พรึ่บ!!!
วินเซนต์โยนตัวเต้าหู้ไปนั่งอยู่บนพื้นอย่างไม่แยแสใยดีอย่างไว พร้อมกับมองด้วยสายตานึกรังเกียจไปด้วย จนเต้าหู้เองได้แต่นั่งทำหน้าเจื่อนน้อยใจและสิ้นหวัง มองวินเซนต์ด้วยสายตาเศร้าละห้อยก่อนจะก้มหน้างุดมองมือของตัวเอง
“หู้ยังไม่อยากตายฮ่ะ.. แต่หู้หนาว.. หู้คิดถึงผ้าห่ม..หู้คิดถึงห้องนอน.. หู้คิดถึงพ่อกับแม่.. หู้เลยนอนไม่หลับฮ่ะ.. หู้ขอโทษ.. พี่ๆทุกคนนอนกันเลยฮ่ะไม่ต้องห่วงหู้.. ถ้าหู้ตายจริงๆฝากบอกพ่อกับแม่ด้วยนะฮ่ะ..ว่าหู้รักท่านทั้งสองคนมากๆเลย..”
ร่างบางน้ำตาคลอเบ้าปริ่มจะร้องไห้ออกมา บรรยากาศที่เคยครื้นเครงก่อนหน้าก็พลันโศกเศร้าไปทันที.. จนปาโก๋รีบยื่นมือจะไปดึงตัวน้องมานอนลงข้างๆตัวเอง กะว่าจะช่วยตีก้นเบาๆให้น้องนั้นนอนหลับ แต่กลับมีหนึ่งคนที่ไวเหนือแสงได้ทำในสิ่งที่ทำให้ทุกคนนั้นถึงกับอ้าปากค้างตะลึงงันไปตามๆกัน…
ฟุบบบ!!!
ไม่กี่วินาทีต่อมาในขณะที่เต้าหู้นั้นกำลังตั้งท่าจะเบะปากร้องไห้ วินเซนต์ก็ได้ทำในสิ่งที่ทุกคนต้องตะลึงจนอ้าปากค้างไปตามๆกัน.. นั่นคือการ… กอด!!!!
วินเซนต์ดึงตัวเต้าหู้ให้ขึ้นมานอนทาบทับลงบนตัวเองพร้อมกับใช้แขนข้างหนึ่งโอบกอดซ้อนทับแผ่นหลังของคนตัวเล็กไว้อย่างอ่อนโยน ส่วนมืออีกข้างก็กดหัวเต้าหู้ให้แนบซบลงบนหน้าอกกว้างของตัวเองไปด้วย
สายตาคมกริบของวินเซนต์ตวัดไปมองเพื่อนทุกคนที่อึ้งกิมกี่กันอยู่อย่างไม่อยากเชื่อสายตา ก่อนเขาจะตะคอกใส่ด้วยความหงุดหงิดเพื่อแก้เขิน
“มองทำเชี่ยอะไร!! พากันนอนสิว่ะ!!”
พรึ่บ!! พรึ่บ!! พรึ่บ!! พรึ่บ!!
ทั้งสี่คนล้มหัวลงนอนพร้อมกันอัตโนมัติก่อนจะแอบยิ้มและหัวเราะคิกคักเบาๆกันขึ้น วินเซนต์ดึงสายตากลับมามองเต้าหู้ก่อนจะกระชับอ้อมแขนกอดเด็กตัวเล็กบนตัวแน่นกว่าเดิมแล้วหลับตาลง
ลมหายใจของเต้าหู้รดอยู่บนต้นคอที่นุ่มของวินเซนต์ แสงสลัวสีสันสวยงามหลากหลายที่ลอดผ่านหน้าต่างมุ้งเข้ามาภายในเต็นท์ ช่วยขับเน้นเงาสองร่างที่แนบชิดกันอยู่ริมซ้ายสุดนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจมากยิ่งขึ้น
เต้าหู้ที่อยู่ในอ้อมกอดวินเซนต์นั้นรู้สึกถึงความมั่นคงและความอบอุ่นที่หลั่งไหลมา ทำให้ความกังวลทั้งหลายเลือนหายไป ราวกับว่าในอ้อมกอดนี้ เต้าหู้ได้พบกับที่พักพิงอันปลอดภัยที่สุดในโลกยังไงยังงั้น
“ฝันดีนะฮ่ะพี่วินไพร์~” เต้าหู้ผงกหัวขึ้นมากระซิบที่ข้างหูของวินเซนต์ที่กำลังนอนหลับตาอยู่
“หลับ-ตา” วินเซนต์พูดลอดไรฟันออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มดุ ก่อนจะเอามือผลักหัวทุยของเต้าหู้ให้ซบลงหน้าอกกว้างที่เปลือยเปล่าอันแสนอบอุ่นของตัวเองไปเหมือนเดิม
เต้าหู้ยิ้มอย่างมีความสุขจนดวงตาเปล่งประกาย ก่อนจะเอานิ้วเรียวเล็กของตัวเองค่อยๆประสานเข้ากับฝ่ามือใหญ่แสนอบอุ่นของวินเซนต์แน่น ก่อนคนตัวเล็กจะหลับตาลงแล้วผล็อยหลับไปเพียงไม่กี่วิต่อมา..
ครบ 72 ชั่วโมง ใน่เวลาที่ดีที่สุดยามรุ่งเช้า…
อื้อออออ~~ วื้ออออออออ~~ วือออออออออ~~
เสียงแตรลมที่ดังทรงพลัง แกร่ง ทุ้ม และยาว คล้ายกับเสียงแตรไวกิ้งได้ก้องกังวานไปทั่วทั้งอวกาศ จนทำให้วัยรุ่นทั้งหกคนที่กำลังหลับใหลในนิทราสนิทยาวนานนั้นรู้สึกตัวตื่นขึ้น และไม่กี่อึดใจต่อมาเสียงแตรลมนั้นก็ได้พัดผ่านเงียบสงบลงไป..
ปรากฏการณ์น่ามหัศจรรย์ต่อมาได้มีแสงวาบราวกับดวงจันทร์ได้โคจรตัดผ่านธารของเศษหินและฝุ่นที่ดาวหางทิ้งไว้ ทำให้มีดาวตกจำนวนมากปรากฏบนท้องฟ้าเหมือนมาจากจุดเดียวกัน จนคนที่นอนมองท้องฟ้าในเต็นท์ที่หลังคาเปิดโล่งออกั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้อยู่นั้น รู้สึกราวกับว่าตัวเองได้อยู่ในที่ที่คล้ายกับอุทยานท้องฟ้ามืดอยู่ที่ไหนสักแห่งที่สวยงามตระการตามากจนบรรยายไม่ถูก
แม้ปรากฏการณ์ทุกอย่างจะตาลปัตรกับหลักวิชาดาราศาสตร์ที่เคยเรียนมาทั้งหมดจนน่าทำให้สับสน.. แต่ทั้งหกคนก็นอนมองดูดาวตกกันอยู่เงียบๆด้วยจิตใจที่สงบผ่อนคลาย ไม่มีใครตั้งคำถามหรือพูดอะไรกันขึ้นมาเลยแม้สักคำเดียว
