เมื่อยานอวกาศขึ้นสู่น่านฟ้าเรียบร้อยแล้วทางรัฐบาลแห่งจักรวรรดิ เซเรนอสก็ออกคำเตือนให้ประชาชนระวังจากการได้รับลูกหลงจากาหรือการรุกรานในครั้งนี้และประชาชนเองก็กำลังติดตามข่าวสารนี้อย่างใกล้ชิด
“ท่านเอเรวาธอสครับ ตอนนี้กองกำลังป้องกันอาณานิคมของเราขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเซเรนอสแล้วครับ และกำลังมุ่งหน้าไปยังเขตอวกาศของเรา และอีกอย่างคือการเจรจาไม่เป็ผลครับฝ่ายนั้นจองจะรุกรานอย่างเดียว” อัลเทียนกล่าวก่อนที่จะลุกจากเก้าอี้และตรงไปยังห้องควบคุมยานอวกาศทั้งหมดซึ่งอยู่ทางขวามือของห้องบัญชาการ ภายในห้องควบคุมยานอวกาศทั้งหมดนั้นมีเ้าหน้าที่ทหารกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นจำนวนมากแล้ว มีหลายฝ่ายประสานงานพร้อมกันเนื่องจากกองกำลังมีจำนวนยานรบที่มากทำให้ต้องมีหลายกลุ่มหลายหน่วยในการช่วยกระจายคำสั่งของกองบัญชาการหลัก
เอเรวาธอสเดินตามอัลเทียนไปก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ถูกเตรียมไว้ให้เขาแล้ว แม้ว่าจะเป็จักรพรรดิซึ่งเป็จอมทัพเซเรนอสที่สามารถสั่งกองกำลังให้ทำตามคำสั่งของตนเองได้แต่ต้องได้รับความยินยอมจากกองบัญชาการก่อน เอเรวาธอสหยิบหูฟังขึ้นมาสวมใส่ก่อนที่จะเปิดไมโครโฟนพลางจ้องไปที่หน้าจอโฮโลแกรมเบื้องหน้า
“กองกำลังป้องกันอาณานิคมอยู่ป้องกันเขตดวงดาวชั้นในยังไม่ได้รับความเสียหาย กองกำลังป้องกันชายแดนและกองกำลังป้องกันตนเองซึ่งอยู่ภายนอกกำลังสู้รบกับผู้บุกรุกจากสาธารณรัฐ แพนล่า” เอเรวาธอสมองจอเรดาร์ซึ่งระบุตำแหน่งที่ชัดเจนของกองกำลังป้องกันตัวเองที่กำลังโจมตีกองยานจากแพนล่าหลังจากการเจรจาไม่เป็ผล
“นี่อัลเทียน นายเคยออกไปบัญชาการกองกำลังด้านนอกอวกาศบ้างรึเปล่า” เอเรวาธอสถามพลางทำสีหน้าเ้าเล่ห์
“ผมเคยออกไปบัญชาการแล้วสองถึงสามครั้งครับ แต่ยังไม่เคยไปในฐานะผู้บัญชาการหลักเลยครับ” แม้ว่าอัลเทียนจะเคยเป็หัวหน้าทหารที่เคยออกไปสู้รบนอกอวกาศมาแล้วสามครั้ง แต่เขายังไม่เคยออกไปบัญชาการนอกดาวเลย
“งั้นหรือ ฉันกำลังคิดว่าคนเป็จักรพรรดิและผู้บัญชาการต้องออกไปบัญชาการข้างนอกดวงดาวหรือเปล่านะ” เอเรวาธอสคิดหนักก่อนที่อัลเทียนจะตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบาราวกับไม่แน่ใจคำตอบของตน
“เท่าที่กระผมทราบมา จักรพรรดิในดาวหลักของเราก็ไม่ได้ออกไปบัญชาการนอกอวกาศครับแต่ผู้บัญชาการกองกำลังทุกนายออกไปบัญชาการนอกอวกาศหมดเลยนะครับ หรือว่าท่านเอเรวาธอสจะ” เมื่ออัลเทียนพูดจบเอเรวาธอสก็แสยะยิ้มราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง
“ฉันคิดว่าถ้าออกไปบัญชาการนอกอวกาศน่าจะสนุกนะ”
“แบบนั้นมันไม่เหมาะสมเลยนะครับ จักรพรรดิและผู้บัญชาการต้องอยู่ในดาวเพื่อป้องกันอันตรายสิครับ” อัลเทียนกล่าวก่อนที่เอเรวาธอสจะทำสีหน้าไม่สบอารมณ์
“อดสนุกเลย แต่ก็ช่างมันเถอะ” เมื่อพูดจบเขาก็เอนตัวไปด้านหลังก่อนที่จะมองจอมอนิเตอร์
