เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 104: หุ่นเทพก็คือข้า


    ราตรีที่วังบุปผาหิมะไม่เคยอบอุ่นและมีชีวิตชีวาเท่านี้มาก่อน ภายในห้องลับใต้ดินที่รายล้อมไปด้วยผนังน้ำแข็งอายุนับหมื่นปี แสงจากผลึกปราณสีนวลตาช่วยขับไล่ความมืดมิดและเหน็บหนาว บรรดาสาวงามทั้งห้า หลินเสวี่ยเหยา เยี่ยหลัวอิน ไป๋ซือหนิง จ้าวฉินซวง และจักรพรรดินีเหมันต์ กู่ชิงชิง ต่างนั่งล้อมวงกันเป็นครึ่งวงกลม โดยมี 'หุ่นเทพจำแลง' ของหลีเฮงนั่งอยู่ตรงกลางเป็นจุดศูนย์รวมความสนใจของทุกคน

    ผ่านระบบแชร์ประสาทสัมผัสแบบเรียลไทม์ หุ่นเทพจำแลงไม่ได้เป็นเพียงตุ๊กตาไร้ชีวิตอีกต่อไป มันคือตัวแทนของหลีเฮงอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งน้ำเสียง แววตา รอยยิ้มยียวน และสัมผัสอันอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมา ล้วนเป็นของชายหนุ่มเจ้าของฉายา 'เทพแมงดา' ทั้งสิ้น

    "เอาล่ะๆ สาวๆ ที่รักของข้า ข้าจะเล่าให้ฟังนะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง" หลีเฮงในร่างหุ่นกระแอมไอเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้ดูน่าเชื่อถือและจริงจังขึ้น "หลังจากที่มิติแปรผันและดูดข้าเข้ามา ข้าก็มาโผล่ในเขตแดนชั้นในของแดนลับปีศาจ มันเป็นพื้นที่ที่อันตรายมาก มีปีศาจระดับสูงเพ่นพ่านเต็มไปหมด แถมสภาพอากาศยังแปรปรวนสุดๆ"

    "แล้วเจ้าเอาตัวรอดมาได้อย่างไร? ข้าสัมผัสได้ว่าพลังของเจ้าไม่ได้ลดลงเลย แถมยัง... ดูร่าเริงผิดปกติเสียด้วยซ้ำ" เยี่ยหลัวอินหรี่ตาถามอย่างจับผิด แม้ในใจจะโล่งอกไปเปลาะหนึ่งแล้วก็ตาม

    หลีเฮงหัวเราะแห้งๆ รีบอธิบายต่อ "แหม... ก็ข้ามีวิชาเอาตัวรอดเป็นเลิศนี่นา พอหล่นลงไปปุ๊บ ข้าก็บังเอิญไปเจอ 'เย่เจาจวิน' สหายเก่า... เอ่อ... คนรู้จักที่พลัดหลงเข้ามาในแดนลับนี้เหมือนกัน นางเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล ตอนนี้พวกเราจึงหลบซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาเร้นลับ และกำลังช่วยกันคุมงานสร้าง 'ค่ายกลเมืองย่อย' เพื่อตั้งหลักและรวบรวมพลังงาน หวังว่าจะใช้ค่ายกลนี้เชื่อมต่อเส้นทางวิญญาณและเปิดประตูมิติให้ข้ากลับออกไปหาพวกเจ้าได้ในที่สุด"

    "เย่เจาจวิน? ท่านหญิงเย่แห่งตระกูลเย่ ผู้เชี่ยวชาญค่ายกลหมื่นแปรผันนั่นน่ะหรือ?" หลินเสวี่ยเหยาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ นางพอจะเคยได้ยินชื่อเสียงของหญิงสาวผู้นี้มาบ้าง "นางไปทำอะไรที่นั่น? แล้ว... พวกเจ้าอยู่ด้วยกันแค่สองคนงั้นหรือ?" น้ำเสียงของหลินเสวี่ยเหยาเริ่มมีความเย็นเยียบแฝงอยู่เล็กน้อย

    "มะ... ไม่ใช่แค่สองคนสิ! มี... มีพวกลูกน้องปีศาจที่ข้าจับมาเป็นทาสแรงงานช่วยสร้างค่ายกลอีกเป็นร้อยตัวเลยนะ!" หลีเฮงรีบแก้ตัวหน้าตั้ง เหงื่อเย็นๆ ซึมผ่านหน้าผากของหุ่นจำแลง "พวกเจ้าอย่าเพิ่งคิดมากสิ ข้ากับนางเป็นแค่คู่หูร่วมชะตากรรมเท่านั้น ข้าสาบานด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลย!"

