"เฮ้ย....ไอ้มินทร์ ทางนี้โว้ยมึง" สวัสดีครับ ผมชื่อมินทร์นะ ชื่อจริงกันตพิชญ์ เรียนวิศวะ ปี 2 ที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในภาคอีสาน
ผมหันไปมองตามเสียงคนที่เรียกผมเมื่อกี้ มันคือ ไอ้ท็อป เพื่อนสนิทผมเอง มันใส่ช็อปสีน้ำเงิน ซึ่งมีสัญลักษณ์รูปเกียร์อยู่อกด้านซ้าย เป็ช็อปที่บ่งบอกว่าเรียนวิศวะ เรากำลังจะสมัครไปค่ายอาสาสร้างห้องสมุดให้น้องๆที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเอาชั่วโมงจิตอาสาไปใช้ในการยื่นทุน กยศ ของปีถัดไป จริงๆผมก็ไม่ได้อยากไปหรอก เพราะมันต้องไปอยู่ 13 คืน 14 วัน และเป็่ปิดเทอม ถ้าไม่ติดว่าจะได้ชั่วโมงจิตอาสานะ คงไม่ไปอ่ะ
" เออๆ" ผมตอบมัน แล้วผมก็เดินตรงมาหามันที่โถงเรียนรวม2 มาถึง มันก็บ่นผมเลย
"นี่มึงมาช้าจังวะ เดี๋ยวค่ายก็เต็มก่อนหรอก ช้าฉิบหายเลย...."
ผมเบื่อที่จะฟังมันบ่น เลยเดินนำหน้ามันไปที่โต๊ะรับสมัครเข้าค่าย เพื่อกรอกข้อมูล
" เอ้า..ไอ้นี้ มึงไม่คิดจะรอกูเลยหรอ....มึงแม่ง" มันบ่นตามหลังผมมา หลังจากที่ผมและไอ้ท็อป กรอกข้อมูลเสร็จ เราก็กลับหอกัน วันนี้เป็วันอังคาร พวกผมไม่มีเรียน พวกผมพักอยู่หอใน เพราะมันสะดวกต่อการไปเรียนด้วยแหละ ก่อนกลับพวกผมเลยแวะกินข้าวกันก่อน เพราะั้แ่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย
"มึง...แวะกินข้าวที่มาร์ทก่อนป่ะ กินเสร็จ จะได้ไปนอนเลย กูี้เีลงมากินอีก" ผมบอกมัน
" เออๆ....ดีเหมือนกัน กูหิวพอดี" มันตอบผม
พอพวกผมขับรถไปถึงมาร์ท จึงพากันเดินเข้าไปบริเวณมาร์ท อ้อ...ลืมบอกไป พวกผมไม่ได้ขับรถยนต์มานะ พวกผมขับมอไซค์มา คนละคันกัน บ้านไม่ได้รวยอ่ะครับ แต่ก็เป็มอไซค์คริก125 นะ ของผมคันสีขาวดำ แถบบานเย็น ส่วนของเพื่อนผม คันสีดำ แถบขาว ที่จริงพวกผมไม่ได้มากินข้าวในมาร์ทนะ เพราะมาร์ทมันเป็เหมือนคล้ายๆเซเว่น ต่างกันตรงที่ไม่มีอาหารกล่องขาย แค่บริเวณมาร์ทมันมีโรงอาหารอยู่ ไว้ขายให้นักศึกษาชายหอใน ที่ไม่อยากไปทานอาหารข้างนอก ซึ่งเด็กหอส่วนใหญ่จะเรียกโรงอาหารนี้ว่ามาร์ท เพราะมันง่ายดี พวกผมสองคนก็เดินเข้าไปในโรงอาหาร คนเยอะมาก เพราะมันเป็่เวลาเที่ยงพอดี ก็มีทั้งเด็กหอที่ลงมากินก่อนจะไปเรียน และมากินแค่พักเที่ยง เช่นเดียวกับพวกผม
"มึง...นั่งไหนดีวะ แม่งเต็มทุกโต๊ะเลยว่ะ" ไอ้ท็อปมันบอกผม
ผมก็กรวดสายตาดูรอบๆ ว่าจะมีโต๊ะไหนว่างพอที่ จะนั่งได้บ้าง จนสายตาไปหยุดที่โต๊ะอันหนึ่ง มันเป็โต๊ะไม้สำหรับนั่ง6 คน แต่โต๊ะนั้น มันมีผู้ชายหล่อๆนั่งอยู่คนเดียว
