16 1-2
บทที่31 ขุดพบสมบัติ
สถานการณ์โดยรวมตอนนี้กล่าวได้ว่า ถึงแม้ฟางเซิงจะไม่เชื่อว่าที่นี่มีสมบัติอยู่จริง แต่เจ้าตัวก็ยังให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เช่นกัน
“อืม...แต่ที่นี่ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรเลยน่ะสิ คงจะขุดลำบากน่าดู เอาแบบนี้ก็แล้วกันนะ เดี๋ยวฉันปิ้งปลาให้พวกเธอสองคนเสร็จ แล้วจะรีบกลับไปเอาจอบมาขุดให้ทีหลัง”
หลินเสี่ยวอวี่ครุ่นพินิจตามจึงพยักหน้าเห็นด้วย เพราะหากปราศจากเครื่องมือที่ว่า อาศัยใช้มือเปล่าขุดอย่างเดียวเกรงว่าคงต้องเสียเวลาเป็นชาติ
“ถ้างั้นต้องรบกวนพี่ฟางเซิงแล้วล่ะค่ะ ถ้าเจอสมบัติที่บอกจริงๆ เดี๋ยวหนูจะแบ่งให้พี่ครึ่งหนึ่งเลยนะคะ!”
หลินเสี่ยวอวี่ยืนยันน้ำเสียงหนักแน่น แววตามุ่งมั่นขณะสบตากับฟางเซิง
“ฮ่าๆ ได้เลย! ได้เลย! งั้นพี่ชายคนนี้ก็ต้องขอขอบใจน้องเสี่ยวอวี่ล่วงหน้า ยังไงพี่ก็ขอฝากชีวิตไว้กับน้องเสี่ยวอวี่ด้วยนะครับ!”
ฟางเซิงที่ไม่เคยเชื่อเรื่องสมบัติอะไรนั่นตั้งแต่แรก เจ้าตัวจึงเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงขบขัน
บริเวณนี้อยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านไปไม่ไกลนัก หลังย่างปลาปรุงรสให้สองสาวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฟางเซิงก็รีบกลับไปเอาจอบและมาถึงอีกครั้งในระยะเวลาเพียงสั้นๆ
ส่วนหลินเสี่ยวอวี่และหลินเสี่ยวจือก็กำลังนั่งกินปลาอย่างเอร็ดอร่อย แน่นอนว่าพวกเธอสองพี่น้องต้องแบ่งปลาส่วนหนึ่งไว้ให้เด็กหนุ่มได้กลับมากินเพื่อเติมพลัง
ดูเหมือนฟางเซิงกำลังเครื่องติด เขารู้สึกสนุกสนานไปกับการเล่นหาสมบัติ หลังจากสวาปามปลาย่างจนหมดในไม่กี่คำ เขาก็รีบเช็ดไม้เช็ดมือและริมฝีปาก แล้วร้องถามออกไปด้วยความกระตือรือร้นว่า
“น้องเสี่ยวอวี่ครับ สมบัติที่ว่าฝังอยู่ตรงไหนล่ะ? บอกพี่มาได้เลย พี่เติมพลังจนเต็มแล้ว ตอนนี้พร้อมขุดมากครับ!”
