~ปกปักร์ จักษุระ~ ผู้เ็า นิ่งเงียบ ไม่เปิดปากเริ่มสนทนากับใครก่อน หรือนายก้อนน้ำแข็งของใครหลาย ๆ คน ขยับตัวตรงปรี่ไปหาตัวต้นคิดของเหตุการณ์ะเืขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ ...ไม่มีใครเห็นหรือทันสังเกต เสมือนเขาหายตัวไปปรากฏอยู่ตรงหน้า ทัศนะ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาเพียงเสี้ยววินาที.."...." เขากระซิบอะไรบางอย่าง แ่เบา ได้ยินเพียงสองคน
"สรุป! เื่หลอกผี...ฉันวางแผนมาอย่างดี สมจริงสุด ๆ เลย ใช่ไหมล่ะ!" ทัศนะ หันมาเผชิญหน้ากับทุกคน ฉีกยิ้มกว้าง...
"เอาหล่ะ ไม่มีใครเป็อะไรก็ดีแล้ว ไปพักผ่อนกันก่อน เช้าค่อยคุยกันว่าจะเอาไงกับเื่นี้ต่อ" พลกฤษตัดบทสนทนาด้วยสีหน้าระคนสงสัย
...
"ไอ้ทัศ! เพื่อไม่ให้การซ้อมของวงฯ ล่ม...กูจะยังไม่บอกเื่นี้กับครูสุระ"
"ขอบใจ..."
"แต่...ซ้อมเสร็จกูจะฟ้องครู ฮ่ะ ๆ ๆ" ประสิทธิ์ได้ทีหัวเราะอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
"ทุกคนไปพักได้...แต่ตีห้ายังโปรแกรมซ้อมเดิม" เขาย้ำ จงใจแหย่ทุกคนให้ลืมเื่ขวัญผวานั้นเสีย
"โฮ่~~~" ทุกคนได้แต่ประท้วงในลำคอ
เสียงไก่ขันเป็ระยะ ๆ ขับร้องส่งต่อกันทำนองน่าฟังยิ่งสำหรับผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ขวัญเสียเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา บ่งบอกให้รู้ว่าเป็ยามรุ่งสางของวันใหม่ ความอบอุ่นใจ และโล่งใจเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัว นาฬิกาบนผนังบอกเวลา 04.30 น. ไม่มีใครสนใจหรือข่มตาให้หลับลงได้หลังจากเกิดเหตุการณ์หลอกผีของทัศ ทุกคนต่างนั่งจับกลุ่มสีหน้าฉงนสงสัย สนทนาถึงเื่ที่เกิดขึ้น
"ฟ้า! แกเห็นยังไงเล่าให้พวกเราฟังหน่อย" เสียงเด็กสาวคนหนึ่งที่นั่งจับกลุ่มคุยกันเจ็ดแปดคน ตรงด้านขวาของกระดานดำเอ่ยขึ้น สะกิดน้ำฟ้า
"พี่ฟังด้วย" คนหูดีที่อยู่อีกฟากของกระดานดำ กระโจนเข้าแทรกกลางวงน้อง ๆ พร้อมผ้าห่มสีเทาคลุมไหล่ไว้หลวม ๆ
"พร้อมและ...ว่าไปฟ้า" รสา คนหูดี ตาโตจ้องน้ำฟ้าตาไม่กะพริบ
"ฟ้าจำได้ว่า...ตอนนั้นมันชุลมุนวุ่นวายมาก ต่างคนต่างเบียดแย่งผ้าห่ม ไม่ก็กอดกัน เพื่อหนีผีพี่ทัศ..." เธอกล่าว สีหน้าครุ่นคิด
"...แล้วฟ้าก็ถูกเบียดล้มลงค่ะ... หน้าคะมำ เอามือยันพื้นไว้ทัน ด้วยอาการใจึงรีบลุกขึ้น แล้วก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบนคานนั้นค่ะ..." เธอแหงนหน้าชี้ไปยังคานที่ว่างเปล่ากลางห้อง
