เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 109 [NC]

    แผล่บ... แผล่บ... เสียงดูดกลืนผสมกับเสียงเลียดังขึ้น 


    “อ้า...” เสียงครางทางลำคอของผมดังเป็นระยะ ๆ ราวกับไม่สามารถควบคุมได้ความรู้สึกที่ร้อนแรงและเปียกชื้นทำให้สติผมแทบหลุดลอยไปจากร่างกาย


    สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว รถคันหลังบีบแตรเตือนเบา ๆ แต่ดารินไม่สนใจ เธอยังคงทำหน้าที่ของเธอต่อไป ทั้งการดูดดึงและเลีย


    ผมละมือจากท้ายทอยลงมาจับพวงมาลัย แล้วค่อย ๆ เหยียบคันเร่ง เพื่อเคลื่อนรถไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ การขับรถด้วยมือเดียว ในขณะที่ศีรษะของดารินอยู่ตรงนั้นยากอยู่นิดหน่อย


    ทุกครั้งที่เธอเงยหน้าขึ้นมาเปลี่ยนจังหวะ ผมจะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าของเธอที่แดงก่ำและชุ่มเหงื่อจากการกระทำ


    “พะ... พี่ครับ... ผมจะเสร็จแล้วครับ” ผมพูดอย่างติดขัด ความรู้สึกหลายอย่างแล่นผ่านอย่างรวดเร็ว การขับรถในสถานการณ์ตอนนี้ช่างรู้สึกทรมานเหลือเกิน


    ดารินหยุดการกระทำทันทีแล้วเงยหน้าขึ้นมองผม ดวงตาของเธอดูเยิ้ม “เป็นไงบ้าง... หายคิดถึงพี่ยังคะ” เธอเอ่ยถามอย่างยั่วเย้า


    “ยังเลยครับ” ผมพูดพลางหายใจเข้าออกอย่างหนักด้วยความเสียวซ่านที่ยังคงค้างอยู่


    ดารินยิ้มมุมปากอย่างมีเสน่ห์ ก่อนจะก้มลงไปอีกครั้ง แล้วใช้ลิ้นอุ่น ๆ ไล่เลียไปทั่วแท่งร้อนของผม ผมยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบไล้แผ่นหลังของดารินด้วยความเสียวซ่าน


    “ขับรถยากจังเลยนะครับแบบนี้” ผมเอ่ยบ่นด้วยน้ำเสียงพร่า พลางพยายามมองไปยังถนนเบื้องหน้า


    “ก็ใครเป็นคนหาเรื่องเองล่ะคะ” ดารินตอบกลับ เธอผละริมฝีปากออกไปแล้วเอนตัวกลับคืนที่นั่งอย่างใจเย็น “วันนี้เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน” 


    “พี่เริ่มมันแล้ว ทำไมไม่ทำให้มันจบล่ะครับ แบบนี้ผมก็แย่น่ะสิ” ผมตอบกลับอย่างไม่พอใจที่ถูกทิ้งค้าง


    “ไม่เอาหรอก แบบนั้นพี่ก็เสียเปรียบแย่สิ” ดารินเอ่ยเสียงยียวน พลางมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ยังคงมีประกายเยิ้มเยิ้ม “พี่เป็นคนทำอยู่ฝ่ายเดียวเลยนี่นา” 


    ผมถอนหายใจออกเบา ๆ แต่ก็เข้าใจเธอดี เพราะในรถมันไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่ที่จะทำเรื่องแบบนี้ มันทั้งแคบและอึดอัดเกินไป


    “งั้นก็ได้ครับ วันนี้ผมจะปล่อยไปก่อน แต่... พรุ่งนี้พี่ไม่รอดแน่” ผมเอ่ยอย่างอารมณ์ดี


    ดารินหัวเราะคิกอย่างมีความสุข จากนั้นเธอก็เอื้อมมือมาจัดเก็บน้องชายของผมกลับเข้าที่ให้เรียบร้อย


    พักใหญ่ รถของผมก็เคลื่อนเข้าไปจอดที่หน้าบ้านของดาริน แต่ขณะเดียวกันดารินก็หลับไปได้สักพักใหญ่แล้วเช่นกัน


