เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    ตอนที่ 25 ทักษะลับของครอบครัว

    ตอนที่ 25 ทักษะลับของครอบครัว

     

    หลังจากการประลองของเจิ้งฟู่กับตงชู่จบลงก็ทำให้ผู้เข้าประลองคนอื่นที่อยู่สายเดียวกับเจิ้งฟู่นั้นขอยอมแพ้หมดเขาเลยกลายเป็นที่หนึ่งของสายไปโดยปริยายไปเลยส่วนฝั่งทางเทียนฉีก็เช่นกันทุกคนรู้ว่ายังไงก็สู้นางไม่ได้ดังนั้นคู่ต่อสู้ที่ต้องเจอกับนางจึงขอยอมแพ้ไปเช่นกันและตอนนี้พวกเขาก็คือสองคนสุดท้ายที่จะต้องมาประลองกันเพื่อหาผู้ชนะ........


    ณ ห้องของเจิ้งฟู่......


    "หลังจากที่เราใช้ทักษะพวกนั้นออกไปจริงๆเราไม่คิดเลยว่ามันจะมีอนุภาพรุนแรงขนาดนั้นงั้นแสดงว่าการเคลื่อนไหวทั้งหมดของร่างแสงพวกนั้นก็ต้องใช้ได้จริงเช่นกันนะสิ?"


    ก่อนหน้าที่เข้าอยู่ในมิติทดสอบจิใจนั้นร่างแสงทั้งสามร่างต่างก็แสดงท่วงท่าของทักษะทั้งสามออกมาจนครบกระบวนท่าที่มีอยู่และมันยังต่างออกไปจากในตำราอีกด้วยทั้งง่ายกว่าและรวดเร็วกว่าที่สำคัญมันลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นออกไปอีกด้วย.......


    ตัวอย่างเช่นทักษะกระบี่อ่อนกระบวนท่าที่สองของเขาที่แทบจะไม่มีใครเห็นเลยว่าเขาใช้กระบวนท่าอะไรออกมาเพราะว่ามันทั้งสั้นและรวดเร็วถ้าเกิดไม่ใช้ผู้ที่มีระดับพลังสูงจริงๆก็ยากที่จะมองเห็นท่วงท่าของเขาได้.........


    "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ถ้าเกิดเราเอาพวกมันเขียนลงตำราและส่งให้กับทางตระกูลของเราละมันจะเป็นผลดีต่อตระกูลเรามากน้อยแค่ไหนนะ?"


    เจิ้งฟู่มาคิดดูแล้วว่าทักษะเหล่านี้ถ้าเกิดว่ามอบพวกมันให้กับทางตระกูลของเขามันอาจจะช่วยยกระดับให้กับตระกูลของเขาได้มากทีเดียวเลยเพราะทั้งสองทักษะนี้ต่างก็กลายเป็นทักษะที่มีพลังอยู่ในระดับกลางแล้วแถมมันยังสามารถเรียนรู้และเข้าใจง่ายกว่าตำราอันเดิมเสียอีกถึงมันจะกลายเป็นทักษะระดับกลางแล้วก็ตาม.....


    ก๊อกๆๆๆ!!


    ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้เจิ้งฟู่ที่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นได้คืนสติกลับมาและยกเลิกความคิดนั้นไว้ก่อนก่อนจะเดินไปเปิดประตูดูว่าเป็นใครมาเคาะห้องเขา.....


    ลูกเจิ้ง!!


    “ท่านพ่อ!? ท่านพ่อมาหาลูกมีอะไรอย่างนั้นรึขอรับ?” เมื่อเจิ้งฟู่เปิดประตูมาเขาก็พบว่าคนที่เคาะประตูห้องเขานั้นก็คือพ่อของเขาเองเจิ้งฟู่จึงได้ถามขึ้นด้วยความสงสัยว่าพ่อเขามาหาทำไม.....


    “พ่อเข้าไปได้ไหม?”


    “ไม่ได้ขอรับท่านพ่อลูกแฟบอยู่!!”(ล้อเล่นอิอิ)


    “เชิญเลยขอรับท่านพ่อ!!”


    เอี๊ยดดดดด!!


