หานเซียวไม่ได้คิดจะใช้ชีวิตเร่ร่อนพเนจรไปเรื่อยๆ หลังจากทรยศองค์กรเจอร์มินัล เขาก็ไม่มีทรัพยากรฟรีให้เบิกใช้อีกต่อไป การพัฒนาความสามารถของสายช่างกลนั้นผลาญเงินสุดๆ พวกอุปกรณ์ วัสดุ หรือชิ้นส่วนต่างๆ ล้วนแพงหูฉี่ เงินทุนกับทรัพยากรจึงกลายเป็อุปสรรคชิ้นใหญ่ ถึงการซ่อนตัวอยู่ในป่าเขาจะให้อิสระ แต่วัตถุดิบก็หายากแถมยังไม่แน่นอน ขืนเป็แบบนั้นพัฒนาการของเขาคงช้าเกินไป
ยิ่งไปกว่านั้นคือตอนนี้เขายังตัวคนเดียว กำลังรบก็มีอยู่น้อยนิด ก่อนจะปีกกล้าขาแข็งนั้นตัวเขาจำเป็ต้องพึ่งพาร่มเงาจากขุมกำลังใหญ่ไปก่อน ขืนปล่อยให้องค์กรเจอร์มินัลล็อกเป้าได้กลางป่ากลางเขา พวกมันคงลงมือแบบไม่เกรงใจใครแน่ เผลอๆ อาจจะบ้าบิ่นถึงขั้นสาดฝูงมิสไซล์นำวิถีความร้อนปูพรมถล่มจนราบเป็หน้ากลอง ถ้าถึงตอนนั้นเขาคงหนีไม่รอดแน่ๆ
สาเหตุที่องค์กรเจอร์มินัลยังไม่งัดวิธีนั้นมาจัดการเขาเป็เพราะตอนนี้เขากำลังอยู่ในอาณาเขตของประเทศชิงหลง ขืนยิงมิสไซล์เข้ามามีหวังก็คงโดนสอยร่วงหมด แถมยังเสี่ยงความแตกจนฐานลับขององค์กรในชิงหลงอาจโดนกวาดล้างตามไปด้วยซึ่งดูยังไงก็ไม่คุ้มเสียและอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ลูกพี่ใหญ่ของพวกมันยังมองว่าเขาไม่ได้มีค่ามากพอถึงขั้นต้องงัดทุกวิถีทางมาจัดการขนาดนั้น
หานเซียวเลือกที่จะเข้าร่วมกับ 1 ใน 6 ประเทศมหาอำนาจ เหตุผลสำคัญที่สุดเลยก็คือ นอกจากองค์กรเจอร์มินัลแล้วก็มีแค่ 6 ประเทศมหาอำนาจพวกนี้เท่านั้นที่กุมความรู้ขั้นสูงเอาไว้
เพื่องานเลื่อนขั้นของตัวเอง การเข้าร่วมกับ 6 ประเทศมหาอำนาจจึงเป็การต่อสู้บังคับที่เลี่ยงไม่ได้
แต่เื่เร่งด่วนเฉพาะหน้าในตอนนี้คือการหาที่ซุกหัวนอนในเมืองซีตูซึ่งเขามีเป้าหมายในใจั้แ่ตอนตัดสินใจเดินทางมาที่นี่แล้ว
มันคือจุดภารกิจลับ ในชาติก่อนเขาก็รู้เื่นี้มาจากข้อมูลของคนอื่นไม่ได้มีโอกาสมาััด้วยตัวเองแต่ชาตินี้ยังไม่มีใครมาแย่ง หานเซียวเลยสามารถคว้าชิ้นปลามันไปกินก่อนได้สบายๆ
...
