บันทึกการเดินทางต่างโลกของตัวละคร เลเวล MAXตัวใหญ่มากแค่ไหน แต่ก็ล้มดังละกัน
เสียงฝีเท้าหนักของสองร่างที่มีขนาดแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ คนหนึ่งสูงเพียง 2 เมตร ในขณะเดียวกันอีกตัวหนึ่งกลับสูงถึง 8 เมตร ทำให้อสูรกายตัวสูงมองชายสวมชุดเกราะตรงหน้าด้วยแววตาราวกับมองมดปลวก
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังร่างของทั้งสองไม่วางตา จนกระทั่งทุกคนเป็นอันต้องกลั้นหายใจ เมื่อความเร็วในการเดินเริ่มเพิ่มขึ้นเปลี่ยนเป็นการวิ่ง เสียงรองเท้าเกราะหนา และเสียงกระทืบเท้าอันแสนหนักหน่วงพลันดังสะเทือนเลือนลั่นพร้อมกัน
ด้วยความยาวของแขนบวกกับต้นไม้ในมือ หัวหน้าออร์คจึงเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน มันทำการเหวี่ยงต้นไม้หนาฟาดใส่ร่างสวมชุดเกราะที่กำลังวิ่งตรงเข้ามา เกิดเป็นเสียงแหวกอากาศดังแสนน่าหวาดเสียว
ดวงตาใต้หมวกเกราะไร้ซึ่งความตื่นตระหนกจ้องมองต้นไม้พุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามา ก่อนที่ผมจะสไลด์ตัวไปข้างหน้า ปล่อยให้ต้นไม้หนามีใบไม้ปกคลุมเฉียดผ่านหัวไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับหน้าดินที่ถูกต้นไม้หนาฟาดเข้าใส่ได้ถูกคว้านออกไป อย่างที่คาดไว้ ถ้าหากผมโดนการโจมตีแบบนั้นเข้าไป หากไม่บาดเจ็บก็คงจุกหนักเป็นแน่
"กรอด!"
ผมขบฟันแน่นสไลด์ไปตามพื้นจนกระทั่งเข้าไปใกล้กับฝ่าเท้าของหัวหน้าออร์ค ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้ทำอะไร ฝ่าเท้าข้างนั้นก็พลันยกสูงขึ้น
ซวยละ!
เท้าหนาของหัวหน้าออร์คถูกยกขึ้นกระทืบลงพื้นอย่างแรงเสียจนผืนดินแตกระแหง แต่ผมก็ไหวตัวดีดตัวหลบออกมาได้ทันการพอดิบพอดี
"โฮก!!!"
เสียงคำรามดุร้ายของหัวหน้าออร์คดังสะเทือนเลือนลั่น พร้อมกับต้นไม้หนาในมือถูกกวาดไล่ไปตามพื้นตรงเข้ามาหวังฟาดร่างของผมให้ปลิวกระเด็นออกไป
ในชั่วเสี้ยววินาทีนั้นผมก็ได้ตัดสินใจกระโดดขึ้นสูงหลบรอดต้นไม้หนาไปได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่ผมจะดิ่งตัวให้ลงมาบนยืนบนพื้น แล้ววิ่งทะยานพุ่งเข้าใส่หัวหน้าออร์คสุดฝีเท้าอีกครั้ง
ทว่าทันใดนั้นเอง ต้นไม้หนาในมือของหัวหน้าออร์คก็ได้ถูกกระชากกลับมาฟาดตรงเข้าใส่ผมอีกครั้ง ขืนยังวิ่งต่อไปทั้งแบบนี้คงไม่พ้นถูกซัดปลิวแน่
เอาไงเอากันวะ!
"ย้าก!!!"
ผมคำรามปลุกใจดังลั่นสุดเสียง พร้อมกับเหวี่ยงดาบยักษ์ในมือฟาดสวนเข้าใส่ต้นไม้หนาที่กำลังพุ่งเข้ามา แรงปะทะอันแสนหนักหน่วงพลันสั่นสะเทือนลามไปทั่วแขน พร้อมกับแบล็ค แกรนด์ซอร์ดได้ฟาดต้นไม้หนาให้แตกกระจาย
"โฮก!?"
