โบร๋ว!
หมาป่านับสิบเห่าหอนผสานกัน น้ำเสียงที่ส่งออกมานั้นซินอี๋รับรู้ได้ว่าพวกมันกำลังโกรธและเจ็บแค้นไปในเวลาเดียวกัน เธอไม่รู้ว่าคุณหนูเป็นเช่นไรบ้างจึงรีบเร่งมือให้เร็วขึ้น ปีศาจนกตรงหน้าถูกตัดปีกไปข้างหนึ่งแล้ว แม้มันจะติดพิษ มันกลับพยายามต้านพิษจนเธอต้องฆ่ามันด้วยกระบี่เพราะเป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่ทำให้เธอไปช่วยคุณหนูได้
“ เหตุใดพวกแกถึงวิ่งหนี ไม่อยากกินเนื้อข้าคนนี้แล้วหรือ เข้ามากินข้าเร็ว! ”
เสวี่ยหรงกวักมือขวาเรียกหมาป่าให้เข้ามารุมล้อม พวกมันแต่ละตัวทิ้งระยะห่างแสดงความหวาดกลัวและความแค้นไปในเวลาเดียวกัน
ต่อให้จะเป็นจ่าฝูงก็ตาม มันรู้สึกกลัวทุกครั้งเมื่อมองไปยังไม้ตะบองในมือซ้ายของหญิงสาว แต่ก็โกรธทุกครั้งเมื่อมองใบหน้าเพราะไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกยันต์ในมือขวาโจมตี
“ ถ้าเช่นนั้นข้าจะเป็นฝ่ายเข้าไปหาพวกเจ้าเอง ตาย! ”
ก้าวย่างชมจันทร์ของตระกูลม่อเปิดใช้งาน ร่างของเสวี่ยหรงพุ่งเข้าหาหมาป่าตัวหนึ่ง มันถูกเธอทุบตีเยอะกว่าตัวอื่นเพราะอยู่หน้าสุด ทันทีที่มันเห็นไม้ตะบองในมือของเสวี่ยหรงหวดเข้าไปหาจึงพยายามกระโจนหลบให้พ้น มือขวาของเสวี่ยหรงกลับกระตุ้นยันต์ให้ทำงานเกิดเป็นหอกสายฟ้าพุ่งกระแทกกลางหน้าอกของมันจนเกิดรอยไหม้เกรียม
แม้พลังของยันต์จะยังไม่มากพอจะฆ่าหมาป่าให้ตายในครั้งเดียว มันกลับลดพลังของหมาป่าลงเรื่อยๆเพราะภายในยันต์ของตระกูลม่อมีพลังที่มันแพ้ทาง
สิ่งที่ทำให้หมาป่าอ่อนแอลงมากไม่ใช่แค่ยันต์เท่านั้น ปราณภายในร่างของเสวี่ยหรงที่ถูกเสริมจากสร้อยลูกประคำหยกมีพลังงานในการชำระล้างปราณปีศาจ ทุกครั้งที่โจมตีหมาป่ามันจะถูกลดพลังลงเรื่อยๆ นอกจากนั้นแล้วสกิลปัดเป่ายังใช้ได้ผลดี การต่อสู้กับหมาป่าในตอนนี้จึงเป็นฝ่ายเธอที่ไล่ต้อนพวกมัน
ไม้ตะบองสามารถลดพลังปีศาจ ยันต์ตระกูลก็ให้ผลเช่นเดียวกัน ปราณที่ส่งออกมาจากร่างยังเป็นสิ่งที่ปีศาจแพ้ทาง สกิลปัดเป่าคืออีกหนึ่งอย่างที่ลดพลังของปีศาจลงจนพวกมันไม่ต่างจากหมาน้อย
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดส่งเสียงดังกระหึ่มจากยันต์ที่ปาออกมาจากมือทำราวกับว่ามันเป็นเศษกระดาษ ยันต์ลูกไฟคืออีกอย่างที่โยนสลับกันจนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้
ยันต์หอกน้ำแข็งปาตามออกไปจนทำให้ขนของหมาป่าเต็มไปด้วยน้ำแข็งปกคลุมก่อนจะมีดาบสายลมหลายสิบเล่มพุ่งเป็นเส้นตรงเข้าแทงร่างของพวกมัน
เสวี่ยหรงไม่จำเป็นต้องเข้าประชิดเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่โยนยันต์เข้าหาเป้าหมายก็สามารถโจมตีได้แล้ว
ความสามารถของตระกูลม่อไม่ใช่การเข้าประชิดศัตรู แต่เป็นการทิ้งระยะห่างแล้วใช้ยันต์ที่เตรียมเอาไว้เล่นงาน ยิ่งพกยันต์มาเป็นจำนวนมากก็ยิ่งแสดงพลังได้เหนือยิ่งกว่าระดับเดียวกัน
ลุงหานเคยเปรียบเทียบให้เธอฟัง ผู้ใช้ยันต์ตระกูลม่อ 1 คนอาจจะเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันถึง 100 คนหรือไม่ก็อาจจะมากถึง 1,000 คน ด้วยยันต์ที่พกติดตัวสามารถสร้างการโจมตีที่หลากหลายและมากมายได้ราวกับมีผู้ฝึกยุทธ์เดินทางร่วมกันเป็นกองทัพ
คำพูดของลุงหานไม่ได้เกินจากความเป็นจริงมากเท่าไหร่นัก เนื่องจากว่าการใช้ยันต์ไม่ได้ใช้ปราณมหาศาลเลย
ยันต์เกิดจากการบรรจุปราณเข้าไปข้างในเพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังฟ้าดินรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เมื่อใดก็ตามที่ต้องการใช้เพียงแค่กระตุ้นมันให้ทำงานก็เป็นอันเสร็จสิ้น
แต่การจะทำให้ผู้ใช้ยันต์คนหนึ่งแสดงความสามารถเทียบเท่ากับกองทัพจำเป็นต้องใช้เวลาเตรียมตัวยาวนาน การจะเล่นงานผู้ใช้ยันต์จึงมีหลายคนพูดติดตลกให้ลงมือสังหารก่อนเริ่มต่อสู้ หากให้ดีควรจะบุกไปที่บ้านแล้วตัดหัวศัตรูก่อนจะได้วาดยันต์ขึ้นมาเก็บเอาไว้ใช้งาน
“ คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดท่านไม่ฆ่ามัน ”
ซินอี๋รีบเดินทางมาจากทางฝั่งของนกยักษ์หลังจากสังหารมันลงได้ สิ่งที่เธอเห็นกลับต่างออกไป
หมาป่าควรจะรุมฉีกกระชากร่างกายคุณหนูเสวี่ยหรง ทว่าคนที่พยายามเล่นงานหมาป่ากลับเป็นคุณหนูของเธอ
มือหนึ่งคอยปายันต์โจมตี อีกมือหนึ่งใช้ไม้ตะบองฟาดหัวหมาป่าที่พยายามเข้าใกล้ แต่ละตัวที่ถูกฟาดล้วนแล้วร้องด้วยท่าทางทรมานราวกับว่ามีหินก้อนใหญ่ทับศีรษะของมัน
ภาพที่เธอเห็นในตอนนี้คือคุณหนูขึ้นไปเหยียบบนร่างของจ่าฝูงแล้วใช้ไม้ตะบองหวดลงไปที่หัวของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง เธอสงสัยเหตุใดคุณหนูไม่สังหารทั้งๆที่มีโอกาส
“ พี่สาวซินอี๋ช่วยข้าด้วย ข้าทำดาบหลุดมือ ยันต์ของข้าก็พลังต่ำเกินไป ไม้ตะบองในมือไม่มีคม ข้าไม่รู้จะสังหารพวกมันเช่นไรจึงทำได้เพียงทุบตี ”
ซินอี๋ทำหน้าเข้าใจ ไม้ตะบองในมือของคุณหนูไม่มีคม การจะหวดหมาป่าให้ตายคงต้องใช้พละกำลังที่เหนือกว่า คุณหนูของเธอเรียนวรยุทธ์ดาบพื้นฐานจากลุงหานไม่ใช่ไม้ตะบองจึงไม่รู้วิธีที่จะใช้ไม้ตะบองสังหาร
ยันต์ภายในมือแสดงพลังระดับก่อกำเนิดปราณ มันยังไม่มากพอจะสังหารหมาป่าแต่ก็ทำให้มันอ่อนแอจนถึงที่สุด
ทันทีที่ซินอี๋เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ๆ นิ้วมือทั้งสิบของเธอก็เริ่มขยับดีดเข็มโจมตี พริบตานั้นเองหมาป่าทั้งหมดก็ได้ทิ้งตัวลงไปนอนราบบนพื้นพร้อมกับชีวิตที่ดับลงไป
“ พี่สาวซินอี๋ เมื่อครู่นี้ท่าน! ” เสวี่ยหรงแสดงท่าทางตกใจ วรยุทธ์เมื่อครู่น่ากลัวมาก ในนิยายมีคนจำนวนมากใช้วรยุทธ์ลอบสังหาร แต่กลับมีน้อยคนที่ใช้เข็ม
“ มีสิ่งใดบนตัวข้าที่แปลกไปเช่นนั้นหรือ ”
“ วรยุทธ์เมื่อครู่ที่ท่านใช้มันคือสิ่งใด ท่านใช้เข็มโจมตีหมาป่าพวกนี้ใช่หรือไม่ ”
“ ใช่เจ้าค่ะ ”
“ ช่วยสอนมันให้ข้าที พี่สาวซินอี๋ข้าอยากซัดเข็มได้ไม่ต่างจากที่ท่านทำ ”
ซินอี๋เลิกคิ้วขึ้นสูง เธอนึกว่าคุณหนูจะขอให้เลิกใช้
“ คุณหนูจะนำมันไปใช้ทำสิ่งใดหรือเจ้าคะ ”
“ ข้าจะเก็บไว้ใช้ลอบโจมตี ข้าไม่สนใจการต่อสู้ยุติธรรมเหล่านั้นหรอก ผู้ใดจะว่าเช่นไรข้าไม่สน หากมันทำให้ข้ามีชีวิตข้าจะใช้มันทุกอย่างแม้แต่พิษก็เช่นกัน จะให้ข้าใช้กระบี่หรือดาบจนการต่อสู้รู้ผลแพ้ชนะข้าไม่คิดทำเช่นนั้นเด็ดขาด ท่านช่วยสอนให้ข้าได้หรือไม่ ”
“ ไว้กลับไปแล้วข้าจะสอนนะเจ้าคะ แต่หากข้าเห็นว่าคุณหนูไม่มีทีท่าว่าจะใช้ได้ ข้าจะเลิกทันที มันต้องอาศัยพลังจากนิ้วมือสูงมากและต้องการความแม่นยำสูง ”
“ ท่านสัญญากับข้าแล้วนะ ”
“ แล้วคุณหนูทำเช่นไรถึงทำให้พวกมันตกอยู่ในสภาพนี้ได้ล่ะเจ้าคะ ”
“ ออ! ตระกูลม่อเป็นศัตรูคู่แค้นกับปีศาจ พวกมันแพ้ปราณจากตระกูลม่อจึงตกอยู่ในสภาพอย่างที่ท่านเห็น ”
“ คุณหนูจะทำสิ่งใดอีกหรือไม่เจ้าคะ ”
เสวี่ยหรงมองซากหมาป่า มันสามารถขายทำเงินได้ แต่ถ้าหากเธอนำออกไปขายอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวาย ผู้ที่จับตาดูเธอจะเพิ่มความระวังมากขึ้นอีก เธอจึงล้มเลิกที่จะนำพวกมันกลับไป
“ ข้าขอทำบางสิ่งก่อน จากนั้นเราจะรีบเดินทางกลับ ”
เสวี่ยหรงเดินไปแตะร่างจ่าฝูงหมาป่า มันเป็นระดับปราณไหลเวียนขั้นสูง เมื่อฝ่ามือแตะลงไปกลางศีรษะเธอจึงลองเปิดใช้งานสกิลปราณเป็นมิตร
ไม่นานหลังจากคิด ปราณมากมายภายในร่างของหมาป่าก็เริ่มหลั่งไหลมาที่ฝ่ามือของเธอแล้วเริ่มไหลเข้าสู่จุดโคจรลมปราณมุ่งหน้าเข้าไปกักเก็บภายในจุดตันเถียน
ซินอี๋สัมผัสได้ว่าปราณจากร่างของปีศาจกำลังถูกดูดซับเข้าไปในร่างของคุณหนูจึงยืนดูด้วยความสนใจ สิ่งที่คุณหนูทำราวกับวรยุทธ์มารที่เข่นฆ่าผู้อื่นแล้วดูดซับปราณและพลังชีวิตมาเป็นของตน ถึงแม้จะมีความต่างแต่พื้นฐานในการดูดซับปราณของผู้อื่นมาเป็นของตนยังคงเหมือนกัน
ร่างของหมาป่าตัวที่เหลือถูกสัมผัสจนไม่มีปราณปีศาจภายในร่างของพวกมันอีก เสวี่ยหรงจึงขอให้พี่สาวซินอี๋พาไปยังศพของนกยักษ์ ร่างของมันไม่ต่างจากโอสถระดับกลางสำหรับเธอ
“ คุณหนูแน่ใจนะเจ้าคะว่าจะดูดซับปราณจากร่างของมัน ข้าเคยใช้วรยุทธ์มารดูดซับปราณระดับสูงกว่า ผลที่ได้คือปราณของข้าปั่นป่วนจนต้องพักฟื้นหลายเดือน ”
“ หากไม่ไหวข้าจะล้มเลิกทันที ”
เสวี่ยหรงแตะมือลงไปบนร่างของนกยักษ์ ปราณปีศาจระดับจิตยุทธ์เริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเธอจนต้องหลับตาทำสมาธิโคจรลมปราณด้วยวรยุทธ์ตระกูลม่อ
ซินอี๋ที่รอช่วยเหลือมองภาพที่เห็นด้วยความตกตะลึง ปราณสีแดงเลือดลอยออกมาจากนกยักษ์มุ่งตรงไปยังฝ่ามือของคุณหนูเสวี่ยหรง ทว่าพวกมันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นปราณสีฟ้าก่อนจะถูกส่งเข้าไปในฝ่ามือหายไปราวกับว่าไม่เคยมีอยู่หลังจากถูกคุณหนูของเธอดูดซับ.