" มึง...โต๊ะนั้นว่าง ไปนั่งกัน" ผมบอกเพื่อนผม พร้อมชี้นิ้วไปที่โต๊ะนั้น
"แต่มันมีคนนั่งอยู่นะเว้ย แล้วดูนิ่งชิบหาย เขาจะด่าเราไหม ถ้าไปนั่งอ่ะ" มันตอบผม
"เออน่ะ ตามมา" ผมบอกมันแล้วเดินไปที่โต๊ะนั้น เมื่อผมไปหยุดที่หน้าโต๊ะ ผมจึงได้เห็นใบหน้าหล่อใกล้ๆ จมูกของมันโด่งเป็สัน ปากดูอมชมพู ผิวขาว ผมสีดำสนิท แต่ดูหล่อ คล้ายๆนักร้องเคป็อบสักคน แต่เ้าตัวดูไม่สนใจใคร ผมจึงเอ่ยถาม
"โต๊ะนี้มีคนนั่งยังครับ" ผมถามออกไปอย่างสุภาพ เพราะผมไม่รู้ว่าอยู่ปีไหน คนหล่อเงยหน้าขึ้นมามองผมนิ่งๆ แล้วตอบออกมาเสียงเรียบๆ
" ไม่มีครับ "
"งั้นผมสองคนขอนั่งด้วยนะครับ พอดีโต๊ะอื่นมันเต็ม" ผมบอกออกไป
มันก็มองดูรอบๆแล้วตอบผม เสียงเรียบ
" ครับ " มันตอบผมแค่นั้น คนอะไรนิ่งชิปหาย ผมว่าผมนิ่งแล้วนะ มันนิ่งกว่าผมอีก ว่าแล้วพวกผมสองคนก็เดินไปซื้อข้าว แล้วมานั่งกินที่โต๊ะ โดยที่ผมกับเพื่อนนั่งอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ แล้วผมนั่งตรงข้ามกับไอ้ผู้ชายที่ผมมาขอนั่งด้วย ผมกินไปก็เผลอมองหน้าไอ้หล่อมันไป มันก็ก้มหน้าก้มตากิน โดยไม่สนคนรอบข้าง นี้มึงควรจะสนใจพวกกูสองคนบ้างนะ นั่งหัวโด่อยู่เนี่ย นั่งกินเหมือนมันนั่งอยู่คนเดียวอ่ะ แต่ก็ช่างมันเถอะ พวกผมก็รีบกินจะได้ไปนอน ง่วงโว้ย ยังไม่ทันที่พวกผมกินเสร็จ ไอ้หน้าหล่อ ก็ลุกขึ้น พร้อมกับถือจานข้าวที่เพิ่งกินเสร็จ
" ขอตัวนะครับ " มันบอกพวกผม แล้วก็เดินเอาจานไปเก็บ แม่งดีนะ ที่ยังพูดกับพวกผม ถึงจะพูดแค่นี้ก็เถอะ ผมมองตามหลังคนตัวสูงออกไป มันน่าจะสูงประมาณ 180 เิเ เพราะมันสูงกว่าผมนิดหน่อย ผมสูง 175 ครับ สงสัยผมมองตามคนสูงนานไปหน่อย จนไอ้ท็อปทักขึ้น
" มองเขาขนาดนั้น กินเขาเลยไหมล่ะ " มันพูด พร้อมยิ้มแซว ๆ ผม ผมหันมามองมันหน้านิ่งๆ แล้วตอบมันไปว่า
"กูไม่ได้ชอบผู้ชาย"
มันหันมาเหมือนรู้สึกผิด แต่หน้าของมันยังแซวอยู่ "กูล้อเล่นน่า...จริงจังไปได้ เออว่าแต่มึงไม่คิดจะมีแฟนหรอวะ มึงก็อยู่ปี 2 แล้วนะเว้ย ปีหน้าก็ปี 3 แล้ว มึงก็หล่อนะ ผู้หญิงก็สนใจมึงตั้งเยอะ ทำไมไม่เลือกคบสักคนวะ" มันบอกผม
"เออนะ กูยังไม่เจอคนที่ใช่" ผมตอบมัน
จริงอย่างที่มันพูดครับ ผมเป็คนน่าตาดูดีระดับนึง จมูกโด่งเป็สัน มีแก้มนิดหน่อย ปากอมชมพู ผิวขาว ผมสีดำ ผมไม่ชอบย้อมสีผม กลัวผมมันเสีย ผู้หญิงเข้ามาหาผมเยอะก็จริง แต่ไม่มีใครสะดุดตาผมสักคน จนกระทั้ง ผมเจอไอ้หน้าหล่อคนนั้นแหละ มันดูเป็คนนิ่งๆ ดูน่าค้นหาดีครับ แม้แต่ชื่อ ผมก็ไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ จะเจอกันอีกหรือเปล่า หลังกินเสร็จผมก็ชวนไอ้ท็อปกลับห้อง ผมกับไอ้ท็อป สนิทกันได้เพราะเป็รูมเมท และเรียนคณะเดียวกัน ชอบไปไหนมาไหนด้วยกันจนหลายคนคิดว่าผมกับมันเป็ผัวเมียกัน แต่พวกผมก็เฉยๆนะ เพราะไอ้ท๊อปมันมีแฟนแล้ว เห็นบอกว่าเป็สาวสาสุขมั้ง (สาสุข คือ คณะสาธารณสุข) ผมกลับมาถึงห้อง ห้องของพวกผมไม่กว้างมาก ในห้องมี 2 เตียง โดยมีโต๊ะอ่านหนังสือกั้นระหว่างเตียง มีตู้เสื้อผ้า 2 ตู้ อยู่ชิดผนังด้านปลายเตียง แต่มีทางเดินไว้สำหรับเดินผ่านไปมาระหว่างหน้าห้องกับระเบียง ความห่างของตู้เสื้อผ้ากับปลายเตียง พอประมาณ ด้านหลังห้องเป็ระเบียงไว้ตากผ้า
ผมก็กำลังเตรียมพร้อมจะนอนต่อ แต่ไอ้เพื่อนท็อปตัวดีดันเรียกก่อน
" มึงจะนอนอีกแล้วหรอ ได้ข่าวว่ามึงเพิ่งตื่นตอน 10 โมงไม่ใช่หรอ" มันจิกกัดผม
" เื่ของกูป่ะ กูจะนอน" ผมพูดออกไปโดยไม่ได้จริงจังอะไร
" เดี๋ยว...มึงอย่าเพิ่งนอน มาเล่นเกมส์ Dead by daylight เป็เพื่อนกูก่อน" มันทำหน้าอ้อนๆใส่ผม
ไอ้ท็อปเป็คนที่หล่อระดับนึง มันสูงประมาณ 178 เิเ เป็คนขาว หน้าตาออกลูกครึ่งนิดนึง
ดูมันสิครับ เวลาไม่มีเพื่อนเล่นเกมส์ ก็อ้อนให้ผมไปเล่นด้วยตลอด ว่าแล้วทำไมแฟนมันถึงรักมันขนาดนี้ เพราะมันขี้อ้อนครับ แต่แม่งติดเกมส์ชิปหาย แฟนมันชอบบ่นบ่อยๆ วันนี้ผมขอบายครับ ผมง่วง
" ไม่อ่ะ กูง่วง" ผมบอกมันพร้อมขึ้นเตียงเอาหน้าซุกหมอนนุ่มๆสุดรักของผม
" มึงแม่ง" มันสบถใส่ผม แล้วมันก็หันหน้าไปเล่นเกมส์ต่อ
......3 สัปดาห์ต่อมา.....
มหาลัยผมปิดเทอม 3 แล้วครับ ลืมบอกไป มหาลัยผมเรียนปีละ 3 เทอมครับ ซึ่งแตกต่างจาก มหาลัยอื่น ที่มาหาลัยอื่น เขาจะเรียนปีละ 2 เทอม ดังนั้นมหาลัยผมจะเรียนหนักหน่อย ปิดเทอมไม่ค่อยเหมือนคนอื่น แต่ก็ดีครับ ฝึกความอดทนดี ดีกับผีนะซิ เรียนหนักจะตายอยู่แล้ว ทั้งคำนวณ ทั้งอะไรต่อมิอะไร เยอะไปหมด เื่นี้พักไว้ก่อน
พอพวกผมปิดเทอม ก็ไม่ได้กลับบ้านครับ เพราะต้องไปเข้าค่ายพรุ่งนี้ พวกพี่ชมรมค่ายนัดรวมตัวกันเพื่อออกเดินทางพรุ่งนี้ 8 โมงเช้า จะได้ไปทำกิจกรรมเร็วๆ
" มึงเอาอะไรไปบ้างวะ"ผมถามไอ้ท็อป ที่กำลังเตรียมของใส่กระเป๋าอยู่
" ก็เสื้อผ้า ห้าหกชุด หมอน ผ้าห่ม ของใช้ส่วนตัวแหละมึง" มันตอบผม
ผมก็พยักหน้าให้มัน บอกว่าเข้าใจ แล้วผมก็หันหน้ามาที่กระเป๋าตัวเองแล้วเก็บของบ้าง
....กริ๊งงงงงงงง.....
