“เอ๋? ท่านพี่ยู่หลง? เกิดอะไรขึ้น?”เีเ่พลันลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางแตกตื่น
เซียวยู่หลงฉีกยิ้มที่ทั้งแสนอัปลักษณ์และแข็งทื่อขณะที่มันสะบัดเศษแก้วบนฝ่ามือออก
“ไม่มีใด ข้าเพียงไม่ระวังและผิดพลาดในการควบคุมพลังเท่านั้น”
สีหน้าของเซียวหยางเองไม่ได้ดีไปกว่าเซียวยู่หลงหน้าของมันดูคล้ายคนที่กินแมลงตายเข้าปากไป เมื่อได้ยินคำตอบของเซียวยู่หลงมันพลันแทรกขึ้น “ข้ารู้ ต้องเป็ที่พี่ยู่หลงทะลวงลมปราณสำเร็จไปอีกขั้นหลังจากการเลื่อนชั้นลมปราณใหม่ๆพลังลมปราณบางทีสามารถหลุดจากการควบคุมได้โดยง่าย”
“เป็เช่นนี้เอง!”เีเ่แสดงท่าทางคล้ายเพิ่งเข้าใจ จากนั้นจึงกล่าวต่ออย่างรวดเร็วว่า“พี่ใหญ่ยู่หลงสามารถทะลวงชั้นลมปราณได้อย่างกะทันหัน ยินดีด้วย!ข้าทราบมาว่าพี่ยู่หลงเลื่อนขึ้นสู่ขั้นที่สามขอบเขตปราณก่อตั้งเมื่อหลายเดือนก่อนนี่เพียงผ่านมาสามเดือน ท่านก็ทะลวงลมปราณไปอีกขั้น!นี่จึงสมกับเป็ผู้โดดเด่นในรุ่นเรา ดูท่าว่านอกจากพี่ยู่หลงแล้วไม่มีทางที่พรรคตระกูลเซียวจะเลือกคนอื่นไปได้”
ใบหน้าของเซียวยู่หลงบิดเบี้ยวมันพลันลุกขึ้นยืน พยายามสงบจิตใจอันสับสนว้าวุ่นแล้วจึงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ฝืดฝืนว่า“น้องเีเ่ชมเชยเกินไป ทว่าข้าเพิ่งทะลวงลมปราณและพลังปราณยังคงพลุ่งพล่านข้าจำเป็ต้องสงบพลังและคงไม่สามารถอยู่เป็เพื่อนเ้าได้...”
“ไม่เป็ไร! ไม่มีปัญหา!”เีเ่โบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็วพร้อมผงกศีรษะอย่างเข้าอกเข้าใจ“แน่นอนว่าการทำให้ลมปราณสงบของพี่ยู่หลงสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด...เช่นนั้นข้าคงไม่รบกวนท่านพี่ยู่หลงอีกต่อไปขอขอบคุณท่านในคำเชื้อเชิญและการต้อนรับในวันนี้ หลังจากนี้เมื่อพี่ยู่หลงได้รับการคัดเลือกจากพรรคตระกูลเซียวเมื่อใด ข้าจะเป็คนแรกที่มาแสดงความยินดีกับท่าน”
หลังจากพูดจบเีเ่จากไปอย่างสุภาพเรียบร้อย เซียวหยางเองทำทีอำลาพร้อมเีเ่ทว่าเมื่อเีเ่จากไปไกลแล้ว มันพลันย้อนกลับมาอย่างรีบเร่งเมื่อมันเข้าประตูไป มันจึงพบใบหน้าอันน่าเกลียดน่ากลัวและมืดทะมึนของเซียวยู่หลง
“พี่ใหญ่...เื่นี้...” เมื่อเห็นท่าทางของเซียวยู่หลงเซียวหยางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากและเดินเข้าใกล้อย่างหวาดหวั่น
“อ๊ากกกกกกกกกก!!!”