วินเซนต์สบตาเข้ากับเต้าหู้ที่แหงนหน้าขึ้นมายิ้มหวานให้เขาพอดี ก่อนที่คนตัวสูงจะรีบดึงมือตัวเองออกจากมือเต้าหู้แล้วผลักคนตัวเล็กลงจากตัวเองไปอย่างไว พร้อมกับปราดตามองเต้าหู้ด้วยสายตานึกรังเกียจ ก่อนจะรีบลุกขึ้นนั่งถอยออกห่างจากคนตัวเล็กไปด้วย
เต้าหู้ลูบก้นกบของตัวเองที่กระแทกลงที่พื้นอย่างจังป้อยๆ ก่อนจะทำแก้มอมลมแสนงอนใส่วินเซนต์ที่เดี๋ยวก็คุ้มดีคุ้มร้ายผีเข้าผีออกจนเต้าหู้นั้นเริ่มจะสับสนไปหมด
และในขณะที่ทุกคนกำลังลุกขึ้นมานั่งกัน ดาวตกที่กำลังเปล่งแสงเป็เส้นสว่างบนท้องฟ้าอยู่นั้นก็หายวับไปปรากฏเป็ประกายการผสานสีของสีเขียว สีแดง สีม่วง และสีฟ้า ที่ดูคล้ายม่านแสงเต้นระบำอยู่บนท้องฟ้าขึ้นมาแทน
กลุ่มก้อนของม่านแสงที่เรียงกันเป็ตัวเลขบอกชั่วโมง นาที และวินาทีที่เจ็ดสิบสองชั่วโมงพอดิบพอดี พร้อมกับเสียงที่เคยดัง ติ๊ก~ ต๊อก~ ก็ได้อันตรธานหยุดหายไป…
สายลมพายุวนขนาดเล็กคล้ายกลุ่มเมฆหมุนวนที่ไม่มีตาพายุที่ชัดเจนเกิดขึ้นมาอยู่เหนือพื้นผิวดวงจันทร์ไปประมาณสามร้อยเมตรได้เกิดขึ้นมาอีก ซึ่งเป็สถานการณ์ที่ทุกคนผ่านพบมาแล้วรอบนึงจึงไม่มีใครผงะใอะไรกันแล้วในครั้งนี้
และเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา.. เทพีมอร์นาโรสกับนกเทพมอร์โรซีเบิร์ดก็ได้ปรากฏตัวขึ้นลอยอยู่เหนือเต็นท์ไม่กี่เมตร..
นกเทพมอร์โรซีเบิร์ดบินลอดเข้ามาจากหลังคาเต็นท์พร้อมกับแสยะให้ทุกคนกันอย่างทั่วถึง “สวัสดียามเช้าตื่นยิ้มรับรุ่งอรุณอุ่นพริ้มพราย ขอให้มนุษย์หน้าโง่ทุกท่านทั้งหลาย สุขสดชื่นกายสบายใจกันนะขอร้าบ~ ฮ่ะๆๆๆ~”
เบียร์วุ้นหันไปมองหน้ากุยช่ายก่อนจะแพ้เสียงในหัวตัวเองอีกรอบ “เชี่ยยย.. นกกวีเอกหลุดออกมาจากวรรณคดีไทยรึเปล่าว่ะ! แต่คงไม่น่าจะใช่นะ.. ไอ้นกตัวนี้แม่ง! ดูเพี้ยนฉิบหาย!”
“ชู่วววววว”กุยช่ายรีบยกมือขึ้นมาปิดปากของเบียร์วุ้นไว้พร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งที่นกเทพมอร์โรซีเบิร์ดโฉบบินออกไปจากตรงนี้ไกลแล้ว
เทพีมอร์นาโรสที่กอดอกเบ้ปากเชิดคอตั้งสามสิบองศาในท่าสง่าผ่าเผยก้มลงมองมนุษย์ที่ตัวเองนึกรำคานทั้งกลุ่มสักพัก ก่อนจะตวัดมือเรียกหน้าจอ กลางอากาศสีฟ้าครามขึ้นมาแล้วปรากฏตัวหนังสือขึ้น
‘Pass the levels in the dream game’ (ผ่านด่านในเกมส์แห่งความฝัน)
เทพีมอร์นาโรสกับนกเทพมอร์โรซีเบิร์ดอันตรธานหายไปทันทีหลังจากที่หน้าจอกลางอากาศนั้นได้สลายหายไป
เบียร์วุ้นเกาหัวด้วยความงุนงงก่อนจะออกมายืนอยู่นอกเต็นท์เป็คนแรก “เชี่ยอะไรอีกว่ะเนี่ย!! เทพีกับนกเทพคู่เพี้ยนมาโชว์ตัวกันแค่เนี๊ยะ!! มาทำไมก่อนน!!”
