" ตื่นหรือยัง เ้าเด็กนำโชคของฉัน " ชายชราหน้าตาน่ากลัว ถามเด็กหญิงที่นอนอยู่กับพื้นปูนเก่าๆด้วยท่าทางโอหัง น้ำเสียงกับท่าทางอ่อนโยนจนหน้าสะอิดสะเอียน ทำเอาซ่งซิงเหลียนถึงกับยกนิ้วซูฮกให้กับบทบาทนี้ของเขา
ซ่งซิงเหลียนไม่พูดอะไรแต่มองรอบๆ ตัวอย่างงุนงง ให้สมบทบาทที่เธอกำลังรับก็พบว่าที่เธออยู่แห่งนี้ ป็นบ้านแบบสี่เรือนล้อมลานที่ค่อนข้างเก่าแล้วแต่ก็ยังรักษากลิ่นอายของความสง่างามของชนชั้นสูงอยู่ โอ้โห นี่พวกโจรที่จับเธอมามีฐานะไม่น้อยเลย อาจทำให้คุ้มค่ากับบทละครของเธอก็ได้ เพราะดูจากการตกแต่งแล้วยังมีสมบัติที่ล้ำค่า อยู่ทั้งชุดน้ำชา โต๊ะเก้าอี้แจกัน หรือแม้แต่ต้นพุทราจีนต้นใหญ่ที่ดูคร่าวๆแล้วคงมีอายุมากกว่า 100 ปี กำลังออกดอกผลอยู่
สายตาคิดคำนวณของซ่งซิงเหลียนไม่รอดสายตาจากชายชราเลยแม้แต่น้อย ทำให้มันรู้สึกว่าเด็กหญิงคนนี้กำลังคิดคำนวณอะไรบางอย่างที่มันไม่สามารถคาดถึงได้เลย
" เด็กน้อยเธอหนีไม่รอดหรอก อย่าคิดให้เสียเวลาเลย "
'' จับฉันมาทำไม เธอไม่ได้จะหนีซะหน่อยแต่กำลังคิดคำนวณค่าเสียเวลาอยู่ต่างหากล่ะ "
" เธอเป็เด็กโชคดีที่ชาวบ้านพูดถึงอยู่ มอง จากโหงวเฮ้งและพลังิญญาแล้ว ก็เป็อย่างที่คิดจริงๆเธอเป็เด็กที่โชคดีมากๆก็แบ่งโชคดีมาให้ฉันเถอะแล้วฉันจะปล่อยเธอไป " น้ำเสียงและท่าทางดูเมตตา ของชายชราคู่นี้ทำเอาเธอที่กำลังสวมบทบาทอยู่ ถึงกับขนลุกขนพองจริงๆ เมื่อเห็นไอพลังิญญาแห่งความชั่วร้ายที่ร้ายรอบเขาอยู่อย่างชัดเจน เมื่อมองดูชัดๆแล้วกับเป็ชายชราที่จับตัวเธอมา ดูมีความชั่วร้ายน้อยกว่าคนคนนี้อีก
" อ้าวนี่มันคนละคนกันนี่ "
" ฮ่าๆๆๆ เ้าแก่คนนั้นน่ะหรือไอ้นั่นเป็แค่ลูกน้องของฉัน ช่างสังเกตจริงๆนะหนูน้อย เอาล่ะฉันไม่อยากเสียเวลากับเธอแล้วฉันแค่มาดูเพื่อความแน่ใจเท่านั้นเอง " ชายชราเดินปรี่ออกไปทิ้งให้ซ่งซิงเหลียน ท่าทางหวาดกลัวอยู่นั้นอยู่กลางลานบ้านโดยไม่ใส่ใจ หรือว่าท่าทางแบบนั้นคือการแสดงของเธอ
" โอ้โห นี่ฉันอยู่กลางเขาเลยหรือ เหมือนว่าจะอยู่อีกฟากของูเาที่เคยเข้ามาเลยนะเนี่ย มิน่าล่ะพลังิญญาที่เขานี้ถึงหนาแน่นขนาดนี้ก็เพราะถูกตั้งค่ายกลดูดกลืนเอาไว้นี่เอง "