หัวหน้าออร์คถึงกับร้องออกมาอย่างโง่งม พริบตานั้นเมื่อได้โอกาสก็ไม่ช้าที่จะคว้าไว้ ผมรีบนำพาร่างสวมชุดเกราะทมิฬให้พุ่งฝ่าเศษไม้ตรงเข้าหาอสูรกายตัวสูงตรงหน้า ก่อนจะสปริงข้อเท้ากระโดดขึ้นไปฟันใส่ต้นขาขวาของมันสุดแรง
แต่ด้วยผิวหนังหนาของมันจึงทำให้คมดาบสีดำของแบล็ค แกรนด์ซอร์ดไม่สามารถตัดขาของมันได้ กระนั้นก็ยังเกิดเป็นแผลเหวอะหวะบนต้นขาใหญ่ของมัน ส่งให้ร่างสูงใหญ่พลันทรุดกายลงไปคุกเข่ากับพื้นดังสนั่น
ผมบิดตัวกลางอากาศให้ฝ่าเท้าเหยียบลงบนพื้นไถลไปตามน้ำหนักของดาบ และชุดเกราะที่สวมอยู่ ทว่าเมื่อหันกลับไปทางหัวหน้าออร์คก็พบกับลำต้นไม้ได้พุ่งเข้าบดบังทัศนวิสัยเสียแล้ว
"!!!"
นัยน์ตาใต้หมวกเกราะพลันเบิกโพลงขึ้นด้วยความตื่นตระหนก แต่แล้วร่างกายของผมก็ได้ขยับไปเองตามสัญชาตญาณด้วยการกระโดดกลิ้งตัวไปด้านข้างหลบรอดลำต้นหนาให้พุ่งเฉียดไปได้อย่างเฉียดฉิว
ร่างของออร์คสองตัวที่ขวางทางพลันถูกลำต้นหนากระแทกเข้าใส่จนร่างแตกไปพร้อมกัน บ่งบอกถึงความรุนแรงของต้นไม้ที่ถูกขว้างมาได้เป็นอย่างดี
ผมจับจ้องมองร่างของหัวหน้าออร์คกำลังยันตัวลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก ฝ่ามือหนาของมันกุมบาดแผลตรงต้นขาที่มีหยาดเลือดไหลทะลักออกมาราวกับก็อกแตก กระนั้นมันก็ยังสามารถกลับมายืนเต็มความสูงได้อีกครั้ง
หัวหน้าออร์คทำการยื่นมือออกไปหมายจะคว้าต้นไม้ด้านข้างขึ้นมา พร้อมกับร่างของผมได้พุ่งทะยานเข้าหามันสุดแรง และก็เป็นฝ่ายของหัวหน้าออร์คที่สามารถดึงต้นไม้ขึ้นมาได้ทัน ก่อนที่มันจะฟาดต้นไม้ในมือเข้าใส่ผมแทบจะในทันที
"ย้าก!!!"
เท้าขวากระทืบไปข้างหน้าเสียจนพื้นดินแตกระแหงเพื่อชะลอความเร็ว จากนั้นก็ทำการเหวี่ยงดาบยักษ์ในมือฟาดใส่ต้นไม้ให้แตกกระจาย เศษไม้ และใบไม้พลันปลิวว่อนบดบังทัศนวิสัยเสียต้องหรี่ตามอง
แต่แล้วกำปั้นซ้ายของหัวหน้าออร์คพลันพุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามาจากด้านข้างอย่างรวดเร็ว เร็วเกินกว่าที่ผมจะตอบสนองได้ทัน พริบตาเดียวกำปั้นหนาก็ได้ประทับเข้าที่ด้านข้าง ก่อนจะซัดร่างของผมให้ปลิวออกไป
หนักหน่วงมาก!
"อึก!"
ผมกัดฟันแน่นอดทนต่อความเจ็บปวด สัมผัสได้ถึงความชาตรงต้นแขนขวา และอาการปวดตุบ ๆ บริเวณซี่โครงขวาที่ถูกโจมตี ถ้าผมไม่สวมชุดเกราะเอาไว้ก็คงจะบาดเจ็บหนักกว่านี้แน่ สมกับเป็นมอนสเตอร์ระดับบอส พลังโจมตีของมันรุนแรงมาก!
พวกเอลฟ์เมื่อได้เห็นเหตุการณ์เช่นนั้นก็ถึงกับร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก พวกเขารู้ดีว่าพละกำลังของหัวหน้าออร์คนั้นมากมายแค่ไหน มันสามารถทำลายประตูกำแพงเมืองได้อย่างง่ายดายในการโจมตีไม่กี่ครั้ง นับประสาอะไรกับคนสวมชุดเกราะที่โดนมันต่อยเข้าจัง ๆ กันล่ะ?
หากว่าพวกเอลฟ์ตื่นตระหนกแล้ว ชาวบ้านต่างหากที่มีอาการหนักยิ่งกว่า พวกเขาถึงกับร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง ความเศร้าเสียใจพลันทะลักออกมาจากในอกเสียจนอดหลั่งน้ำตาไม่ได้ เมื่อได้เห็นผู้มีพระคุณพลาดท่าถูกทำร้าย บางคนถึงขั้นพยายามจะวิ่งเข้าไปช่วย แต่ก็โดนคนอื่นห้ามเอาไว้
"ท่านอาทัส!!!"