    "เกียรติของเจ้ามันเชื่อถือได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" จ้าวฉินซวงพึมพำเบาๆ แต่ก็ดังพอให้ทุกคนได้ยิน ทำเอาสาวๆ แอบกลั้นขำกันอย่างยากลำบาก

    หลีเฮงเห็นท่าไม่ดี รีบงัดไม้ตาย 'ออดอ้อนระดับเทพแมงดา' ออกมาใช้ทันที เขาทอดสายตาอ่อนโยนและเว้าวอนมองไปทีละคน เริ่มจากหลินเสวี่ยเหยา หญิงสาวผู้เปรียบเสมือนพี่ใหญ่และที่พึ่งพิงของทุกคน

    "เสวี่ยเหยาคนดีของข้า... เจ้าอย่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นสิ รู้หรือไม่ว่าในตอนที่ข้าต้องคอยเฝ้าระวังภัยกลางดึกท่ามกลางเสียงคำรามของปีศาจ สิ่งเดียวที่ทำให้ข้าหลับตาลงได้ คือการนึกถึงกลิ่นหอมของดอกหลานฮวาบนเรือนผมของเจ้า นึกถึงสัมผัสยามที่เจ้าลูบหัวข้าเบาๆ ข้าคิดถึงอ้อมกอดที่อบอุ่นและเอวละมุนของเจ้าเหลือเกิน..." หลีเฮงเอื้อมมือไปกุมมือของหลินเสวี่ยเหยาไว้แน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง

    หลินเสวี่ยเหยาที่เตรียมจะซักไซ้ต่อ ถึงกับชะงักกึก แก้มเนียนใสเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อราวดอกท้อผลิบาน นางรีบหลบสายตา กัดริมฝีปากเบาๆ ด้วยความเขินอาย "จ... เจ้าคนบ้า พูดอะไรต่อหน้าคนอื่นเช่นนี้... ข้า... ข้าก็คิดถึงเจ้าเหมือนกันนั่นแหละ รีบๆ หาทางกลับมาให้ได้ก็แล้วกัน"

    เมื่อจัดการปราบพี่ใหญ่สำเร็จ หลีเฮงก็หันไปหาแม่ทัพสาวผู้ห้าวหาญ เยี่ยหลัวอิน

    "หลัวอิน ยอดรักของข้า... อย่าทำเสียงดุใส่ข้านักเลย ในแดนลับนี้มีแต่อันตรายรอบด้าน ข้าต้องต่อสู้จนเหนื่อยล้าแทบขาดใจ ทุกครั้งที่ข้าท้อแท้ ข้าก็นึกถึงดวงตาที่มุ่งมั่นและรอยยิ้มแสนซนของเจ้า นึกถึงตอนที่เราหยอกล้อกันบนเตียงนุ่มๆ นึกถึงรสจูบที่ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงของเจ้า... เจ้าเป็นแรงผลักดันให้ข้ามีชีวิตรอดกลับไปให้เจ้าสับเป็นชิ้นๆ อย่างที่เจ้าพูดไว้ไงล่ะ"

    คำพูดที่ผสานทั้งความน่าสงสารและความลามกอย่างลงตัว ทำเอาเยี่ยหลัวอินถึงกับอ้าปากค้าง ใบหน้าคมคายของนางแดงก่ำไปจนถึงใบหู นางเงื้อมือขึ้นทำท่าจะตีเขา แต่สุดท้ายก็ค่อยๆ วางมือลงบนบ่าของหุ่นจำแลงอย่างทะนุถนอม "เจ้า... เจ้าคนหน้าหนา! ใครเขาอยากจะจูบเจ้ากัน! แต่... ถ้าเจ้ารอดกลับมาได้แบบครบสามสิบสองประการล่ะก็... ข้า... ข้าจะยอมตามใจเจ้าสักวันหนึ่งก็ได้! จำคำพูดข้าไว้ให้ดีล่ะ!"

    หลีเฮงลอบยิ้มกริ่มในใจ ก่อนจะหันไปหาน้องเล็กสุดท้อง ไป๋ซือหนิง ที่นั่งตาวาวรอคอยอยู่แล้ว

    "ซือหนิงน้อย ศิษย์น้องที่น่ารักที่สุดของข้า... เจ้าไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ รู้ไหมว่าน้ำตาของเจ้าแต่ละหยด ทำให้ใจข้าเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งกว่าถูกดาบแทงเสียอีก ที่นี่ไม่มีอาหารอร่อยๆ ให้ข้ากินเลย มีแต่เนื้อปีศาจเหนียวๆ รสชาติไม่ได้เรื่อง ข้าคิดถึงฝีมือทำอาหารของเจ้า คิดถึงน้ำแกงไก่ตุ๋นร้อนๆ คิดถึงรอยยิ้มหวานๆ ตอนที่เจ้าคอยป้อนข้าวข้า... พอกลับไป เจ้าต้องทำอาหารชุดใหญ่เลี้ยงข้าเจ็ดวันเจ็ดคืนเลยนะ ตกลงไหม?"

    "ฮือๆๆ... ศิษย์พี่หลีเฮง! ท่านน่าสงสารเหลือเกิน!" ไป๋ซือหนิงโผเข้ากอดหุ่นจำแลงแน่น น้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งใจ "ท่านต้องผอมลงมากแน่ๆ เลย ไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ ข้าจะจดเมนูรอไว้เลย ท่านกลับมาเมื่อไหร่ ข้าจะขุนท่านให้อ้วนเป็นหมูเลยเจ้าค่ะ!"

    "เอ่อ... เอาแค่พอดีๆ ก็พอนะจ๊ะ" หลีเฮงลูบหลังน้องเล็กเบาๆ แล้วหันไปสบตากับจ้าวฉินซวง โฉมงามผู้มีรอยยิ้มราวกับบุปผาเบ่งบาน

    "ฉินซวงจ๊ะ... เจ้าเงียบไปเลยนะ โกรธข้าอยู่หรือเปล่า? ข้ารู้ว่าข้าชอบทำตัวไหลลื่นไปเรื่อย แต่เจ้าคือหนึ่งในยอดดวงใจที่ข้าหวงแหนที่สุด ในที่มืดมิดเช่นนี้ ข้านึกถึงผิวพรรณที่ขาวผ่องและนุ่มละมุนของเจ้า นึกถึงเสียงหัวเราะกังวานใสที่คอยหยอกล้อข้าเสมอ... หากไม่มีพวกเจ้าคอยเป็นกำลังใจ ข้าคงยอมแพ้และปล่อยให้ปีศาจคาบไปกินนานแล้ว"

    จ้าวฉินซวงหน้าแดงซ่านไปถึงลำคอ นางยกพัดขึ้นมาปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง ทว่าดวงตากลับเปล่งประกายด้วยความปีติ "ท่าน... ท่านช่างปากหวานเสียจริง หยอดคำหวานใส่ทุกคนโดยไม่ติดขัดเลยนะเจ้าคะ... แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อท่านลำบากขนาดนั้น ข้าจะยอมให้อภัยสักครั้ง ถ้ารีบกลับมา ข้าจะ... ข้าจะยอมนวดหลังให้ท่านด้วยตัวเองเลยเจ้าค่ะ"

    และสุดท้าย หลีเฮงหันไปสบตากับจักรพรรดินีเหมันต์ กู่ชิงชิง ที่นั่งกอดอกทำหน้าเชิด ทว่าใบหูของนางกลับแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด

    "ส่วนเจ้า... ชิงชิงคนสวยของข้า..." หลีเฮงขยับเข้าไปใกล้ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและเย้ายวน "แม้ร่างนี้จะเป็นเพียงหุ่นจำแลง แต่ความรู้สึกที่ได้สัมผัสผิวกายอันเย็นระรื่นทว่าแฝงด้วยความอบอุ่นของเจ้า มันตราตรึงอยู่ในวิญญาณของข้าเสมอ... ข้าคิดถึงตอนที่เราอยู่ร่วมห้องกัน ข้าอยากจะโอบกอดร่างบางๆ ของเจ้าไว้อีกครั้ง อยากจะจุมพิตลงบนหน้าผากที่งดงามของเจ้า... เจ้าจะรอข้ากลับไปสานต่อความสัมพันธ์ของเราใช่ไหม?"

    "หยะ... หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะเจ้าคนลามก!" กู่ชิงชิงแหวเสียงหลง ความเยือกเย็นของจักรพรรดินีละลายหายไปสิ้น นางหน้าแดงจัดราวกับลูกพลับสุก ยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความอับอาย "เจ้า... เจ้ากล้าพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าทุกคนได้อย่างไร! ข้า... ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว!"

    แม้ปากจะบอกเช่นนั้น แต่นางก็ไม่ได้ขยับหนีไปไหน แถมยังแอบมองลอดช่องนิ้วด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความผูกพัน

    สาวๆ ทั้งห้าคนถูกคำหวานกระชากใจของหลีเฮงโจมตีจนพ่ายแพ้ราบคาบ พวกนางต่างหน้าแดงเขินอาย หัวใจพองโตด้วยความรักและความห่วงใยที่เพิ่มพูนขึ้นทวีคูณ

    "ในเมื่อเจ้ายืนยันว่าปลอดภัยดี และกำลังหาทางกลับมา..." หลินเสวี่ยเหยาพยายามรวบรวมสติและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "พวกเราก็จะไม่ยอมอยู่เฉยๆ หรอก พวกเราจะเร่งบำเพ็ญเพียร ฝึกฝนวิชาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากมีโอกาส พวกเราจะหาทางบุกเข้าไปในมิติดันเจี้ยนเพื่อช่วยเจ้าให้ได้! เจ้าจงรอพวกเรานะ หลีเฮง!"

    "ใช่แล้ว! พวกเราจะไม่ยอมให้เจ้าต้องต่อสู้ตามลำพังเด็ดขาด!" เยี่ยหลัวอินเสริมด้วยความมุ่งมั่น

    หลีเฮงยิ้มกว้างด้วยความซาบซึ้งใจ "ขอบคุณมากนะทุกคน ข้ารักพวกเจ้าที่สุดเลย!"

    "ทว่า... การอยู่ในแดนลับปีศาจนานๆ เจ้าจะต้องขาดแคลนเสบียงและทรัพยากรแน่ๆ" จ้าวฉินซวงตั้งข้อสังเกต "มียาบาดเจ็บ ยาฟื้นฟูพลัง หรือของใช้จำเป็นอะไรที่เจ้าต้องการบ้างหรือไม่? น่าเสียดายที่เราส่งของไปให้เจ้าไม่ได้..."

    หลีเฮงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของหุ่นจำแลงจะเบิกกว้างขึ้นราวกับนึกอะไรออก "เดี๋ยวก่อนนะ! ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้! ตอนที่ข้าสร้างหุ่นเทพจำแลงตัวนี้ ข้าได้ผสาน 'กระเป๋ามิติมาร' ขนาดเล็กเข้าไปในแกนกลางของมันด้วย ซึ่งกระเป๋ามิตินี้มันเชื่อมโยงกับกระเป๋ามิติหลักในตัวข้า!"

    "เชื่อมโยงกัน? หมายความว่าอย่างไร?" กู่ชิงชิงถามด้วยความสนใจ

    "หมายความว่า... ถ้าพวกเจ้าใส่ของเข้าไปในช่องมิติของหุ่นจำแลงตัวนี้ ของเหล่านั้นก็อาจจะส่งตรงมาถึงข้าในแดนลับปีศาจได้น่ะสิ! มันคือระบบขนส่งข้ามมิติขนาดย่อมเลยล่ะ!" หลีเฮงตอบด้วยความตื่นเต้นสุดขีด

    "จริงหรือ!? ถ้าเช่นนั้นก็เยี่ยมไปเลย!" ไป๋ซือหนิงกระโดดโลดเต้น "ข้าจะส่งไก่ย่าง หมูตุ๋น และขนมกุ้ยฮวาไปให้ท่านเยอะๆ เลยเจ้าค่ะ!"

    "ช้าก่อนซือหนิง ของสดอาจจะเน่าเสียระหว่างทางในช่องมิติได้ เราควรเริ่มจากการส่งของที่จำเป็นและเก็บได้นานก่อน" หลินเสวี่ยเหยาเตือนสติอย่างรอบคอบ "หลีเฮง เจ้าเปิดช่องมิติของหุ่นจำแลงออกสิ พวกข้าจะลองส่งยาโอสถระดับสูงและผลึกปราณเข้าไปดู"

    หลีเฮงในร่างหุ่นพยักหน้า เขาร่ายรำสัญลักษณ์มือด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้น บริเวณหน้าอกของหุ่นจำแลงก็ปรากฏรอยแยกของมิติขนาดเท่ากำปั้น เปล่งแสงสีม่วงอ่อนๆ ออกมา

    เยี่ยหลัวอินหยิบขวดยาโอสถฟื้นฟูระดับเก้า ซึ่งเป็นของล้ำค่าที่พกติดตัวไว้ ออกมาสองขวด แล้วค่อยๆ หย่อนลงไปในรอยแยกมิตินั้น ขวดยาหายวับไปในแสงสีม่วงทันที

    ณ แดนลับปีศาจอันไกลโพ้น...

    หลีเฮงตัวจริงที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหิน รีบเปิดกระเป๋ามิติของตนเองออกดู ทันใดนั้น แสงสีม่วงก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับขวดยาโอสถระดับเก้าสองขวดที่กลิ้งตกลงมาบนฝ่ามือของเขา!

    "เฮ้ย! มาจริงๆ ด้วย! ฮ่าๆๆๆ! สำเร็จแล้ว!" หลีเฮงร้องลั่นด้วยความดีใจ จนลูกน้องปีศาจที่กำลังแบกหินสร้างค่ายกลอยู่รอบๆ ถึงกับสะดุ้งตกใจ

    เขาหลับตาลงและส่งกระแสจิตผ่านระบบแชร์ประสาทสัมผัสกลับไปยังหุ่นจำแลงทันที

    "หลัวอิน! เสวี่ยเหยา! ข้าได้รับยาโอสถแล้ว! มันได้ผล! ระบบขนส่งข้ามแดนใช้งานได้จริง!" หุ่นจำแลงที่วังบุปผาหิมะร้องบอกอย่างตื่นเต้น

    "วิเศษมาก!" กู่ชิงชิงยิ้มกว้าง "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะมอบผลึกเหมันต์หมื่นปีให้เจ้าสิบก้อน มันจะช่วยป้องกันพิษไฟปีศาจและเสริมพลังปราณให้เจ้าได้อย่างดีเยี่ยม" นางสะบัดมือเบาๆ ผลึกสีฟ้าน้ำแข็งก็ลอยเข้าไปในช่องมิติอย่างรวดเร็ว

    "ข้าจะส่งยันต์คุ้มกันและตำราค่ายกลไปให้ด้วย เผื่อมันจะมีประโยชน์กับท่านหญิงเย่ในการสร้างค่ายกลเมืองย่อยนะเจ้าคะ" จ้าวฉินซวงหยิบม้วนตำราและยันต์สีทองออกมาส่งตามไป

    "ส่วนข้า... ข้าจะรีบไปทำเนื้อเค็มตากแห้งและเสบียงแห้งต่างๆ มาส่งให้ท่านพรุ่งนี้เช้าเลยเจ้าค่ะ!" ไป๋ซือหนิงประกาศอย่างมุ่งมั่น

    การค้นพบช่องทางขนส่งข้ามมิติครั้งนี้ ราวกับเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ไม่เพียงแต่จะช่วยสนับสนุนทรัพยากรให้หลีเฮงในการเอาชีวิตรอดและสร้างค่ายกลในแดนลับได้เท่านั้น แต่มันยังเป็นสายใยที่เชื่อมโยงความรักและความผูกพันของพวกเขาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    คืนนั้น สาวๆ ทั้งห้าต่างวุ่นวายกับการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันส่งสิ่งของจำเป็น ขนมนมเนย และแม้กระทั่งเสื้อผ้าชุดใหม่ ผ่านกระเป๋ามิติมารของหุ่นจำแลงไปให้หลีเฮงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยมีเสียงของชายหนุ่มคอยขอบคุณและหยอดคำหวานข้ามมิติกลับมาให้ชื่นใจตลอดทั้งคืน

    ท่ามกลางวิกฤตที่เลวร้าย พวกเขากลับค้นพบวิธีที่จะก้าวผ่านมันไปได้อย่างงดงาม ความรักที่ไร้พรมแดนและการสนับสนุนจากเหล่าภรรยาสาวผู้เพียบพร้อม กำลังจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เทพแมงดาสามารถฝ่าฟันอุปสรรคและพลิกผันโชคชะตากลับมาได้อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง!

    ---------------------------------------------------

    [ประเมินผลระบบเทพแมงดา ประจำตอน]
    * แต้มแมงดาที่ได้รับ: +2,000 แต้ม (จากค่าเสน่หาและปฏิกิริยาฟินจิกหมอนของบรรดาสาวๆ ที่พุ่งสูงปรี๊ดทะลุหลอด)
    * แต้มแมงดาคงเหลือ: 39,500 แต้ม (37,500 แต้ม + 2,000 แต้ม)
    * แต้มวิบัติสะสม: 41 แต้ม (+1 แต้ม จากความหน้าด้านในการหยอดคำหวานขณะตกอยู่ในอันตราย)
    * สถานะพิเศษ: 'เปิดเส้นทางสายไหมข้ามมิติ' (ปลดล็อกฟังก์ชั่นแลกเปลี่ยนสิ่งของผ่านหุ่นเทพจำแลง ใช้งานได้วันละ 5 ครั้ง)

    ---------------------------------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036