ตรงหน้าของเขาคือร้านซ่อมเครื่องจักร ประตูเหล็กม้วนถูกเปิดกว้างเอาไว้คล้ายกับพวกร้านซ่อมรถทั่วไป ร้านนี้ไม่มีชื่อ ป้ายหน้าร้านมีแค่รูปประแจอันเดียวแปะไว้ บ่งบอกให้คนที่ผ่านไปมาพอเดาได้ว่าที่นี่คือร้านรับซ่อมอะไรสักอย่าง
ซึ่งเอาเข้าจริงแถวนี้ก็ใช่ว่าจะมีคนเดินผ่านไปมาบ่อยๆ ร้านซ่อมแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็กๆที่ดูไม่เตะตา สองข้างทางขนาบด้วยกำแพงทึบ ปากซอยก็อยู่ห่างจากตัวร้านตั้งสองร้อยเมตร ถ้าไม่เดินเข้ามาดูใกล้ๆคงนึกว่าเป็แค่ซอยตันธรรมดาๆ
ชาตินี้ โอกาสทองตรงหน้าไม่มีทางหลุดมือฉันไปแน่ แววตาของหานเซียวเป็ประกายขึ้นมา
ร้านซ่อมซอมซ่อแห่งนี้ถือครองอีเวนต์ลับที่ให้ผลตอบแทนแสนล้ำค่าสำหรับสายช่างกลใน่แรกเอาไว้แถมยังเป็โอกาสจำกัดสิทธิ์แค่ครั้งเดียวซะด้วย
บริเวณหน้าร้านมีโต๊ะหมากรุกตั้งอยู่ ชายแก่ผมขาวสองคนกำลังนั่งดวลหมากกันอย่างเอาเป็เอาตาย คนหนึ่งสูง คนหนึ่งเตี้ย ตาเฒ่าร่างเตี้ยไว้หนวดเคราเฟิ้มปล่อยผมยาวทรงบาร์โค้ดยุ่งเหยิงซึ่งดูมีสไตล์เหมือนพวกศิลปินเซอร์ๆ
ส่วนอีกคนคือตาเฒ่าร่างสูง ทรงผมสั้นสีดอกเลาหวีเรียบแปล้นั่งหลังตรงแด่วเหมือนพวกทหารผ่านศึก สายตาจดจ่ออยู่กับกระดานหมากรุก จุดที่สะดุดตาที่สุดคือแขนเสื้อข้างซ้ายที่ว่างเปล่า... แกเป็คนพิการ
ทั้งสองตาเฒ่าปรายตามองหานเซียวแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปก้มหน้าก้มตาเล่นหมากรุกต่อด้วยสีหน้าจริงจังเคร่งเครียดราวกับกำลังทำศึกชี้ชะตากันอยู่
หานเซียวกวาดสายตามองกระดานหมากรุกก่อนจะแอบอึ้งในใจ... ร้ายกาจแฮะ เล่นหมากล้อมกันซะด้วย เม็ดขาวดำพัวพันกันยุ่งเหยิง สถานการณ์ดูดุเดือดเืพล่าน ตาเฒ่าร่างสูงกำลังเดินหมากสร้างัตัวั์ในขณะที่ตาเฒ่าร่างเตี้ยพยายามไล่ต้อนสุดฤทธิ์แต่ก็ทำท่าจะต้านไว้ไม่อยู่ การเดินหมากของทั้งสองฝ่ายพลิกแพลงแพรวพราวฟาดฟันกันอย่างดุเดือดซึ่งดูอันตรายสุดๆ!
แต่พอมองดูดีๆ อีกที... ถุ้ย! นี่มันหมากฮอสจีนนี่หว่า! ทำหน้าเครียดซะฉันนึกว่ากำลังเล่นหมากรุกสากล!
"จะเอาอะไรมาซ่อมเหรอคะ?"
เสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
หญิงสาวเดินจ้ำอ้าวออกมาจากในร้านทำเอาหานเซียวถึงกับตาโต
ผิวพรรณของเธอขาวเนียนอมชมพูดูสุขภาพดี ส่วนสูงน่าจะประมาณ 165 เิเ หน้าตาไม่ได้สวยหยาดเยิ้มจนสะกดสายตาแต่จัดว่าน่ารักมองเพลินแบบไม่เบื่อ คิ้วและดวงตาดูอ่อนโยน รอยยิ้มเป็มิตร ให้อารมณ์เหมือนพี่สาวข้างบ้านอายุอานามน่าจะราวๆ 24-25 ปี ซึ่งเป็่วัยที่ผู้หญิงกำลังเปล่งปลั่งที่สุด ลำคอขาวมีผ้าขนหนูพาดเอาไว้ ผมสีดำขลับถูกรวบมวยปักปิ่นแบบเรียบง่าย ท่อนบนสวมเสื้อกล้ามรัดรูปสีดำจับคู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้น อวดเรียวขาขาวเนียนตรงสวย หยาดเหงื่อที่เกาะพราวอยู่บนหน้าผากสะท้อนแสงแดดเป็ประกายโดยที่ในมือถือประแจดูทรงแล้วน่าจะเพิ่งทำงานเสร็จหมาดๆ
สเต็ปการมองผู้หญิงน่ะเหรอ... พวกวัยรุ่นหื่นกามมักจะมองหน้ากับหน้าอกเป็หลัก พวกมีประสบการณ์ขึ้นมาหน่อยจะเน้นดูเรียวขากับเอว ส่วนเสือเฒ่าเจนจัดอย่างเขาน่ะเหรอ... ต้องดูที่ออร่าความน่าค้นหาสิ! (แต่ก็มีพวกหื่นกามขั้นสุดแบบไม่เลือกหน้าเหมือนกัน หญิงชายได้หมด ขอแค่เป็สิ่งมีชีวิตก็พอแล้ว)
มีคนเคยบอกเอาไว้ว่า ผู้หญิงวัย 20 เหมือนเชอร์รี่ สวยแต่กินไม่อร่อย ผู้หญิงวัย 30 เหมือนองุ่น ทั้งสวยทั้งอร่อย หานเซียวเลยมักจะคิดอยู่เสมอว่า่วัยระหว่าง 20 ถึง 30 ปีนี่แหละคือ่เวลาที่ผู้หญิงสวยสะพรั่งที่สุด
ส่วนผู้หญิงวัย 40 น่ะเหรอ เหมือนสับปะรดนั่นแหละ อร่อยนะแต่หน้าตาภายนอกอาจจะไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่
อะไรนะ? ถามถึงผู้หญิงวัย 50 งั้นเหรอ?