เซียวยู่หลงคำรามด้วยความคลั่งแค้นเต็มเปี่ยมประดุจบ้าคลั่งมันกวาดขวดสุราและแก้วน้ำชาทั้งหลายลงจากโต๊ะ เมื่อทุกอย่างแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยมันพลันเตะเท้าออกอย่างรุนแรงใส่โต๊ะหิน หมัดทั้งสองข้างกำแแ่หอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยไฟริษยาและความอาฆาตแค้นเสียงต่ำน่ากลัวลอดเร้นออกจากปาก
“ไม่ใช่ว่าแกบอกข้า...เซี่ยชิงเยว่...ไม่มีทางให้เ้าขยะเีเ่แตะต้องนางหรอกหรือ?!!!”
เซียวยู่หลงน้อยครั้งจะบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ลักษณะของมันในตอนนี้ทำให้เซียวหยางรู้สึกหนังศีรษะด้านชาและแผ่นหลังเย็นยะเยียบเขากล่าวอย่างหวาดหวั่นว่า “…นี่ต้องเป็...ต้องเป็เด็กน้อยเีเ่กุเื่ขึ้น...กุเื่ขึ้นมา!เซี่ยชิงเยว่...ไม่มีทางยินยอมพร้อมใจต่อเ้าเด็กน้อยนั่น!”
“บัดซบ!!!”เซียวยู่หลงคำรามเสียงต่ำ “มีสิ่งใดบ้างเดี่ยวกับเ้าสวะเีเ่ที่ข้าจะไม่รู้? เ้าคิดว่ามันสามารถโกหกข้าได้หรือ? เ้าคิดว่าข้าเป็ใครกัน?”
เซียวยู่หลงมีทั้งความฉลาดเฉลียวและสายตาแม่นยำมันรู้จักเีเ่มาเป็เวลาสิบหกปีและเชื่อว่ามันรู้จักเีเ่ประดุจหลังมือของตนเองมันเชื่อมั่นว่าเมื่อเป็เื่ของเีเ่ ผู้ซึ่งไร้วรยุทธ์ ขี้ขลาดทั้งยังไร้ความมั่นใจ หากมีความเปลี่ยนแปลงใดๆล้วนไม่อาจรอดพ้นสายตาของมันได้ขณะที่เซียวหยางถามคำถามเมื่อครู่ ไม่ว่าสายตา ท่าทางแม้กระทั่งปฏิกิริยาจากจิตใต้สำนึก...ล้วนไม่มีสัญญาณของการโป้ปดใดๆ
เซี่ยชิงเยว่คือสตรีที่มันสาบานไว้ว่าต้องได้มาเป็ของตนเหตุผลที่มันปล่อยให้ทั้งสองแต่งงานกัน หนึ่งนั้นเนื่องจากหมดปัญญาขัดขวางอีกเหตุผลหนึ่งเนื่องจากมันเชื่อว่าแม้เซี่ยชิงเยว่จะแต่งให้แก่เีเ่นางก็ไม่มีทางมอบกายให้ กลับกัน นี่อาจเปิดทางสะดวกให้แก่ตนเองเซียวยู่หลงไม่เคยคาดคิดเลยว่า ในวันที่สองของการแต่งงานผลลัพธ์คือเซี่ยชิงเยว่ได้ถูกลิ้มลองโดยเีเ่ไปแล้ว!!!
ภายในใจของเซียวยู่หลงเต็มไปด้วยความโกรธความริษยาอาฆาตแค้น เพียงพอให้อกของมันะเิออก
เซียวหยางยืนหดคอไปด้านหลังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ในอดีตเซียวยู่หลงได้รับการคาดการณ์ว่าจะเป็ผู้นำตระกูลในอนาคตเซียวหยางยังแสดงออกถึงความภักดีอย่างสูง ตอนนี้ เซียวยู่หลงเป็ไปได้ว่าอาจได้เป็หนึ่งในสมาชิกพรรคตระกูลเซียวมันยิ่งไม่กล้าขัดคำสั่ง
ผ่านไปครู่ใหญ่เซียวยู่หลงยังคงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงเห็นได้ชัดว่าการะเิอารมณ์ของเขารุนแรงเพียงใด ทันใดนั้นเขากล่าวเสียงต่ำว่า“เีเ่ไปที่ไหนหลังจากมันออกไปจากที่นี่?”
