คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอก ตอนที่ 19 คนกินคน
คงต้องปล่อยให้เป็หน้าที่ของโชคชะตาเป็คนกำหนด หากเป็เนื้อคู่สุดท้ายคงต้องวนกลับมาเจอกันอยู่ดีไม่ว่าจะห่างกายกันไกลขนาดไหน หากไม่ใช่ต่อให้ใกล้กันสุดท้ายต้องกลายเป็คนอื่นไกลแปลกหน้าไปในที่สุด
ค่ำคืนมาเยือนหลังเลิกงานกลุ่มของศรมีนัดไปเที่ยวหาหญิงสาวมาย้อมใจหลังจากทำงานหนักมาทั้งวันอีกทั้งยัง้าปลอบประโลมหัวใจชายหนุ่มสักบนหน้าหน้าด้วย
อาจเพราะมันทำตัวผิดแปลกไปจากปกติเลยต้องหาอะไรมากระตุ้นซักหน่อย
“รู้สึกเป็ยังไงบ้างสดชื่นไหม?”เพื่อนชายหัวแดงร้องถามขึ้นหลังจากได้พา ศรผู้เศร้าหมองตลอดทั้งบ่ายเข้าไปเล่นสนุกกับหญิงสาวมากมายหลายตา
เรียกได้ว่าแต่ละคนในกลุ่มเพื่อนออกมาพร้อมรอยยิ้มกันหมด
“ก็คงงั้นแหละ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก”ยกเว้นเพียงเ้าตัวคนเดียว ที่ทำราวกับกำลังแบกโลกทั้งใบบนบ่าทั้งสองช่างทำสีหน้าได้หดหู่จนทำให้ใครหลายคนเห็น
ล้วนหมดอารมณ์กันไปตาม ๆ กัน
“อะไร ฉันพาแกมาเที่ยวผู้หญิงยังรู้สึกไม่พออีกเหรอ?”มันแปลกประหลาด ชายที่ชื่นชอบในการออกเที่ยวไม่เคยสนอะไรนอกจากสิ่งตนเอง้า
ทำไมถึงได้ดูหมดอาลัยตายอยากแบบนี้
“ก็เปล่า ฉันแค่ไม่อยู่ในอารมณ์กระหายเข้าใจไหม?”ศรยิ้มแห้งเื่เกิดขึ้นตอนนี้มันพูดออกไปไม่ได้ในเมื่อพูดออกไปไม่ได้คงต้องเก็บมันเอาไว้ในใจต่อไป
ปล่อยให้เพื่อนพ้องคาดเดาเอาเองคงเป็การดีที่สุด
“หรือว่าเห็นน้องเอริ สุดรักไป รักคนอื่น แกเลยหึง?”
“หากแกเล่นประเด็นนั้น แกเองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”เพื่อนอีกคนเข้าร่วมวงด้วย
“ก็จริง นางฟ้าของพวกเราถูกไอ้หน้าหล่อแย่งไป น่าเสียดายวะ” หากไม่เป็เพราะว่าเบื้องหน้าเื้ัของเวนิสและเคย์มันใหญ่โตละก็พวกเขาคงะโเข้าไปร่วมวงแล้ว
ช่างน่าเสียดายมากที่ต้องปล่อยให้หล่อนหลุดลอดไปจากมือ
“เลิกพูดเื่พวกนี้เถอะ พูดทีไร ทำเอาฉันหมดอารมณ์ทุกทีเลย” หญิงสาวผู้งดงามมันไม่ได้หาง่ายดายแต่พอเจอก็ไม่อาจไขว่คว้ามาเป็ของตน
ราวกับ์กำลังกลั่นแกล้ง
“นายแน่ใจนะ ว่าไม่เป็อะไร” พูดโน้นพูดนี่มามากมายกลับมาประเด็นหลักเหมือนเดิม ทุกคนต่างหันมามองศรด้วยสายตาเป็ห่วง
ศรหัวเราะไหนจะปล่อยให้คนอื่นรับรู้ความลับ
“ยังไหวอยู่”
“...ได้ในเมื่อนายบอกอย่างนั้น ฉันก็จะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นแต่หากอยากได้ความช่วยเหลือเมื่อไหร่ก็บอกได้เลย ฉันพร้อมเสมอ”
