[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด !

    56 หวด

    โบร๋ว!


    หมาป่านับสิบเห่าหอนผสานกัน น้ำเสียงที่ส่งออกมานั้นซินอี๋รับรู้ได้ว่าพวกมันกำลังโกรธและเจ็บแค้นไปในเวลาเดียวกัน  เธอไม่รู้ว่าคุณหนูเป็นเช่นไรบ้างจึงรีบเร่งมือให้เร็วขึ้น ปีศาจนกตรงหน้าถูกตัดปีกไปข้างหนึ่งแล้ว แม้มันจะติดพิษ มันกลับพยายามต้านพิษจนเธอต้องฆ่ามันด้วยกระบี่เพราะเป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่ทำให้เธอไปช่วยคุณหนูได้


    “ เหตุใดพวกแกถึงวิ่งหนี ไม่อยากกินเนื้อข้าคนนี้แล้วหรือ เข้ามากินข้าเร็ว! ”


    เสวี่ยหรงกวักมือขวาเรียกหมาป่าให้เข้ามารุมล้อม พวกมันแต่ละตัวทิ้งระยะห่างแสดงความหวาดกลัวและความแค้นไปในเวลาเดียวกัน


    ต่อให้จะเป็นจ่าฝูงก็ตาม มันรู้สึกกลัวทุกครั้งเมื่อมองไปยังไม้ตะบองในมือซ้ายของหญิงสาว แต่ก็โกรธทุกครั้งเมื่อมองใบหน้าเพราะไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกยันต์ในมือขวาโจมตี


    “ ถ้าเช่นนั้นข้าจะเป็นฝ่ายเข้าไปหาพวกเจ้าเอง  ตาย! ”


    ก้าวย่างชมจันทร์ของตระกูลม่อเปิดใช้งาน ร่างของเสวี่ยหรงพุ่งเข้าหาหมาป่าตัวหนึ่ง มันถูกเธอทุบตีเยอะกว่าตัวอื่นเพราะอยู่หน้าสุด ทันทีที่มันเห็นไม้ตะบองในมือของเสวี่ยหรงหวดเข้าไปหาจึงพยายามกระโจนหลบให้พ้น มือขวาของเสวี่ยหรงกลับกระตุ้นยันต์ให้ทำงานเกิดเป็นหอกสายฟ้าพุ่งกระแทกกลางหน้าอกของมันจนเกิดรอยไหม้เกรียม


    แม้พลังของยันต์จะยังไม่มากพอจะฆ่าหมาป่าให้ตายในครั้งเดียว มันกลับลดพลังของหมาป่าลงเรื่อยๆเพราะภายในยันต์ของตระกูลม่อมีพลังที่มันแพ้ทาง


    สิ่งที่ทำให้หมาป่าอ่อนแอลงมากไม่ใช่แค่ยันต์เท่านั้น ปราณภายในร่างของเสวี่ยหรงที่ถูกเสริมจากสร้อยลูกประคำหยกมีพลังงานในการชำระล้างปราณปีศาจ ทุกครั้งที่โจมตีหมาป่ามันจะถูกลดพลังลงเรื่อยๆ นอกจากนั้นแล้วสกิลปัดเป่ายังใช้ได้ผลดี  การต่อสู้กับหมาป่าในตอนนี้จึงเป็นฝ่ายเธอที่ไล่ต้อนพวกมัน


    ไม้ตะบองสามารถลดพลังปีศาจ ยันต์ตระกูลก็ให้ผลเช่นเดียวกัน ปราณที่ส่งออกมาจากร่างยังเป็นสิ่งที่ปีศาจแพ้ทาง สกิลปัดเป่าคืออีกหนึ่งอย่างที่ลดพลังของปีศาจลงจนพวกมันไม่ต่างจากหมาน้อย


    เปรี้ยง!


    สายฟ้าฟาดส่งเสียงดังกระหึ่มจากยันต์ที่ปาออกมาจากมือทำราวกับว่ามันเป็นเศษกระดาษ ยันต์ลูกไฟคืออีกอย่างที่โยนสลับกันจนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้


    ยันต์หอกน้ำแข็งปาตามออกไปจนทำให้ขนของหมาป่าเต็มไปด้วยน้ำแข็งปกคลุมก่อนจะมีดาบสายลมหลายสิบเล่มพุ่งเป็นเส้นตรงเข้าแทงร่างของพวกมัน


    เสวี่ยหรงไม่จำเป็นต้องเข้าประชิดเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่โยนยันต์เข้าหาเป้าหมายก็สามารถโจมตีได้แล้ว


    ความสามารถของตระกูลม่อไม่ใช่การเข้าประชิดศัตรู แต่เป็นการทิ้งระยะห่างแล้วใช้ยันต์ที่เตรียมเอาไว้เล่นงาน ยิ่งพกยันต์มาเป็นจำนวนมากก็ยิ่งแสดงพลังได้เหนือยิ่งกว่าระดับเดียวกัน


