Architecture อาสาสถาปัตย์
ตอนที่ 13 ไม่มีหมองรองคอ
การรถไฟแห่งประเทศไทยเริ่มเดินรถไฟครั้งแรกตอนไหนหรอ?
หลังจากไปเสิร์ชหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตแล้วนั่งไล่อ่านเมื่อกี้ เธอก็เลยรู้ว่าเริ่มเดินรถไฟครั้งแรกั้แ่พ.ศ.2439 ซึ่งก็ผ่านมาเป็เวลาร้อยกว่าปีแล้ว ยิปโซอดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสงสัยในใจว่ารถไฟที่เธอนั่งอยู่นี่อาจจะผ่านการใช้งานมายาวนานตามอายุขัยแบบไม่เคยบูรณะก็เป็ได้ แต่อันที่จริงเธอก็เล่าให้มันเว่อร์ๆ ไปงั้นแหละ บอกตรงๆ ว่าถ้าใครมาขึ้นรถไฟชั้น 3 เป็ครั้งแรกแบบเธอแล้วไม่คิดแบบนี้เธอยอมเปลี่ยนชื่อเป็หมวยไปตลอดชีวิตเลย
สำหรับเธอผู้ไม่รู้เื่รู้ราวมาก่อนว่าจะต้องโดยสารรถไฟไปและเกิดมาทั้งชีวิตลูกคุณหนูของเธอก็ไม่เคยได้เหยียบขึ้นรถไฟมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียวก็รู้สึกช็อคอยู่เหมือนกัน ขณะที่เพื่อนสาวในแก๊ง 4M นั้นเหมือนทำใจได้ระดับนึงเพราะรู้กันมาก่อนสักระยะแล้ว
หลังจากที่ได้รับรู้ว่าต้องเดินไปขึ้นรถไฟที่สถานีใกล้ๆ กับมหา’ลัยจากคำบอกเล่าของเพื่อนๆ ไม่นานนัก พี่ต้นก็มาอาสาจะเอากระเป๋าของเธอใส่รถเขาไปที่สถานีรถไฟพร้อมๆ กับเหล่าอุปกรณ์ข้าวของที่เตรียมไปทำค่าย เธอจะได้ไม่ต้องแบกให้เมื่อย แต่ครั้งนี้เธอเลือกปฏิเสธด้วยการบอกปัดกลายๆ ให้พี่ต้นไปดูแลข้าวของของค่ายดีกว่าไม่ต้องห่วงเธอหรอก ที่ทำแบบนั้นก็เพราะว่าเธอเห็นออกศึกอยู่ใกล้ๆ เลยระแวงไปเองคนเดียวว่าเขาจะสงสัยความสัมพันธ์ของเธอกับพี่ต้น ซึ่งอันที่จริงเขาไม่ได้มองเธออยู่ด้วยซ้ำและเราสองคนไม่ได้คุยกันเลยจนกระทั่งเขาและเพื่อนอีกคนก้าวมานั่งในล็อคที่นั่งเดียวกับเธอและเพื่อนในกลุ่มบนขบวนรถไฟ
และอาจเป็เพราะความวุ่นวายใน่ขณะที่คนทั้งหมดเดินไปรอที่สถานีรถไฟรวมถึงตอนที่สมาชิกทุกคนของค่ายอาสาสถาปัตย์ฯ ครั้งที่ 19 กว่าสี่สิบชีวิตต้องรีบยกของขึ้นรถไฟให้ทันก่อนเวลารถไฟออกทำให้เวลายิ่งผ่านไปเร็วกว่าเร็วมากๆ เสียอีก พอยิปโซได้มองฟ้าอีกทีจากในรถไฟก็พบว่ามันมืดสนิทแล้ว นาฬิกาในมือถือของเธอบอกตัวเลข 22.37
“เอ๊ยยย ตอนมีตติ้งครั้งแรกเราไม่เห็นเห็นจุณเลย” มะปรางถามเพื่อนที่มาพร้อมกับออกศึก สองหนุ่มนั่งปิดปากทางออกล็อคที่นั่งของพวกเธออยู่ โดยมีพวกเธอทั้งสี่สาวนั่งอยู่ด้านใน เบาะที่นั่งบนรถไฟจะมีลักษณะเป็เก้าอี้มีพนักพิงหันหน้าเข้าหากันและนั่งได้ประมาณฝั่งละสามคนแบบเบียดกันเล็กน้อย
“เราไปลากจุณมาเอง แล้วพี่แจ็คกี้อนุญาตก็เลยได้มา” ออกศึกอธิบายเสียงค่อนข้างดังขณะที่รถไฟกำลังเริ่มออกวิ่ง
“เออ ศึกมันไปถามยิกๆ ในกลุ่มอยู่หลายวันก็เลยใจอ่อนมาอะ” จุณอธิบายบ้างในระดับเสียงเดียวกับออกศึก เขาเป็ผู้ชายแบบที่ไม่ได้ดูหล่อทันทีที่เห็นครั้งแรก แต่ก็เรียกว่าบุคลิกดีและรูปร่างดีจนน่าจะไปเป็นายแบบได้
“ศึก ปลอบใจไอ้หมวยหน่อยดิ เนี่ยนั่งหน้าซีดมาั้แ่ขึ้นรถไฟแล้ว” เมอาร์ที่นั่งติดหน้าต่างและอีกข้างมียิปโซนั่งอยู่ะโแข่งกับเสียงรถไฟวิ่งข้ามไปบอกออกศึกที่นั่งถัดไปจากยิปโซอีกที
“ได้ๆ” เขารับปากแล้วถามยิปโซด้วยเสียงะโเพราะเป็จังหวะที่รถไฟวิ่งดังมาก “กลัวรถไฟเหรอ?”
