“เลิกเจรจาเถอะครับพี่สาว พวกคนแบบนี้ต้องคุยกันด้วยกำป้้น”
ทาเคดะถอดถ้าคลุมออกแล้วชักดาบออกมาแล้วโน้มน้าวให้แคเทอรีนหยุดเจรจาด้วยคำพูด เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาตอนนี้มันมีแต่ต้องใช้กำลังก่อนถึงจะคุยกันได้ มันเป็ประสบการณ์จากโลกที่เขาจากมา ซึ่งเขาเกลียดคนประเภทนี้มากเลยล่ะ
“มันต้องเป็แบบนี้เด้ถึงจะเร้าใจ!”
เปล้ง!
ดอนะโออกมาแล้วพุ่งเข้าไปโจมตีสีทาเคดะในทันที แต่ด้วยระดับของทักษะที่ต่างกันมันจึงหักล้างเื่พละกำลังลงได้ ทาเคดะจึงใช้ดาบเบี่ยงทิศทางการโจมตีให้สะท้อนออกไป ทำให้ดอนฟาดหอกที่ถืออยู่อีกข้างเข้าใส่อีกครั้ง ทาเคดะจึงต้องะโถอยเว้นระยะห่าง การรับการโจมตีบ่อยๆมันคือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ยิ่งอาวุธทั้งสองเป็อาร์ติแฟกต์ระดับสูงด้วยก็ยิ่งต้องระวังการปะทะยิ่งขึ้นไปอีก แต่ดูเหมือนว่าสิ่งนั้นจะไม่ได้อยู่ในหัวดอนเลยสักนิด
“ยำพวกแม่งเลย!”
เดเวนร้องะโสั่งการให้พวกทาลากันคัชโจมตีพวกอัศวินที่เหลือทันที ทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างอัศวินกับกลุ่มอดีตทหารรับจ้างด้วยจำนวนแปดต่อเจ็ด แต่นั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้พวกเดเวนเสียเปรียบแต่อย่างใด
“รอแปปนึงดิ่พลทหาร”
ลู่เซียวที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมรีบเขียนอักษรรูนลงในม้วนคำภีร์แล้วสลัดมันจนตัวอักษรหายไปจากกระดาษ
“ขอบคุณท่านลู่เซียว”
เปล้ง!
ทหารนายหนึ่งกล่าวขอบคุณลู่เซียวที่ใช้อักษรรูนเสริมความแข็งแกร่งและเสริมการป้องกันให้แก่พวกเขา แต่ก็ต้องรีบหันไปรับการโจมตีของทีน่าที่เล็งมาบริเวณคอของเขา
[ดำเนินการซิงโครไนซ์กับอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งการทำลายล้าง อัตราซิงโครไนซ์ปัจจุบัน 1%]
‘บ้าอะไรอีกวะ!’
ในระหว่างการฟาดฟันคมหอกของตนใส่ผู้กล้าจากต่างโลก เสียงนั้นก็ดังขึ้นมาภายในหัวของดอน เขาไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร รู้เพียงแค่คนที่กำลังสู้อยู่ด้วยตอนนี้มันเป็พวกไม่ธรรมดา
“ก็คิดว่าจะเก่ง แค่ฟันให้โดนตัวยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
หลังจากเว้นระยะห่างออกมารอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบ ทาเคดะจึงต้องใช้การยั่วยุเข้าช่วยเพื่อให้ดอนหัวเสียแล้วเข้ามาโดยมตีด้วยอารมณ์
“คิดจะใช้กลยุทธ์เด็กน้อยรึไง-”
ตุ้ม! กรรร!
“มันเป็โรคอะไรกับไฟกันนักหนาวะ!”
แม้คำพูดของทาเคดะจะให้ไม่ได้ผล แต่บอลไฟที่มีขนาดเท่าลูกเบสบอลนั้นมันกลับกลายเป็สิ่งที่ยั่วยุดอนได้เป็อย่างดี เพราะมันเป็เหมือนการกวนเบื้องล่างที่กล้าใช้เวทย์จุดกองไฟโจมตีใส่เขา และแซนนี่ที่เห็นดังนั้นก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟไม่ต่างกัน แต่เธอต้องสงบใจเอาไว้เพราะมีคนที่เดือดดาลยิ่งกว่าที่เธอต้องห้ามเอาไว้ไม่เข้าไปยุ่ง
“อันตราย”
ปึ้ม!
ภายในพริบตา ร่างของดอนปรากฏขึ้นเหนือหัวของแคเทอรีน ปลายหอกทั้งสองถูกฟาดลงใส่เธออย่างรวดเร็ว ทาเคดะจึงต้องเขามารับการโจมตีนั้นด้วยโล่ที่เขาซ่อนเอาไว้ แรงปะทะที่เกิดขึ้นมันก็ทำให้พื้นดินในบริเวณที่ทาเคดะยืนยุบลงไปและเกิดเสียงะเิที่ดังสนั่นตามมา
[อัตราซิงโครไนซ์ 5%]
‘บ้าชิบ ทำไมมันถึงเร็วได้ขนาดนี้’
ทาเคดะคิดในใจในระหว่างที่ต้องรับการโจมตีของดอนที่พุ่งตรงใส่แคเทอรีนที่อยู่ด้านหลังของเขา
ตู้ม!