    ลุงหานเคยเปรียบเทียบให้เธอฟัง ผู้ใช้ยันต์ตระกูลม่อ 1 คนอาจจะเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันถึง 100 คนหรือไม่ก็อาจจะมากถึง  1,000  คน  ด้วยยันต์ที่พกติดตัวสามารถสร้างการโจมตีที่หลากหลายและมากมายได้ราวกับมีผู้ฝึกยุทธ์เดินทางร่วมกันเป็นกองทัพ


    คำพูดของลุงหานไม่ได้เกินจากความเป็นจริงมากเท่าไหร่นัก เนื่องจากว่าการใช้ยันต์ไม่ได้ใช้ปราณมหาศาลเลย


    ยันต์เกิดจากการบรรจุปราณเข้าไปข้างในเพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังฟ้าดินรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เมื่อใดก็ตามที่ต้องการใช้เพียงแค่กระตุ้นมันให้ทำงานก็เป็นอันเสร็จสิ้น


    แต่การจะทำให้ผู้ใช้ยันต์คนหนึ่งแสดงความสามารถเทียบเท่ากับกองทัพจำเป็นต้องใช้เวลาเตรียมตัวยาวนาน การจะเล่นงานผู้ใช้ยันต์จึงมีหลายคนพูดติดตลกให้ลงมือสังหารก่อนเริ่มต่อสู้ หากให้ดีควรจะบุกไปที่บ้านแล้วตัดหัวศัตรูก่อนจะได้วาดยันต์ขึ้นมาเก็บเอาไว้ใช้งาน


    “ คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดท่านไม่ฆ่ามัน ”


    ซินอี๋รีบเดินทางมาจากทางฝั่งของนกยักษ์หลังจากสังหารมันลงได้ สิ่งที่เธอเห็นกลับต่างออกไป 


    หมาป่าควรจะรุมฉีกกระชากร่างกายคุณหนูเสวี่ยหรง ทว่าคนที่พยายามเล่นงานหมาป่ากลับเป็นคุณหนูของเธอ


    มือหนึ่งคอยปายันต์โจมตี อีกมือหนึ่งใช้ไม้ตะบองฟาดหัวหมาป่าที่พยายามเข้าใกล้ แต่ละตัวที่ถูกฟาดล้วนแล้วร้องด้วยท่าทางทรมานราวกับว่ามีหินก้อนใหญ่ทับศีรษะของมัน


    ภาพที่เธอเห็นในตอนนี้คือคุณหนูขึ้นไปเหยียบบนร่างของจ่าฝูงแล้วใช้ไม้ตะบองหวดลงไปที่หัวของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง เธอสงสัยเหตุใดคุณหนูไม่สังหารทั้งๆที่มีโอกาส


    “ พี่สาวซินอี๋ช่วยข้าด้วย ข้าทำดาบหลุดมือ ยันต์ของข้าก็พลังต่ำเกินไป ไม้ตะบองในมือไม่มีคม ข้าไม่รู้จะสังหารพวกมันเช่นไรจึงทำได้เพียงทุบตี ”


    ซินอี๋ทำหน้าเข้าใจ ไม้ตะบองในมือของคุณหนูไม่มีคม การจะหวดหมาป่าให้ตายคงต้องใช้พละกำลังที่เหนือกว่า คุณหนูของเธอเรียนวรยุทธ์ดาบพื้นฐานจากลุงหานไม่ใช่ไม้ตะบองจึงไม่รู้วิธีที่จะใช้ไม้ตะบองสังหาร


    ยันต์ภายในมือแสดงพลังระดับก่อกำเนิดปราณ มันยังไม่มากพอจะสังหารหมาป่าแต่ก็ทำให้มันอ่อนแอจนถึงที่สุด


    ทันทีที่ซินอี๋เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ๆ นิ้วมือทั้งสิบของเธอก็เริ่มขยับดีดเข็มโจมตี พริบตานั้นเองหมาป่าทั้งหมดก็ได้ทิ้งตัวลงไปนอนราบบนพื้นพร้อมกับชีวิตที่ดับลงไป


    “ พี่สาวซินอี๋ เมื่อครู่นี้ท่าน! ”  เสวี่ยหรงแสดงท่าทางตกใจ วรยุทธ์เมื่อครู่น่ากลัวมาก ในนิยายมีคนจำนวนมากใช้วรยุทธ์ลอบสังหาร แต่กลับมีน้อยคนที่ใช้เข็ม


    “ มีสิ่งใดบนตัวข้าที่แปลกไปเช่นนั้นหรือ  ”


    “ วรยุทธ์เมื่อครู่ที่ท่านใช้มันคือสิ่งใด ท่านใช้เข็มโจมตีหมาป่าพวกนี้ใช่หรือไม่ ”


    “ ใช่เจ้าค่ะ ”

    “ ช่วยสอนมันให้ข้าที พี่สาวซินอี๋ข้าอยากซัดเข็มได้ไม่ต่างจากที่ท่านทำ ”


