หูอี้เหลียนยกน้ำชาขึ้นมาจิบช้าๆ ด้วยท่วงท่าสง่างาม ซ้ำหยูจินเซียงยังรู้สึกว่ามุมปากของอีกฝ่ายเผยรอยยิ้มที่น่ารังเกียจออกมาอีกด้วย
“แค่สาวใช้สองคน ให้พวกนางไปจัดการเถิด ไม่ต้องถึงมือพวกท่านหรอก” หูอี้เหลียนพยักหน้าครั้งหนึ่ง สตรีสองคนที่ยืนอยู่ข้างนางก็ก้าวออกจากเรือนตามคำสั่งทันที
ทุกสายตาหันกลับมาจ้องที่หยูซินเจียงตามเดิมหลังจากสาวใช้ของหูอี้เหลียนออกไปจากเรือน
“กึก!!” มีเสียงแปลกๆ ดังมาจาก้าหลังคา ทำให้คนในเรือนทุกคนเงยหน้าขึ้นไปมอง
“ยังมีคนอื่นอีกด้วย นางไม่ได้มาคนเดียว!!” ไหวอี้ตี่สบถเสียงดัง สะบัดหน้ามามองหญิงสาวด้วยแววตาแข็งกร้าวจนหยูซินเจียงรู้สึกเหน็บหนาวไปทั่วทั้งร่าง ใบหน้าที่เคยสุภาพนอบน้อมและขึ้อายของไหวอี้ตี้ยามนี้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
“อี้เหลียนดูนางไว้ก่อน” เวยหวังหย่งกล่าวจบ บุรุษสี่คนในเรือนก็ออกไปค้นหาตัวคนที่แฝงกายอยู่ภายนอกทันที
“ผู้ใดส่งเ้ามา”
หูอี้เหลียนผลักร่างเล็กของหยูจินเซียงล้มลงไปกับพื้น ก่อนจะโน้มตัวลงมาบีบคางนางเอาไว้แน่น
“ไม่มีผู้ใดส่งข้ามา ข้าบอกแล้วว่าข้ามาหาของกินในครัว หูเ้าหนวกหรือ?” หญิงสาวปัดมือของอีกฝ่ายออก ใช้มือสองข้างดันข้างลำตัวพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่กลับถูกอีกฝ่ายใช้แรงดันบ่าของนางเอาไว้
“คิดว่าตัวเองเก่งแล้วอย่างนั้นหรือ ข้าจะให้เ้าได้รู้จักข้าจริงๆ สักครั้ง” หูอี้เหลียนกัดริมฝีปากแน่นภายในใจเต็มไปด้วยโทสะ
สตรีผู้นี้แย่งดอกไป๋หลันฮวาของนางไป และยังกล่าววาจาท้าทายตนในโรงเตี๊ยม ครั้งนี้นางจะแสดงให้เห็นว่านางมีความสามารถพอหรือไม่!
หยูจินเซียงกรีดร้องและดิ้นรนด้วยความทุกข์ทรมาณอย่างหนักแต่ปากของนางก็ถูกผ้ายัดเอาไว้ผืนหนึ่งและหูอี้เหลียนก็ยังใช้ผ้าอีกผืนหนึ่งพันไว้รอบจนไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาได้
หูอี้เหลียนฝีกฝนทั้งการต่อสู้และรูปร่างสูงกว่าตน หยูจินเซียงทำได้เพียงแค่ดิ้นรนขัดขืนแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถต้านทานแรงของอีกฝ่ายได้
“ตัวข้าไม่อาจครองคู่กับหวังหย่ง สตรีปัญญาอ่อนอย่างเ้ายิ่งไม่คู่ควรกับเขาไปใหญ่ เ้าอย่าอยู่ให้รกหูรกตาผู้อื่นอีกเลย” หูอี้เหลียนใช้เข็มสองเล่มแทงเข้าไปใต้เล็บนิ้วนางและนิ้วก้อยของหญิงสาวสองนิ้ว ความเ็ปที่แล่นผ่านเส้นเืจากปลายนิ้วพุ่งขึ้นมาเป็สายจนถึง่ไหล่ของหญิงสาวจนนางรู้สึกได้ว่านางกำลังถูกพิษบางอย่าง
ครู่เดียวหญิงรับใช้สองคนของหูอี้เหลียนกลับเข้ามาในเรือน หยูจินเซียงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับซินอี้และซินยี่ที่ข้างนอกนั่น แต่ดูจากความโเี้ของหูอี้เหลียนแล้วนางก็เดาได้ว่าชะตากรรมของคนทั้งสองก็คงจะไม่แตกต่างไปจากตนเท่าใด