"ไม่นะ!"
"กรี๊ด!"
ทุกคนไม่อาจกลั้นเสียงร้องของตัวเองเอาไว้ได้ หยาดน้ำตาพลันไหลรินออกมาจากชาวบ้านแทบทุกคน โดยเฉพาะคานญ่าถึงกับยกมือปิดปากรู้สึกช็อคจนแทบสลบไปทั้งอย่างงั้น
"กรอด!"
ผมกัดฟันแน่นขณะที่แผ่นหลังตกกระทบพื้นไถลเป็นทางยาว ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นมายืนในฉับพลัน หูเองก็ได้ยินเสียงร้องอย่างโล่งอกของพวกชาวบ้านจากไกล ๆ
แม้คนอื่นจะเห็นว่าดาเมจที่ผมได้รับอาจจะรุนแรงมาก แต่ก็ไม่ถึงขนาดนั้น นอกจากอาการชาบนต้นแขนขวา และความเจ็บปวดตรงซี่โครงแล้ว ก็ไม่มีความผิดปกติอะไรอีก หนำซ้ำความเจ็บปวดทั้งหมดก็มลายหายไปตั้งแต่ที่ผมลอยอยู่กลางอากาศแล้ว
แต่ความรู้สึกของผมยังบ่งบอกได้ว่า HP ของอาทัสไม่ได้ฟื้นขึ้นมาแต่อย่างใด อาจจะเป็นกลไกการทำงานเหมือนกับในเกมก็เป็นได้ เพราะในเกม ต่อให้ HP ของตัวละครเหลือไม่ถึง 10 หน่วย ก็ยังสามารถต่อสู้ต่อไปได้ไม่ต่างกับตอนที่มี HP เต็มเปี่ยม
HP หายไปเกือบ 20% นับว่าไม่รุนแรงอะไรมากนัก เทียบกับบอสในเกมที่บางตัวสามารถทำ One hit K.O. ได้ เจ้าตัวนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรเท่าไหร่
ขอยืมพลังของนายหน่อยเถอะนะ อาทัส
"ซู้ด... ย้าก!!!"
ผมสูดลมหายใจเข้าปากก่อนจะคำรามปลุกใจดังก้อง พร้อมกับพุ่งทะยานตรงเข้าหาหัวหน้าออร์คด้วยกำลังขาทั้งหมดที่มี หัวหน้าออร์คเองก็มิได้นิ่งดูดายทำการยกต้นไม้ที่เหลือเพียงลำต้นฟาดใส่หมายจะบดขยี้ตัวผมให้เละคาพื้น
ช้าไป!
เท้าทั้งสองข้างเบรกตัวโก่งก่อนจะกระโดดหลบออกด้านข้าง ปล่อยให้ลำต้นหนาฟาดลงบนพื้นจนแตกกระจาย พริบตานั้นผมก็ได้พุ่งทะยานเข้าไปพร้อมกับเหวี่ยงดาบยักษ์ในมือฟาดใส่แขนซ้ายของมันสุดแรง
ฉัวะ!
"โฮก!!!"
ท่อนแขนหนาพลันถูกตัดขาดสะบั้นปล่อยหยาดโลหิตออกมาราวกับก็อกแตก เรียกเสียงร้องโหยหวนออกมาจากปากของหัวหน้าออร์คได้เป็นอย่างดี แต่ผมก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ทันทีที่คมดาบกระแทกพื้นจนจมลงไป ผมก็ทำการลากดาบไปตามพื้นวิ่งเข้าใส่หัวหน้าออร์คต่อ
"ย้าก!!!"
ทันทีที่เข้าประชิดผมก็คำรามปลุกใจดังก้องพร้อมกับงัดดาบฟันขึ้น ตัดขาซ้ายของมันให้ขาดสะบั้นเสมอเข่า ส่งให้ร่างสูงใหญ่ต้องเสียหลักล้มหน้าคว่ำลงไปกับพื้น
ตึง!!!
ตัวใหญ่ล้มดัง...
ด้วยน้ำหนักของดาบจากการฟันจากล่างขึ้นบนทำให้ตัวของผมลอยขึ้น ก่อนจะลงมาเหยียบพื้นไถลไปเล็กน้อย จากนั้นก็ทำการกระชากดาบกลับลงมาเหวี่ยงตัวให้หันกลับไปด้านหลัง
ดาบยักษ์สีดำถูกยกขึ้นพาดบ่า ก่อนที่ผมจะพุ่งทะยานตรงเข้าใส่หัวหน้าออร์คที่กำลังพยายามยันตัวลุกขึ้นมาทั้งที่แขน และขาถูกตัดขาดไปแล้ว
คติประจำใจของผู้เล่นทุกคน บอสล้มต้องซ้ำ!
