ก่อนจะพบกันอีกครา

    ท่านน่ะสิขี้เหร่

    บทที่ 3

     

     

    หยดน้ำค้างเกาะตามยอดหญ้า แสงแดดส่องรำไรกระทบกับน้ำค้างสีใสระยิบระยับต้อนรับเช้าวันใหม่ เด็กน้อยในชุดสีแดงเข้มซึ่งท่านอาจารย์ค้นมาจากตู้ของเขา เรียกได้ว่ารสนิยมของอาจารย์ผู้นี้.....เอาเถอะ เขายังไงก็ได้ หลินเซียวคิดในใจ


    เด็กน้อยพอได้ขัดสีฉวีวรรณแล้วก็พอดูได้นิดหน่อยร่างผอมกะหร่องแก้มตอบปากแดงแก้มอมชมพูระเรื่อตามประสาเด็กน้อย ตาใสกลมโตฉายแววดื้อรั้นอยู่ในที ผมถูกรวบไว้ด้วยที่ครอบมวยผมอย่างเป็๲ระเบียบ


    หลินเซียวตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้อาจารย์ของเขาสั่งให้ไปรวมตัวที่ลานสำนักกับพวกศิษย์พี่ทั้งหลาย ซึ่งเขาเองก็พึ่งรู้ว่าในโลกนี้มีผู้ฝึกบำเพ็ญอยู่จริงๆ

    ในวินาทีที่เขาเห็นศิษย์พี่ใหญ่สะบัดแขนใช้พลังปราณทำความสะอาดเรือนพัก ทำเอาเขาถึงกับอ้าปากค้าง นึกว่าเ๱ื่๵๹แบบนี้จะเป็๲เพียงแค่เ๱ื่๵๹เล่าในโรงน้ำชาเสียอีก พอมาเห็นกับตาทั้งรู้กับหูว่าอาจารย์จะสอนให้เขาใช้พลังลมปรานทำเอาเขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ


    ร่างเล็ก๷๹ะโ๨๨โลดเต้นไปหาศิษย์พี่ใหญ่ของเขาที่อยู่ในเรือนถัดไปอีกสองสามหลัง


    ปังงง!


    "ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าพร้อมแล้ว" เสียงแหกปากของเด็กน้อยดังลั่นทำเอาโม่อวี้หรานที่กำลังทำสมาธิอยู่ถึงกับลมปราณสะดุด สิ้นเสียงก็มีร่างเล็กในชุดสีแดงเข้ามาลากเขาไปยังลานสำนัก เอาเถอะเขาปลงแล้วตอนนี้เขามีความคิดที่จะให้อาจารย์สอนมารยาทให้ศิษย์น้องเล็กก่อนวิธีเดินลมปราณเสียอีก เพื่อความสงบสุขของเรือนเขาเอง


    หลังจากมากันครบแล้วอาจารย์ได้ให้ตำราแก่หลินเซียวเล่มนึงพร้อมทั้งหันไปฝากฝังกับโม่อวี้หรานหลายคำแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว มีเพียงหลินเซียวเท่านั้นที่ทำหน้างงๆ ส่วนทุกคนดูชินกับมันเสียแล้ว


    นี่คือเรียกว่าสอนแล้วรึ ข้าไม่เข้าใจ พวกท่านเข้าใจกันหรือศิษย์พี่ เเล้วข้าต้องทำอย่างไร หลินเซียวเหลือบมองตำราในมือพร้อมพลิกเปิดดู


    “โอ้โห ศิษย์พี่ใหญ่ นี่คืออะไร มันรู้จักข้า แต่ข้าไม่รู้จักมัน” เนื้อหาในนั้นอย่าว่าแต่รู้เ๱ื่๵๹เลย แค่ตัวอักษาตัวเดียวเขายังไม่รู้ จะให้อ่านตำรานี่น่ะรึ ฝันไปเถอะ ว่าแล้วก็มองศิษย์พี่ใหญ่ตาแป๋ว


    ผลของการกระทำนี้ทำให้กิจวัตรของโม่อวี้หรานเปลี่ยนไปมาก เช้าต้องคอยสอนตัวอักษรให้หลินเซียวตกบ่ายก็พาไปฝึกในห้องหินของสำนักเพื่อให้เขาได้ตื่นรู้ถึงพลังปราณ ถึงแม้ว่าการสอนหนังสือจะทุลักทุเลยิ่งนัก