“จะบอกไงดีอะ ไม่เชิงอะ แต่ขึ้นครั้งแรกเนี่ย” และเพิ่งรู้ว่าจะต้องขึ้นรถไฟไม่กี่ชั่วโมงก่อนขึ้นจริงเท่านั้นเอง…
ยิปโซะโตอบกลับไปด้วยสีหน้าสลดพอสมควร
รถไฟชั้นสามที่ไม่มีแอร์ คาบสกปรกมีอยู่บนพื้นและผนังรถไฟเป็หย่อมๆ และสภาพเบาะค่อนข้างอับเล็กน้อย ดีหน่อยตรงที่เวลารถไฟวิ่งอยู่จะมีลมตีเข้ามาให้รู้สึกโล่งหัวขึ้นได้บ้าง จะบอกว่าตอนนี้ยิปโซอยู่ในสภาพที่เพิ่งคลายจากอาการขนหัวลุกก็เป็คำที่บอกเล่าได้สมกับเหตุการณ์อยู่
“สงสัยวันนี้เธอไม่ได้นอนแน่ แล้วเอาที่รองคอมาไหม” ออกศึกะโถาม
ที่รองคออะไร ใครจะไปเตรียมมา ก็เธอคิดว่าจะได้ขึ้นรถบัส ฮือ…
หญิงสาวส่ายหน้าไปมา ยิปโซเหลือบมองทั้งห้าชีวิตรวมถึงออกศึกที่ต่างก็พกพาหมอนรองคอกันมาดิบดี ไม่เว้นแม้แต่จุณผู้ที่เพิ่งรู้ตัวว่าจะมาค่ายนี้ทีหลังเธอเสียอีกก็ยังมีหมอนรองคอพร้อมสรรพ แถมเ้าหมอนนี่ยังประคองอยู่ตรงคอแต่ละคนเรียบร้อยแล้วด้วยซ้ำ เห็นแล้วก็อยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ
“เราให้ยืม”
นาทีนั้นเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นางเอกนิยายยังไงอย่างงั้น ออกศึกเอาหมอนรองคอสีกรมออกจากคอของเขาและยื่นส่งมาให้ตรงหน้าเธอ ซึ่งขณะที่เธอกับออกศึกสนทนากันเื่การใช้ชีวิตอยู่บนรถไฟขบวนนี้ของเธอกระทั่งจนถึงตอนที่เขาเอาหมอนรองคือยื่นส่งให้ เพื่อนคนอื่นๆ ก็จับกลุ่มกันคุยเื่ข้อสอบของวิชาต่างๆ ที่เพิ่งผ่านพ้นไปอย่างออกรส ไม่ได้สนใจพวกเธอแต่อย่างใด
แต่เธอก็ไม่กล้ารับมา ได้แต่มองหมอนรองคอสีกรมที่ดูนุ๊มนุ่มโดยไม่กล้าแตะต้องมัน ออกศึกก็เลยจัดการเอามันใส่ที่คอของเธอให้เอง
“อะ ก็เท่านี้”
ถึงตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองไม่ได้ยินเสียงเพื่อนะโคุยแข่งกับเสียงรถไฟแล้ว เหลือเพียงเสียงรถไฟที่กำลังวิ่งอยู่เท่านั้น เพราะเพื่อนๆ ต่างก็มองมาที่เธอกับออกศึกเป็ตาเดียว
“ยังไงกันวะ เปิดตัวป้ะ?” จุณเป็คนแรกที่พูดแซว แล้วเพื่อนผู้หญิงคนอื่นก็เริ่มะโแซวตาม ทั้งคู่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร พวกพี่ปีสูงที่จัดของเสร็จเรียบร้อยรวมถึงกั้นโบกี้นี้ให้เป็ของพวกเขาไม่ให้มีคนอื่นเข้ามาเสร็จแล้วก็ใช้โทรโข่งดึงความสนใจของชาวคณะอาสาสถาปัตย์ครั้งที่ 19 กว่าสี่สิบชีวิตที่อยู่ในรถไฟชั้น 3 นี้ไปที่พี่เขาเสียก่อน
“อะ ทุกคน ตอนนี้เราก็เริ่มออกเดินทางไปแพร่กันแล้วเนาะ เดี๋ยวยังไงอยากให้ทุกคนแนะนำตัวกันอีกที เผื่อพวกพี่ปีสี่ ปีห้าที่ไม่ได้มาประชุมแต่ตามมาด้วยจะได้รู้จักน้องๆ ทุกคนนะ”