    ผมรู้สึกผิดและคิดด่าตัวเองอยู่ในใจ เธอทำงานมาเหนื่อยแทบตาย แต่ผมกลับให้เธอทำอะไรก็ไม่รู้ทั้ง ๆ ที่เธอควรจะได้พักผ่อนแท้ ๆ


    ผมเปิดประตูแล้วก้าวลงจากรถ จากนั้นก็เดินอ้อมไปยังฝั่งที่ดารินนั่งอยู่ แล้วเอ่ยเรียกพลางเขย่าแขนเบา ๆ


    “พี่ครับ... พี่ครับ” ผมเรียกไม่นานเธอก็ตื่นขึ้น ใบหน้าของเธอยังคงดูงัวเงียอยู่เลย “ถึงบ้านแล้วครับ”


    “อ้อ... โทษทีนะ พี่เผลอหลับไปเลย” ดารินเอ่ยพลางหยิบข้าวของของตัวเองในรถ


    “ผมต่างหากล่ะที่ต้องขอโทษพี่ ทั้งที่พี่ทำงานมาเหนื่อย ผมกลับให้พี่ทำอะไรก็ไม่รู้” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด ขณะที่เปิดประตูหลังแล้วยกกระเป๋าของดารินลงจากรถ


    ดารินยืนมองผมอย่างเอ็นดู “ไม่เป็นไรหรอก พี่เต็มใจนิ” พูดจบเธอก็ยิ้มให้ผม ก่อนจะอ้าแขนออกราวกับเชื้อเชิญให้ผมเข้าไปกอด


    ผมเดินเข้าไปกอดเธอเบา ๆ สัมผัสความอบอุ่น ดารินกอดตอบแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว “ขับรถดี ๆ นะคะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้... แต่เอาเป็นช่วงเย็นได้ไหม ช่วงเช้าพี่อยากพักผ่อน แล้วก็ทำอะไรส่วนตัว”


    “ได้สิครับ” ผมรับคำอย่างง่ายดาย “พี่พร้อมเมื่อไหร่ก็โทรหาผมนะครับ” ผมเอ่ย จากนั้นก็ผละกอดออก ก่อนจะโบกมือลาให้เธอเล็กๆ แล้วขึ้นรถก่อนจะค่อย ๆ ขับออกไป


    ผมมองดูนาฬิกา ตอนนี้เกือบจะถึงเวลานัดที่ผมจะต้องไปกินเนื้อย่าง กับจ๋าและเฟื้องฟ้าแล้ว


    ทว่าก่อนที่จะไปถึงร้าน ผมต้องไปรับจ๋าก่อน เพราะบ้านของเธอเป็นทางผ่านของผมพอดี หลังจากนั้น ราว ๆ ยี่สิบนาที รถของผมก็เคลื่อนเข้าไปจอดที่ลานจอดของร้านอาหารร้านหนึ่ง


    มันเป็นร้านอาหารที่ดูดีมาก ดูทันสมัยและหรูหรา โทนสีดำผสมน้ำตาลเข้ม มีสองชั้น บ่งบอกว่าเป็นร้านระดับพรีเมียม


    “โอ้... ร้านอาหารสวยจังเลยนะครับ” ผมเอ่ยออกมาเบา ๆ ขณะที่มองดูโครงสร้างและการตกแต่ง


    “ใช่ไหมล่ะ!” จ๋าหันมามองผมด้วยสีหน้าพอใจ “คนรีวิวเยอะมากเลยนะ ว่าอร่อยมาก”


    ผมหัวเราะเบา ๆ “ถ้าว่าราคามันแพงขนาดนี้ มันก็ต้องอร่อยแหละครับ ถ้าไม่อร่อยผมจะด่าให้”


    จ๋าหัวเราะลั่นกับคำพูดติดตลกของผม “อือ... ก็ใช่ของน้องนะ”


    จากนั้นผมกับจ๋าเดินตรงเข้าร้าน ผมมองดูรอบ ๆ ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่า ๆ แล้ว แต่ผู้คนก็ยังเยอะ แทบจะเต็มทุกโต๊ะ บรรยากาศภายในร้านดูคึกคักแต่เป็นส่วนตัว


    ในร้านผมเห็นบาร์เหล้าขนาดใหญ่ที่มีขวดหลากหลายชนิดตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ พร้อมทั้งมีบาร์เทนเดอร์ที่แต่งตัวดียืนรอให้บริการอยู่ด้านหลัง


