเด็นออกไปเกือบห้าจั้ง จนกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ “ตู้มมมมม!” “นี่มัน!....” ท่านหมออู๋หมิงมองการโจมตีของตนเองแล้วก็ประหลาดใจ เพราะฝ่ามือที่ควรจะทะลวงร่างของอาซานกลับทำได้แค่กระแทก ไม่สามารถทะลวงเข้าทะลุร่างได้ ขณะที่กำลังประหลาดใจ ทันใดนั้น! ร่างของอาซานก็ลุกขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เจ้าเป็นใครกันแน่!” ท่านหมออู๋หมิงร้องถามขึ้น พร้อมแสดงสีหน้ากังวลเป็นครั้งแรก “ข้าเป็นใครคงไม่สำคัญ!” อาซานตอบ “แต่ที่สำคัญคือเจ้าไม่ได้เป็นแพทย์รักษาคน!” อาซานยืนจ้องหน้าท่านหมออู๋หมิงอย่างสงบนิ่ง จิตสังหารรุนแรงแผ่ออกมาจากร่างของเขา “เหลวไหล! ข้ารักษาชาวบ้านมาตลอดสองปี ถ้าไม่ใช่แพทย์รักษาผู้คนแล้วจะเรียกว่าอะไร?” ท่านหมออู๋หมิงโต้ตอบ พลางระวังตัวมากขึ้น “ตัวจริงของเจ้าก็คือปิศาจ! ที่หลอกลวงชาวบ้านเพื่อดูดพลังชีวิตของพวกเขา!” อาซานพูดกับท่านหมออู๋หมิงด้วยท่าทางที่แตกต่างจากเดิม ท่านหมออู๋หมิงมองหน้าของอาซานด้วยความตกตะลึง แล้วก็นิ่งไป ทันใดนั้น! ทันใดนั้นเขาก็หัวเราะขึ้นมา “ ฮ่าๆๆ อาซานเจ้านี่ช่างมีอารมณ์ขันยิ่งนัก เอาเถอะ! เจ้าจะหาว่าข้าเป็นอะไรก็ได้” “แต่คนที่รู้ความลับของข้า ข้าปล่อยให้มีชีวิตอยู่ไม่ได้” ท่านหมออู๋หมิงพูดจบก็แสดงสีหน้าดุร้าย มือของเขามีเล็บยาวสีดำงอกออกมา ก่อนพุ่งจู่โจมอาซานด้วยความรวดเร็ว “ตูมมมม!” .................................. ทางด้านของมู่ปิงและไป่จิ้ง ตอนนี้สถานการณ์ของมู่ปิงไม่ดีนัก “ฮ่าๆๆ ด้วยร่างกายของมารโลหิต เคล็ดพายุน้ำแข็งเบญจธาตุของเจ้าไม่ระคายผิวของข้าอีกแล้ว” ไป่จิ้งระเบิดพลังสลายพายุน้ำแข็งที่ล้อมรอบอีกครั้ง แล้วเข้าจู่โจมมู่ปิงอย่างไม่ให้มู่ปิงได้พัก “ตูมม! ตูมม! ตูมม!” เพียงการจู่โจมด้วยร่างของมารโลหิต ก็แฝงไปด้วยพลังที่รุนแรงและรวดเร็ว จนมู่ปิงทำได้แค่ปัดป้องและถอยหนี “หากเจ้ายอมมาเป็นของเล่นของข้าตอนนี้ ข้ารับรองว่าก่อนตายจะให้เจ้าเห็นความสุขของหนุ่มสาวราวกับขึ้นสวรรค์เป็นของขวัญ ความอดทนข้ามีจำกัดนะ ถ้านานกว่านี้ข้าจะค่อยๆทำลายใบหน้าที่สวยงามของเจ้าทีละน้อยแล้วฟังเสียงกรีดร้องแทน ฮ่าๆๆ” ไป่จิ้งจู่โจมด้วยความบ้าคลั่ง จนร่างของมู่ปิงเริ่มมีบาดแผลทีละน้อย “เดรัจฉานเช่นเจ้า ตอนแรกข้าเจ้าสำนึกผิดก่อนตาย ดูท่าตอนนี้คงไม่ต้องรอให้สำนึกอีกแล้ว” มู่ปิงที่หลบการโจมตีด้วยท่าร่างที่สวยงามพูดขึ้น เมื่อทิ้งระยะห่างจากไป่จิ้งได้ นางก็ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาใหม่ทันที “เคล็ดเทพธิดาน้ำแข็ง!” เคล็ดวิชาใหม่ที่เพิ่งฝึกสำเร็จได้ไม่นาน ได้สำแดงออกมาแล้ว ร่างของมู่ปิงที่กำลังลอยอยู่ในอากาศเปล่งแสงสีรุ้งขึ้น ชั่วพริบตาก็มีร่างจำแลงของเทพธิดาที่งดงามสูงเกือบสิบจั้งปรากฎขึ้น ปลดปล่อยไอเย็นที่เย็นกว่ากระบวนท่าพายุหิมะเบญจธาตุหลายสิบเท่าขึ้นทั่วบริเวณ “อั่กกก!” ร่างมารโลหิตของไป่จิ้งหยุดการเคลื่อนไหวทันที ไอเย็นครั้งนี้เย็นจนสามารถแช่แข็งได้แม้กระทั่งสายลม “ไม่...เป็นไปไม่ได้ แม้แต่ร่างมารโลหิตที่แข็งแกร่งยังไม่สามารถขยับได้ นี่มันเป็นเคล็ดวิชาอะไร”ไป่จิ้งงุนงงไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองกำลังพอเจออยู่