กิจกรรมดำเนินไปท่ามกลางเสียงรถไฟวิ่ง ตอนที่ออกศึกแนะนำตัวมีเสียงวิ๊ดวิ้วจากรุ่นพี่ผู้หญิงมากเป็พิเศษกว่าคนอื่นๆ แน่นอนว่ามีเสียงของพี่แจนด้วย และหลังจากนั้นก็เป็กิจกรรมร้องรำทำเพลง มีแก๊งดีดกีตาร์อยู่ที่มุมหนึ่งและหลายคนก็เลือกที่จะหลับพักผ่อนเอาแรง ซึ่งพวกเธอเองก็เป็อย่างหลัง มาถึงตอนนี้แม้จะหลับตาลงแล้ว แต่ยิปโซก็เริ่มคิดแล้วว่าตอนนี้หน้าของเธอต้องมีฝุ่นเกาะมากแล้วแน่ๆ สังเกตจากลมที่ตีเข้ามาตลอดทางขนาดนี้ และไม่ต้องสงสัยเลย หน้ายัยเมอาร์กับมะปรางที่นั่งอยู่ติดหน้าต่างจะต้องดำกว่าหน้าของเธอกับมายด์ชัวร์
“น้องหมวย...” พี่ต้นถลามาทักเธอจากสักทิศทางนึง และจากรอยยิ้มตาหยีในตอนแรกก็หายวับไปทันทีเมื่อเขาเห็นออกศึกนั่งอยู่ข้างๆ เธอ
“คะพี่?” เธอขานรับ อันที่จริงเธอกำลังคิดว่าอยากจะงีบสักหน่อย แต่เพราะพี่เขามาชวนคุยก็เลยต้องตอบ
“ศึกไม่ไปนั่งกับพวกพี่ผู้ชายอะ มานั่งเบียดหมวยทำไม” แต่พี่ต้นดันไม่ตอบเธอ เขาหันไปต่อว่าออกศึกที่นั่งติดอยู่กับเธอแทน
“ไม่เอาอะพี่ พวกพี่ๆ เหมือนจะอยากเล่นกันมากกว่านอน ผมจะนอนอะครับ อยู่กับพวกยิปเงียบดี” เงียบดีในที่นี้ก็คือทุกคนล้วนหลับคอพับคออ่อนบนหมอนรองคอไปแล้ว ยิปโซกับออกศึกเองก็หลับตากันไปแล้วด้วยซ้ำ แต่พอต้นเดินมาทักยิปโซก็เลยลืมตาขึ้นมองทั้งคู่
“พี่ต้น หนูง่วง ค่อยคุยกันได้ไหมคะ” อาจจะเพราะฤทธิ์เดชของการอดหลับอดนอนมายาวนานบวกกับ่สอบที่โหมอ่านหนังสือหนักจนแทบไม่ได้นอนทำให้ยิปโซง่วงมากๆ อย่างกับคนถูกวางยาง แบบว่าถ้าให้หลับตาเกินสามนาทีเธอก็น่าจะหลับได้ทันที
“โอเคค่ะ” ต้นหันมาตอบเธอ แต่เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างไม่ปิดบังเมื่อเบนสายตาไปสบกับผู้ชายที่อยู่ข้างๆ เธอเพื่อเป็สัญญาณให้รู้โดยทั่วกันว่าเขาไม่ได้พอใจนัก ก่อนจะพูดกับเธอทิ้งท้ายว่า “งั้นถ้าอยากได้อะไร บอกพี่นะคะหมวย”
แล้วยอมเดินจากไปด้วยดี...มั้ง แต่เธอไม่สนใจแล้ว เขาไม่พอใจก็เื่ของเขา ง่วงนอนชะมัด
“ขอบคุณมากนะที่ให้ยืมหมอน เราไม่เกรงใจแล้วนะ ขอใช้นอนเลยแล้วกัน”
“เอาสิ นอนเลยๆ” เขายิ้มตาหยีให้ก่อนที่ดวงตาที่เริ่มจะหรี่ๆ ลงแล้วของเธอจะปิดลงราวกับแบตเตอรี่หมด เธอไม่รู้เลยว่าเขามองเธออยู่นานหลายนาทีได้ ก่อนจะหลับตาลงตามคนอื่นๆ ในล็อคที่หลับกันหมดทุกคนแล้ว
แม้จะมีหมอนรองคอแล้ว แต่ศีรษะของยิปโซก็ยังเอียงลงมาซบที่บ่าของออกศึกอยู่ดี...