    แต่ว่าการฝึกลมปราณกลับไม่ต้องให้เขาอธิบายหลายรอบ หลินเซียวสามารถตื่นรู้ได้ในวันนั้นเลย ทำให้ศิษย์พี่ทั้งหลายอึ้งไปตามๆ กัน


    "ศิษย์น้องเล็ก เ๯้าช่างน่ากลัวนัก" โหย่วจิ่งพูดพลางดึงแก้มตอบของหลินเซียว


    "อย่ามาจับ!" เด็กน้อยสะบัดหน้าพร้อมวิ่งไปกอดแขนโม่อวี้หราน


    โหย่วจิ่งโวยวาย” อะไรกัน ทำไมข้าจับเ๯้าต้องทำเหมือนรังเกียจข้านัก ทีศิษย์พี่ใหญ่เ๯้ากลับกอดเขาแน่น


    มู่ไป๋ " ก็เ๽้าขี้เหร่น่ะสิ "


    โหย่วจิ่งร้องสวน "ท่านน่ะสิขี้เหร่! "


    หลินเซียว "ขี้เหร่ทั้งคู่นั่นแหละ ศิษย์พี่ใหญ่งดงามที่สุด! "


    โป้กก! มะเหงกของโม่อวี้หรานลงที่หัวหลินเซียวพร้อมทั้งสะบัดแขนเดินจากไป ทิ้งทั้งสามคนไว้ยืนจ้องหน้ากันแทบจะกินหัวกันอยู่แล้ว


    หลังจากเก็บหลินเซียวมาทิ้งไว้ที่สำนัก สามเดือนให้หลังอาจารย์ของพวกเขาก็ออกทัศนาจรอีกรอบ จะกลับมาเมื่อไหร่ไม่อาจทราบได้ ซึ่งทุกคนดูจะชินกันแล้ว มีแต่หลินเซียวที่กอดขาอาจารย์ร้องห่มร้องไห้น่าสงสาร จนอาจารย์ต้องให้อาวุธเวทแก่เขาเพื่อปลอบใจ


    คล้อยหลังอาจารย์ลงเขาไปแล้วหลินเซียวก็หยุดร้องไห้น้ำตาหยุดไหลทันทีเหมือนสั่งได้ มือนึงปาดน้ำตา มือนึงกอดอาวุธเวท ศิษย์พี่รองถาม เขาก็ตอบว่า กลัวอาจารย์เสียใจ เขาจึงต้องทำเหมือนเศร้านักหนาเพราะกลัวการพรัดพราก ที่แท้เด็กนี่ก็เล่ห์เหลี่ยมไม่ธรรมดา


    ทุกคนคิดพร้อมมองศิษย์น้องเล็กของเขากอดอาวุธเวทชั้นดีที่อาจารย์มอบให้ ทั้งเช็ดถู กอดจูบเสมือนของรักของหวงก็มิปาน


    โหย่วจิ่งชี้หน้าหลินเซียว "ข้ายังยืนยันว่า เ๯้าเด็กนี่น่ากลัวยิ่งนัก"


    มู่ไป๋กอดอกพยักหน้า "มีฝีมือ มีฝีมือ"


    โม่อวี้หรานมองศิษย์น้องทั้งสามก่อนจะเอ่ย "เด็กแก่แดด!" แล้วสะบัดชายเสื้อเดินดุ่มๆจากไป หลินเซียวเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามศิษย์พี่ใหญ่ต้อยๆ


    "ศิษย์พี่ใหญ่รอข้าด้วย"


    โหย่วจิ่งมองตาม "ข้าเหมือนเห็นหางกับหูโผล่ออกมายังไงยังงั้น"  มู่ไป๋พยักหน้ารัวๆก่อนจะเดินตามทั้งสองกลับไป 


    วันเวลาผ่านไปเด็กน้อยร่างผอมกะหร่องในวันนั้น เริ่มมีน้ำมีนวลอีกทั้งยังสูงขึ้นไม่น้อย


    ทุกเช้าเขาต้องมาหาโม่อวี้หรานเพื่อจะไปทานข้าวพร้อมกัน จากนั้นก็เรียนอักษร ตกบ่ายไปฝึกวิชาที่ห้องหิน ซึ่งเขาถือว่ากำลังทำได้ดี อาจดีเกินคาดเลยด้วยซ้ำ จนศิษย์พี่สามชอบมาโอดครวญใส่เขาอยู่ทุกวัน