ซ่งซิงเหลียนใช้จิตัั พลังิญญาโดยรอบก็พบว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่บ้านสี่เรือนล้อมลานธรรมดาๆเท่านั้นแต่เรียกว่าูเาทั้งลูกแห่งนี้ถูกวางค่ายกลเอาไว้อย่างแ่า แต่ก็นะค่ายกลนี้ไม่น่ากลัวเลยสักนิดสำหรับเธอเพราะคนที่วางน่ะคงอยู่ในระดับสร้างรากฐานเท่านั้นเองและมันก็ดูเสื่อมสภาพไปมากแล้วจะขังเธอไว้หรือด้วยขยะแบบนี้แค่นี้น่ะหรือโอ๊ยเรียกได้ว่า เหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอชัดๆ
สำหรับคนธรรมดาแล้วค่ายกลนี้น่ากลัวจริงๆแต่สำหรับผู้มีพลังวิเศษแล้วเรียกว่า เปิดประตูต้อนรับเลยดีกว่า
" ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายังมีสถานที่แบบนี้หลงเหลืออยู่ แต่ก็นะเข้าใจได้ว่านี่อยู่ในป่าเขาจะมีคนสักกี่คนที่เป็บ้ามาอยู่แถวนี้ " และคนบ้าที่ว่านั้นก็เป็พวกโจรที่ไม่รู้อีหนูอีนี่แหละ ที่กำลังจะกลายเป็เหยื่อชั้นยอดให้กับเธอ
เธอใช้จิตััตรวจละเอียดโดยรอบ ก็ยิ่งพบสิ่งที่น่าสนใจมากขึ้นนี่เรียกว่า ป้อมปราการมากกว่า ดูมีอายุเก่าแก่มาหลายร้อยปีอีกครั้งยังมีทรัพย์สมบัติมากมายมากกว่าในถ้ำที่เธอไปเจอมาอีก
อย่างนี้สิถึงคุ้มค่ากับการลงทุนลงแรงของเธอ
ซ่งซิงเหลียนใช้จิตััสิ่งมีชีวิตโดยรอบก็พบสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะมีคนไม่กี่คนที่เป็พวก มีพลังวิเศษฝึกวิชา แต่ก็อยู่ในระดับที่เรียกว่า ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน อยู่ในขั้นกลั่นลมปราณเท่านั้นเอง และผู้ที่มีพลังสูงที่สุดก็เป็ชายชราคนนั้นที่อยู่ในขั้น สร้างรากฐานขั้นต้นแต่ก็กล้าที่จะจับตัวเธอมา จะเรียกว่าเชิญเทพเข้าบ้าน หรือขโมยเข้าบ้านดี คงได้แต่ขอโทษขอโพยและสงสารกับกรรมที่เขาได้รับแล้วล่ะ
" กุ๊กๆๆ " เสียงเ้าเสี่ยวเฟย ส่งสัญญาณให้กับเธอ ในที่สุดมันก็ตามเ้านายตัวน้อยทันแล้ว
" จิ๊บๆๆ " เ้านายนี่คือขุมสมบัติหรือเปล่า ประสาทััของเสี่ยวฝานดีกว่าเสี่ยวเฟยมากมันได้กลิ่นของเงินลอยไปทั่วป้อมปราการแห่งนี้ แต่เมื่อยังไม่ได้รับคำสั่งจากเ้านายตัวน้อยมันก็ไม่กล้าออกสำรวจ ทั้งๆที่ใจของมันอยากจะขนของทั้งหมดไปให้ได้
" ใช่นี่คือสมบัติของพวกเราแล้วล่ะ เขาเรียกว่า ลงทุนลงแรง "
" กุ๊กๆๆๆๆ " ลงทุนลงแรงอะไรเ้านายนี่เขาเรียกว่าค่าเหนื่อยยากในการเดินทางต่างหาก เสี่ยวเฟยแย้งกับ มันไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่าลงทุนลงแรงเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่เห็นว่าจะได้ลงแรงอะไรนอกจากเ้านายตัวน้อยถูกจับมาทิ้งไว้กลางลานบ้านแบบนี้