หลินเสี่ยวอวี่เดินนำคนทั้งสองมุ่งหน้าไปที่เนินเขา ซึ่งห่างออกไปราว 50 เมตร และบริเวณนั้นก็มีหินก้อนใหญ่ดูสะดุดตามากเป็นพิเศษตั้งอยู่ เนื่องด้วยสีและรูปทรงที่ดูไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบเอาเสียเลย เสมือนว่ามีใครจงใจแบกมาวางไว้มากกว่า
“พี่ฟางเซิง ตรงนี้เลยค่ะ เริ่มขุดจากบริเวณรอบข้างของหินก้อนใหญ่นี่ก่อนเลย”
หลินเสี่ยวอวื่เดินวนสำรวจอยู่ราวสองรอบ ก่อนจะยกเท้าน้อยๆกระทืบยืนยันตำแหน่งที่สมบัติถูกฝังอยู่ด้วยสีหน้าท่าทางมั่นอกมั่นใจ
ฟางเซิงไม่พูดพล่ามทำเพลงใดๆ เร่งลงมือขุดหลุมลึกในทันที แต่เนื่องด้วยปัจจุบันอยู่ในช่วงฤดูร้อน ประกอบกับไม่มีฝนตกมาสักระยะแล้ว จึงส่งผลให้สภาพดินในช่วงนี้ค่อนข้างแห้งแตกและแข็งเป็นอย่างมาก การจะจ้วงขุดขึ้นมาแต่ละทีก็ล้วนต้องใช้พละกำลังมหาศาล การขุดจึงเป็นไปด้วยความลำบากไม่น้อย
เขาใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มๆในการขุดหลุมนี้ แต่ก็ขุดลึกลงไปได้เพียงครึ่งเมตรเท่านั้น
“ฟางเซิง ให้ฉันขุดต่อเถอะนะ นายไปพักก่อนดีกว่า”
เห็นฟางเซิงเหงื่อแตกชุ่มทั่วทั้งใบหน้าและแผ่นหลังเช่นนั้น หลินเสี่ยวจือก็เริ่มเป็นห่วงจึงได้เอ่ยปากเสนอขึ้น
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แค่นี้สบายมาก! เธอกับเสี่ยวอวี่ไปนั่งพักใต้ร่มไม้ตรงนั้นก่อนเถอะ”
“ตรงนี้แดดแรงจะตายไป รีบพาเสี่ยวอวี่ไปหลบแดดก่อน ประเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้”
ฟางเซิงหันมาส่งยิ้มตอบพร้อมกับยกมือขึ้นปาดเหงื่อไปพลาง เหตุที่เจ้าตัวตอบปฏิเสธไม่ยอมให้หลินเสี่ยวจือยื่นมือเข้ามาช่วยนั้น ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า งานหนักที่ต้องสู้แดดอีกทั้งยังต้องใช้พละกำลังขนาดนี้ ยังไงก็ไม่เหมาะกับผู้หญิง ยิ่งไปกว่านั้น หากเธอต้องมาได้รับบาดเจ็บจากการขุดครั้งนี้ ตัวเขาเองคงจะรู้สึกเสียใจและนึกโทษตัวเองอย่างแน่นอน
เวลาล่วงเลยผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่าจนกระทั่งครบหนึ่งชั่วโมงเต็ม จู่ๆก็มีเสียงปลายจอบกระทบเข้ากับวัตถุแข็งบางอย่างเสียงดัง ‘ก๊อง!’ ขึ้นมา
ฟางเซิงรีบจ้องลึกลงไปในหลุม ดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับร้องอุทานออกมาเสียงดังด้วยความประหลาดใจ
“หรือว่าจะมีสมบัติอยู่จริงๆ?”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลินเสี่ยวอวี่ก็รีบกระตุกแขนเรียกพี่สาวให้วิ่งออกไปดูที่ปากหลุมด้วยกัน สีหน้าท่าทางของเธอดูตื่นเต้นดีใจอย่างมาก
“เจอแล้วเหรอคะ? ขุดเจอแล้วใช่มั้ยคะ?”
“พี่ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าข้างล่างนี้จะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่จริงๆ รออีกประเดี๋ยวนะ ขอพี่ขุดต่ออีกหน่อย”
ฟางเซิงตอบกลับพร้อมเร่งความเร็วในการขุดต่อทันที ผ่านไปไม่ถึงห้านาที ก็ขุดเจอวัตถุประหลาดที่มีลักษณะรูปทรงคล้ายกล่อง มีความยาวประมาณห้าสิบเซนติเมตรและกว้างราวสามสิบเซ็นเศษๆ
กล่องดังกล่าวมีลวดลวยแกะสลักที่ค่อนข้างประณีตซับซ้อน คงไว้ซึ่งความวิจิตรตระการตา ยิ่งพินิจพิจารณาดูใกล้ๆก็ยิ่งมั่นใจว่า ของสิ่งนี้ไม่ใช่ครอบครัวที่มีฐานะธรรมดาทั่วไปจะสามารถครอบครองได้อย่างแน่นอน
สมบัติในกล่องนี้น่าจะเป็นมรดกตกทอดของตระกูลใหญ่ในอดีต ที่ถูกนำมาฝังซ่อนไว้เพื่อหลีกเลี่ยงภัยสงครามก็เป็นได้
แม่กุญแจลูกใหญ่บนกล่องเริ่มผุกร่อนไปตามกาลเวลา และสนิมกินจนดูเหมือนแทบใช้การอะไรไม่ได้แล้ว แค่ใช้แรงกระชากเบาๆก็น่าจะหลุดออกจากกันได้โดยง่าย
ฟางเซิงที่อยู่ในหลุมหยิบกล่องดังกล่าวชูขึ้น ดวงตาฉายประกายความฉงนสงสัยแทนที่จะเป็นความละโมบอยากได้ นี่แค่เป็นการเล่นเกมล่าสมบัติกันเฉยๆไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมจู่ๆถึงขุดเจอกล่องสมบัติจริงๆล่ะ?