ปาโก๋กระเด้งออกมาจากเต็นท์เป็คนที่สองก็พูดขึ้นด้วยความงงอีกคน “แล้วเราจะเอายังไงต่อว่ะ..”
“ไม่รู้แม่ง! กูอยากตื่นแล้วไอ้เหี้ย!! น่าเบื่ออิ๊บอ๋าย เฮ้ออออออ”
ทุกคนที่เหลือออกมาจากในเต็นท์กันจนครบ.. เต้าหู้พยายามจะเข้าไปเกาะแขนวินเซนต์เพราะรู้สึกหนาวแต่ก็โดนวินเซนต์สะบัดออกพร้อมกับทำท่าอยากจะโยนเต้าหู้ออกนอกดวงจันทร์ไปซะตอนนี้ด้วยความหงุดหงิดรำคานใจ
เด็กตัวเล็กได้แต่ถอยหลังออกห่างคนที่รังเกียจตัวเองแบบไม่ปกปิด.. พร้อมกับมีสีหน้าและแววตาที่เศร้าเสียใจ ที่ทุกคนเห็นแล้วก็ได้แต่นึกสงสาร...
และไม่กี่นาทีต่อมา.. มวลหมอกจำนวนมากได้เริ่มปกคลุมพื้นที่กว้างบนดวงจันทร์ขึ้นมาอย่างไว ราวกับทั่วทั้งบริเวณนี้เป็ทะเลสีขาว ความชื้นเย็นชุ่มเปียกจากน้ำค้างนั้นทำให้ทุกคนถึงกับห่อไหล่ด้วยความรู้สึกเย็นะเืเข้ากระดูกไปตามๆกัน
วินเซนต์รีบเข้าไปคว้าตัวฮันนี่มากอดไว้อย่างไวด้วยความเป็ห่วง พร้อมกับลูบแผ่นหลังของฮันนี่ที่ตัวสั่นงกอยู่ไปด้วยท่าทางอ่อนโยนจนเต้าหู้กับปาโก๋ได้แต่ยืนมองภาพบาดตาบาดใจนั้นกันตาละห้อยทั้งพี่ทั้งน้อง
วินเซนต์ตวัดสายตาคมกริบไปสบตากับเต้าหู้ที่ยืนทำหน้าเศร้าอยู่แวบนึง พร้อมกับทำสีหน้าไม่พอใจและขยะแขยงเต้าหู้แบบที่เขาชอบแสดงออกไปด้วย
ฟู่วววววววววว~~
พายุหมุนขนาดเล็กได้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับการยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วดูดเอาวัยรุ่นทั้งหกคนหมุนเข้าไปในศูนย์กลางของลมพายุ ทำให้ดูคล้ายทอร์นาโดกำลังปั่นมนุษย์ทะยานขึ้นไปสู่จุดสูงสุดในอวกาศ
“กรี้ดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!”
“อ๊ากกกกกกกก!!!!!!!!!!!”
เสียงร้องประสานของทุกคนที่เกินสามร้อยเดซิเบลได้ดังไปทั่วดวงจันทร์ที่คละคลุ้งไปด้วยหมอกหนาและฝุ่นผง
“ขอให้สนุกกับเครื่องเล่นทอร์นาโด ของขวัญจากข้ากันนะขอร้าบบบ~ ฮ่าๆๆๆๆ~”
เครื่องเล่นวัดแต้มบุญของมอร์โรซีเบิร์ดยังคงหมุนวนคนทั้งหกให้ลอยลิ่วอยู่ในศูนย์กลางไม่ยอมหยุด วินเซนต์กอดฮันนี่ไว้แน่นไม่ยอมให้ร่างบางนั้นหลุดลอยไปไหน ส่วนเบียร์วุ้นกับเต้าหู้นั้นที่ลอยลิ่วไปทิศทางเดียวกันก็ถึงกับอ้วกแตกออกมาพร้อมกันทั้งคู่จนน้ำใสที่มาจากกระเพาะอาหารนั้นลอยว่อนไป เผละ! กระทบเข้าที่ใบหน้าของปาโก๋อย่างจัง
“อ้วกใครว่ะไอ้เชี่ยยยยยย อ๊ากกกกกกก!!!”