แต่ถ้าเป็คำว่าค่าเหนื่อยยากในการเดินทาง มันเห็นด้วยมากก็ต้องใช้สมองมาตั้งหลายวัน กว่ากว่าจะล่อพวกโจรพวกนี้ออกมาได้
" เอาหน่าสุภาษิตแบบไหนมันก็เหมือนกันนั่นแหละ เขาเรียกว่าค่าเหนื่อย ค่าแรง หรือค่าอะไรก็ช่าง สมบัตินี้ต้องเป็ของพวกเรานั่นแหละ " พอคิดได้แบบนี้แล้วกับรู้สึกว่าสมเหตุสมผลที่สุดในการปล้นชิงครั้งนี้ เขาเรียกว่ากรรมสนองกรรม เธอจะเป็กรรมให้พวกมันเองนั่นแหละ ใครใช้ให้ทำชั่ว แบบไม่ใช้สมองล่ะ
ก็จงกลายเป็เหยื่อให้กับเธอซะเถอะ
" เอาล่ะพวกเรามาเริ่มผจญภัยล่าสมบัติกันเถอะใช้ถุงวิเศษกับของมิติ ที่ฉันให้ได้เต็มที่เอาให้คุ้มค่าเหนื่อยที่พวกเราลากสังขารมาตั้งไกลนะ อย่าให้เหลือ " คอยาวเ้าไก่เสี่ยวเฟยที่มีลูกปัดหยกเขียวเม็ดหนึ่งห้อยคออยู่และเ้าเสี่ยวฝาน ที่มีมุกเม็ดหนึ่งห้อยอยู่ พวกมันทั้งสองชอบของประดับแบบนี้มากเธอก็เลยสลักค่ายกลมิติใส่ซะเลย เรียกได้ว่าคุ้มค่าสุดๆ เพราะตอนนี้นอกจากใส่สมุนไพรแล้วจะได้ใส่สมบัติหายาก
" แยกย้ายกันได้แล้วล่ะ ลุย "
หนึ่งคนกับอีกสองตัวตัวต่างแยกย้ายกันไปคนละทาง ไม่ว่าทั้งสามจะผ่านไปที่ไหนก็กวาดของเข้าถึงมิติ แบบไม่ได้มองเลยแม้แต่น้อยเพียงแค่โบกมือ เบาๆ ของมีค่าต่างๆที่อยู่ในเรือนสี่ประสานนั้นก็หายไปโดยไร้ร่องรอยชนิดที่ว่า ไม่เหลือแม้แต่เก้าอี้ตัวเดียวเลยก็ใครใช้ให้คนพวกนี้เอาเก้าอี้ไม้แดงมานั่งโชว์เล่า
" เผาไหม้ " ซ่งซิงเหลียนโยนยันต์แผ่นเล็กลงเรือนหลังนั้นทันที ทันทีที่ไฟเริ่มลุกลามก็เรียกความสนใจจากพวกโจรได้อย่างง่ายดาย
" ไฟไหม้แล้วไฟไหม้แล้วรีบๆกันเร็ว " เสียงเอะอะโวยวายของชายฉกรรจ์หลายคนถือถังน้ำเข้าดับไฟอย่างเร่งร้อน แต่ก็มีชายชราคนหนึ่งที่ได้ใช้คาถาเรียกฟ้าฝนให้ดับไฟแต่มันก็ไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย
" แย่ล่ะที่ไม่ใช่ไฟธรรมดาเป็ไฟอาคม " ชายคู่นั้นเอ่ยอย่างตื่นตระหนก คนที่สามารถจุดไฟอาคมได้ไม่ใช่แค่อยู่ในขั้นสร้างฐานธรรมดา นี่พวกเขาไปเตะเกรดย้อนัใครเข้าล่ะเนี่ย
ซ่งซิงเหลียนยืนมอง พวกมันที่ช่วยกันดับไฟอย่างร้อนรน แต่ก็ไม่สามารถดับได้นี่คือไฟอาคมของเธอที่จุดใครล่ะจะดับได้นอกจากเธอเองต่อให้มีพลังเหนือกว่าเธอก็เถอะ จะดับได้ง่ายๆหรือ