หลินเสี่ยวอวี่ที่กำลังตื่นเต้นและร้อนใจอยากจะรีบเปิดกล่องออกดู จึงวิ่งปรี่หมายกระโดดลงไปตาม แต่กลับถูกฟางเซิงยกมือขึ้นห้ามปรามไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวพี่เปิดให้ดูเองดีกว่า ไม่รู้ข้างในกล่องจะมีอะไรซ่อนอยู่ ถ้าดันเป็นพิษหรือกับดักที่เป็นอันตราย พี่น่าจะหลบหลีกได้คล่องตัวกว่า”
หลินเสี่ยวจือพยักหน้าเห็นด้วยกับฟางเซิง จึงรีบตามไปอุ้มหลินเสี่ยวอวี่ออกมายืนดูห่างๆ
ฟางเซิงขึ้นจากหลุมตามมาและทิ้งระยะห่างจากสองสาวเล็กน้อย ก่อนจะใช้หินแหลมทุบกระแทกใส่แม่กุญแจสองสามที และก็เป็นดังคาด แม่กุญแจแตกสลายคากล่องและหลุดออกมาอย่างง่ายดาย
เขาค่อยๆแง้มกล่องเปิดออกด้วยท่าทีระมัดระวังอย่างมาก แต่ทันทีที่เปิดฝา แสงสว่างสีทองวูบวาบก็พลันเจิดจรัสพวยพุ่งออกมา!
นี่มันทองคำ!!
ทองคำแท่ง!!!
ปรากฏว่านี่เป็นกล่องสมบัติจริงๆ!!!
ฟางเซิงและหลินเสี่ยวจือถึงกับต้องอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน ทั้งสองยืนนิ่งไม่ไหวติงเพราะสติหลุดไปแล้ว ส่วนทางด้านหลินเสี่ยวอวี่ที่รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าข้างในคือสิ่งใด เธอไม่รอช้า รีบพุ่งตัวเข้าไปคว้ากล่องนั้นมาทันที แล้วค่อยๆไล่นิ้วนับทองแท่งอย่างตั้งอกตั้งใจ
หลินเสี่ยวอวี่ฉีกยิ้มกว้างยิ่งกว่าครั้งไหนๆ จนเห็นฟันน้ำนมซี่น้อยๆโผล่ปรากฏชัดเจน เธอทั้งลูบไล้และกอดทองแท่งเหล่านั้นไว้ในอ้อมแขนอย่างรักใคร่ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยความสุขที่อัดแน่นจนล้นออกมา
“มีทั้งหมด20แท่ง! แถมแต่ละแท่งยังหนักๆทั้งนั้น!”
เด็กหญิงตัวน้อยร้องออกมาด้วยความดีใจ เธอหันไปหาฟางเซิงที่กำลังยืนอึ้งสติยังไม่กลับมา ก่อนจะหยิบทองจำนวนสิบแท่งออกจากกล่อง แล้วนำไปยัดใส่มือของเขาทันที
ฟางเซิงที่ยังยืนงงปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ได้ พลันสัมผัสได้ถึงน้ำหนักในอ้อมแขนที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน จึงได้สติกลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริง เขาใช้สองมือโอบรับทองแท่งเหล่านั้นไว้ด้วยสีหน้าลนลานตกใจ ราวกับว่าจะทำมันตกเสียหาย
“นะ-น้อง..น้องเสี่ยวอวี่ทำอะไรน่ะ? ไม่นะ ไม่ได้! พี่ไม่กล้ารับไว้หรอก! นี่เป็นสมบัติที่เธอเป็นคนเจอนะ พี่ไม่ควรได้รับส่วนแบ่งอะไร!”