เหอะ ผู้หญิงวัย 50 น่ะเหมือนมะเขือเทศ... ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าผลไม้อีกเรอะ!
"ขอโทษนะครับ ที่นี่รับสมัครลูกมือไหมครับ?"
หานเซียวเอ่ยถาม
พอได้ยินแบบนั้น แววตาของหญิงสาวก็เบิกกว้างเป็ประกายวิบวับขึ้นมาทันที สิ่งนี้ทำเอาหานเซียวถึงกับขนลุกซู่ ถ้าจะให้อธิบายสายตาคู่นี้แบบสุภาพหน่อยก็คงเหมือนคนที่หิวโซมาสามวันเต็มแล้วไปเจอโต๊ะจีนชุดใหญ่ หรือไม่ก็คนที่เดินหลงกลางทะเลทรายมาสิบวันแล้วบังเอิญเจอโอเอซิส แต่ถ้าจะให้พูดแบบบ้านๆก็คงเหมือนหมาเห็นอึหรือเด็กทารกเห็นนมแม่นั่นแหละ
"รีบเข้ามานั่งข้างในก่อนสิคะ เดี๋ยวก็เป็หวัดกันพอดี"
หญิงสาวปรี่เข้ามาคว้าแขนหานเซียวพลางลากตัวเขาเข้าไปในร้านทันทีเหมือนกลัวว่าเขาจะหนีหายไปไหน
หานเซียวแหงนหน้ามองแดดเปรี้ยงๆ ตอนเที่ยงวัน แล้วหรี่ตาถาม
"เป็หวัดนี่... เป็คำสแลงภาษาถิ่นของที่นี่ที่แปลว่าหน้ามืดแดดเหรอครับ?"
การตกแต่งภายในร้านเน้นโทนสีขาว เหลือง และดำเป็หลัก โดยแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็สองชั้น
ชั้นล่างเป็โซนทำงาน มีเสารับน้ำหนักหลายต้นแบ่งพื้นที่ออกเป็ 3 ส่วนหลักๆ โต๊ะเครื่องกลึงหลายตัวตั้งเรียงรายอยู่ เครื่องไม้เครื่องมือช่างกลมีให้ครบครัน ทั้งเครื่องเจียร เครื่องตัด สว่าน ปืนเชื่อมและอื่นๆ รอยขีดข่วนบนโต๊ะทำงานบ่งบอกถึงอายุการใช้งานที่ยาวนาน ริมกำแพงมีชั้นเหล็กหลายชั้นตั้งเรียงราย วางชิ้นส่วนเครื่องจักรและโลหะเอาไว้ระเกะระกะดูคล้ายกับร้านขายฮาร์ดแวร์
พอเดินลึกเข้าไปก็จะเจอกับบันไดเหล็กโปร่งสีดำทอดตัวขึ้นสู่ชั้นสองซึ่งน่าจะเป็โซนที่พักอาศัย
"ฉันชื่อลวี่เชี่ยน เป็เ้าของร้านนี้ค่ะ เรียกฉันว่าพี่เชี่ยนก็ได้นะคะ"
ลวี่เชี่ยนแนะนำตัวอย่างฉะฉาน
"พี่เชี่ยนครับ"
หานเซียวไม่ได้คิดมากเื่สรรพนามเรียกขาน
"ผมอยากมาสมัครเป็ลูกมือที่นี่ ไม่ทราบว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้างครับ?"