“...มัน...มันไปยังสวนตะวันออก ...มันอาจจะ...อาจจะไปส่วนห้องครัว”เซียวหยางตอบอย่างระมัดระวัง
เซียวยู่หลงเลิกคิ้วขึ้นสูงใบหน้าประดุจเคลือบคลุมด้วยเมฆหมอกมืดมัว เขาพูดพึมพำ“ข้าคิดมาตลอดว่าเซี่ยชิงเยว่มีพร์และบุคลิกภาพสง่างามทั้งเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีสูงส่งสุดเอื้อมที่สตรีใดล้วนไม่อาจเทียบเคียงข้าคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าแม้แต่สมาชิกตระกูลเซียวซึ่งไร้ค่าที่สุดจะสามารถดึงดูดนางได้!”
เซียวยู่หลงพ่นเสียงเ็าออกทางจมูกและสะบัดแขนอย่างรุนแรงมันเดินไปทางด้านนอกสวน เมื่อเซียวหยางกำลังจะเดินตาม มันพลันเดาออกว่าเซียวยู่หลงกำลังจะไปที่ใดและหยุดเท้าลงพร้อมทั้งปาดเหงื่อเย็นเยียบบนหน้าผาก
...
เีเ่ออกมาจากเขตตึกของเซียวยู่หลงและเดินไปยังทิศทางของห้องครัวเพื่อหาอาหารเช้าหลังจากนั้น ชายหนุ่มเดินทอดน่องอย่างสบายผ่านเขตตึกพักของเซียวหลิงซีหากมีใครเดินเข้าใกล้ จะได้ยินเสียงเีเ่พึมพำกับตนเองว่า“เซียวยู่หลงสมควรกำลังเดินทางไปเขตตึกพักของข้าอย่างเร่งรีบสินะ? โอ้...ข้าสงสัยว่าฮูหยินข้าชิงเยว่จะหักขาข้างนึงของมัน? หรือทั้งสองข้าง?...อืมมม...หรือไม่ก็ทั้งสามข้าง?”
ชายหนุ่มเดินมาถึงเขตตึกพักอาศัยของเซียวหลิงซีประตูถูกปิดอยู่อย่างแ่า เีเ่เคาะลงบนประตู “อาหญิงเล็กข้านำอาหารเช้ามาให้”
ประตูเปิดออกเีเ่เดินเข้าไปด้านใน ปิดประตูดัง ปัง!
เซียวหลิงซีเหยียดกายอยู่บนโต๊ะแขนทั้งสองรองอยู่ใต้คาง เปลือกตาหรุบหรู่ ให้ความรู้สึกอ่อนแอและปราศจากชีวิตชีวาเีเ่วางอาหารเช้าลงบนโต๊ะแล้วโบกมือไปมาต่อหน้าเซียวหลิงซี“เมื่อคืนหลับไม่สนิทหรือ?”
“อืมม...” เมื่อได้ยินคำว่า “เมื่อคืน”เซียวหลิงซีเปล่งเสียงครางแ่เบาและฝังหน้าของนางลงบนฝ่ามือ“เ้ายังสามารถพูดถึงเื่เมื่อคืนได้อีกเหรอ...เซี่ยชิงเยว่นำส่งผ้าห่มมาให้นางต้องเห็นหมดแล้วแน่ๆ...ทำยังไงดี ทำยังไงดี...ข้าอับอายเกินกว่าจะสู้หน้าใครได้ฮึก...ฮือ...ฮือ...”
“มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรไม่ใช่รึ?”เีเ่ถูหน้าผากและนั่งลงข้างๆ หญิงสาว เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม “ทำตัวตามสบายท่านคืออาหญิงเล็กของข้า พวกเราผล็อยหลับไปด้วยกันมีอะไรไม่ดี?”