    “เจ้าเป็นยังไงบ้าง? บาดเจ็บตรงไหนไหม? เหนื่อยล้าหรือป่าว?”คงซือถามขึ้นด้วยท่าทางเป็นห่วงพร้อมกับตรวจดูร่างกายของเจิ้งฟู่ไปด้วย....


    "ลูกไม่เป็นไรขอรับท่านพ่อว่าแต่ท่านมีอะไรอย่างนั้นหรอถึงได้มาหาข้าดึกๆแบบนี้?"เจิ้งฟู่ยังไม่ได้คำตอบจากพ่อของเขาว่ามาหาเขาทำไมเขาจึงได้ถามขึ้นอีกครั้ง.....


    คือ....


    คือว่า........


    "พูดมาเถอะท่านพ่ออย่าได้เกรงใจเลยท่านพ่อมีอะไรก็พูดออกมาเถอะ?"


    เฮ้อออออ!!


    “พ่อเองก็ละอายนักที่จะพูดมันแต่ว่า.....แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่จำเป็นมากที่พ่อต้องพูดเพราะว่ามันเกี่ยวกับเรื่อง.....”


    "ท่านพ่อคงจะมาเพราะเรื่องทักษะของลูกใช่ไหม?"


    คงซือถึงกับตัวสะดุ้งและคิ้วกระตุกทันทีเขายังไม่ได้พูดเลยแต่เจิ้งฟู่กับรู้ว่าเขาจะพูดอะไรและพูดมันออกมาตัดหน้าเขาสะอย่างนั้นเลยทำให้เขารู้สึกมึนงงอย่างมาก....


    เจ้ารู้!!?


    "ไม่ยากที่จะเดานี้ขอรับเพราะมันเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่จะเกิดเรื่องแบบนั้นเพราะทักษะที่ข้าใช้นั้นมันกลายเป็นทักษะระดับกลางที่มีค่าและสำคัญต่อตระกูลเรามากดังนั้นพวกผู้อาวุโสจึงได้ให้ท่านมาเอาทักษะกับข้าใช่หรือไม่?"


    เฮ้ออออ!!


    คงซือทำได้แต่เพียงถอนหายใจยาวๆเท่านั้นเขาเองเป็นพ่อแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยตัวเขาเองรู้สึกหนักใจอย่างมากเมื่อทางสภาผู้อาวุโสลงความเห็นกันว่าให้เจิ้งฟู่ส่งมอบทักษะที่เขาใช้ให้กับตระกูลเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม.....


    “พ่อขอโทษที่พ่อทำอะไรไม่ได้เลย พ่อพยายามคัดค้านแล้วแต่ว่า......”


    "ไม่เป็นไรขอรับท่านพ่อข้าเองก็คิดว่าจะมอบมันให้กับตระกูลอยู่แล้วละท่านไม่ต้องโทษตัวเองหรอกท่านพ่อข้าเข้าใจดีว่าทักษะที่ข้าใช้นั้นมันสามารถช่วยให้ตระกูลเรายกระดับไปอีกขั้นได้"


    ลูกเจิ้ง!!


    เจิ้งฟู่เพียงแต่ยิ้มแบบใส่ซื่อให้คงซือเท่านั้นเขาเองอยากจะช่วยพ่อเขาของมากเพราะว่าพ่อของเขาติดอยู่ที่ระดับก่อเกิดขั้นแปดมานานแล้วและไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนฝึกหนักแค่ไหนพ่อของเขาก็ไม่อาจจะทะลวงผ่านขั้นต่อไปได้และที่สำคัญก็คือทักษะต่อสู้ที่พ่อเขาใช้เพราะมันเป็นเพียงทักษะระดับต่ำชั้นสูงเท่านั้นและก็วิชาตัวเบาที่เป็นทักษะระดับกลางชั้นต่ำ.........


    "จริงสิท่านพ่อข้าอยากรู้ว่าทักษะต่อสู้ที่ท่านพ่อใช้อยู่คือทักษะใดกัน?"


    “ทักษะต่อสู้ของพ่อ...? เจ้าจะรู้ไปทำไมกัน?”


    "เพื่อข้าจะลองฝึกมันบ้างไง อิอิ"


    คงซือมองไปที่ใบหน้าเล็กๆของเจิ้งฟู่เมื่อเวลาเขาพูดมันดูน่ารักและใสซื่อมากแต่เมื่อตอนที่เขาอยู่บนลานประลองเขากลับกลายเป็นคนละคนเลยเมื่อเทียบกับตอนนี้.....