“ฉันเองเหมือนกัน”
“จะไปมีเื่ขอให้บอก เื่ถนัดของฉันเลย”
“ขอบคุณ ปัญหามันไม่ได้ร้ายแรงขนาดต้องให้พวกนายออกหน้าให้หรอกนะ”กับไอ้ปีศาจนั้นต่อให้เป็คนทั้งกลุ่มคงไม่อาจทำให้มันหอบหายใจเหนื่อยอ่อนด้วยซ้ำ
เป็ไปได้อยู่ให้ห่างจากมันเป็การที่สุด
“เที่ยวหญิงเสร็จ ไปหาอะไรทำต่อดี”ที่เหลือเริ่มปรึกษาหาที่เที่ยวต่อ
“ดื่ม”
“พรุ่งนี้เรายังต้องทำงานอีกนะ”
“ช่างหัวงานมันดิวะ”
“...” ขณะที่ศรเกิดเหนื่อยอ่อนอยากพักผ่อนใจจะขาด
...ฉันอยากกลับบ้าน อยากนอนอยากตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ามันเป็เพียงความฝันหนึ่งตื่น
“ฉันขอตัวละ”
“กลับบ้านก็ระวังเนื้อระวังตัวด้วย” เหล่าเพื่อนฝูงหันมามองหน้ากันดูท่าการมาเที่ยวครั้งนี้จะไม่ประสบผลสำเร็จยังไม่อาจทำให้ชายหนุ่มร่างโตสักตามใบหน้า
กลับมาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังได้เลย
“อือ” ศรพยักหน้า
บอกกล่าวเสร็จสิ้นเ้าตัวเดินจากไปหายเข้าไปในความมืดทิ้งให้เหล่าเพื่อนฝูงมองตากันไปมา คล้ายกำลังต้องถามว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่
เสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาทำให้ศรเกิดรู้สึกรำคาญมันเลยเดินฉีกออกมาแล้วเลือกใช้เส้นทางอื่นแทนเป็เส้นทางเปลี่ยวลับและยังเป็เส้นทางที่ใกล้มากมันที่สุดอีกด้วย
ถามหาความอันตรายเหรอ? ใครบ้างอยากหาเื่ชายร่างโตสักตามใบหน้า
“พี่ชายรับน้ำผลไม้ไหม?”
“...”
“พี่ชาย!?”ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งเขาเอาไว้ได้
ศรเดินเข้าไปในตอกมืด ไร้ผู้คน สีหน้าราบเรียบเริ่มแปรเปลี่ยนไปกลายเป็เ็ปจนไม่อาจระงับได้ตราประทับกลืนกินกำลังสำแดงพลัง ทำให้มือเขามันร้อนคล้ายกับกำลังโดนเหล็กร้อนนาบ
หากแต่ความเจ็บที่มันส่งออกมายังไม่อยู่ในระดับอดกลั้นเอาไว้ไม่ไหว
“เจ็บเป็บ้าเลย” ศรจ้องมองมือตัวเอง
แววตามันคลั่งแค้นสุดหัวใจ
...เป็เพราะมัน เพราะมันคนเดียว ไอ้สารเลวหากมีโอกาสฉันจะฆ่าแก แน่นอน ทราเวียร์
“ตอนนี้ก็ยังเจ็บอยู่ เหมือนจะเจ็บมากขึ้นด้วย”ยิ่งคิดชั่วร้ายมากมายขนาดไหน ความเ็ปจากตราประทับกลืนกินก็จะเพิ่มพูนมากขึ้น
จนใบหน้าเขาตอนนี้อาบไปด้วยเหงื่อดวงตามันเบลอจนมองอะไรไม่เห็นเป็ชิ้นเป็อัน
“...” ขายังก้าวต่อไปเดินไปอย่างไม่รู้จบ
จนกระทั่งมาหยุดตรงหน้าชายเฒ่าผู้หนึ่งชายเฒ่าแต่งตัวประหลาดคล้ายนักรบโบราณกำลังนั่งกอดแท่งเหล็กชิ้นใหญ่ดวงตาทั้งสองปิดสนิท