" ไปเอาเด็กหญิงคนนั้นออกมาก่อน ถ้าเกิดเป็อะไรไปเราจะได้ไม่คุ้มเสีย "
" ไม่ได้ไม่ได้เลยเ้านาย "
" ท่านอาจารย์ เราเข้าไปไม่ได้เลยไฟแรงเกินไป "
" สมบัติล่ะ "
" ไปขนสมบัติออกมา " เสียงร้องโวยวาย ดังขึ้นเป็ระยะๆ พวกมันไม่ได้ห่วงสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากสมบัติที่ปล้นชิงมาหลายสิบปีในห้องใต้ดิน ถ้าเกิดได้รับความเสียหายแล้วก็ทั้งชีวิตนี้เรียกได้ว่าจบสิ้นแน่ๆ
สมบัติห้องใต้ดิน ซ่งซิงเหลียนมองไปที่เ้าเสี่ยวฝานที่ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ใช่แล้วเ้านายฝีมือมันเองนั่นแหละกวาดเรียบเลยไม่เหลือแม้แต่คนเส้นเดียว
" สมแล้วที่เป็เสี่ยวฝาน " เธออดเลยปากชมไม่ได้มาครั้งนี้คุ้มค่าสุดๆเลยล่ะ
" กุ๊กๆๆๆ " เ้านายงานที่สั่งไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ พวกมันกินทั้งหมดแล้วไม่เหลือเลย
และงานที่ว่านั้นก็คือการวางยาลบความทรงจำและยาทำลายพลัง ที่เธอให้เสี่ยวเฟยไปวางยาในน้ำ และเฝ้ามองทุกคนที่อยู่ในที่นี้ดื่มก่อน อีกไม่กี่ชั่วโมง ยาพวกนี้ก็จะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว เธอก็อยากจะกำจัดให้สิ้นซากอยู่หรอกนะแต่ว่าไม่อยากจะทำบาปกรรมให้มาก อุตส่าห์ได้มาเกิดทั้งที จะให้กรรมชั่วๆติดตัวไปบน์ก็ใช่ที่เื่จะมาแก้ทีหลัง เสียเวลาและบุญบารมีเปล่าๆ กับคนพวกนี้
" แล้วอะไรอีกล่ะ ทำไมได้ดูตื่นเต้นแปลกๆนะเสี่ยวเฟยไปเจออะไรอีกแล้วล่ะ "
มองก็ไก่เสี่ยวเฟยที่มีดวงตาเป็ประกายเจิดจ้ากว่าทุกทีนี่แสดงว่ามันคงไปเจออะไรดีๆที่เรียกว่ายิ่งกว่าขุมสมบัติ
" กุ๊กๆๆ " เ้านายเดาไม่ผิดเลย ฉันเจอภูตผีที่เราเจอครั้งที่แล้วตัวเดียวกัน ก็เลยแอบตามไปเจอสุสานขนาดใหญ่มากหลังเขา มีผีที่นั่นอยู่หลายตัวนะ แต่ว่าฉันได้ยินเ้าผีตัวนั้นพูดเื่สมบัติอะไรบางอย่าง ฉันก็เลยคิดว่า
" จะไปจิ๊กสักชิ้นสองชิ้นหรือ "
" กุ๊กกกๆกุ๊กๆ " ทำไมแค่ชิ้นสองชิ้นล่ะ พวกเราอุตส่าห์มาถึงที่นี่เลยนะ เสี่ยวเฟยแย้ง มันไม่ได้โลภเลยจริงๆนะ แค่ไม่อยากทิ้งของพวกนั้นให้เปล่าประโยชน์กองไว้ในสุสานสู้ให้พวกเขาเอามาใช้ดีกว่า
เอาล่ะวิชาปราบผีที่เธอสอน จะได้ใช้ก็คราวนี้แหละ
" ดูเหมือนว่าการออกผจญภัยในครั้งนี้จะคุ้มค่า " เอาไว้เธอจะภาวนา ส่งบุญบารมีให้กับพวกโจรกลุ่มนี้และิญญาในสุสานงานล่วงหน้าก็แล้วกัน