    “ทักษะที่พ่อใช้อยู่ก็คือ ทักษะกระบี่เพลิงนิลและก็ทักษะสายกระบี่ทั่วๆไปและสุดท้ายก็คือทักษะสามหมัดทรมาน”


    สามหมัดทรมาน!!?


    เจิ้งฟู่รู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าพ่อของเขาใช้ทักษะหมัดนอกจากกระบี่ด้วยและชื่อของทักษะนี้เขาก็ไม่เคยได้ยินจากไหนมาก่อนเลยจึงทำให้เจิ้งฟู่รู้สึกสงสัยไม่น้อย.....


    “เจ้าคงจะไม่รู้สินะว่าพ่อเองก็เรียนรู้ทักษะหมัดด้วย”


    "ไม่รู้เลยขอรับเพราะนอกจากกระบี่แล้วข้าเองก็ไม่เห็นท่านพ่อใช้มันสักครั้งเลยแต่ข้าก็พอจะเดาได้อยู่อย่างที่ท่านพ่อฝึกท่าหมัดก็เพื่อใช่ต่อสู้ในระยะประชิดใช่หรือไม่ขอรับ?"


    “ที่ลูกพูดมานั้นก็ถูกส่วนหนึ่งแต่ที่จริงแล้วทักษะสามหมัดทรมานนี้คือทักษะลับประจำครอบครัวเราต่างหากละ”


    ทักษะลับของครอบครัว!!?


    "แสดงว่ามันมีเฉพาะในครอบครัวเราเท่านั้นหรอขอรับ?"


    “ถูกต้องแล้วมันมีเฉพาะคนในครอบครัวเราเท่านั้นที่จะรู้นอกจากครอบครัวของเราก็ยังมีท่านหัวหน้าตระกูลที่รู้เรื่องนี้เพราะว่าทุกครอบครัวจะมีทักษะลับประจำครอบครัวอยู่ซึ่งมันเป็นคำสั่งของหัวหน้าตระกูลรุ่นแรกได้ตั้งไว้ว่าให้แต่ละครอบครัวนั้นสร้างทักษะลับของตัวเองขึ้นมาหนึ่งทักษะเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น”เมื่อพูดจบคงซือก็หยิบเอาตำราสามหมัดทรมานออกมาจากแหวนมิติของมันและมอบมันให้กับเจิ้งฟู่.....


    นั้นแหวนมิติใช่ไหมท่านพ่อ!!?


    “อ๊ะ!!ใช่แล้วนี้คือแหวนมิติสำหรับเก็บของในตระกูลของเราตอนนี้มีเฉพาะผู้อาวุโสห้าลำดับแรกเท่านั้นที่จะได้มันจากท่านผู้นำตระกูล”


    อือ!!


    เจิ้งฟู่มองแหวนมิติด้วยสายตาที่เป็นประกายแวววับเพราะเขาเคยฝันมานานแล้วว่าอยากจะรู้ว่าแหวนมิติมันเป็นยังไงเพราะในโลกก่อนหน้านี้นั้นมันไม่มีอะไรแบบนี้เพราะวิทยาศาสตร์บอกว่ามันไม่มีอยู่จริง.....


    “ลูกอยากได้มันอย่างนั้นหรอ?” คงซือถามขึ้นเมื่อเห็นแววตาของเจิ้งฟู่ที่มองมาที่แหวนมิติที่นิ้วมือของตนอย่างหลงไหล.....


    ขอรับ!!


    “เช่นนั้นพ่อยกมันให้เจ้าก็แล้วกันดีไหม?”


    "ไม่เป็นไรขอรับท่านพ่อท่านเก็บมันไว้เถอะสักวันข้าต้องมีมันบ้างให้ได้"เข้ากล่าวพร้อมกับทุบไปที่ออกของตัวเอง.....


    “ดีมากลูกพ่อ!!เอาละคืนนี้เจ้านอนเถอะพรุ่งนี้เป็นการประลองในรอบสุดท้ายของเจ้าแล้วพ่อขอเตือนไว้ก่อนนะในการประลองพรุ่งนี้ของเจ้ากับเทียนฉีนั้นห้ามประมาทนางเด็ดขาดถึงนางจะเป็นผู้หญิงแต่พ่อเชื่อว่านางไม่ออมมือให้เจ้าแน่นอน”


    "เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกท่านพ่อข้ากับนางได้เดิมพันกันไว้แล้วยังไงข้าก็ไม่ยอมแพ้หรอก"


    อือ!!