ไป่จิ้งได้รับการถ่ายทอดเคล็ดมารโลหิตจากนักพรตจำแลงชุดดำที่มาด้วยกัน เขาสามารถฝึกเคล็ดมารโลหิตได้ถึงระดับสอง ซึ่งก็สามารถทำให้ขั้นฝึกตนของเขาก้าวหน้าถึงระดับหัวหน้านักรบได้ในเวลาอันสั้น เมื่อฝึกได้ถึงระดับสอง ก็สามารถใช้เคล็ดมารโลหิตประทับร่างได้ เขาภูมิใจในร่างมารโลหิตของตัวเองมาก ที่ทำให้เขาแข็งแกร่งมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวและไม่เคยแพ้ใคร แต่วันนี้ความภูมิใจนั้นได้มลายหายไปแล้ว “ข้าบอกแล้วว่าเจ้าจะไม่มีโอกาสได้เล่นของเล่นอีก ไปสำนึกผิดในนรกก็แล้วกัน” “เทพธิดาดับสูญ!” กระบวนท่าพิฆาตของเคล็ดเทพธิดาน้ำแข็งสำแดงออกมาเป็นครั้งแรก ร่างของเทพธิดาขนาดใหญ่เปล่งแสงสีรุ้งขึ้น แรงกดดันที่รุนแรงกดทับทั่วพื้นที่จนร่างของไป่จิ้งจมลงไปในพื้นถึงหัวเข่า ราวกับว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพธิดาน้ำแข็งไม่ว่าผู้ใดก็ต้องสยบ ทันใดนั้นร่างจำแลงของเทพธิดาหิมะก็ชูฝ่ามือขวาออกมาด้านหน้าแล้วปล่อยแสงสีรุ้งพุ่งเข้าใส่ที่ร่างมารโลหิตทันที “ตูมมมม!!!” ไอเย็นสุดขั้วที่ถูกปล่อยออกมาเป็นลำแสง เมื่อสัมผัสโดนร่างมารโลหิตก็กลายเป็นน้ำแข็งทันทีไม่เว้นแม้แต่ลมหายใจของไป่จิ้งที่กลายเป็นน้ำแข็งเช่นกัน “ไม่!!!!!!!!” ไป่จิ้งตะโกนออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างกายทั้งหมดจะกลายเป็นน้ำแข็งแล้วค่อยๆสลายเป็นผงธุลีปลิวลอยหายไปในอากาศ “อั่กกกก!” มู่ปิงกระอักเลือดแล้วทรุดลงทันที กระบวนท่านี้แม้ร้ายกาจแต่ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนสูงเช่นกัน “มู่ปิงเจ้าเป็นอย่าไรบ้าง?” ชิงชิงรีบวิ่งเข้ามาประคองมู่ปิงทันที “ข้าไม่เป็นไร! เพียงแต่ใช้พลังไปมากก็เท่านั้นเอง คนที่เราตามหาอยู่ในหมู่ชาวบ้านหรือไม่?” มู่ปิงถามชิงชิง “คนที่เราตามหาชื่อว่าหมออู๋หมิง เขาเข้าไปหาสมุนไพรในป่า นักรบกลุ่มหนึ่งกับนักพรตชุดดำกำลังไล่ล่าเขาอยู่ พวกเราอาจต้องรีบไปช่วยเขา” ชิงชิงอธิบายสถานการณ์ “ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่าเรารีบไปกันเถอะ เขากำลังอยู่ในอันตราย”มู่ปิงรีบพยุงตัวขึ้นแล้วเรียกสัตว์วิญญาณของตัวเองออกมา ก่อนพาตัวเองและชิงชิงขึ้นขนั่งบนหลังแล้วมุ่งหน้าไปทางป่าของหมู่บ้านสะพานไม้ทันที ........................................ กงเล็บปิศาจของท่านหมออู๋หมิงจู่โจมอาซานด้วยความรุนแรง จนฝุ่นตลบ เมื่อฝุ่นจางลงท่านหมออู๋หมิงก็พบว่าร่างของอาซานนั้นหายไป จึงรีบกลับตัวมองไปทางด้านหลัง และเมื่อกลับหันมาเขาก็รู้สึกตกใจ เมื่อพบร่างๆหนึ่งยืนสงบอยู่ด้านหลัง แต่.......ไม่ใช่ร่างของอาซาน! หากเป็นร่างของชายหนุ่มสูงโปร่งที่มีใบหน้าหล่อเหลา ร่างกายกำยำสมส่วนปรากฏขึ้น หากผู้คนที่อยู่ชนเผ่านิกายปราชญ์สวรรค์ได้พบคงต้องตกใจ เพราะมีหนุ่มผู้นี้........... มีหน้าตาเหมือนกับ “เจิ้นเทียน” นายน้อยแห่งชนเผ่านิกายปราชญ์สวรรค์ ราวกับพิมพ์เดียวกัน!!!!!!!! ............................................