เข้าหุบเขาสัตว์อสูรอีกครั้ง
หลังจากนั้นไม่นานอู่หมิงที่นั่งอยู่ภายใต้แสงจันทร์บางครั้งร่างของอู่หมิงก็กลายเป็นเงาใหววูบแต่ก็เพียงพริบตาเท่านั้น เพียงพริบตาค่ำคืนที่สงบก็ผ่านไปโดยที่อู่หมิงไม่ได้รู้ตัว เมื่อถึงตอนเช้าอู่หมิงลืมตาขึ้นดวงตาของอู่หมิงสาดประกายแห่งการรู้แจ้ง"ศาสตร์แห่งเงาชั่งลึกล้ำยิ่งนักข้าในตอนนี้ยังทำความเข้าใจได้ไม่ถึง 1 ใน ร้อยด้วยซ้ำ" อู่หมิงกล่าว"เหอะ เพียงแค่นี้เจ้าก็ควรจะพอใจได้แล้วขนาดบางคนใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะทำความเข้าใจได้เท่ากับเจ้าที่ใช้เวลาเพียงแค่ 1 คืน" เสียงของเสี่ยวฮุ่ยดังขึ้น"หืม เจ้าว่าอะไรนะนี่เวลาผ่านไป 1 คืนแล้วงั้นหรือ แย่แล้วท่านแม่จะต้องหิวมากแล้วแน่ๆ" อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง"เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วงข้าได้ออกไปล่าสัตว์และนำมาทำอาหารให้มารดาเจ้าแล้วเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง แต่ว่าพวกเราขาดแคลนสมุนไพรอยู่ตอนนี้เพราะงั้นข้าจะออกไปตามหาสมุนไพรแถวนี้มาก่อนส่วนเจ้าก็ตั้งใจฝึกฝนให้ดีแล้วแข็งแกร่งขึ้นเร็วๆพวกเราจะได้ออกไปจากสถานที่กันดานนี่สักที" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับกระโดดขึ้นจ้นไม้และออกไปทันทีอู่หมิงรู้สึกสบายใจที่มีเสี่ยวฮุ่ยคอยช่วยเหลือถึงแม้ทั้งสองจะชอบทะเลาะกันแต่ก็ไม่ได้เกลียดกัน หลังจากนั้นไม่นานเสี่ยวฮุ่ยก็หลอมกระบี่ระดับสูงขึ้นมาได้ซึ่งตัวกระบี่มีสีดำเหมือนกับกระบี่เงาสังหารเพียงแต่ว่าความคมและความสามารถพิเศษนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว ตัวกระบี่ที่เสี่ยวฮุ่ยตีขึ้นเป็นเพียงกระบี่ธรรมดาซึ่งไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรยกเว้นความคมของมันอู่หมิงที่ใช้กระบี่ระดับสูงที่เสี่ยวฮุยตีขึ้นฝึกฝนทักษะกระบี่เงา ในช่วงเช้าอู่หมิงจะใช้เวลาฝึกฝนทักษะกระบี่เงาและส่วนช่วงบ่ายอู่หมิงจะใช้เวลาฝึกฝนทักษะเคลื่อนที่ และหน้าที่ในการหาอาหารและล่าสัตว์ป่าก็กลายมาเป็นหน้าที่ของเสี่ยวฮุยแทนเวลาผ่านไป 4 ปี ซึ่งในตอนนี้ อู่หมิงได้ฝึกฝนทักษะกระบี่เงาจนชำนาญใยระดับหนึ่งพร้อมกับที่อู่หมิงสำเร็จทักษะเคลื่อนที่ เส้นทางแห่งเงาขั้นต้นแล้ว ด้วยการที่ทักษะเส้นทางแห่งเงาอู่หมิงจะสามารถทำให้ร่างกายของตนเองกลายเป็นเงาและหลบหนีหรือรอบสังหารศัตรูได้"ในที่สุดเจ้าก็สามารถทะลวงสู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 2 ได้เมื่อเวลาผ่านมา 4 ปี" เสี่ยวฮุ่ยที่นั่งแทะผลไม้กล่าวออกมาด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย"นั่นสินะจากที่เจ้ากล่าวมาเพราะภายในดินแดนแห่งนี้มีลมปราณธรรมชาติที่เบาบางและยังขาดทรัพยากรในการบ่มเพาะมันก็ไม่แปลกที่พลังของข้าจะเพิ่มขึ้นช้า" อู่หมิงกล่าว"แต่เรื่องนั้นชั่งมันก่อนตอนนี้อาการของมารดาเจ้าก็ดีขึ้นมากแล้วเพียงแต่ว่าการที่จะทำให้พลังบ่มเพาะของนางฟื้นฟูนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายพวกเราจำเป็นต้องเข้าไปหาสมุนไพรในหุบเขาสัตว์อสูรนั่น ด้วยพลังของเจ้าในตอนนี้ก็น่าจะสามารถเอาตัวรอดได้แล้วอย่างแน่นอนขอแค่ไม่เข้าไปนส่วนลึกของสัตว์อสูรระดับ 3 ก็เพียงพอ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวจากที่เสี่ยวฮุ่ยเล่าให้อู่หมิงฟัง การจักลำดับสัตว์อสูรนั้นแบ่งออกเป็น 10 ระดับ ซึ่ง ระดับ 1 