หากปากยังคงอ้าโต้ตอบได้ไม่มีปัญหา
“พ่อหนุ่มน้อย เหมือนว่าเ้ากำลังมีเื่กลุ้มใจนะ”น้ำเสียงนุ่มลึกเต็มไปเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์กร้านโลกแม้ว่าจะเบาจนคนอื่นแทบไม่ได้ยิน
แต่กับศรมันได้ยินชัดเจนชัดจนเหมือนกับตาเฒ่าตรงเข้ากระซิบข้างหู
“ตาเฒ่า?” ศรหรี่ตามอง
คนแก่ไม่ควรคู่แก่ให้การสนใจ
…ฉันไม่มีเวลามายุ่งกับขอทาน
“ถอยออกไป”
“อย่าได้เ็ากับข้า” ต่อให้โดนท่าทีคุกคามจากชายรุ่นลูกชายเฒ่ายังคงนั่งกอดแท่งเหล็กต่อไปไม่มีท่าทีว่าจะลุกขึ้นยืนเขายังกล่าวสบายใจไปตามอารมณ์
ไม่เก็บสิ่งอื่นมาคิดเล็กคิดน้อย
“นานแล้วที่ไม่มีคนพบเจอกับข้าเห็นทีต้องต้อนรับแขกให้เต็มที่ซักหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าข้าทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ”ตาเฒ่ายิ้มออกมาเล็กน้อย
ก่อนหยิบเอาสิ่งหนึ่งขึ้นมามันคือกล่องเก่าแก่ที่ไม่ว่าจะมองจากภายนอกยังไง มันก็คือขยะหาค่าอะไรไม่ได้โดยเฉพาะกับคนปกติธรรมดาหัวสูงอย่างศร
เขาเพียงมองเหยียดหยามไม่ให้ค่า
“...” ก้าวเท้าเดินจากไป
โดยไม่สนใจอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ช่างเ็าอะไรแบบนี้
“พ่อหนุ่ม พ่อหนุ่มจะไปไหน” เสียงนุ่มลึกตรงเข้ามาในหัวสมองมันชวนให้รู้สึกหงุดหงิดเป็เท่าตัว แต่ไม่รู้ว่าทำไมพอเขาได้ยินเสียงตาเฒ่าเบื้องหน้า
ความเ็ปกำลังคืบคลานเข้ามาในร่างกายถึงได้หยุดชะงับ
...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ
“ฉันไม่คิดเสียเวลากับคนแก่ ถอยออกไป” เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือสติปัญญาของเขากำลังถูกกลืนกิน ดวงตาเริ่มมองอะไรไม่เห็นสภาพร่างกายเริ่มอ่อนแอจนแทบขยับไม่ได้
ข้าก็ยังพยายามก้าวเท้าต่อไปสัญชาตญาณกำลังบอกให้ศรออกจากพื้นที่ตรงนี้ให้รวดเร็วที่สุดไม่งั้นอาจต้องเสียใจไปตลอดชีวิตที่ไม่คิดก้าวหน้าต่อ
ตาเฒ่าเพียงถือกล่องโบราณไม่ได้ลุกขึ้น ไม่ได้แตกตื่นไม่ได้รีบร้อน
“หากเ้าก้าวเท้าเข้าไปด้านในโดยไม่คิดฟังคำเตือนจากข้าบางทีเ้าอาจจะต้องตกตายกลายเป็ศพ เ้าแน่ใจนะว่า้าที่จะก้าวเท้าเข้าไป” คำเตือนไม่อาจส่งผลกระทบจิตใจศรได้
สุดท้ายมันเป็เพียงคำกล่าวไร้สาระที่เขาไม่้าได้ยินมากที่สุดในเวลานี้
“...หุบปาก ฉันไม่ได้สั่งให้แกพูด เงียบ” ศรร้องะโเสียงดังไม่คิดฟังคำเตือนจากชายเฒ่า เขายังคงก้าวเท้าเดินหน้าต่อไป
เดินต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีหยุด
“...”