คนที่ประสบภัยซ้ำซ้อนอย่างปาโก๋ะโด่าเสียงดังลั่นด้วยความขยะแขยงก่อนกับเอามือปัดใบหน้าตัวเองเป็พัลวันไปด้วย ส่วนกุยช่ายที่อินกับหนังกำลังภายในมากเกินไปใน่นี้จึงได้ตั้งสติแล้วพับขาทั้งสองข้างเข้าหากันก่อนจะนั่งขัดสมาธิกลางลมพายุแล้วหลับตาทำสมาธิจนมอร์โรซีเบิร์ดถึงกับขำลั่นจนท้องแข็งเกินจะต้านทานไหว
“มนุษย์กลุ่มนี้ดูวุ่นวายน่าขันกันดีนะขอร้าบเทพีมอร์นาโรส ฮ่ะๆๆๆๆ~”
เทพีที่กอดอกบินอยู่เหนือลมหัวกุด้าได้แต่ส่ายหน้าให้ทั้งนกเทพของตนและมนุษย์หน้าโง่ทั้งหลายด้วยความรำคานและเบื่อหน่าย
‘ดูเหมือนเ้านกน่ารำคานนี่จะสนุกกับเกมส์นี้มากกว่าข้าไปเสียแล้วสินะ หึ! น่าสาปให้กลายเป็ดาวอัปปางทั้งมนุษย์ทั้งนกกันเสียจริง!!’
หวืดดดดดดดด!!!!!
และจังหวะที่มอร์โรซีเบิร์ดเปิดฟังก์ชันสุดท้ายของลมหัวกุดทอร์นาโดลูกนี้ พายุก็ได้เเปรเปลี่ยนทิศทางจากยกตัวขึ้นสูงอยู่กลางอวกาศแบบธรรมดา เป็พุ่งตรงดิ่งลงไปนอกเหนือพื้นผิวของดวงจันทร์ด้วยความเร็วห้าแสนกิโลเมตรต่อวินาที
ในขณะที่ลมหัวกุดอยู่ในจังหวะที่หมุนลงมาตั้งเก้าสิบองศาจากพื้นผิวของดวงจันทร์นั้น ทุกคนต่างก็คิดในใจพร้อมกันทันทีว่าิญญาของตัวเองคงไม่พุ่งลงไปพร้อมกับลมหัวกุดมหาเวรประลัยลูกนี้ด้วยกันอย่างแน่นอน!!
ตึ๊งตึง ตื่อ ดื้อ ดึง ตึ่ง ตึ๊งงงง~~~
เสียงดนตรีแบบวงออเคสตร้าขนาดใหญ่ราวกับอยู่ในสวนสนุกกลางอวกาศดังขึ้น พร้อมกับแสงสีนวลขาวประกายแสดฉายวับแล้วเกิดตาพายุดูดคนทั้งหกทะลุมิติออกจากตรงนี้ไปทันที
“กรี้ดดดดดดดดดดดดดด”
“อ๊ากกกกกกกกกกกก”
“หู้อยากกลับบ้านนนนนนนนนนนนฮ๊าาา!!!!!!!!”
.
.
.
.
.
ฟิ้วววววววววววว~~
ปั๊กกกกกกกกก!!!!!
โครมมมมมม!!!
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะค๊า~