กึนซองเปิดประตูห้องทิ้งไว้ เพื่อการเข้าออกที่สะดวก ระหว่างเขากับห้องคนป่วย หญิงวัยกลางคนเข้ามายืนอยู่ข้างเตียง ชายหนุ่มนอนควำหน้าหลับสนิทคงเพลียมากเห็นแล้วน่าสงสาร นางรำพึงเบาๆปลุกดีหรือไม่ปลุกดี แต่เขาสั่งนักสั่งหนาให้ตามเขาได้ทุกวินาที จึงเอื้อมมือไปแตะที่หลังเบาๆ
“คุณชาย..คุณชายคะ ”ชายหนุ่มผงกศรีษะขึ้นทันทีทันใด ครั้นเห็นเป็หญิงแม่บ้านจึงรีบลุกขึ้นนั่ง
“ มีอะไรรึ ? ”
“ คุณผู้หญิงจะให้ดิฉันทำอะไรเกี่ยวกับยาสักอย่าง ดิฉันกลัวยากลัวเข็ม จึงมาปลุกคุณชายนี่แหละค่ะ ”
“ ดีแล้ว อย่าตัดสินใจอะไรเอง เดี๋ยวขอล้างหน้าแป๊บนึง” หญิงแม่บ้านตัดสินใจยืนรอ ออกไปพร้อมจ้าวนายดีกว่า ให้คุณชายเดินหน้านางเดินตามหลัง
“ มีอะไรเหรอมนต์ตรา” เขาถามเสียงอบอุ่น หญิงสาวกวักมือเรียก ตอนนี้เธอนั่งพิงหัวเตียงมีหมอนรองหลังอยู่
“ ฉันเวียนหัวบ้านหมุนน่ะ พิจารณาแล้วจะต้องพึ่งยาฉีดแล้วล่ะไม่งั้นเอาไม่อยู่แน่ และฉันมีเรียนตอนบ่ายด้วยฉันไม่อยากขาดเรียน คุณช่วยดอร์ยาให้ฉันหน่อยสิ ฉันไม่มีแรงหักคอแอมป์ยา ”
เธอทำท่าให้ดู เขาเข้าใจรับมา เธอบอกให้เขาใช้ผ้าจับเพราะหักไม่ดีมันจะบาดมือได้ในคนที่ไม่ชำนาญ เธอสอนให้เขาดอร์ยา เปลี่ยนเข็มดอร์ยาที่เป็เข็มเบอร์ใหญ่ ให้เป็เบอร์เล็กสำหรับเตรียมฉีด เตรียมสำลีแอลกอฮอล์ ทั้งๆที่เขาอยากรู้ว่าเธอจะฉีดเข้าตัวเองยังไง ก็เก็บความอยากรู้ไว้ก่อน เขาคุกเข่าลงข้างเตียง คุณแม่บ้านทำตาม มองดูตาปริบๆ สงสัยจังเล๊ยว่าจะฉีดยังไง ?
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองทั้งสองคนด้วยแววตาเป็คำถามว่า..นี่จะดูฉันฉีดยาตัวเองจริงๆเหรอ? กึนซองยักไหล่ ทำนองว่าก็ทำไปสิแต่ฉันจะไม่ไปไหน จะดูจนกว่าเธอจะเสร็จ มนต์ตราถอนหายใจเบาๆทำนอง..ดูแน่นะแล้วอย่าลุกหนีไปล่ะ..