“หึ คนแก่ไร้ประโยชน์ ฉันจะทำอะไรมันก็เป็เื่ของฉันไม่ต้องเข้ามายุ่ง” ยังไม่วายหันหน้ากลับไปเยาะเย้ยอีกอาจด้วยเพราะโดนทราเวียร์เล่นงานมาหนักหน่วง
ไม่ว่าใครก็ตามหากเป็คนแปลกหน้าความคิดแรกปรากฏขึ้นในหัวสมองศรคือ เล่นแม่งเลย เอาให้หนักอย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาความเ็ป
ครั้งนั้นได้ลง
“คนหนุ่มช่างไร้หัวสมอง คิดอ่านไม่เป็” ตาเฒ่าถอนหายใจหมดหวัง หากคนหนุ่มไร้ความสามารถก็ไม่จำเป็ต้องไปเสียเวลาตักเตือน
ให้ประสบการณ์เป็ตัวสั่งสอนดูจะเป็การดีที่สุด
“...” คิดได้ตาเฒ่านิ่งสงบเหมือนเดิม
ราวกับขอทานไร้ญาติ ราวกับรูปปั้นหินแกร่ง
“ไม่ต้องตามคนหนุ่มเข้าไป ปล่อยให้เขาได้ใช้เวลาสุดท้ายของชีวิตด้านในนั้นเถอะ”ตาเฒ่ากล่าวขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าไม่มีใครล่วงรู้ว่าใครคือคนที่เขากำลังเอ่ยบอก
เสร็จสิ้นทุกอย่างตาเฒ่านั่งนิ่งต่อ
“พูดห่าเหวอะไรั้แ่เมื่อกี้ หรือว่าฉันต้องกระทืบมันมันถึงจะหยุดพูด” ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก ศร สบถออกมาไม่มีหยุดทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นรอบตัว
ล้วนกลายเป็สิ่งกระตุ้นให้เขาดุร้ายยิ่งขึ้น
“...” ยิ่งเดินเข้ามากมายเท่าไหร่ความผิดปกติจากเดิมยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจนทำให้เ้าตัวขมวดคิ้วแน่นเนื่องจากเหตุการณ์บางอย่างชวนให้ขนหัวลุก
มันได้เกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว
...คน หายไปไหน
“ทำไมถึงไม่มีคน”
“คนหายไปไหนกันหมด” แม้ว่าเส้นทางเขาเลือกใช้จะเป็เพียงตอกซอยเล็กปราศจากผู้คนแต่ปลายทางของมันคือถนนเส้นใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย
พร้อมกับร้านค้า ร้านอาหารเต็มไปหมดสองข้าง
“...” ตอนนี้กลับว่างเปล่าไร้ผู้คน
“เกิดเื่บ้าอะไรขึ้นอีกวะเนี่ย” ศรไม่กล้าก้าวเดินออกไปหลังจากโดนทราเวียร์ทรมาน ทรกรรมมานานนับเกือบชั่วโมงทำให้ความเชื่อที่ว่าเื่เหนือธรรมชาติมันเป็เพียงเื่หลอกเด็กกระเด็นหายออกไปจากหัว
ทั้งที่คิดว่าตัวเองคงไม่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกหากไม่เข้ามายุ่งกับทราเวียร์กลับกลายเป็ว่าต้องมาเจอมันอีกครั้ง แถมความรู้สึกไม่สบายใจ
ยังแพร่กระจายเต็มอก
...คน? ก็มีอยู่นี่ ทำไมตอนแรกฉันถึงไม่เห็น
“หรือฉันจะคิดไปเอง” ก่อนความคิดนั้นจะเริ่มสั่นคลอนเพราะสายตาเหลือบมองไปเห็นกลุ่มคนกำลังยืนมุงดูอะไรซักอย่าง ศรถอนหายใจได้สะดวก
รีบเดินเข้าไปสอบถามเพื่อว่าจะได้มันเกิดอะไรขึ้นกับถนนเส้นนี้
...ปิดซ้อม หรือว่ามีเทศกาลอะไรวะ คนถึงหายไปกันหมด
“เห้ย!!!” ตามแบบฉบับคนไร้มารยาทแสดงให้เห็นคำกล่าวทักขอความช่วยเหลืออีกฝ่ายไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่าถึงความนอบน้อม
แข็งกร้าวเต็มไปด้วยหยิ่งยโส
“นี่ มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ ทำไมคนแถวนี้มันถึงได้หายไปหมด” คำถามถูกส่งออกไปไม่อาจควบคุมน้ำเสียงได้เลยมีสั่นสะท้านให้เห็น
“...” สายตามันเหลือบไปเห็นสิ่งผิดแปลกเข้า
...เื ตรงแขนเสื้อ
“เขามีงานซ่อมถนนเหรอ? หรือว่ามีงานเทศกาล”ศรขมวดคิ้วก้าวถอยหลังไปอีกสองก้าวไม่คิดก้าวเข้าไปใกล้มากกว่านี้
คนโดนถามยังนิ่งเงียบก่อนปลดปล่อยเสียงผิดแปลกมนุษย์ขึ้นมา
“...กะกะกะกะกะกะ” ร่างเบื้องหันกลับมาหาหน้าเหมือนมนุษย์หมดทุกอย่างยกเว้นใบหน้า ใบหน้ามันแต่งแต้มด้วยปานสีดำขนาดใหญ่กัดกินไปทั่วใบหน้า
แววตากลายเป็สีดำทมิฬเผยความดุร้ายจนยากจะหาสิ่งใดเทียบเนื้อตัวเต็มไปด้วยเืมีแผลฉีกกระชากตามร่างกายจนไม่อาจเชื่อได้ว่าสามารถยื่นนิ่งเฉยปราศจากเสียงโหยหวน
“เห้ย!!!”