นั้นเทียบเท่ากับปราณเริ่มต้นของมนุษย์ และระดับ 2 เทียบเท่ากับปราณก่อเกิดของมนุษย์ และในบรรดาสัตว์อสุรเหล่านี้ก็ยังมีแบ่งแยกแข็งแกร่งและอ่อนแอ อย่างเช่นในบรรดาสัตว์อสูรระดับ 2 เสือดำทมิฬที่อู่หมิงเคยพบจัดอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งระดับกลางของสัตว์อสูรระดับ 2 ซึ่งด้วยพลังของอู่หมิงในตอนนี้ก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถฆ่ามันได้หรือไม่เพียงแต่ว่าถ้าเป็นการลอบสังหารละก็อู่หมิงมีความมั่นใจว่าจะสามารถสังหารมันได้"เอาละวันนี้ก็พักผ่อนก่อนพรุ่งนี้พวกเราจะเข้าไปในหุบเขานั่นอีกครั้ง" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับเดินส่ายก้นเข้าไปในห้องนอนของอู่หมิงและขดตัวนอนอย่างสบายใจจนทำให้อู่หมิงก็รู้สึกอยากจะแตะก้นของมันในบางครั้งเมื่อค่ำคืนผ่านไปตอนเช้ามาถึง อู่เหม่ยเริ่มที่จะลุกขึ้นมาเดินได้และเดินออกมาส่งอู่หมิงข้างนอก ตัวนางรู้ได้ตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อนแล้วว่าอู่หมิงต้องปิดบังบางเรื่องกับนางไว้แต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะตัวนางเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของอู่หมิงดีซึ่งทำให้นางต้องรู่สึกแปลกใจ"ท่านพี่ท่านเห็นหรือไม่ชีวิตที่ท่านยอมเสียสละมันไม่ได้สูญเปล่า หมิงเอ๋อของพวกเราไม่ได้ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน" อู่เหม่ยกล่าวพึมพำพร้อมกับมองชายหนุ่มอายุ 14 และกระรอกที่แปลกประหลาดตัวหนึ่งเดินออกไปซึ่งในตอนแรกอู่เหม่ยคิดว่าตนเองไม่มีทางรอดและอาจจะตกตายได้ทุกเวลา แต่ใครจะคิดว่าอู่หมิงจะนำยามามอบให้กับนางทุกวันซึ่งนางได้ถามว่าอู่หมิงนำมันมาจากใหนอู่หมิงก็ไม่ได้บอกนางซึ่งนางก็ไม่ได้ซักถามต่อแต่อย่างใดเพราะนางเองก็รู้ว่าเรื่องบางเรื่องไม่ควรรู้เป็นดีที่สุดอู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยเดินทางมาถึงขอบหุบเขาสัตว์อสูรด้วยความเร็ว ด้วยทักษะเคลื่อนที่ของอู่หมิงมีนั้นเป็นทักษะโบราณทั้งสินซึ่งแต่ละทักษะเป็นสิ่งที่ชายชราได้รับมาจากศากโบราณทั้งนั้นทำให้อู่หมิงไม่สามารถวัดระดับของทักษะนี้ได้ซึ่งแม้แต่เสี่ยวฮุ่ยก็ยังไม่สามารถประเมิณระดับของทักษะเหล่านี้ออกมาได้"อู่หมิงเจ้าบอกว่าเมื่อ 4 ปีก่อนเจ้าเจอเจ้าเสือดำนั่นแถมๆนี้สินะ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ใช่แล้วเจ้าถามทำไม" อู่หมิงกล่าวด้วยความสงสัย"ฮี่ ฮี่ ท่านฮุ่ยผู้นี้กำลังขาดสัตว์ขี่อยู่พอดี ข้าเลยคิดว่าจะจับเข้าเสือดำนั่นมาเป็นสัตว์ขี่ซะเลย" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"หา!! นี่เจ้าทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ" อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึง"เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกับอีกแค่จับสัตว์อสูรระดับ 2 มาเป็นสัตว์ขี่ไม่ใช่เรื่องยากเลย" เสี่ยวฮุ่ยเริ่มกล่าวคุยโว"ถ้าอย่างงั้นแสดงว่าไม่จำเป็นต้องให้ข้าช่วยเจ้าก็สามารถจัดการได้สินะ" อู่หมิงกล่าว"แน่นอนเจ้าคอยดูให้ดี" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับเริ่มดมกลิ่นรอบๆและหลังจากนั้นไม่นานดวงตาของเสี่ยวฮุ่ยก็สว่างขึ้นพร้อมกับกระโจนออกไปข้างหน้าซึ่งอู่หมิงเองก็รีบตามมันไปอย่างรวดเร็ว---------------------------------------------------------------------------------------------