พิษที่ได้จากเข็มออกฤทธิ์ในเวลาอันรวดเร็ว ร่างเล็กค่อยๆ หมดแรงและยังรู้สึกเ็ปอวัยวะภายใน หญิงสาวพยายามดิ้นรนขัดขืนและมองหาเวยหวังหย่งด้วยความหวังสุดท้าย
“แขวนคอนาง” หูอี้เหลียนสั่งสาวใช้เสียงเย็นเยียบแล้วกลับไปนั่งดื่มชาต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หยูจินเซียงเริ่มหายใจไม่ออกและเ็ปรอบคอราวกับกระดูกกำลังจะหลุดออกจากกัน ดวงตาคู่งามเบิกโพลงแต่พร่าเลือนจนใกล้จะมืดดับก็ได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามาในเรือนเข้าพอดี
“จินเซียง!! อี้เหลียนเ้าทำอะไรลงไป!!”
เวยหวังหย่งวิ่งเข้ามาแบกร่างภรรยาเอาไว้พยายามยกตัวนางให้สูงขึ้น ไหวอี้ตี่และบุรุษอีกคนหนึ่งก็เข้ามาช่วยปลดผ้าที่แขวนคอนางเอาไว้ออก
หญิงสาวตาลอยขว้าง มองเห็นใบหน้าสามีที่กำลังอุ้มตนอยู่ได้ไม่ชัดนัก นางเ็ปที่ลำคอจนไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้
“นางได้ยินที่เราคุยกันและเป็ไปได้ว่านางอาจจะเป็สายของอีกฝ่าย อย่างไรก็เก็บนางไว้ไม่ได้! ท่านไม่อยู่เรือน 8 วัน ฮูหยินทนความอัปยศไม่ไหวจึงหนีมาแขวนคอปลิดชีพตัวเอง นี่เป็เื่ที่เหมาะเจาะยิ่งนัก”
หยูจินเซียงได้ยินเพียงเท่านี้นางก็หมดสติไป นางตาย!!
..........
หยูจินเซียงลืมตาขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับบรรยากาศรอบตัวก็ค่อยๆ หมุนช้าลงและกลับมาเป็ปกติตามเดิมภายในหอพักสวัสดิการรัฐ
นางยกมือข้างซ้ายที่ยังสั่นเทากับเหตุการณ์ก่อนหน้าขึ้นมาดู มองเห็นรอยเข็มที่ปลายนิ้วสองนิ้วยังมีเืไหลซึมอยู่ และค่อยๆ เลือนหายไปกลับมาเป็ปกติต่อหน้าต่อตา
หญิงสาวยกมือขึ้นลูบใบหน้า น้ำตาหยดหนึ่งของเวยหวังหย่งหยดลงมาเปรอะเปื้อนที่แก้มของนาง และนางก็รู้ตัวว่าครั้งนี้สาเหตุการตายของหยูจินเซียงในเกมนั้นมาจากพิษในเข็มของหูอี้เหลียน
“นี่มันไม่ใช่เกมแล้ว นี่มันเื่จริงชัดๆ”
หญิงสาวกรีดร้องออกมาสุดเสียง ดังยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ พยายามขอความช่วยเหลือจากคนด้านนอก แต่นางก็ยังไม่สามารถลุกออกจากเก้าอี้ และไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงของนางตามเดิม
หลังจากร้องจนหมดแรง หยูจินเซียงก็พยายามรวบรวมสติ นางรู้ตัวและมั่นใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตนเองนั้นเป็เื่จริง
ที่แท้เื่เล่าของป้าไฉไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งลี้ลับอะไร แต่อาจเป็ว่าคนที่หายไปพวกเขาก็เคยเล่นเกมหาคู่เช่นเดียวกับนาง!!