    แต่เขาก็ตีมึนวิ่งไปซบศิษย์พี่ใหญ่หาทางปัดรำคาญให้ไปตกอยู่กับโม่อวี้หราน ดังนั้นจึงถูกมะเหงกลงหัวอยู่บ่อยครั้ง สงบสุขยิ่งนักหลินเซียวลูบหัวตัวเองป้อยๆยิ้มตาหยี


    ชีวิตที่กินอิ่มนอนหลับ ที่หลับที่นอนมีเป็๞หลักแหล่ง บ้านที่อาจารย์บอกจะพาเขามา เขามีบ้านแล้ว ชีวิตนี้ไม่ขออะไรมากกว่านี้ อยู่กับศิษย์พี่ทั้งหลาย ฝึกวิชาไปวันๆ มีเวลาว่างก็พากันไปแหย่รังนกคุนเผิงหลังเขา ตกปลาในลำธารข้างสำนักก่อไฟย่างปลากินบนสนามหญ้าของเหล่าฝู กินหมดปีนต้นไม้เก็บผลไม้กินล้างปาก ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องพากันแอบศิษย์พี่ใหญ่ไปทำ ไม่งั้นโดนมะเหงกรายคนแน่ 


    หัวโจกอย่างหลินเซียวโดนโม่อวี้หรานทำโทษเป็๲ประจำแต่ว่าสองสามวันก็กลับมาทำอีก ซึ่งวันนี้ดันเกิดเ๱ื่๵๹ขึ้น


    "เ๯้าตัวดี สิ่งดีๆไม่ทำ ทำแต่เ๹ื่๪๫บัดซบ" โม่อวี้หรานบิดหูหลินเซียว 


    หลินเซียวโอดครวญ "โอ้ยๆๆๆ ศิษย์พี่ใหญ่ ทำไมมีแต่ข้าที่โดน ศิษย์พี่รอง ศิษย์พี่สามเล่า"


    "ข้าแค่ตามศิษย์น้องเล็กมา ข้าเปล่านะ" โหย่วจิ่งโบกไม้โบกมืออยู่ข้างหลังมู่ไป๋


    "เป็๲เช่นนั้น เป็๲เช่นนั้น" มู่ไป๋กอดอกพยักหน้า


    โม่อวี้หราน "พวกเ๯้าสองตัว ไสหัวมานี่ก่อนที่ข้าจะไปจัดการพวกเ๯้าถึงที่"


    สิ้นเสียงทั้งสองคนก็วิ่งไปนั่งคุกเข่าข้างหลินเซียวที่นั่งก้มหน้าลูบหูตัวเองปอยๆพรางตีหน้าเศร้าร้องไห้ให้น่าสงสารที่สุด 


    โม่อวี้หรานปรายตามองศิษย์น้องทั้งสาม ได้แต่ถอดถอนใจเ๯้าพวกตัวดีสั่งให้คัดตำรา แต่กลับพากันมาแหย่รังนกคุนเผิงหลังเขา เกือบเอาตัวเองไปเป็๞อาหารเย็นให้มันถึงที่เสียแล้ว


    ดีที่เหล่าฝูผู้ดูแลสำนักแทนอาจารย์ไปเจอพวกเขาที่นอนหมดสติอยู่ในรังของมันพอดี สภาพตอนนี้จะด่าก็ด่าไม่ลงจะตีก็สะบักสบอมกันมากพอแล้ว โม่อวี้หรานจึงได้แต่จ้องตาเขียวอยู่อย่างนั้น


    "พวกเ๯้าสามตัว คัดกฎของสำนักมาคนล่ะสิบรอบ ข้าจะคอยเฝ้าดูว่ามันตัวไหนจะทนคัดไม่ไหว แล้วไปรนหาที่ตายอีก" โม่อวี้หรานชี้หน้า ทั้งสามคนสะดุ้งพร้อมทั้งกระทุ้งเเขนใส่กัน ส่งสัญญาณยิกๆให้อีกฝ่ายพูดแก้ตัว แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากสักคนเพราะเวลานี้ศิษย์พี่ใหญ่ของเขาน่ากลัวเหลือเกิน