"ย้าก!!!"
คมดาบยักษ์สีดำถูกฟาดใส่เอวของหัวหน้าออร์คเฉือนผิวหนังหนาให้เปิดออก ส่งให้หยาดโลหิต และลำไส้ไหลทะลักลงมากองบนพื้นปล่อยกลิ่นเหม็นคาวฟุ้งกระจายไปทั่ว
"โฮก!!!"
หัวหน้าออร์คร้องโหยหวนออกมาด้วยความทรมานแสนสาหัส กระนั้นมันก็ยังไม่ยอมแพ้ด้วยการหันมาต่อยด้วยกำปั้นขวา แต่ผมก็สามารถยกใบดาบทมิฬขึ้นตั้งรับ แล้วทำการเบี่ยงให้กำปั้นของมันตกกระแทกพื้นด้านข้างอย่างแรงจนแตกระแหง
รุกฆาต!
"ย้าก!!!"
ในชั่วเสี้ยววินาทีแห่งการตัดสินนั้น มือสวมเกราะกำด้ามจับไว้มั่นเกิดเสียงโลหะเสียดสีดังแสบแก้วหูง้างไปข้างหลังสุดแขน ก่อนที่ผมจะคำรามลั่นเหวี่ยงดาบฟาดใส่ลำคอของหัวหน้าออร์คสุดแรง
ฉัวะ!
เสียงเชือดเฉือนดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับศีรษะอันใหญ่โตของหัวหน้าออร์คได้ปลิวหลุดออกจากบ่าตกลงพื้นกลิ้งไปไกล ร่างกายสูงใหญ่ที่กำลังยันตัวลุกขึ้นมาพลันไร้เรี่ยวแรงทิ้งกายลงกระแทกพื้นดังสนั่น
ตึง!
หยาดโลหิตสีแดงฉานพลันไหลทะลักออกมาจากคอของหัวหน้าออร์คที่ถูกตัดขาดราวกับเขื่อนแตก เกิดเป็นบ่อเลือดไหลท่วมไปทั่วบริเวณส่งกลิ่นเหม็นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว
"แฮ่ก... แฮ่ก.. แฮ่ก..."
เสียงหอบหายใจอันหนักหน่วงดังลอดออกมาจากหมวกเกราะ พร้อมกับบ่าทั้งสองข้างขยับขึ้นลงตามการหายใจ ดาบยักษ์สีดำในมือถูกยกขึ้นสะบัดไปด้านข้างเอาคราบเลือดออก ก่อนที่ผมจะหันหลังเดินย่ำเท้าไปตามแอ่งเลือด
"เฮ้อ..."
ผมสูดหายใจเอากลิ่นเลือดเข้าเต็มปอดพลางถอนหายใจออกมาเสียงดังด้วยความรู้สึกเหนื่อยแทบตัวโยน นัยน์ตาใต้หมวกเกราะจับจ้องพวกออร์คหลายตัวที่ยังคงยืนตกตะลึงไม่ไปไหน
ยังเหลืออยู่อีกหลายตัวเลยนี่นา...
"ซู้ด..."
ผมสูดลมหายใจเข้าปากพลางยกดาบยักษ์สีดำขึ้นพาดบ่าก้มตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะกระทืบเท้าส่งตัวให้พุ่งเข้าหากลุ่มออร์คตรงหน้าสุดฝีเท้า ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพวกเอลฟ์ และพวกออร์ค
"ย้าก!!!"
แน่นอนว่าพวกออร์คเมื่อได้เห็นผมพุ่งเข้าใส่ก็พากันสับตีนแตกราวกับผึ้งแตกรังหนีไปคนละทิศคนละทาง เห้ย! กลับมาให้ตูเชือดก่อน!!!
_______________________________________________
นิสัยติดตัวของอาทัสคือ เวลาจะพุ่งไปโจมตีศัตรูมักจะชอบสูดลมหายใจเข้าปากจนเต็มปอดก่อน แล้วค่อยตะโกนออกมาสุดเสียงเพื่อปลุกกำลังใจ ผู้อ่านลองทำดูก็ได้นะเวลาทำแบบนี้แล้วเสียงตะโกนของเราจะดังขึ้น และนานขึ้นด้วย(ตามความรู้สึกอ่ะนะ อิอิ)
อัพเมื่อวันที่ 23/7/2563