มือไม้ควานหาต้นเสียงทั้งที่เปลือกตายังปิดอยู่ แล้วก็เจอไอ้ต้นเสียง นั่นคือโทรศัพท์ ผมหรี่ตา แล้วปิดเสียง มองดูที่หน้าจอโทรศัพท์ ตอนนี้เป็เวลา 7.00 น. ตาถึงกับเบิกกว้าง รีบเด้งตัวเองลุกจากเตียง แล้วรีบไปปลุกไอ้เพื่อน ตัวแสบของผม ด้วยเสียงดังลันห้อง
" มึงๆ...ลุกเร็ว 7 โมงแล้ว สายแล้วเว้ย..เดี๋ยวไปไม่ทัน"
"ฮะ เชี่ยแล้ว" มันสบถคำหยาบ แล้วรีบเด้งตัวขึ้นมา มันวิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อไปให้ทันรถของค่าย
เมื่อผมและไอ้ท็อปแต่งตัวเสร็จ ก็รีบหอบกระเป๋าขึ้นมอไซค์คนละคัน ขับไปที่ตึกชมรมของมหาลัย พอไปถึงก็เห็นพี่ค่ายกำลังเช็คชื่อของสมาชิกที่จะไปค่าย แล้วทยอยขึ้นรถทีละคน รถไปค่ายเป็รถบัสครับ ผมมองนาฬิกาที่ข้อมือ ตอนนี้เวลา 7.45 น. แล้วหายใจออกมาอย่างโล่งอก คิดว่าจะมาสายกว่านี้ พวกผมสองคนก็สะพายกระเป๋าใบนึง แล้วมือข้างขวาก็ถือกระเป๋าอีกอันนึง พวกพี่ค่ายเขา กำหนดว่า ห้ามเอามากระเป๋ามาเกิน 2 ใบ เป็ไงครับ พวกผมโครตเปะ
ผมกับไอ้ท็อปถือกระเป๋าเดินตรงไปที่รถ แบบไม่เร่งรีบ เพราะยังมีเวลาเหลือ ระหว่างเดินไป ก็มีสาวๆ หันมามองแล้วยิ้มส่งมาทางพวกผม 2 คน
"หล่อวะแก"
"หล่อจริง..ฉันมีกำลังใจไปค่ายละ"
มีเสียงพูดแบบนี้ตลอดทางที่พวกผมเดินผ่าน หรือแม้แต่คำพูดที่พวกผมชินแล้ว
" อุ๊ยยย...เค้าเป็แฟนกันแน่เลยแกแบบผัวมาคุมเมียอะไรอย่างเนี่ย"
"ใครเป็ผัวใครเป็เมียวะแก"
พอได้ยินดังนั้นพวกผมก็มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเดินผ่านไป จนถึงหน้าทางขึ้นรถ พี่ค่ายก็ถามชื่อผม
"น้องชื่ออะไรคะ" พี่เขาถามไปแล้วก็บิดตัวไปมา ใบหูเริ่มขึ้นสี ผมเห็นอย่างนั้นก็เขิน เลยรีบตอบพี่เขาไป
"กันตพิชญ์ครับ "
พี่เขายิ้มส่งมาให้ผม แล้วพูดต่อ
" ว้าว..ชื่อเพราะจังค่ะ สมกลับหน้าตาหล่อๆแบบน้อง"
ผมยิ้มให้แล้วเดินขึ้นรถ และตามหลังมาด้วยไอ้ท็อป ผมมองไปรอบๆ เหมือนที่นั่งบนรถจะไม่มีที่ไหนว่างสำหรับ 2 ที่ ซึ่งตรงข้างหน้าผม มีที่ว่าง 1 ที่ ผมจึงกรวดสายตามองต่อ จนกระทั้งสายตาผมไปหยุดที่ผู้ชายคนหนึ่ง ที่ผมคิดว่าอาจจะไม่ได้เจอกันอีก ผมคลี่ยิ้มออกมา แล้วบอกเพื่อนตัวแสบผมว่า
" ไอ้ท็อป..มึงนั่งตรงนี้ก็ได้"
เพื่อนผมมันก็ทำหน้า งงๆ เหมือนมันสงสัยว่า แล้วมึงจะนั่งไหน ประมาณนั้น
"แล้วมึงละ" มันถามผม
ผมอมยิ้มที่มุมปาก " กูมีที่จะนั่งแล้วว่ะ"
.............................................................