เธอถลกขากางเกงนอนที่คุณแม่บ้านเปลี่ยนไว้ให้ั้แ่เมื่อคืน ดึงขึ้นมาสูงจนถึงขอบกางเกงใน..นั่นไงบอกแล้วอย่าลุกหนี..เธอคิดในใจ สองชายหญิงต่างวัยเบือนหน้าออกพร้อมๆกัน หญิงสาวหัวเราะ หึ..หึ..ใช้สำลีแอลกอฮอล์เช็ดต้นขาตัวเอง
“ กึนซอง ”
“ ครับ
“ หันหน้ามา คุณต้องดูและจำ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินขึ้นฉันไม่ได้สติ
สะตังคุณจะได้ทำได้ อย่ากลัว นี่เข็มเล็กนิดเดียว ไม่ใช่มีดสปาร์ต้าสักหน่อย” ชายหนุ่มและหญิงแม่บ้านค่อยๆหันหน้ามาช้าๆราวกับนัดกันไว้
“ เห็นมั๊ย เข็มนี้เล็กและสั้นเขาผลิตมาเพื่อให้คนที่ไม่ชำนาญหรือไม่เคยฉีดทำได้โดยไม่ทิ่มไปถึงกระดูก หรืออวัยวะภายในที่สำคัญ ใช้สำลีแอลกอฮอล์เช็ดเป็รูปวงกลมอย่างนี้วนไป เอามือพัดๆให้แห้งก่อน จับเข็มฉีดยาแบบนี้ไล่แอร์ก่อน บางที่ตอนที่เราดูดยาเข้ากระบอกฉีดอาจมีอากาศหลงเข้าไปต้องไล่ออกก่อนเสมอ แล้วจิ้มลงไปที่หน้าขาแบบนี้ ดึงเข็มฉีดยาขึ้นมานิดนึงแล้วค่อยๆputลงไปช้าๆ พอยาหมดดึงเข็มออก แล้วเอาสำลีกดไว้นิ่งๆอย่าขยี้ แล้วสักพักค่อยเอาออก
“ ตอนคุณฉีดให้ผมทำไมฉีดเข้าสะโพกล่ะ ”
“ ถ้าคุณเป็พยาบาลฉันก็จะให้คุณฉีดเข้าสะโพกเช่นกัน แต่นี่ฉันต้องฉีดให้ตัวเอง จุดที่ถนัดที่สุดก็คือ..หน้าขา..เข้าใจยัง ?
ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกๆเป็เชิงเข้าใจ หญิงสาวค่อยๆเลื่อนตัวลงเตรียมนอนพักต่อ คนยังไมหายกลัวเข็มตรงเข้าช่วย จัดให้หล่อนนอนในท่าที่สบายที่สุด ยกผ้าขึ้นคลุมที่หน้าอกให้ นั่งกอดเข่ามองอยู่จนหล่อนหลับไป หญิงแม่บ้านยกข้าวของลงไปข้างล่างหมดแล้ว เสียงโทรศัพท์ดังมาจากห้องนอนของเขา ชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า
“ ฮัลโหล..มิสเตอร์คิม คุณลืมคิวงานวันนี้รึป่าว ? ”
“ ตายห่า! ”เขาสบถเสียงดัง
“ พอดีผมไม่ค่อยสบายน่ะ กินยาแล้วเผลอหลับไป จะรีบไปเดี๋ยวนี้ ”
เขาสั่งให้แทอันขับรถให้ เพราะเขาเพลียและง่วงมากจึงนั่งหลับไปตลอดทาง สี่โมงเย็นเขาโทรกลับมาถามอาการคนป่วยที่บ้าน
“ ห๊า.า.า.ไปเรียน..ไปยังไง แทอันมากับฉัน ”เขาว๊ากลั่น
“ ขับไปเองค่ะ ”
“ ขับไปเอง ขับรถไปเอง เวียนหัวบ้านหมุนเนี่ยนะขับรถไปเอง ยัยนี่บ้าใหญ่แล้ว เขาบอกมั๊ยว่าเลิกเรียนกี่โมง ”เขาถามเสียงห้วนไม่รู้ตัวว่าอารมณ์เสียเพราะอะไร
“ ก่อนคุณชายโทรมาสักสิบนาที คุณผู้หญิงบอกว่าไม่ต้องเตรียมอาหารเย็น เธอมีเคสผ่าตัดต่อคงจะเสร็จประมาณสามทุ่มค่ะ
”คุณแม่บ้านรายงาน ชายหนุ่มวางหู
“ เออ..ดี..เราพยาบาลแทบตายไม่บอกเรา บอกแต่แม่บ้านซี๊กันจริงนะ ” เขานึกอิจฉาแม่บ้านอยู่ในใจ..จะบ้าละมังเราคิดไปเรื่อย..ยังไม่หยุดรำพึงรำพัน เดินไปหาผู้กำกับ
“ ผมขอถ่ายถึงสามทุ่มนะ ไม่ค่อยสบายน่ะ อยากพัก ”
“ อ้าว! เป็อะไร ไปหาหมอหน่อยมั๊ย ”ผู้กำกับถาม
“ เดี๋ยวเลิกกองแล้วจะไปหาหมอที่…เขาเอ่ยชื่อโรงพยาบาลที่มนต์ตราทำงานอยู่ เขาไม่ได้โกหกนี่ก็เขาไปหาหมอจริงๆนี่นา
เขาให้แทอันจอดรถที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล
“ แทอัน โทรเข้ามือถือของคุณหมอ บอกฉันรออยู่เราจะกลับบ้านพร้อมกัน ”เขาสั่ง
“ ถ้าคุณหมอยังผ่าตัดไม่เสร็จล่ะครับ ”
“ บอกฉันรออยู่ที่รถ ”เสียงแข็งทันที ”
“ ครับๆ จ้าวนาย ”
มนต์ตรารับโทรศัพท์ เตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ถอนหายใจดัง..เฮ้อ.อ.อ เพื่อนหมอที่เข้าเคสด้วยกันหันมามอง เป็หมอผู้ชายรุ่นน้องที่แอบปลื้มเธออยู่
“ เหนื่อยเหรอครับพี่ ”
“ อ่อ..เปล่า..เปล่าจ้ะ เหนื่อยใจน่ะ ”
“ ใครหนอ..ทำให้พี่เหนื่อยใจ ไปหาอะไรดื่มที่ดงแฮกันมั๊ยครับ
รีแล็คสักหน่อย ” พอพูดถึงดื่มอ้วกจะพุ่งทันที หล่อนทำท่าผะอืดผะอม “ ไม่ละจ้ะ ขอบใจ พี่ไปล่ะ ”มนต์ตราเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก่อนจึงรีบออกมา หมอรุ่นน้องคนนี้เป็หมอสูตินารีเวชconsultเธอ ให้มาช่วยการผ่าตัดครั้งนี้ ดูๆแล้วก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เธอหารู้ไม่ว่า เ้าหมอชองอินนี่แหละที่อยากจะมีปัญหากับเธอ
กึนซองออกมายืนกอดอกพิงรถที่เธอขับมา ในใจกะจะต่อว่าเธอสักหน่อยที่ขับรถมาเอง ทั้งที่ยังไม่สบาย แต่เห็นท่าทางที่เธอเดินหอบเสื้อกาวน์กระปลกกระเปลี้ยออกมาแล้ว ใจที่คิดจะโกรธกลับกลายเป็รีบวิ่งไปรับเสื้อออกจากอ้อมแขนเธอเอาพาดบ่าตัวเองไว้โอบประคองเธอมาที่รถ ซึ่งแทอันยืนรออยู่
“ ขอกุญแจให้ผมเถอะครับคุณหมอ เดี๋ยวผมขับกลับบ้านเอง ”
มนต์ตราควักลูกกุญแจส่งให้ ชายหนุ่มดูแลเธอให้นั่งให้เรียบร้อย คาดเข็มขัดนิรภัยให้ ปรับเบาะเอนให้ จึงอ้อมมาประจำที่คนขับ ดีนะที่วันนี้แทอันเอารถคันนี้มาเพราะเป็รถคันใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ ในเกาหลีมีรถยี่ห้อนี้ไม่กี่คัน รถวิ่งได้นิ่มมาก เขาเหลียวมาดูหญิงสาวบ่อยครั้ง พบว่าเธอนั่งหลับตาพริ้ม หลับหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ดูจาก่จังหวะหายใจสม่ำเสมอก็น่าจะหลับ ขณะรถติดไฟแดงจึงเอื้อมมือมาแตะผน้าผากเธอ
“ อือ..ตัวเย็นนี่นะ หรือว่าเวียนหัวอีก” เขาถามขึ้นเบาๆ..เงียบ
“ ตัวน้อย เวียนหัวอีกรึป่าว หือ? ”
“ นิดหน่อย..หิวข้าว ”
“ ต่อไปผมจะให้คนที่บ้านมาส่งปิ่นโต อย่า..อย่ามีปัญหากับผม
เขารีบพูดเมื่เห็นมนต์ตราขยับปาก
“ ใครบอกจะมีปัญหาเล๊า จะขอบใจต่างหาก ”
“ อ้าว! ทุกทีเห็นไม่เคยยอม ”
“ ติดใจฝีมือคุณแม่บ้านน่ะ อร่อย แล้วก็สะอาดด้วย จะบอกให้เธอใส่กล่องให้ติดไปกินที่โรงพยาบาลก็เกรงใจ ” เธอพูดอ่อยๆเอียงคอมอง ไม่รู้เกรงใจใครระหว่างคุณแม่บ้านกับกึนซอง
“ ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะ สุขภาพเป็สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากๆ ไม่ต้องใส่กล่องหรอก กว่าจะได้กินก็เย็นชืดพอดี เดี๋ยวให้ทำร้อนๆส่งให้มื้อต่อมื้อเลย ”
“ อูย.ย.ย กึนซองมันเยอะไปหรือป่าว ”
“ ไม่หรอกสำหรับคุณ ไม่มีคำว่ามากไป ผมเต็มใจ” ว่าแล้วเขาจึงโทรหาแม่บ้านบอกให้เตรียมอาหารไว้ให้คุณผู้หญิง
“ ตอนนี้เธอหิวจัด จะฟัดฉันอยู่แล้ว ”เขาต่อท้ายแกล้งยั่วคนหายป่วย มนต์ตราหลิ่วตาดูเขาแล้วแลบลิ้นให้เป็กิริยาที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็น
“ คุณมีวันหยุดติดต่อกันบอกผมนะ จะพาไปสกีรีสอร์ต อุตส่าห์ซื้อเสื้อผ้าเตรียมไว้ ”
“ ฮื่อ..แล้วจะบอก ”หล่อนรับปากง่ายๆ และเป็การคุยกันครั้งสุดท้ายเพราะเธอคอพับคออ่อนไปกับเบาะรถแล้ว
สมาร์ทโทรหาเธอทุกวันๆละสามเวลา จนญิงสาวต้องขอร้องว่า
“ เยอะไปนะไอ้หล่อ กูไม่เป็อันเรียนแล้ว ตกลงมึงมาเลยม่ะ มาเรียนคู่กะกูเลย ”นั่นแหละชายหนุ่มจึงเว้นระยะห่างบ้าง นั่นเพราะถ้าเขารู้ว่ามนต์ตราเปลี่ยนไป เธอจะพูดเพราะขึ้นพูดจาดีขึ้น แต่ถ้าแบบนี้แสดงว่าเธอเหมือนเดิม
“ เราจะบินไปเยี่ยมนะ เอานางชะนีสองตัวไปด้วย ”เขารู้ว่าเธอจะไม่ขัดถ้ามีเพื่อนๆ้ามาเยี่ยมหาเธอ
ในวันหนึ่งขณะที่นั่งรับประทานอาหารมื้อเย็นร่วมกันอยู่ เธอเลิกเรียนเร็ว เขาก็เลิกกองเร็ว แต่เขามีแขกติดตามมาด้วย ตัวติดกันเป็ตังเมเลยทีเดียว ดวงอะไรจะขนาดนี้ เขาและเธอไม่เคยโทรหากันเลย ชายหนุ่มโดนออดอ้อนจากเพื่อนแก้เหงาแบบขัดไม่ได้..ขอแค่มากินข้าวมื้อเย็นที่บ้าน..ทำไมต้องเป็ที่บ้านด้วยว๊ะ
เขาหงุดหงิด นึกภาวนาว่าขอให้มนต์ตราเลิกงาน สี่ทุ่ม ห้าทุ่มอ่ะเที่ยงคืนเลยก็ได้ ดวงคนมันจะซวย พอเขาจอดรถพรืด ลงจากรถมา ลีฮันนาวิ่งมาคล้องแขน รถของแทอันก็จอดพรืดต่อท้าย คุณแม่บ้านกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมารับกระเป๋า หนังสือเสื้อกาวน์ หอบไว้เต็มอ้อมแขน ลีฮันนานางแบบสาว เปรี้ยว เฉี่ยว รู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย หลี่ตามองดูมนต์ตราั้แ่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัว ข่าวลือที่เธอได้ยินมาว่าพระเอกหนุ่มซุกสาวไว้ในบ้านเป็เื่จริงหรือนี่
“ เบบี๊ จะไม่แนะนำหน่อยเหรอคะ ”
“ นั่น.. แพทย์หญิงมนต์ตราจากเมืองไทย มาทำด็อกเตอร์ด้านศัลยกรรมที่นี่สองปี ” หญิงสาวทั้งสองััมือกัน ลีฮันนาสูงมาก 180อัพพอๆกับกึนซอง เลยทำให้หมอมนต์กลายเป็ตุ๊กตาตัวน้อยๆ แต่เป็ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบชั้นดีเนื้อละเอียด คุณแม่บ้านแอบเอาใจช่วย จึงแกล้งเอ่ยดังๆว่า
“ คุณผู้หญิงกลับเร็ววันนี้ เธอเตรียมจะมาทำอาหารพิเศษให้คุณชายน่ะค่ะ ”
“ ฮ๊ะ! ..เหรอ ฉันเหรอ? มนต์ตรา..งง..เอานิ้วชี้ไปที่หน้าอกตัวเอง กึนซองลอบยิ้ม..เอาล่ะสิคุณแม่บ้านจะเล่นอะไรล่ะเนี่ย
“ ดีจริง คุณหมอทำอาหารไทยอร่อยนะ เดี๋ยวฮันน่าจะได้ชิม ”ชายหนุ่มช่วยเสริม
“ ฮันน่ามาวันนี้ตั้งใจมาชิมฝีมือคุณแม่บ้านนะคะ ไมได้มาเสียนานคิดถึ๊งคิดถึง ”เธอทำท่าโผจะเข้าไปกอดคุณแม่บ้านทั้งๆที่นางหอบของพะรุงพะรังอยู่ จึงแกล้งเอาขอบหนังสือเล่มโตกระแทกพุงเข้าให้ เป็เหตุให้นางแบบสาวเข้าไม่ถึงตัวหน้าเจื่อนไป
“เดี๋ยวเราไปนั่งเล่นริมสระน้ำกันก่อนเถอะ อาหารพร้อมให้เด็กไปตามละกัน ”ชายหนุ่มชวน เพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น
พระเอกหนุ่มหล่อ กับ นางแบบสาวสวยเดินเคียงคู่กันไป
กึนซองเอามือจกกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง แต่สาวเ้าก็ยังอุตส่าห์เอาแขนคล้องเข้ามาจนได้
“ คุณไม่เห็นบอกเื่ผู้หญิงคนนั้น ”
“ ก้อ..ไม่เห็นต้องบอก บ้านผมจะให้ใครพักก็ได้ ”
“ กึนซอง คุณอย่าเ็ากับฉันขนาดนี้เลยนะ ”
“ ผมก็พูดคุยกับคุณตามปกติ ไม่มากไม่น้อยเกินไป คุณอยากมาบ้านผม ผมก็ให้มาไม่ได้ขัดอะไร ”
“ แต่มันไม่เหมือนเดิม ”
“ คุณรู้ ”
“ กึนซอง ฉันขอโทษ เรามาดีกันเหมือนเดิมเถอะนะ ”
“ ผมเหมือนเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่คุณ้ามากไปกว่าเดิมรึป่าว ”ชายหนุ่มพูดเบาๆ
“ คุณเืเย็นมากเลยนะ โหดร้ายกับฉันที่สุด ทำอย่างนี้ตบหน้าฉันดีกว่านะกึนซอง ”หล่อนพูดอย่างเกรี้ยวกราด
“ คิดให้ดีๆนะฮันน่า เป็เพราะผมไม่เคยแสดงความเ็ปออกมาเมื่อผมถูกกระทำ มันจึงทำให้คุณคิดว่าผมไม่มีความรู้สึกอะไรเมื่อคุณผละจากผมไปหาคนที่เขารวยกว่าดีกว่าผมทุกอย่าง แล้วเมื่อคุณทำไม่สำเร็จ คุณก็กลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฮันน่าการไม่แสดงออกของผมไม่ได้หมายความว่าผมเจ็บไม่เป็ ความสัมพันธ์ของเราลึกซึ้งแค่ไหน ผมคิดว่า..ผมลืมมันไปหมดแล้ว ”
“ กึนซอง..เพราะนังตุ๊กตาบาร์บี้นั่นใช่มั๊ย ที่ทำให้คุณเป็อย่างนี้
หลงมันหัวปักหัวปำ ”
“ หยุดนะ! ถ้าเธอหมายถึงคุณหมอล่ะก้อ กรุณาให้เกียรติเธอด้วย ”
เขาเสียงดังเข้าใส่บ้าง ลีฮันนารู้ว่าคนอย่างกึนซองใช้น้ำร้อนไม่ได้เขาจะไม่มีวันยอมเด็ดขาด เธอจึงยอมสงบลง
“ คุณให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นฉันคนเดียว ”เธอพูดพลางสะอึกสะอื้น
“ ลีฮันนา คุณก็เคยได้รับเกียรตินั้นนี่นะ แล้วคุณเอาไปวางไว้ที่ไหนเสียล่ะ ” ทั้งสองโต้ตอบกันอย่างดุเดือด เขาต้องมีเบื้องลึกเื้ักันอยู่แน่ๆ นี่ฉันไม่ควรรับอาสามาตามไปกินข้าวเลย แต่ไหนๆก็ไหนๆเถอะ ก็ได้ยินหมดแล้วนี่ ก็..เรียกเถอะ มนต์ตราปลอบใจตัวเองเบาๆ เพราะเธอไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทมาแอบฟัง เท้ามันดันพาเธอเดินมาทางนี้พอดี
“ คุณคิม คุณลี โต๊ะอาหารพร้อมแล้วค่ะ ”ชายหนุ่มหันกลับมารับคำ แต่ลีฮันนายังยืนคอแข็งอยู่ กึนซองจึงเข้าไปกระซิบใกล้ๆ”
“ ฮันน่า อย่าเสียมารยาท ”
“ อ๋อ..ได้ซี๊ ในเมื่อฉันไม่ได้ นังบาร์บี้นั่นก็ต้องไม่ได้เช่นกัน ฉันจะทำให้มันกลับเมืองไทยไม่ทันเลย..เธอคิดในใจ อย่างรวดเร็วโดยที่กึนซองยังไม่ทันตั้งตัว ลีฮันนาเดินมาชิดและโอบเอวไปทันที
“ อะไรของเธอ ”เขากัดฟันถามแบบไม่ขยับปาก
“ คู่รักสุดหวาน คู่ที่เหมาะสมที่สุดในรอบปีไงคะที่รัก ”เธอพูดเสียงดังจงใจให้มนต์ตราได้ยิน
“ คุณหมอเห็นด้วยมั๊ยคะ ”เธอวกมาฉกมนต์ตรา
“ เอ้อ..มังคะ ”เธอตอบแล้วเดินจ้ำอ้าวๆออกหน้าไป ลีฮันนาหัวเราะเสียงดังตามหลัง
“ น่าเกลียดจริง ”ชายหนุ่มสะบัดตัวหลุดจากการแกล้งกอดของเธอแล้วเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
ที่โต๊ะอาหารมื้อนั้น กึนซองบงการให้คุณแม่บ้านร่วมนั่งรับประทานอาหารด้วย ทำนองด่าทางอ้อมว่าผู้หญิงอย่างเธอต้องร่วมโต๊ะกับคนรับใช้ ลีฮันนาหน้าตึง เธอจะทนไม่ได้เลยที่คนระดับนี้มานั่งร่วมโต๊ะกับเธอ จึงแกล้งบอกว่ามีงานด่วนเข้ามาขอให้คนขับรถไปส่งเธอก่อน
“ ได้สิ ”กึนซองว่า
“ คุณแม่บ้านส่งแขกแทนฉันที ”
“ ได้ค่ะ คุณชาย ” มนต์ตราทำท่าจะลุกขึ้นยืนส่ง แต่กึนซองดึงข้อมือไว้ ทำนองว่า..ไม่ต้อง..
“ ม่ะ..ตัวเล็กมากินกันเถอะผมหิวแย่แล้ว ไหนของพิเศษผม ”สุดจะทานทน ลีฮันนาเดินลงส้นเท้าตึงๆ ออกจากบ้านไป
มนต์ตราไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร ยังคงทำหน้าที่ของเธอต่อไปอย่างปกติ แฟนเค้าทะเลาะกันเดี๋ยวก็ดีกันเป็ธรรมดา
“ ไหนว่าจะทำอาหารไทยให้ผม อุตส่าห์คุยอวดแขกให้ ”
“ คุณก็บ้าบออะไรกันก็ไม่รู้ ”เธอบ่นพึมพำทำปากยื่น..เช๊อะ..
“ เอาล่ะๆ ไม่ต้องทำปากยื่นหรอก ”เขาลอบยิ้มแค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าคุณแม่บ้านเชียร์ใคร
“ วันนี้ทำไมกลับแต่วัน..หือ ”เขาถาม
“ แหม! ในหนึ่งสัปดาห์ให้มีสักวันเหอะที่เป็ของฉันบ้าง ”
“ คืนนี้ดูหนังกันมั๊ย ”
“ ฮ๊ะ..ที่ไหนเหรอ ?
“ที่นี่แหละ..โฮมเทียร์เตอร์ ”
“ อ๋อ..เอาสิ คุณมีโฮมเทียร์เตอร์ด้วยเหรอไม่ยักรู้ ”
“ มีซี๊ ”ชายหนุ่มเน้นเสียงสูง “ คุณอยู่บ้านผมมาตั้งนานไม่รู้เลยเหรอว่าบ้านผมมีห้องอะไรบ้าง ? ”
“ ฉันก็รู้จักแค่ห้องรับแขกข้างล่าง ห้องอาหาร ห้องฉันแล้วก็ห้องคุณ ไม่เคยเดินสำรวจจุ้นจ้านเลย ”เธอพูดตาใส
“ โถ..โถ..โถ..คุณหมอของผม เขาว่าโง่กับอัฉริยะนี่เฉียดกันนิดเดียวเองนะ ”
“ ว่าฉันเหรอ ”เธอ แว๊ดเข้าใส่ทันที พร้อมกับคว้าผักสดขว้างเข้าให้ กึนซองรับได้ เอาใส่ปากเฉย
คุณแม่บ้านนั่งยิ้ม นี่ถ้าเป็เมื่อก่อนแล้วใครทำอย่างนี้ บอกเลย..เจ็บตัวแน่ๆ นางดีใจที่คุณชายของนางใจเย็นขึ้นเยอะ พูดจาดีขึ้นยิ้มก็เป็หัวเราะฮ่าๆๆๆก็ได้ เฮ้อขอบคุณ์ที่ส่งสาวน้อยน่ารักน่าทะนุถนอมคนนี้มาให้ คุณชายรู้จักกลับบ้านมากขึ้น บ้านจะได้เป็บ้านซะที