ตุบ!!!
“...” ศรล้มลงกับพื้นฉากตรงหน้ามันเกินกว่าคนปกติธรรมดาจะรับได้ไหว หัวสมองทำอะไรไม่ถูกหาคำตอบอะไรออกมาไม่ได้ และนั้นมันก็กลายเป็ช่องว่างให้
อีกฝ่ายลงมือโเี้
งับ!!!!
“อ๊ากกกกกกก!!!” กว่าจะรู้ตัวแขนข้างหนึ่งโดนกระชากดึงทั่วทั้งตัวเข้าไปโอบกอดอีกฝ่ายร่างมนุษย์ปานดำใช้ฟันอันแหลมคมกัดเข้าท่อนแขน
เสียงฟันบดกระดูก แหวกเนื้อกระตุกให้ความเ็ปมันเพิ่มขึ้นจนเทียบไม่ติดกับโดนมีดครัวบาดมือ
“บัดซบ!!! ถอยยยยออกไป”
“...น่าสงสาร” ตาเฒ่าอยู่ไม่ห่างเพียงกล่าวไปตามอารมณ์ตาเฒ่าคนเดิมหากศรได้มาเห็นคงต้องดุด่ามันสามวันเจ็ดวันโทษฐานไม่ให้กำลังห้ามเอาไว้
น่าเสียดายโอกาสนั้นคงหายไปตลอดกาลหากเขาเอาตัวรอดไม่ได้จากสถานการณ์นี้ตาเฒ่ายังคงหลับตาหากแต่ยังเห็นทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ช่างเป็อะไรที่เหนือธรรมชาตินัก ผิดกับอีกลุ่มหนึ่งที่เฝ้ามองใกล้ชิดั้แ่มันก้าวเท้าออกจากบริษัทหากตาเฒ่าคือคนที่คุ้นชินคนตรงหน้ามันย่อมต้องคุ้นชินยิ่งกว่า
แววตาเกิดอยากรู้อยากเห็นเต็มที่
“ไม่ฟังคำของผู้เฒ่าผู้แก่ ก็แบบนี้แหละ”ทราเวียร์ผู้ทรงอำนาจหัวเราะเสียงเบาจ้องมองฉากตรงหน้าจะบอกว่าศรเข้าขั้นเป็พวกดวงซวยขนาดหนักถึงได้ปฏิเสธความช่วยเหลือจากตาเฒ่า
“ท่านไม่คิดเข้าไปช่วยเหลือ” ร่างอิสตรีปกคลุมไปด้วยผ้าคลุมสีน้ำตาลกล่าวถามขึ้นหล่อนเพียงกล่าวราบเรียบไม่ได้ยินดียินร้ายกับฉากตรงหน้า
ฉากมนุษย์กำลังกัดกินกันเอง
“ไม่มีความจำเป็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ปล่อยให้โชคชะตามันทำงานหากเขารอดก็ให้มันแล้วกันไป หากเขาตายก็แค่เปลี่ยนเพื่อนร่วมงานคนใหม่ก็เท่านั้น”
“ตอนนี้สิ่งที่เราควรมุ่งความสนใจไป ไม่ใช่เขาไม่ใช่คนไร้ค่าแบบนั้น แต่เป็เธอต่างหาก คริส”
“ค่ะ ดิฉันทราบดี ถึงจุดมุ่งหมายการมาครั้งนี้”
“ยอดเยี่ยมมาก เหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ความปรารถนาของเธอจะกลายเป็จริง” ทราเวียร์เพียงอมยิ้มไม่ได้นำพากับฉากตรงหน้า
“...”