หัวใจห้าดวงก็คือโอกาสห้าครั้งในการเลือกเส้นทางชีวิตที่ไม่มีวันย้อนกลับมาในโลกปัจจุบันได้อีก
“แล้วมันเลือกได้ที่ไหนกันเล่า!! ไอ้เกมบ้า!! มีโอกาสห้าครั้งแต่ฉันไม่รู้เลยสักนิดว่าดอกไม้แต่ละดอกใครเป็เ้าของ คนสุดท้ายที่ฉันเลือกคือคนที่จะกำหนดชะตาชีวิตของฉันอย่างนั้นหรือ?”
นางพยายามใคร่ครวญถึงความเป็ไปได้และทางออกด้วยวิธีต่างๆ อย่างใจเย็น แต่สุดท้ายก็พบว่าตนไม่มีทางเลือกนอกจากเล่นเกมครั้งต่อไป หากโชคดีนางอาจไม่ตาย หรืออย่างน้อยก็ยังพอมีโอกาสให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปใช้กับหัวใจดวงที่ห้าซึ่งเป็ดวงสุดท้าย
“แล้วจะไว้วางใจใครได้อีกเล่า ตกลงทั้งไหวอี้ตี่และเวยหวังหย่งต่างก็เป็ผู้ต้องสงสัยที่กำลังวางแผนการร้ายบางอย่างอยู่ อาจไม่ใช่คนดีทั้งสองคน ครั้งต่อไปต้องไปเจอกับใครอีกกันล่ะเนี่ย”
หญิงสาวยกสองมือขึ้นกุมขมับ เื่จะออกจากเกมมาใช้ชีวิตปกตินั้นลืมไปได้เลย ป้าไฉบอกว่าสองคนก่อนหน้าก็หายไปทีละคนั้แ่เมื่อ 20 กว่าปีก่อน หากกลับออกจากเกมได้ สองคนนั้นย่อมปรากฏตัวและไขเื่ราวลี้ลับนี้ไปนานแล้ว
นางต้องกลายเป็ส่วนหนึ่งของแคว้นโจว เป็คุณหนูใหญ่สกุลหยู และหาทางเอาตัวรอดจากเกมจับคู่ที่ไม่ต่างจากเกมล่าสังหารนี้ให้ได้
เลือกคนรักและชีวิตของคุณสิ กดเพื่อเริ่ม
หยูจินเซียงมองข้อความบนหน้าจอด้วยความรู้สึกอยากจะอาเจียน แต่นางไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว มือขวาของหญิงสาวเลื่อนลูกศรไปที่ข้อความ กดเพื่อเริ่มอีกครั้ง
“คลิก”
เสียงพิณและเสียงขับร้องเพลงวนเวียนกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับคำพูดเดิม
“จินเซียง เราสองคนไปกันเถิด ไปก่อนก็ได้เลือกก่อนนะ”
ครั้งนี้ไม่รอให้เว่ยเยว่ฉีกล่าวจบประโยค ร่างเล็กในชุดสีชมพูก้าวเดินออกจากกระโจมไปก่อนอีกฝ่ายพร้อมกับจ้องแจกันบนโต๊ะเพื่อหาเป้าหมาย
“หยูจินเซียงชื่อฉันคือดอกทิวลิป ขอให้เป็ดอกไม้นำโชคของฉันด้วยเถิด” หญิงสาวคว้าดอกทิวลิปสีม่วงดอกหนึ่งเข้าไปเก็บไว้ในอกเสื้อ
แต่ร่างงามยังไม่ได้หยุดเท่านั้น นางเดินไปคว้าดอกไป๋หลันฮวาที่อยู่นอกแจกันมาไว้ในมือพร้อมกับเสียงของหูอี้เหลียนก็ดังขึ้นมาในทันที
“นั่นของข้า ข้ามองมันไว้นานแล้ว ส่งมาให้ข้าเดี๋ยวนี้” หูอี้เหลียนในชุดสีขาวตรงเข้ามาหาหยูจินเซียง แต่แล้วใบหน้าของนางก็ต้องแข็งค้างอย่างแตกตื่น