"เล่าประวัติคร่าวๆ มาก่อนสิคะ"
ลวี่เชี่ยนยิ้มแย้มแจ่มใส เธอรู้สึกถูกชะตากับหานเซียวั้แ่แรกเห็น โดยเฉพาะสายตาปลาตายของเขาที่ดูเหมือนพวกวัยรุ่นหมดอาลัยตายอยากและไม่มีกำลังใจในการใช้ชีวิต... ทรงนี้รับรองว่าเรียกเงินเดือนไม่แพงแน่ๆ
"ผมชื่อหานเซียว อายุ 21 ปี มาจากต่างเมืองครับ พอมีความรู้เื่เครื่องกลอยู่บ้าง เรียกผมว่าช่างหานก็ได้ครับ"
ช่างหาน? ลวี่เชี่ยนรู้สึกว่าสรรพนามนี้มันฟังดูแปลกๆทะแม่งๆพิลึก
"มาจากต่างเมืองเหรอคะ? ไม่ใช่นักศึกษาของวิทยาลัยซีตูหรอกเหรอ?"
ความรู้สากลระดับจักรวาลที่ดาวอความารีนได้รับนั้นครอบคลุมไปถึงความรู้พื้นฐานในการฝึกฝนผู้มีพลังพิเศษด้วย วิทยาลัยซีตูคือสถาบันการศึกษาของรัฐแห่งชิงหลง เป็ศูนย์รวมอัจฉริยะที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศ มีการเรียนการสอนความรู้ด้านพลังพิเศษอย่างเป็ระบบ ทั้งสายนักสู้ สายเครื่องกล และสายเอสเปอร์ คนที่จบการศึกษาด้วยคะแนนยอดเยี่ยม มักจะได้บรรจุในตำแหน่งสำคัญๆของรัฐบาลถือเป็แหล่งผลิตบุคลากรชั้นยอดของชาติเลยก็ว่าได้
แต่การจะก้าวขึ้นเป็ผู้มีพลังพิเศษนั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ต่อให้มีระบบการฝึกที่สมบูรณ์แบบแต่อัตราความสำเร็จก็ยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่ดี
"ผมแค่เคยเรียนทฤษฎีเครื่องกลพื้นฐานมานิดหน่อยน่ะครับ"
หานเซียวผู้ถ่อมตัวรักความสันโดษและยึดมั่นในศีลธรรมอันดีงามเอ่ยตอบหน้าตาย
"น่าเสียดายจังเลยนะคะ..."
ลวี่เชี่ยนหลุดปากแสดงความผิดหวังออกมาก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามันอาจจะดูเสียมารยาท เลยรีบแก้ตัว
"อ๊ะ ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะคะ"
"ไม่เป็ไรครับ"
หานเซียวตอบรับ
"ฉันคงต้องขอทดสอบคุณดูก่อน ถึงฉันจะอยากได้ผู้ช่วยแทบตายแต่ถ้าฝีมือไม่ถึงเกณฑ์ ฉันก็รับไว้ไม่ได้หรอกนะคะ..."
ก็สมเหตุสมผลดี หานเซียวเลยไม่ได้ขัดข้องอะไร
ลวี่เชี่ยนหยิบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พังแล้วออกมาเตรียมให้หานเซียวซ่อม แต่อยู่ๆตาเฒ่าร่างเตี้ยที่กำลังเล่นหมากรุกอยู่หน้าร้านก็โพล่งขึ้นมา
"ไอ้หนุ่ม ทำไมแกถึงอยากมาเป็ลูกมือที่นี่?"
ลวี่เชี่ยนขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ คำถามของคุณปู่แปลกจัง ก็ต้องมาหางานทำสิคะ จะให้มาทำอะไรล่ะ?
หานเซียวหันกลับไปมอง ตาเฒ่าลวี่ ปู่ของลวี่เชี่ยน แล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
"ผมแค่้าหางานทำครับ"
ตาเฒ่าลวี่แค่นเสียงในลำคอไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ก่อนจะเอามือปัดกระดานหมากรุกทิ้งรวดเดียวแล้วลุกขึ้นเดินเข้ามาหา
"ฉันคือเ้าของร้านตัวจริง ถ้าแกผ่านการทดสอบของฉันได้ ฉันถึงจะอนุญาตให้แกอยู่ที่นี่"
ตาเฒ่าร่างสูงที่เพิ่งจะคีบหมากสีขาวเตรียมวางเรียงให้ครบห้าตัวถึงกับร้องโวยวาย
"เฮ้ย ไอ้แก่ แกเนียนล้มกระดานโกงอีกแล้วนี่หว่า!"
"ฉันมีธุระสำคัญต้องทำ"
ตาเฒ่าลวี่ตอบหน้าตายแบบไม่มียางอาย
"หน้าด้านหน้าทนจริงๆ"
ตาเฒ่าร่างสูงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ พอหมดสนุกก็เลยต้องเดินตามเข้ามาดูด้วย