"ดวงตาสีแดงชาดจับจ้องมาที่ฟ้า หน้าไม่มีสีเื ผมยาวถึงหลัง และที่สำคัญ ใส่ชุดนักเรียนหญิง ม.ปลาย เหมือนของโรงเรียนเรานี่แหละค่ะ" กลุ่มผู้อยากรู้อยากเห็นขนลุกซู่ ตั้งชูชัน
"ยืน... นั่ง หรือลอย" รสา ผู้ชอบเื่ลึกลับยิงคำถาม
"โถ่..พี่ หนูจะไปรู้ได้ยังไง เห็นขนาดนั้นแล้ว ฟ้าก็หน้ามืดแล้วจำอะไรไม่ได้ จนมารู้สึกตัวตอนพี่ ๆ ช่วยฟ้านั่นแหละค่ะ"
"ใช่ พี่ ใครจะไปจ้องดีเทล (รายละเอียด) ของผีอยู่ได้ไงเล่า!" เด็กสาวผู้เริ่มการสนทนา พ่นลมหายใจ กอดอกถูแขนไปมา
"หึ๋ย-- เสียวสันหลังจนถึงหัวเลยเนี่ย..." เด็กสาวหลายคนในกลุ่มกอดเข่าตัวสั่น
"ไม่ได้ตาฝาดแน่นะแก!" ฟาง หนึ่งในเด็กสาวที่ช่วยปฐมพยาบาลน้ำฟ้า มองเธออย่ากังวลใจ
"จะฝาดยังไง พี่ทัศก็บอกอยู่ว่าเป็แผนของเขาทั้งหมด"
"นั่นสิ?"
"พี่รสาก็คิดแบบฟ้าใช่ไหมคะ ว่าพี่ทัศจัดฉากมาดีมาก ๆ"
"มันทำได้ยังไงนะ?"... สายตาของเด็กสาวในกลุ่มผู้อยากรู้อยากเห็นจ้องรสาผู้าุโในกลุ่มอย่างสนใจ รอฟังคำตอบของเธออย่างตั้งใจ ...ทุกคนปิดปากสนิท...
"ประกาศ ๆ !!..." เสียงดังลั่น ขัดจังหวะ! น้อง ๆ ในกลุ่มหลายคนสะดุ้งโหย่ง หันมาดูต้นเสียงเป็ตาเดียว...ทัศนะ ยืนเด่นกลางห้องมือจับโทรโข่งจ่อปาก พูดทีเล่นทีจริง
"...น้อง ๆ ทุกคน โปรดล้างหน้า แปรงฟัน เปลี่ยนเป็ชุดวอล์ม แล้วลงไปรอที่ถนนหน้าอาคาร... (ทัศนะดัดเสียงเป็ผู้หญิง) ...ตีห้า...ช้าโดนนะจ๊ะ...ขอบคุณค่ะ" ตุ่ง ตุง ตุ้ง ตุ๊ง.. (เสียงดนตรีหลังประชาสัมพันธ์ในห้างสรรพสินค้า โดย ทัศนะ)
ไม่กี่นาทีหลังประกาศสุดทุเรศที่กระทบโสตประสาทของทุกคน (ตามความคิดของลลิต) สมาชิกทั้งหมดลงมารอด้านล่างอาคาร หลายคนนั่งหาวอยู่ริมขอบกระถางต้นไม้ที่ทำจากอิฐบล็อกก่อเป็แนวยาวล้อมร้อมอาคารคหกรรม บางคนเอนหลังนอนอยู่บนแคร่ในศาลาไม้ไผ่ บ้างก็ยืนพูดคุย สีหน้าอ่อนเพลียจากการไม่ได้นอนฉายบนหน้าทุกคนอย่างเห็นได้ชัด
"รัตนบารายสคูล....แถวตอนเรียงห้า จั๊ดแถว!!!"
สิ้นเสียง! ...ทุกคนที่เสมือนไร้ิญญา ต่างะโโหย่ง! เปล่งเสียง "เฮ้!!!" เผ่นมาเข้าแถวบริเวณกลางถนนด้านหน้าอาคารคหกรรม หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ยืนตรงนิ่งสนิทอย่างเป็ระเบียบ หน้าตาขึงขัง พร้อมสำหรับคำสั่งต่อไปของผู้นำวงฯ...ทัศนะยืนนิ่งหน้าแถว หันประชันหน้ากับวงดุริยางค์โรงเรียนรัตนบารายทั้งห้าสิบสามคน
"วันนี้ออกกำลังกาย..เช้า ซ้อมมาร์ชชิ่ง..สาย แยกซ้อม..บ่าย และซ้อมรวม..ค่ำ! ทราบ!"
