บทที่ 11
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันทำให้หลายๆฝ่ายรู้สึกตื่นตัวเป็นอย่างมาก ณ จวนเจ้าเมือง ทหารคนสนิทเข้ามารายงานกับเจ้าเมืองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “ท่านเจ้าเมือง ข้าน้อยเองขอรับ” ทหารคนสนิทกล่าว “เกิดอะไรขึ้นบ้าง เสียงดังไปทั่วทั้งเมือง แล้วเมืองได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด” เจ้าเมืองกล่าวถามด้วยสีหน้ากังวล สิ่งที่น่าเป็นห่วงในตอนนี้คือการซ่อมบำรุงเมือง แม้ในท้องพระคลังจะมีเงินทองอยู่มากมาย แต่มันก็ไม่ควรหรือเปล่าที่ต้องนำมันออกมาใช้อย่างนี้ คร้านจะไปเก็บกับสมาคมนักฆ่าก็ยิ่งแล้วใหญ่ กองกำลังทหารของเขายังไม่เพียงพอที่จะต่อรองกับตัวหัวหน้าสมาคม มันจึงทำให้เขารู้สึกเป็นกังวลที่จะต้องตอบคำถามของทางเมืองหลวงเกี่ยวกับเงินภาษีที่ขาดหายไป “เมืองได้รับความเสีย กินบริเวณทางเหนือของเมืองไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์ คาดการณ์ว่าน่าจะใช้งบซ่อมบำรุงถึง 1,000 เหรียญทองขอรับท่านเจ้าเมือง” ทหารคนนั้นกล่าวต่อ “ห๊ะ!! 1,000 เหรียญทอง!! มันเยอะเกินไปแล้ว ครั้งนี้ข้าจะต้องโดนเล่นงานจากทางเมืองหลวงเป็นแน่....เฮ้อ” เจ้าเมืองถอดหายใจออกมาดังก่อนที่จะกัดเล็บที่นิ้วมือเพื่อใช้ความคิด “แต่ถึงอย่างนั้น ร้านค้าที่เปิดใหม่ตรงนั้นไม่ได้รับความเสียหายใดๆเลย หนำซ้ำตัวของหัวหน้าสมาคมนักฆ่า คุณชายนักฆ่า และหน่วยเร้นเงาที่3 บากเจ็บสาหัสกันอย่างถ้วนหน้าขอรับ” “หื้ออออ...บาดเจ็บสาหัสอย่างนั้นหรือ...แล้วตัวของเจ้าของร้านคนนั้นล่ะ” เจ้าเมืองถามออกไปด้วยความสงสัย “ตัวเจ้าของร้านไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนขอรับ” คนสนิทตอบออกมา “อื้ม....ตัวเจ้าของร้านผู้นั้นเริ่มน่าสนใจมากขึ้นแล้วซิ .. ข้าคงต้องผูกมิตรกับเขาผู้นั้นซะแล้ว...แล้วหากข้าคาดการณ์ไม่ผิด สมาคมกการค้าน่าจะเคลื่อนไหวเช่นกัน..แต่ใครจะสนล่ะ อย่างน้อยปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายซ่อมเมืองก็จบลง ฮ่าๆๆ” เจ้าเมืองหัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัย ทหารคนสนิทได้แต่ทำหน้างงงวย ถึงเขาจะทำงานกับเจ้าเมืองคนนี้มานาน แต่เขาก็ยังไม่เคยเข้าถึงความคิดของเจ้านายคนนี้เลยสักครั้ง ทางด้านสมาคมการค้า “เป็นอย่างไร..เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง” หัวหน้าสาขาเอ่ยถามกับผู้ช่วยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “ถ้าตั้งแต่แรกต่อจากตอนที่แล้วก็ หัวหน้าสมาคมนักฆ่าเข้าเมืองมา สั่งให้หน่วยเร้นเงาที่3 เข้าไปโจมตีก็บาดเจ็บสาหัส ตัวผู้นำสมาคมเข้าไปต่อสู้เอง ถึงขนาดใช้ท่าผสานอินในตำนาน อุกกาบาตถล่มโลกา เจ้าของร้าน และตัวร้านก็ยังไม่เป็นอะไรเลย แต่เป็นตัวของผู้นำสมาคมเองที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแทนเจ้าค่ะ” เธอเล่าออกมาอย่างรวบรัดที่สุดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อุ๊ฟ!! เสียงของหัวหน้าสาขาดังขึ้น ก่อนจะพูดออกมาเหมือนกำลังกลบเรื่องที่ทำอะไรผิดไปเมื่อตะกี้ “เราคงต้องหาทางผูกมิตรกับเจ้าของร้านนั้นไว้...เจ้าว่าเราควรผูกมิตรยังไงดีล่ะ” เขาถามออกไป “เอาเป็นใบรับรองร้านค้าดีมั้ยเจ้าค่ะ พร้อมกับสมาชิกของสมาคมสักหนึ่งปี เพราะจากที่รู้มาร้านนั้นยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับทางเราเจ้าค่ะ” “เอาเป็นอย่างนั้นก็ดีเหมือนกัน...พรุ่งนี้เราไปกัน....