    ซินอี๋เลิกคิ้วขึ้นสูง เธอนึกว่าคุณหนูจะขอให้เลิกใช้ 


    “ คุณหนูจะนำมันไปใช้ทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ ”


    “ ข้าจะเก็บไว้ใช้ลอบโจมตี ข้าไม่สนใจการต่อสู้ยุติธรรมเหล่านั้นหรอก ผู้ใดจะว่าเช่นไรข้าไม่สน หากมันทำให้ข้ามีชีวิตข้าจะใช้มันทุกอย่างแม้แต่พิษก็เช่นกัน จะให้ข้าใช้กระบี่หรือดาบจนการต่อสู้รู้ผลแพ้ชนะข้าไม่คิดทำเช่นนั้นเด็ดขาด ท่านช่วยสอนให้ข้าได้หรือไม่ ”


    “ ไว้กลับไปแล้วข้าจะสอนนะเจ้าคะ แต่หากข้าเห็นว่าคุณหนูไม่มีทีท่าว่าจะใช้ได้ ข้าจะเลิกทันที มันต้องอาศัยพลังจากนิ้วมือสูงมากและต้องการความแม่นยำสูง ”


    “ ท่านสัญญากับข้าแล้วนะ ”


    “ แล้วคุณหนูทำเช่นไรถึงทำให้พวกมันตกอยู่ในสภาพนี้ได้ล่ะเจ้าคะ ”


    “ ออ! ตระกูลม่อเป็นศัตรูคู่แค้นกับปีศาจ พวกมันแพ้ปราณจากตระกูลม่อจึงตกอยู่ในสภาพอย่างที่ท่านเห็น ”


    “ คุณหนูจะทำสิ่งใดอีกหรือไม่เจ้าคะ ”


    เสวี่ยหรงมองซากหมาป่า มันสามารถขายทำเงินได้ แต่ถ้าหากเธอนำออกไปขายอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวาย ผู้ที่จับตาดูเธอจะเพิ่มความระวังมากขึ้นอีก เธอจึงล้มเลิกที่จะนำพวกมันกลับไป


    “ ข้าขอทำบางสิ่งก่อน จากนั้นเราจะรีบเดินทางกลับ ”


    เสวี่ยหรงเดินไปแตะร่างจ่าฝูงหมาป่า มันเป็นระดับปราณไหลเวียนขั้นสูง เมื่อฝ่ามือแตะลงไปกลางศีรษะเธอจึงลองเปิดใช้งานสกิลปราณเป็นมิตร 


    ไม่นานหลังจากคิด ปราณมากมายภายในร่างของหมาป่าก็เริ่มหลั่งไหลมาที่ฝ่ามือของเธอแล้วเริ่มไหลเข้าสู่จุดโคจรลมปราณมุ่งหน้าเข้าไปกักเก็บภายในจุดตันเถียน


    ซินอี๋สัมผัสได้ว่าปราณจากร่างของปีศาจกำลังถูกดูดซับเข้าไปในร่างของคุณหนูจึงยืนดูด้วยความสนใจ  สิ่งที่คุณหนูทำราวกับวรยุทธ์มารที่เข่นฆ่าผู้อื่นแล้วดูดซับปราณและพลังชีวิตมาเป็นของตน  ถึงแม้จะมีความต่างแต่พื้นฐานในการดูดซับปราณของผู้อื่นมาเป็นของตนยังคงเหมือนกัน


    ร่างของหมาป่าตัวที่เหลือถูกสัมผัสจนไม่มีปราณปีศาจภายในร่างของพวกมันอีก เสวี่ยหรงจึงขอให้พี่สาวซินอี๋พาไปยังศพของนกยักษ์ ร่างของมันไม่ต่างจากโอสถระดับกลางสำหรับเธอ


    “ คุณหนูแน่ใจนะเจ้าคะว่าจะดูดซับปราณจากร่างของมัน ข้าเคยใช้วรยุทธ์มารดูดซับปราณระดับสูงกว่า ผลที่ได้คือปราณของข้าปั่นป่วนจนต้องพักฟื้นหลายเดือน ”


    “ หากไม่ไหวข้าจะล้มเลิกทันที ”


    เสวี่ยหรงแตะมือลงไปบนร่างของนกยักษ์  ปราณปีศาจระดับจิตยุทธ์เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเธอจนต้องหลับตาทำสมาธิโคจรลมปราณด้วยวรยุทธ์ตระกูลม่อ 


    ซินอี๋ที่รอช่วยเหลือมองภาพที่เห็นด้วยความตกตะลึง ปราณสีแดงเลือดลอยออกมาจากนกยักษ์มุ่งตรงไปยังฝ่ามือของคุณหนูเสวี่ยหรง ทว่าพวกมันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นปราณสีฟ้าก่อนจะถูกส่งเข้าไปในฝ่ามือหายไปราวกับว่าไม่เคยมีอยู่หลังจากถูกคุณหนูของเธอดูดซับ.






    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด ! ที่คุณอ่าน