"ทราบ!!!" เสียงประสานก้องกังวานหนักแน่น
"วิ่ง......หน้า วิ่ง!" ทัศะโ ก้าววิ่งนำทุกคนเข้าไปทางแปลงเกษตร...
ท้องฟ้ายามนี้ ยังคงไม่มีแสงสว่างจากดวงตะวัน มีเพียงแสงรำไรที่ทำให้มองเห็นถนน เงาของอาคารคหกรรม และเงาของต้นคูนที่เรียงรายไปตลอดเส้นทาง ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียจากการซ้อมเมื่อวาน และการเรียนวิชาพิเศษเมื่อคืนของสมาชิกทุกคนในวงฯ ทำให้ร่างกายหนัก โดยเฉพาะขาที่หนักเป็พิเศษ หายใจไม่ทัน และเหมือนจะเป็ลม ...น้อง ๆ ห้าหกคนเปลี่ยนจากวิ่งเป็เดิน...รั้งท้าย!
"หยุด!!.......พักก่อน!" เสียงก้องกังวาน แต่หนักแน่น
ทุกคนรู้สึกขอบคุณเสียงแห่ง์นี้ แล้วใครล่ะ? ไม่ใช่เสียงของทัศนะ
การวิ่งรอบที่สองหยุดลงครึ่งทางระหว่างอาคารคหกรรมกับแปลงเกษตร สองข้างทางทิวต้นคูนยังเรียงรายอยู่เช่นเดิม บนพื้นเริ่มมองเห็นแสงสีเหลืองของกลีบดอกไม้ สามารถมองเห็นห้องเก็บอุปกรณ์การเกษตรไกล ๆ ได้จากทางด้านหน้า หากเหลียวหลังกลับไปก็มองเห็นอาคารคหกรรมได้เช่นกัน
"พี่ปักร์สั่งหยุด!" เด็กในแถวกระซิบหอบแฮก คนสั่งหยุดเดินเรียบเฉยตรงไปยังผู้นำวิ่ง..
"มึงสั่งหยุดทำไมวะ ยังไม่ครบสามรอบ"
"น้อง ๆ จะเป็ลมกันหมดแล้ว ใช้วิธีเดินขยายปอดดีกว่า"
ทัศหยุดมองเพื่อนสนิทของเขาอยู่ครู่หนึ่ง เปลี่ยนเป็เสียงกระซิบ...
"กูรู้จักมึงมาั้แ่เกิด... สายตามึงไม่ได้จะบอกกูแค่เื่นี้....มีอะไร?"
"น้อง ๆ แถวหลัง "เห็น" อะไรบางอย่างบนระเบียงห้องดุริยางค์!...หน้าซีดกันหมด ดูทรงแล้ว ไม่ไหวแน่"
"ทำไมถึงเห็นได้?"
"คนที่ใกล้หลับหรือใกล้หมดสติ..จะมองเห็นสิ่งลี้ลับได้ ..."
"เออ..กูก็พอรู้อยู่เื่นี้...แต่ในห้องดุริยางค์มันจะมีได้ไงวะ กูอยู่มาตั้งหกปีไม่เคยเห็น"
"อืม..." คนถูกถามสายตานิ่งสนิทไม่สามารถคาดเดาได้ ไม่พูดอะไร
..."น้อง ๆ พักสักสิบนาที กินน้ำ แล้วเดี๋ยวเราจะเปลี่ยนเป็เดินแทน...อีกรอบครึ่งนะครับ" ทัศนะ คำรามแจ้งสมาชิกในวงฯ ...
บนอาคารคหกรรม ระเบียงชั้นสอง เหมือนมีดวงตาเศร้าสลดคู่หนึ่งจับจ้องมายังกลุ่มคนที่เดินไกลออกไป คนที่เดินรั้งท้ายััได้ถึงอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเขา เสียวสันหลัง!!
****จบตอน****