ว่าแต่เจ้าช่วยอะไรอย่างซิ” หัวหน้าสาขากล่าว “ช่วย..ช่วยอะไรเจ้าค่ะ” เธอถามออกมาด้วยความสงสัย “ช่วยไปทำเอกสารของท่านดยุคมากใหม่ได้มั้ย...พอดีมันเกิดเหตุการณ์แบบว่า....” เขาชูเอกสารให้กับผู้ช่วยของเขาดู ซึ่งมันเหมือนกับเมื่อตอนเช้าไม่ผิด “ - -* ” เธอแสดงสีหน้าออกมา นี่มันแกงกันชัดๆ กลับมาทางด้านของฌอน “คงต้องออกไปเดินสำรวจตลาดดูสักหน่อย ว่าพอจะเอาอะไรกลับมาทำกินได้บ้าง” หลังจากที่ระบบไม่ให้เขาซื้อของที่ร้านค้าของตัวเอง มันก็จำเป็นที่จะต้องออกมาหาอะไรทานเอง เขามุ่งหน้าออกไปตามถนน และสำรวจอาคารบ้านช่องที่ถูกทำลายจากอะไรก็ไม่ทราบ ฌอนเดินต่อไปอย่างไม่ได้รู้สึกผิดอะไร เพราะเขาคิดว่าเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย แต่สายตาชาวบ้านกับไม่ได้มองเขาเป็นคนธรรมดาอีกต่อไป บางคนหวาดกลัว บางคนชื่นชม ให้ความเคารพ ไม่มีใครเลยที่กล้าจะเข้าไปทักเขา เขาเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงกลางเมืองที่มีลานน้ำพุสุดยอดสถาปัตยกรรมคลาสสิกที่นิยายต่างโลกต้องมีกัน มันเป็นลานกว้างๆที่มีผู้คนจำนวนมากสัญจรไปมา และแน่นอนมันต้องมีตลาด อารมณ์มันก็จะคล้ายๆกับตลาดนัดบ้างเรา เสียงของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าดังลั่นไปทั่วบริเวณ“ผักสดๆมั้ยจ้า ของดีเมืองเหนือเลยนะจ้า เข้ามาดูก่อนได้”“เนื้อสดๆเว้ย พึ่งได้มาจากนักผจญภัยเลย ถูกๆ เอ้ารีบเข้ามา”“ผลไม้ครับพี่ มีหลากหลายชนิดให้เลือกเลยครับพี่ เชิญๆ”“เกลือหายาก แต่ขายอย่างถูกเลยขอรับ เรียนเชิญเข้ามารับชมก่อนได้นะขอรับ”เสียงของผู้คนมากหน้าหลายตาที่กำลังพูดเจรจาค้าขายกันอย่างคึกคัก ฌอนเดินดูสินค้าจากร้านนั้นทีร้านนี้ที เท่าที่สังเกตเห็นเลยก็จะเป็นพวกราคาของสินค้า หากเปรียบเทียบดีๆกับโลกที่เขาจากมา จะมีสินค้าเกือบทุกอย่างที่แพงขึ้นเป็นสองเท่า เช่นเนื้อของสัตว์ป่า ขายกิโลกรัมละ 300 บาท ที่นี้จะขายประกิโลละ 600 เหรียญทองแดง แต่ก็ยังมีสินค้าอีกหลายประเภทที่มีราคาแพงกว่าโลกของเขา อย่างเช่น เกลือที่โลกนี้ขายแพงไปมากกว่าโลกเดิมถึง 10 เท่าตัว พ่อค้าให้เหตุผลว่ามันเป็นสิ่งที่ทำยาก และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก การเดินทาง ค่าคุ้มกันสินค้า ฌอนก็ได้แต่เข้าใจ และเลือกที่จะซื้อเนื้อของหมีป่า มาประมาน 1 ขีดที่ราคา 30 เหรียญทองแดง จากนั้นเขาก็เดินทางกลับไปยังที่ร้านของเขา เขาทำอาหารทานเองอย่างง่ายๆมันก็คงไม่พ้นเมนูสเต็กเนื้อหมีป่าอย่างแน่นอน เขามีอุปกรณ์แล้วที่จะทำทุกอย่างก็เริ่มลงมือทันที ซ่าๆ! เสียงของเนื้อที่ถูกจี่ลงไปบนกระทะร้อนๆ ฌอนทำอาหารได้ไม่นานก็แล้วเสร็จ เขาจึงทานมันอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อทานอะไรเสร็จ ก็เกิดเป็นเตียงนอนที่อยู่ใกล้ๆกับเคาท์เตอร์รับเงิน นั้นแปลว่าตอนนี้คือเวลา 20.00 น. นั้นเอง เนื่องจากมันไม่มีอะไรให้ทำ เขาเลยขึ้นไปลองเตียง“นุ่มใช้ได้เลยนะเนี้ย คุณภาพน่าจะพอๆกับเตียงที่ใช้ภายในโรงแรม 2-3 ดาวได้เลย แต่น่าจะมีหมอนเพิ่มอีกสักใบจะดีมากเลย เราชอบนอนแบบมีหมอนสองอัน เอาไว้กอดอันหนึ่ง” เขาบ่นออกมาก่อนที่หมอนจะปรากฏมาให้ตรงหน้าเขาอย่างน่าเหลือเชื่อ บอกได้คำเดียว ว่าที่ผ่านมา มันแทบจะดูดตังจากเขาในทุกรูปแบบ แถมยังขี้เหนียวไปมากอีกด้วย “ระบบได้จัดการปัญหาที่ท่านได้ร้องขอแล้ว เราจะหักเงินจากส่วนที่ท่านร้องขอนี้ ในวันสิ้นเดือนพร้อมกับเงินเดือนออก” หลังจากที่ได้ยินเขาก็ทำหน้าแบบเลิกลั่น พร้อมกับพูดขึ้นว่า“มันยังคงขี้เหนียวเหมือนเดิม เห้อ”