บอลไฟขนาดใหญ่ของแคเทอรีนพุ่งเข้าใส่ดอนอย่างจังจนตัวของเขากระเด็นถอยหลังไปเพราะแรงะเิ แต่มันก็ไม่ได้มีพลังเวทย์มากพอจะให้เขาเผาตัวเองได้
“ลดการป้องกันอย่างงั้นหรอ”
ดอนพุ่งเข้าไปโจมตีอีกครั้งด้วยการเปิดจากมือขวาฟันจาก้าทแยงลงด้านซ้ายแต่มันก็ถูกโล่ของทาเคดะป้องกันเอาไว้ ตามด้วยโจมตีระยะใกล้โดยการจับด้ามหอกให้ใกล้หัวหอกให้มากที่สุดแล้วเหวี่ยงจากซ้ายไปขวา
[อัตราซิงโครไนซ์ 10%]
ทาเคดะที่เห็นเช่นนั้นก็ถอยหลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย ทันใดขั้นเลยยิ้มก็ปรากฏขึ้นมา แท้จริงแล้วการโจมตีเมื่อครู่มันเป็เพียงกลลวง หลังจากทาเคดะถอยหลบไปเขาก็หมุนตัวไปด้านซ้าย โดยมือทั้งสองข้างก็คลายออกเล็กน้อยเพื่อไปจับที่ปลายสุดของด้ามหอกแล้วเหวี่ยงใส่ทาเคดะที่ลอยอยู่กลางอากาศ
เคล๊ง!
“ฟู่~ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ”
ทันทีที่ปลายหอกเข้าใกล้ร่างของทาเคดะที่ลอยอยู่ มันก็ถูกหยุดเอาด้วยบาเรียสีเขียวอ่อนที่ลู่เซียวช่วยเอาไว้แทบไม่ทัน แถมบาเรียที่รับการโจมตีเข้าไปเต็มๆมันก็ร้าวในทันที แคเทอรีนที่ยืนร่ายเวทย์เสร็จแล้วก็ปรากฏวงเวทย์สีฟ้าใสขนาดใหญ่ด้านหลังของเธอ พร้อมกับมีแท่งน้ำแข็งที่แหลมคมพุ่งออกมาจากวงเวทย์โดยมีเป้าหมายการโจมตีคือดอน
ตุ่ม! ตุ่ม! ตุ่ม!
“ก็ใช้ของดีได้เหมือนกันนี่หว่า”
[อัตราซิงโครไนซ์ 20%]
เมื่อแท่งน้ำแข็งเ่าั้พุ่งเข้ามาหาตัวของเขา ทำให้ต้องหลบพวกมันเพราะไม่อยากแข็งตัวโดยไม่จำเป็ แต่อันที่หลบไม่ได้เขาจึงฝ่ามันออกเป็สอง และพวกมันยังสร้างผลกระทบถึงกลุ่มคนที่กำลังสู้กันอยู่ให้แตกกระเจิงได้อีกด้วย
“พี่ลู่เซียว ผมขอบัพเสริบพละกำลังทีครับ หมอนั่นมันมีแรงไม่ต่างกันช้างเลย”
“ได้ รอแปป”
และใน่เวลาที่ดอนหลบแท่งน้ำแข็งอยู่ ทาเคดะจึงใช้โอกาสนั้นให้ลู่เซียวบัพพละกำลังของเขาด้วยอักษรรูน
ฟุบ! ตึ้ม! โครม!
ทันทีที่การโจมตีของแคเทอรีนหมดลง ภายใต้ฝุ่นควัน หอกที่ดอนขว้างออกมาได้พุ่งเฉี่ยวหน้าของทาเคดะและชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่จนหักโค่น
“หืม? เื”
ทาเคดะััได้ถึงของเหลวที่อยู่บนใบหน้าบริเวณที่ถูกเฉี่ยวไปเมื่อครู่ เขาจึงเอามือไปแตะแล้วยื่นออกมาดูว่าของเหลวนั้นมันคืออะไร เพียงแค่การเฉี่ยวเล็กๆนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ิัของมนุษย์ปริแตกได้
“โฮ้ย ไม่เล่นฝุ่นดิ่ไอ้พวกบ้า”
ดอนเดินออกมาจากฝุ่นควันโดยที่มือทั้งสองข้างยังคงกำด้ามหอกไว้แน่น สิ่งที่แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้มีเพียงหอกที่เหน็บอยู่บริเวณหลังนั้นหายไป และพุ่งเข้าใส่พวกทาเคดะอีก
ครั้งโดยไม่ได้สังเกตเลยว่าพวกคนที่สวมผ้าคลุมกันในตอนแรกนั้นมีกันอยู่สี่คน
[อัตราซิงโครไนซ์ 30%]