    ปัง!!(เสียงปิดประตู)


    เมื่อคงซือจากไปแล้วเจิ้งฟู่ก็เปิดดูตำราทักษะลับของตระกูลที่ได้รับมาดูทันที.....

     

     

    พรึบ!!

     

     

    "นี่คือทักษะลับของตระกูลทักษะสามหมัดทรมานอย่างงั้นรึ?"

     

     

    ทักษะนี้เป็นเพียงทักษะระดับต่ำชั้นกลางและมีสองกระบวนท่า1.หักข้อต่อ2. ทำลายอวัยวะ และมีกระบวนท่าที่ยังไม่สมบูรณ์อีกหนึ่งซึ่งข้อความของมันไม่มีเขียนต่อแล้วราวกับว่ามันไม่สามารถที่จะไปต่อได้อีก.....


    "ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้เองทักษะนี้มันยังไม่สมบูรณ์แถมยังเป็นเพียงทักษะระดับต่ำชั้นกลางเท่านั้น เฮ้อ.....เอ๊ะ!!" แต่ทันใดนั้นเองเจิ้งฟู่ก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นได้เขานึกถึงตอนที่เขาเห็นร่างเงาแสงมาร่ายรำกระบวนท่าให้เขาดูในครั้งแรกและหินพลังซีของเขาก็หมดไปสองก้อนด้วยกันเมื่อเขาตื่นขึ้นมาก่อนจะพูดขึ้นว่า"ถ้าเราชนะการประลองนี้เราก็จะได้หินพลังซีมาเพื่อทดสอบแล้วเราจะได้รู้ว่ามันจะเป็นอย่างที่เราคิดไว้ไหม?"


    เจิ้งฟู่คิดจะทดสอบสิ่งที่เขาคาใจก่อนหน้านี้ให้รู้ว่ามันจะเป็นแบบนั้นไหมถ้าเกิดว่าจริงเพียงแค่เขามีหินพลังซีมากๆเขาก็สามารถที่จะพัฒนาทักษะเหล่านั้นได้แบบสบายๆเลยและเขาก็จะไม่ต้องห่วงเรื่องทักษะต่อสู้ของพ่อเขาอีกต่อไป.....


    เจิ้งฟู่ยังคงอ่านและทำความเข้าใจกับสองกระบวนท่าแรกของทักษะลับที่เขาได้มาเพื่อมันจะเป็นประโยชน์กับเขาบ้างเพราะตอนนี้ทักษะต่อสู้ทั้งสามของเขานั้นเขาสามารถใช้มันได้ทั้งหมดเจิ้งฟู่เลยใช้เวลานี้กับการศึกษาทักษะลับที่เขาพึ่งได้มาแทนเพราะมันเป็นทักษะต่อสู้ระยะประชิดตัวเมื่อมันพ้นระยะกระบี่ของเขาเขาก็ยังสามารถใช้มันได้เขามีเวลาอีกสี่ชั่วยามก่อนจะถึงเช้า.......

     

     

    ดังนั้นเจิ้งฟู่จึงต้องเร่งรีบจดจำและทำความเข้าใจมันให้ได้มากที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำมันได้อย่างน้อยเจิ้งฟู่คิดว่าเขาน่าจะสามารถฝึกกระบวนท่าแรกได้สำเร็จก่อนการประลองอย่างแน่นอนแต่ถ้าไม่อย่างน้อยเขาก็อาจจะไว้ใช้มันสำหรับหรอกอีกฝ่ายแทน.......

     

     

    แต่ยิ่งเจิ้งฟู่อ่านมันมากเท่าไหร่เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นเพียงตำราทั่วๆที่เขาสามารถเข้าใจมันได้อย่างง่ายๆและสามารถอ่านจบเล่มได้ในเพียงระยะเวลาอันสั้นเท่านั้นและเมื่ออ่านจบรอบแรกเจิ้งฟู่ก็เริ่มอ่านซ้ำอีกรอบในทันที.......