    และ ตู้เนื้อที่มีเนื้อโชว์ให้ดู สีสันน่ากิน เนื้อมีแทบจะทุกส่วน สมแล้วที่คนจะเต็ม แต่ก็คงจะมีแต่คนที่ค่อนข้างมีฐานะหน่อย เพราะแต่ละอย่างดูพรีเมี่ยมจริงๆ


    หลังจากที่เราสองคนเดินเข้าร้านมาได้เพียงไม่กี่นาที พนักงานต้อนรับก็รีบเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มสุภาพ


    “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าลูกค้าได้จองโต๊ะไว้หรือเปล่าคะ?” พนักงานถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล


    ผมหันไปมองจ๋า เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว ราวกับเช็กข้อมูลที่เตรียมไว้ พอสักพักก็เงยหน้าขึ้นมาตอบ “จองโต๊ะไว้ค่ะ โต๊ะ 02VIP3 ค่ะ”


    พนักงานพยักหน้ารับเบา ๆ พลางเปิดสมุดเล่มเล็กตรวจดูรายชื่อ ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ


    “ลูกค้าจองไว้สามท่านใช่ไหมคะ?”


    “ใช่ค่ะ” จ๋าตอบกลับทันที


    “เชิญลูกค้าเดินตามมาทางนี้นะคะ ห้อง 02VIP3 อยู่ที่ชั้นสองค่ะ” พนักงานพูดจบก็หมุนตัวนำทางไปทันที


    พวกเราจึงเดินตามหลังพนักงานไปอย่างไม่รีบร้อน ระหว่างที่ก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง จ๋าก็พึมพำออกมาเบา ๆ ราวกับพูดกับตัวเองมากกว่าผม

    “หมายความว่าฟ้ายังไม่มาเหรอ…”


    เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวกดเปิดแชตแล้วพิมพ์ข้อความส่งหาเฟื้องฟ้าทันที


    และไม่นานพนักงานก็นำพวกเรามาถึงห้อง 02VIP3 ซึ่งอยู่สุดทางเดิน เมื่อส่งพวกเราถึงหน้าห้องเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขอตัวเดินกลับไปทันที


    พวกเราสองคนผลักประตูเข้าไปด้านใน ห้องไม่ได้ใหญ่โตนักแต่ก็ไม่คับแคบจนเกินไป ทุกอย่างถูกจัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ โต๊ะสีเข้มตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมเก้าอี้บุนุ่มที่ดูสบายตา ตรงกลางโต๊ะมีเตาย่างฝังไว้ และด้านบนก็มีเครื่องดูดควันขนาดพอดีห้อยอยู่ 



    และที่สำคัญ ห้องนี้ยังสามารถมองผ่านกระจกออกไปยังพื้นที่ด้านนอกได้ บรรยากาศยามค่ำคืนกับมุมต่าง ๆ ที่ตกแต่งด้วยแสงไฟ ดูแล้วเป็น มุมสำหรับถ่ายรูปที่ยอดเยี่ยม


    ผมเดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ มันนุ่มและรับตัวได้ดี


    บนโต๊ะยังมีแท็บเล็ตวางอยู่หนึ่งเครื่อง ดูท่าว่าร้านนี้ใช้ระบบสั่งอาหารผ่านแท็บเล็ตทั้งหมด ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และชุดเนื้อย่างต่าง ๆ 


    ผมหยิบมันขึ้นมาดูเล่น ๆ นิ้วเลื่อนหน้าจออย่างช้า ๆ พลางคิดในใจว่าเมนูมีให้เลือกเยอะกว่าที่คิดไว้มาก


    "เราสั่งกันเลยดีกว่า" จ๋าเอ่ยเสียงเรียบ พลางมองหน้าผม "ฟ้าคงกำลังขับรถอยู่ เพราะไม่ตอบข้อความพี่เลย"


    ผมยื่นแท็บเล็ตให้จ๋าพร้อมกับเอ่ยว่า "แบบนั้นก็ได้ครับ สั่งไว้รอจะได้ไม่เสียเวลา" ผมเว้นจังหวะ จากนั้นก็เอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงขบขัน "คุณจ๋าสั่งเมนูที่อยากกินมาเลยนะครับ พอดีว่าผมไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อน..."


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน