ท่ามกลางเนินเขาอันเขียวขจีสุดกว้างใหญ่มีบ้านลักษณะกลางเก่ากลางใหม่ตามสไตล์ชนบทของยุโรปตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามแม้จะตั้งอยู่ห่างจากเพื่อนบ้านไปกิโลเมตรกว่าๆ บ้านหลังนี้กลับมีรั้วไม้ทึบสูงท่วมหัวตั้งอยู่ล้อมรอบราวกับว่าไม่อยากให้คนภายนอกมองเข้าไปด้านใน ขนาดหลังบ้านที่ติดกับทะเลสาบก็ยังมีประตูรั้วหนากั้นเอาไว้สร้างความฉงนให้กับเหล่าผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาไม่น้อย
หญิงสาวผู้เป็เ้าของบ้านในเวลานี้เธอกำลังยุ่งง่วนอยู่กับกิจกรรมวาบหวามกับชายหนุ่มคนรัก ทั้งสองมอบความหวานให้กันอย่างดูดดื่มภายในห้องรับแขกเสียงครวญครางเบาๆ ของพวกเขาขับให้บรรยากาศโดยรอบเร่าร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนที่คนทั้งสองจะได้โบยบินไปไกลมากกว่านี้เสียงเรียกเข้ามือถือสุดแสนบาดหูพลันดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
กริ๊ง! กริ๊ง! หญิงสาวร้องครางออกมาอย่างขัดใจ สะโพกกลมกลึงขยับเนิบช้าลงแต่ก็ยังไม่ยอมผละออก...
“ได้เวลาแล้วที่รัก” ชายหนุ่มเอ่ยกับเธอเสียงแหบแห้ง หลังจากเขายกมือประคองดวงหน้าของคนรักให้ผละริมฝีปากออกแต่ร่างเพรียวงาม้ากลับแสดงท่าทีดื้อดึง เธอกลับมาเร่งจังหวะสะโพกรัวเร็วพร้อมกับก้มลงมาฉกฉวยริมฝีปากกระจับของเขาต่ออย่างเอาแต่ใจ
“เฟอร่า!”เขาผละริมฝีปากเรียกเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นยิ่งขึ้น ทางด้านคนถูกเรียกเม้มริมฝีปากอย่างเง้างอน เธอถอนหายใจออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์เฟอร่าโน้มลงมาจุ๊บริมฝีปากของเขาหนักๆ ส่งท้าย ก่อนจะผละลุกขึ้นจากตัวเขา
ร่างเพรียวงามเปลือยเปล่าเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมารับสาย ในที่สุดคนที่ทำให้พวกเขารอทั้งวันก็ได้โทรมาเสียที
“ค่ะลุงคีธ” เฟอร่ากรอกเสียงลงไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ร่างกำยำเปลือยเปล่าลุกขึ้นเดินตามมาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพร้อมกับพรมจูบไปทั่วลำคอระหงอย่างยั่วเย้า
“ตอนนี้ศพทั้ง 4 คนยังอยู่ดีใช่ไหม?” คนปลายสายเอ่ยทักทายด้วยประโยคคำถาม
“ยังอยู่ดีค่ะ” ล่าสุดเมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้วหญิงสาวได้เดินไปเช็คดูก็ยังเห็นศพทั้ง 4 นอนอยู่ที่สวนหลังบ้านในสภาพเดิมดี เฟอร่ายังคงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคยแม้ว่า ร่างกายของตนกำลังถูกมือหนาและริมฝีปากซุกซนของเขาคอยก่อกวนอยู่ก็ตาม
“เยี่ยม! ทีนี้ก็ให้ขนศพแรกฝั่งซ้ายมือไปยังบ้านประจำตระกูลไปถึงแล้วก็เอาผ้าห่อศพออก หยิบเชือกจากโถเืหมูมา 3 เส้น เส้นแรกพันที่คอหลวมๆ เส้นถัดไปมัดข้อมือเข้าหากันเส้นสุดท้ายเป็ของข้อเท้า ระหว่างนี้ศพจะฟื้นขึ้นมาแต่อย่าไปสนใจมันเด็ดขาดพอมัดเสร็จทั้ง 3 ตำแหน่งแล้วก็ทำพิธีหาชื่อของมัน หลังจากนั้นให้พาศพกลับมาฝังที่บ้านราดน้ำมนต์บนหลุม แล้วจงดูให้ดี! จะมีไอสีขาวลอยออกมาจากหลุม สิ่งนั้นล่ะที่เรา้า รีบเก็บเอาไว้ในโหลให้ดี”ลุงคีธร่ายออกมายาวเหยียดด้วยน้ำเสียงที่ดูเคร่งเครียด เฟอร่าขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามความสงสัยออกไป
“เราเอาศพทั้งหมดไปทำพิธีพร้อมกันทีเดียวไม่ได้เหรอ?” โสตประสาทของเธอเปิดรับรอฟังคำตอบของลุงด้วยความตั้งอกตั้งใจแต่ในขณะเดียวกันมือข้างหนึ่งของเธอก็ได้ยกขึ้นมาััลูบไล้เรือนกายของชายหนุ่มอย่างยั่วยวนการแยกสมาธิไม่ใช่เื่ยากสำหรับเธอ
“ระหว่างเดินทางจะไม่มีพรศักดิ์สิทธิ์คุ้มกันเหมือนที่บ้าน มีตัวเดียวอาจจะยังพอรับมือไหวสำหรับเธอสองคนแต่ถ้าพวกมันมาอยู่รวมกันหลายตัวจะกลายเป็คนละเื่ พวกปีศาจจะใช้จังหวะนี้โจมตีซึ่งพวกเธอสู้ไม่ได้แน่ พยายามอย่าอยู่กับพวกมันตามลำพังไม่เช่นนั้นจะโดนมันหลอกและชักจูงได้ง่าย” น้ำเสียงของคนปลายสายดูจริงจังหนักแน่น
“เข้าใจละ” เฟอร่าพยักหน้ากับตัวเองเบาๆ ส่วนชายหนุ่มร่างกำยำที่ซ้อนอยู่ด้านหลังได้ผละตัวออกจากเธออย่างอ้อยอิ่งเขาเดินกลับไปยังโซฟาห้องรับแขกอีกครั้ง
“อืม ลุงจะจัดการธุระสำคัญทางนี้ให้เสร็จก่อน แล้วเจอกันอีกทีวันมะรืน ลุงเขียนรายละเอียดการทำพิธีไว้ให้แม็กซ์แล้วทั้งสองคนรับมือไหวใช่ไหม?” คำถามจากลุงทำให้หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก
“ไว้ใจได้ค่ะลุง” เธอตอบด้วยความมั่นใจ ก่อนจะบอกลาแล้ววางสายไป เป็จังหวะพอดีที่ชายหนุ่มเดินถือเสื้อผ้ามาให้เธอ
“พ่อฉันว่าอย่างไรบ้าง?” แม็กซ์เอ่ยถามขึ้น ขณะที่กำลังสวมใส่เสื้อผ้าของตนเองกลับคืน
“เราต้องขนไปที่บ้านประจำตระกูลทีละศพ” เฟอร่าตอบหลังจากสวมชุดของตนเองเสร็จเรียบร้อยเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมายัดใส่ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินนำเขาตรงไปยังสวนหลังบ้านเงียบๆ
“เดี๋ยวฉันไปถอยรถมารับ” ชายหนุ่มบอกเธอด้วยท่าทางกระตือรือร้น เฟอร่าพยักหน้าตอบรับแฟนหนุ่มโดยที่ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังบรรดาศพตรงหน้าไม่วางตา ร่างไร้ลมหายใจของคน 4ร่างถูกมัดห่อด้วยผ้าขาวสีหม่นหมองวางเรียงรายกันอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย
“ลุงคีธไปได้ศพพวกนี้มาจากไหน?”หญิงสาวเอ่ยถามคนรักขณะที่พวกเขาช่วยกันขนศพหนึ่งขึ้นไปวางไว้หลังรถกระบะ
“พ่อก็วนหาอยู่แถวหมู่บ้านนั้นแหละ” แม็กซ์ตอบพลางยักไหล่ไม่ใส่ใจ
“...นั่นสินะ” เสียงของเธอแ่เบาลง สายตาเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมายเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาปวดหัวกับบรรดาศพเหล่านี้
“เธอโอเคใช่ไหม?” ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยสีหน้าห่วงใย เขายื่นมือมาลูบศีรษะเธอเบาๆ
“นายรู้ดีว่า ฉันเป็คนอย่างไร” สีหน้าของเฟอร่ายังคงเรียบเฉยแต่แววตาทรงเสน่ห์ของเธอพลันดูเข้มข้นขึ้นจับจ้องไปยังหนุ่มคนรักไม่วางตา
“ฉันอยากเข้มแข็งให้ได้เหมือนเธอจัง” นี่เป็ประโยคที่เขาชอบพูดกับเธอเป็ประจำ
“เพราะฉันอ่อนแอไม่ได้” เธอไม่ได้แสดงท่าทีเสียใจหรือร้องไห้ออกมาเลยสักนิดกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาแม้ว่า...เหตุการณ์นี้จะทำให้เธอสูญเสียพ่อกับแม่พร้อมกันอย่างกะทันหันก็ตาม ใช่ว่าเธอจะเป็คนไร้หัวใจไร้อารมณ์ เพียงแต่สถานการณ์มันบีบบังคับให้เธอต้องแบกความรับผิดชอบในหน้าที่ของตน
‘ศัตรูของเธอ’ พร้อมที่จะเข้ามาเล่นงานได้ทุกเมื่อ หากจิตของเธอไขว้เขวแม้แต่นิดเดียว
“ไม่ลืมอะไรใช่ไหม? ไปกันเถอะ!” หญิงสาวดึงให้เขากลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ ทั้งสองแยกย้ายไปประจำตำแหน่งของตนเองแม็กซ์เป็คนขับ ส่วนเฟอร่านั่งอยู่กับศพที่กระบะด้านหลัง
ระยะทางจากบ้านของเฟอร่าไปยังบ้านประจำตระกูลนั้นไกลพอสมควร หญิงสาวหันซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวังสลับกับจับตามองหาความเคลื่อนไหวของศพตลอดทางกว่าจะถึงที่หมาย ดวงอาทิตย์ก็ใกล้อัสดงเสียแล้ว
เสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะดับลงภายในรั้วของสถานที่รกร้างแห่งหนึ่งมองจากภายนอกที่แห่งนี้เป็เพียงบ้านร้างทรุดโทรมทั่วไป มีหญ้าขึ้นรกครึ้มเต็มไปทั่วบริเวณให้ความรู้สึกลึกลับไม่น่าเข้าใกล้แต่สำหรับคนทั้งสองแล้วที่นี่เรียกว่า ‘บ้านประจำตระกูล’
ทั้งสองช่วยกันยกศพเข้าไปภายในตัวบ้าน แล้วนำไปวางไว้บนเตียงไม้เก่าแม็กซ์ทำหน้าที่แก้มัดผ้าห่อศพออก ในขณะที่หญิงสาวเดินไปเปิดโถแก้วใบใหญ่ที่ภายในบรรจุเืสีแดงฉานวางอยู่มุมห้องเฟอร่าล้วงหยิบเชือกที่แช่อยู่ในนั้นมา 3 เส้นเธอเดินกลับไปหาคนรักซึ่งเป็จังหวะพอดีที่แม็กซ์นำผ้าห่อศพออกไปหมดแล้ว
ศพดังกล่าวเป็ศพของหญิงชราร่างกายซูบผอม บริเวณหน้าผากของนางมีสัญลักษณ์รูปดาวกลับหัวสีแดงเข้มประทับอยู่อย่างเด่นชัด
ก่อนที่ภายนอกจะค่ำมืดไปมากกว่านี้ เฟอร่าจัดการนำเชือกชุบเืมาพันหลวมๆที่คอศพทันทีด้วยความคล่องแคล่วเร่งรีบ ส่วนแม็กซ์เองก็ไม่ต่างกัน เขารวบข้อมือของศพเข้าหากันแล้วจึงใช้เชือกที่หญิงสาวส่งให้ผูกมัดอย่างแ่า
“พวกเอ็งจะทำอะไร?!” ทันทีที่เชือกััเข้ากับผิวศพ ร่างซีดเซียวไร้ชีวิตของหญิงชราพลันตื่นลืมตาขึ้นมาทันทีก่อนจะะโออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งพร้อมกับพยายามดิ้นพยศขัดขืน
แต่ดูเหมือนว่า ปฏิกิริยาจากหญิงชราจะไม่ได้อยู่ในสายตาพวกเขาแม้แต่น้อยแม็กซ์รวบข้อเท้าผอมแห้งของนางไว้ อีกมือหนึ่งกดตรึงลำคอผอมๆ นั้นให้ลงไปติดกับเตียงด้วยท่าทีที่ไม่ได้มีการถนอมแรงใดๆเปิดทางให้เฟอร่าใช้เชือกพันรวบข้อเท้าได้สะดวกขึ้น...
+++++++++++++++++++++++++++++++++
กลับมาแว้วจ้า คิดถึงนักอ่านมากเลย ไม่ได้เจอกันตั้งสองสัปดาห์แหนะหวังว่า ทุกคนจะสบายดีนะคะ สำหรับเดือนนี้ เราได้อยู่ด้วยกันทั้งเดือนแน่นอนค่ะเพราะเื่นี้ยาวกว่าเื่อื่น หวังว่า จะสนุกกันนะคะ เลิฟๆ
ขอฝากประชาสัมพันธ์อีกเื่ => เรามีช่อง youtube สำหรับนิยายเสียงแล้วน้า ใคร้าหาอะไรฟังฆ่าเวลาเชิญไปที่ช่อง “พิศสราญ- นิยายเสียง” ได้เลยจ้า