กู้ชิงเฉิงคัดแยกสมุนไพรเสร็จแล้วก็เหลือบมองโม่อวี้เฉิน“ฝ่าาจะมาเป็ผู้คุมงานหรือเพคะ?”
ในตอนนั้นโม่อวี้เฉินจึงละสายตาจากนาง เขาส่ายหน้า พลางเอ่ยว่า“การคัดแยกสมุนไพรยากยิ่งนัก องค์ชายเช่นข้าทำไม่เป็หรอก”
กู้ชิงเฉิงได้ยินดังนั้นก็พลันรู้สึกอัดอั้นเขานี่มันช่างเป็คนประเภทที่ชอบหาเื่ให้โดนลงโทษเสียจริง!
ในเมื่อทำไม่เป็เหตุใดจึงปล่อยให้นางสิ้นเปลืองน้ำลายสาธยายอยู่นานสองนานเช่นนี้เล่าเื่นี้ทำให้นางจึงเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา
นางจึงวางตะกร้าสมุนไพรในมือลงเดิมทีหลังมือของนางเคยมีรอยแผลถูกไฟไหม้สาหัสแน่นอนว่าสิ่งนี้เป็ผลจากน้ำมือของกู้ตงหลิง
ในตอนนั้นทั้งร่างกายนางใบหน้าและมือล้วนของนางล้วนมีรอยแผลถูกไฟไหม้หากไม่ใช่เพราะิญญาของนางนำพาชิปข้ามมิติมาด้วย ร่างกายนี้คงเปื่อยเน่าไปนานแล้ว
ทว่าในยามนี้นิ้วมือของนางขาวเนียนดุจหิมะไม่ปรากฏร่องรอยของการถูกไฟไหม้แม้แต่น้อย
ใบหน้าของนางถูกปิดบังด้วยผ้าแพรเผยให้เห็นเพียงคิ้ว ดวงตา และหน้าผากที่ขาวผ่อง จึงไม่อาจมองเห็นสิ่งผิดปกติใดๆ
โม่อวี้เฉินขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวในแววตาของเขากลับปรากฏความผิดหวังเล็กน้อยเพราะทุกครั้งที่เขาได้พูดคุยกับกู้ชิงเฉิงเขามักจะรู้สึกคุ้นเคยกับนางอย่างประหลาด
เมื่อวานนี้เขาตั้งใจให้เฟิงเจ๋อไปสืบเื่การตายของกู้ชิงเฉิงเมื่อหลายปีก่อนในตอนนั้นกู้ชิงเฉิงได้สิ้นใจในกองเพลิง เขาพยายามจะบุกเข้าไปช่วยชีวิตนางแต่ก็สายเกินไป จึงไม่สามารถช่วยนางออกมาได้
ตลอดหลายปีมานี้เขามักจะคิดถึงกู้ชิงเฉิงอยู่เสมอ แม้จะไม่มีความรักต่อกันการแต่งงานนั้นเป็เพียงกลลวง แม้กระทั่งการตั้งครรภ์ก็ถูกวางแผนทว่าอย่างไรเสียพวกเขาก็เคยเป็สามีภรรยากัน
เพลิงในวันนั้นรุนแรงยิ่งนักไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่เลย แต่เพราะไม่มีศพเขาจึงรู้สึกมาโดยตลอดว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ยิ่งเมื่อเห็นหมอเทวดากู้ผู้นี้ก็แซ่กู้เช่นกันอีกทั้งนางเองก็มีลูกน้อยวัยสี่ห้าขวบ… เขาจึงอดคิดไปไกลไม่ได้
“เมื่อใดเ้าจะรักษาพิษเหมันต์ให้ข้า?” โม่อวี้เฉินรู้สึกสับสนวุ่นวายในใจจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมา
“ข้ากำลังจัดเตรียมยาอยู่เพคะ” กู้ชิงเฉิงกำลังยุ่งอยู่กับการคัดแยกสมุนไพรจึงตอบกลับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา
ที่อันหยวนถังของนางมาถึงวันนี้ได้และมีผู้ติดตามที่ภักดีมากมายเพียงนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะความสามารถอันโดดเด่นของนางไม่ใช่เพราะความเก่งกาจในการต่อสู้ของนาง แต่เป็เพราะนางยึดมั่นในคำสัญญา
วาจาสัจหนึ่งคำประดุจทองพันตำลึง
เื่ใดที่นางรับปากไว้ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด นางก็จะทำให้สำเร็จลุล่วง
นางยังมีคุณสมบัติอีกประการหนึ่งคือการปกป้องคนของตนเองคนของนางไม่ว่าอย่างไรก็ต้องปกป้องให้ถึงที่สุด
โม่อวี้เฉินเหลือบมองนางอีกครั้งและลอบประเมินส่วนสูงของนาง รูปร่างของนางช่างคล้ายคลึงกับพระชายาของเขาเสียจริง
ในชั่วขณะนั้นเขาก็ไม่อาจบอกได้ว่ารู้สึกเช่นไร จึงได้แต่พยักหน้า
วันรุ่งขึ้นกู้ชิงเฉิงได้ต้มยาและนำไปให้โม่อวี้เฉินด้วยตนเอง “ฝ่าาทรงดื่มยานี้ก่อนเถิดเพคะ”
“แล้วอย่างไรต่อ?” โม่อวี้เฉินเลิกคิ้วขึ้นพลางถาม
แม้ว่าเขาจะรู้สึกคุ้นเคยกับสตรีตรงหน้าอีกทั้งรูปร่างและส่วนสูงยังตรงกับพระชายาของเขาทว่ามือคู่นั้นก็บ่งบอกทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดอะไรอีกในยามนี้น้ำเสียงที่เขาถามออกไปจึงเป็ไปอย่างสบายๆ
เมื่อได้ยินคำกล่าวของกู้ชิงเฉิงเขาก็รู้หลังจากนี้จะต้องมีขั้นตอนอื่นอีก
“ข้าจะทำการฝังเข็มให้ท่านด้วยตนเอง” กู้ชิงเฉิงเปลี่ยนเป็ชุดขาวนางสวมหมวกและถุงมือ เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งเท่านั้น
นางในชุดขาวไม่ได้โดดเด่นสะดุดตาเท่าในชุดแดงทว่ากลับดูสง่างามและสูงส่ง
โม่อวี้เฉินพยักหน้าเขาไม่ได้โต้แย้งใดๆ และดื่มยาจนหมดในรวดเดียว
เฟิงเจ๋อยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าเคร่งขรึมมือโอบกระบี่ไว้แน่น ราวกับเทพผู้พิทักษ์เฝ้าประตูท่าทางของเขาระมัดระวังเป็พิเศษ ไม่ใช่ว่าไม่ไว้วางใจอันหยวนถังทว่าดูราวกับกำลังระแวงสิ่งใดอยู่
จินซานมองแล้วรู้สึกประหลาดใจทว่ากู้ชิงเฉิงก็ให้จินซานจัดคนไปคุ้มกันอยู่ในเงามืดและปกป้องคุ้มกันเรือนแห่งนี้ไว้โดยรอบอีกทั้งยังกำชับจินซานว่าหากมีคนมาขอให้รักษา ให้อันอี้ฝานเป็ผู้ขัดขวางไว้
ในตอนที่กู้ชิงเฉิงได้อ่านนิยายเื่นี้ในเนื้อเื่ไม่ได้มีตอนที่โม่อวี้เฉินถูกพิษเหมันต์ทว่าเขากลับเคยได้รับาเ็สาหัสจากฮ่องเต้แห่งแคว้นหลิน
่เวลาและสถานการณ์คล้ายคลึงกับตอนนี้ยิ่งนักดังนั้นนางจึงต้องระมัดระวัง และห้ามประมาทโดยเด็ดขาด
“คนของพวกเขาอยู่ในเรือนทิศใต้!” กู้ไต้หันไปมองหลิวผิง“อย่าเพิ่งแตะต้องที่นั่น ส่วนคนอื่น... อย่าให้เหลือแม้แต่ผู้เดียว”
เมื่อคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ได้ยินว่าวันนี้จะทำการรักษาพิษเหมันต์ให้โม่อวี้เฉินนางก็พลันเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมาทันที
--------
ในด้านกู้ชิงเฉิงและโม่อวี้เฉินกู้ชิงเฉิงเริ่มลงเข็มแล้ว
พิษที่โม่อวี้เฉินได้รับนั้นฝังลึกเข้าไปในอวัยวะภายในเข็มเงินที่ดึงออกมาจึงเป็สีดำสนิท
ด้านข้างมีอ่างทองแดงวางอยู่ข้างๆภายในมีน้ำร้อน เข็มที่ถอนออกมาถูกโยนลงไปทีละเล่มไม่นานน้ำในอ่างพลันเปลี่ยนเป็สีดำในชั่วพริบตา
“จินซาน!” เมื่อลงเข็มครั้งแรกเสร็จแล้วกู้ชิงเฉิงก็เช็ดเหงื่อที่หน้าผากพลางะโเรียกออกไปด้านนอกทว่ากลับไม่มีผู้ใดตอบรับ
กู้ชิงเฉิงเหลือบมองโม่อวี้เฉินที่ยังคงหลับใหลหัวใจของนางก็จมดิ่งลงเล็กน้อย
นางจึงรีบผลักประตูออกไปจินซานก็ไม่อยู่ เฟิงเจ๋อก็หายไป ลานเรือนเองเงียบสงัดความเงียบนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก
กู้ชิงเฉิงมองไปยังลานเรือนฝั่งตะวันตกโดยไม่รู้ตัวแววตาของนางค่อยๆ มืดครึ้ม ความเ็าในดวงตาเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
นางกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวกู้ชิงเฉิงหันกลับไปมองโม่อวี้เฉิน ก่อนจะกัดฟัน และพุ่งทะยานออกไป
ในมือของนางปรากฏเข็มปักผ้าหลายเล่มซึ่งล้วนเคลือบด้วยยาพิษ
นางเป็เ้าของสวนหรูอี้การใช้พิษนับว่าเป็เื่ธรรมดายิ่งนัก
นางไม่คาดคิดเลยว่าในขณะที่นางกำลังลงเข็มรักษาพิษเหมันต์ให้โม่อวี้เฉินกู้ตงหลิงจะกล้าลงมือกับอันหยวนถัง
“รนหาที่ตายยิ่งนัก!” กู้ชิงเฉิงแผ่ไอสังหารออกมาทั่วกายดวงตาฉายแววฆ่าฟันอันคมกริบ ครั้งนี้ นางจะต้องสังหารกู้ตงหลิงให้จงได้!
หากไม่สังหารกู้ตงหลิงให้สิ้นซากความโกรธในใจของนางย่อมไม่อาจสงบลงได้กู้ชิงเฉิงเคยให้โอกาสกู้ตงหลิงได้มีชีวิตรอดแล้ว แต่นางกลับไม่้ามันเอง!
ทว่าเมื่อกู้ชิงเฉิงเห็นสภาพของลานเรือนทิศเหนือนางก็พลันตกตะลึง
ขณะนั้นกระบี่ของเฟิงเจ๋อกำลังพาดอยู่ที่ลำคอของหลิวผิงเพื่อบีบบังคับให้ทหารตระกูลไป๋ถอยร่น ใบหน้าและร่างกายของเฟิงเจ๋อเปื้อนเืดวงตาของเขาแดงก่ำ
จินซานเองก็ได้รับาเ็ขณะนี้เขากำลังปกป้องอันอี้ฝาน เสี่ยวโต่วจื่อและเด็กรับใช้อีกหลายคนใบหน้ามืดครึ้ม สายตาเต็มไปด้วยความชิงชังอันเย็นเยียบ
ทางฝ่ายหลิวผิงเองก็ได้รับาเ็สาหัสเืท่วมกาย ใบหน้าบิดเบี้ยว เมื่อเห็นกู้ชิงเฉิงเดินเข้ามาดวงตาของเขาก็พลันเย็นะเื “ทหาร!สังหารหญิงแพศยาผู้นี้ซะ นางเป็คนทำร้ายคุณหนูใหญ่!”
“ผู้ใดบังอาจ!” เฟิงเจ๋อกำกระบี่แน่นพลางตวาดเสียงเย็น “ใครกล้าขยับแม้แต่น้อย!ข้าจะเอาชีวิตผู้นั้น!” เขาได้รับคำสั่งจากองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินให้ยับยั้งหลิวผิง
แม้เขาจะไม่รู้จักหลิวผิงดีนักแต่ใน่เวลานี้ เขาก็ได้รู้จักกู้ตงหลิงเป็อย่างดีแล้วเขารู้ว่าสตรีผู้นี้ไร้ซึ่งคุณธรรมใดๆ และสามารถทำได้ทุกสิ่งอย่างโดยไม่เลือกวิธี
“ไม่ต้องสนใจข้า!” หลิวผิงะโเสียงดัง “พวกเ้าลงมือกับเมืองอี๋สุ่ยไปแล้ว ต่อให้กลับไปก็ไม่มีทางรอดชีวิต!”
หลิวผิงไม่คาดคิดเลยว่าเมืองอี๋สุ่ยจะมีบุคคลที่พวกเขาไม่อาจล่วงเกินได้ดังนั้น เมื่อได้ลงมือไปแล้ว ก็จำต้องกวาดล้างให้สิ้นทุกอย่าง
แต่ตอนนี้เฟิงเจ๋อกลับปกป้องผู้คนของอันหยวนถัง ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว
กู้ชิงเฉิงรู้ว่าคงเป็เพราะตัวตนของเกอจวิ้นถูกเปิดเผยหลิวผิงจึงบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ เขามุ่งมั่นที่จะกวาดล้างเมืองอี๋สุ่ยเพื่อปกป้องตนเองและกู้ตงหลิง
“เ้าคิดว่า พวกเ้าจะกลับไปได้หรือ?” กู้ชิงเฉิงปรากฏตัวเบื้องหน้าหลิวผิงแววตาของนางเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟันอันลุ่มลึก
ชุดสีขาวของนางดูอ่อนโยนยิ่งนักทว่าคำพูดที่เอ่ยออกมากลับทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวสะท้าน และหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว
“ท่านหมอกู้ องค์รัชทายาท...” เฟิงเจ๋อก็กระวนกระวายใจเช่นกัน
“เขาไม่เป็อันใดหรอก” กู้ชิงเฉิงมองไปยังทหารตระกูลไป๋ที่ถือกระบี่คมกริบแต่ละคนล้วนเต็มไปด้วยจิตสังหาร นางรู้สึกโกรธเคืองถึงขีดสุด พลางตวาดเสียงเย็น“พวกเ้ากินข้าวจากราชสำนักเหตุใดจึงได้ทุ่มเทเพื่อสตรีแซ่กู้เช่นนี้? ในสายตาของพวกเ้าตระกูลกู้สำคัญกว่าราชวงศ์กระนั้นหรือ?”
เมื่อคำกล่าวนี้หลุดออกมาหลิวผิงก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ หากเป็เช่นนี้ ไม่เพียงแต่กู้ตงหลิงจะต้องจบสิ้นตระกูลกู้ทั้งหมดก็จะต้องได้รับผลกระทบไปด้วย
กองทัพนี้ถูกหลิวผิงแอบนำออกมาโดยคิดจะกวาดล้างเมืองอี๋สุ่ยไม่ให้เหลือรอด เพื่อปกปิดเื่ราวทั้งหมด
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะคิดง่ายไปแล้ว เมืองอี๋สุ่ยนี้ไม่ใช่ที่ที่เขาจะสามารถยุ่งเกี่ยวได้