ภายในจอมอนิเตอร์หลัก แสงสีฟ้าและส้มกะพริบสลับกันอย่างบ้าคลั่ง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือสนามรบในอวกาศที่ปั่นป่วนไปด้วยเปลวไฟและเศษซากของยานอวกาศ กองกำลังป้องกันตนเองและกองยานป้องกันชายแดนรวมตัวกันเป็แนวรบขนาดใหญ่ คลื่นพลังงานจากโล่ป้องกันสะท้อนแสงสีน้ำเงินปรากฎทุกครั้งที่ถูกโจมตี ราวกับม่านพลังมหึมาที่กำลังถูกกระหน่ำด้วยอาวุธอันทรงพลังจากศัตรู พวกเขากำลังพยายามตั้งแนวต้านอย่างสุดความสามารถทว่าแรงปะทะจากกองยานสาธารณรัฐ แพนล่า ที่บุกรุกเข้ามานั้นรุนแรงเกินกว่าจะต้านไหว
แสงจากปืนอนุภาคพุ่งเป็เส้นตรงออกจากป้อมปืนราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาบนพื้นด้วยความไวแสง ทุกครั้งที่ยานลำหนึ่งถูกยิงทะลุเกราะจนแตกกระจายเสียงะเิก็ดังกังวานทั่วอวกาศอันว่างเปล่า ฝูงโดรนรบความเร็วสูงแตกตัวออกเป็รูปแบบฝูงคลื่น พุ่งเข้าชนกองยานศัตรูราวกับฝนเหล็กที่โปรยปรายในมหาสมุทร หน้าจอย่อยอีกจอหนึ่งแสดงภาพจากกล้องมุมใกล้ยานลาดตระเวนลำหนึ่งของกองกำลังป้องกันชายแดนพุ่งหลบะุเลเซอร์แบบเฉียดฉิว พลางโต้กลับด้วยจรวดติดตามที่พุ่งแหวกกลุ่มเศษซากเข้าไปยังเป้าหมาย
ทันใดนั้นยานแม่ของแพนล่าปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มหมอกพลาสมา ด้วยขนาดมหึมาของมันบดบังฉากหลังเกือบทั้งหมด โครงสร้างโลหะสีดำด้านของมันชวนให้นึกถึงสิ่งมีชีวิตั์จากตำนานในเทพนิยาย ภายในไม่กี่วินาทีหลังจากปรากฏตัว มันก็ปล่อยพลังทำลายล้างออกมาเป็ลำแสงสีขาวอมม่วงพุ่งทะลวงแนวป้องกันของกองยานป้องกันชายแดนจนพังเสียหายย่อยยับไปหลายพันลำ
ขณะที่แนวหน้าเริ่มเสียสมดุล ภายในจอมอนิเตอร์นั้นมีภาพหนึ่งปรากฏขึ้น กองกำลังจักรพรรดิซึ่งตรึงกำลังอยู่แนวกลางกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาสมทบทะลวงผ่านแนวป้องกันฝ่ายศัตรูอย่างรวดเร็ว นำหน้ามาโดยยานรบหลัก อินเฟอร์นอล์แลนซ์ ยานทรงหอกขนาดั์ ปลายแหลมยาวและหลังของตัวยานนั้นมีลักษณะใหญ่ขึ้นจนโค้งมน เหนือสิ่งอื่นใดมีกลุ่มก้อนพลังงานสีแดงอยู่บริเวณด้านหลังของตัวยาน พร้อมกับโครงสร้างโลหะสีดำแวววาวสวยงามราวกับกระจก มันพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงจนเกิดแรงกระแทกของคลื่นพลังงานรอบ ๆ ห้วงอวกาศ
ในวินาทีต่อมา แกนกลางของอินเฟอร์นอล์แลนซ์ส่องสว่างขึ้นพร้อมกับอาวุธที่เรียกว่าสุริยันต์พิฆาติถูกปลดล็อก พลังงานความร้อนระดับทำลายล้างเริ่มก่อตัวเป็แสงสีเขียวเข้มพวยพุ่งจากแกนกลางที่อยู่ด้านหลังของอินเฟอร์นอล์แลนซ์ ลำแสงพุ่งตรงไปยังกลุ่มยานของสาธารณรัฐแพนล่าจนกองยังนั้นะเิพังเสียหายไปมากถึงพันลำอีกทั้งลำแสงสีเขียวจากสุริยันต์พิฆาติยังเจาะทะลุเกราะของยานแม่สาธารณรัฐแพนล่าได้โดยตรง พลังทำลายมหาศาลพุ่งทะลวงเข้าชั้นแกนกลางของยานแม้อย่างแม่นยำจนะเิออกเป็เสี่ยง ๆ แรงะเิมหาศาลปะทุออกจากแกนพลังงาน เปลวเพลิงสีเขียวปะทุออกมาทางด้านข้างก่อนที่โครงสร้างทั้งหมดจะพังเสียหาย ภาพการทำลายล้างนั้นชัดเจนเกินกว่าจะละสายตา เศษซากของยานแม่กระจายตัวออกราวกับขยะบนห้วงอวกาศ รัศมีการะเิกินพื้นที่รอบข้าง กองยานของแพนล่าที่เหลือเริ่มถอยหนีออกจากแนวปะทะ