“ก็เพราะข้าเป็อาหญิงเล็กของเ้าน่ะสิ...”เซียวหลิงซีสั่นศีรษะอย่างเอาเป็เอาตาย “อีกอย่าง...เมื่อคืนทั้งคืนมือของเ้าอยู่ที่...ที่...ฮึก...นางต้องเห็นหมดแล้วแน่ๆ! ข้าจะทำยังไงถ้านางบอกคนอื่น...ข้าควรทำยังไงดี...”
“อย่ากังวลไปเลยนางไม่มีทางบอกใครแน่นอน นอกจากนี้ ท่านคืออาหญิงของข้าจะเป็อะไรไปถ้าระหว่างหลับ มือของข้าบังเอิญไปโดนหน้าอกของท่าน?”เีเ่พูดอย่างใจเย็น
“เ้า...เ้า...ไม่ต้องพูดแล้ว!”เซียวหลิงซีสั่นศีรษะแรงขึ้นกว่าเก่า แก้มทั้งสองข้างแดงก่ำที่นางสามารถแสดงออกอย่างเมื่อคืนล้วนเนื่องจากพวกเขาต่างอยู่ในความมืดมิดตามลำพังสองคนจิตใจของนางสับสนว้าวุ่น เมื่อทบทวนหวนนึกนางเกือบจะเชื่อว่านางกลายเป็เสียสติไปเมื่อตอนนั้น
“ข้ามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์แม้ว่านางจะเห็น นางต้องไม่บอกใครแน่นอน อันที่จริง นางไม่ได้คิดในแง่...ในแง่ที่ท่านคิดอย่างแน่นอนเอาล่ะ มากินข้าวเช้าได้แล้วก่อนที่จะเย็นหมด” เีเ่ปลอบนางพร้อมหัวเราะน้อยๆเมื่อคิดถึงเื่เดียวกัน แน่นอนว่าจิตใจของผู้หญิงคิดต่างกับผู้ชายอย่างสิ้นเชิง
“โอ้...” เซียวหลิงซีเปิดหน้าของนางออกมาในที่สุดนางทานข้าวเช้าที่เชียวเช่อนำมาให้พร้อมคราบน้ำตา
ดังที่เีเ่คาดการณ์ไว้เซียวยู่หลงมุ่งหน้าไปยังเขตตึกของเขาทันทีที่ชายหนุ่มจากไปเมื่อเซียวยู่หลงเข้าไปในสวน มันพบเห็นเซี่ยชิงเยว่ยืนอยู่กลางสวนพอดิบพอดี
...
เซี่ยชิงเยว่ยืนอย่างสงบอยู่ใต้ต้นทับทิมกึ่งกลางสวนแขนทั้งสองของนางยกสูงขึ้น สีหน้าท่าทางสงบเคร่งขรึมนางกำลังฝึกฝนพลังลมปราณอยู่อย่างแน่นอน เส้นผมยาวสลวยของหญิงสาวทิ้งตัวลงบนไหล่ดูนุ่มนิ่มเปล่งประกายภายใต้แสงอรุณ ดวงหน้างดงามแต่งแต้มด้วยคิ้วเรียวโค้งสีดำเรียวงามประดุจจันทร์เสี้ยวดวงตานิ่งสงบกระจ่างใสประดุจแก้วเปล่งประกายงดงามดังอยู่ในความฝันร่างกายปกคลุมไปด้วยชุดยาวสีแดงล้วน เปิดเผยเส้นสายรูปร่างแบบบางโค้งเว้าตัดกับผิวขาวนวลประดุจหยก
นี่เป็ครั้งแรกที่เซียวยู่หลงพบเห็นเซี่ยชิงเยว่ที่งดงามหาใดเปรียบในระยะใกล้แบบตัวต่อตัวเช่นนี้ชั่วขณะนั้นเอง ชายหนุ่มนิ่งตะลึงลานอยู่กับที่จิตสมาธิทั้งมวลถูกดึงไปยังภาพงดงามเบื้องหน้า โลกหล้าแปรเปลี่ยนเป็ไร้สีสันอันใด
เมื่อพบเห็นการมาถึงของเซียวยู่หลงเซี่ยชิงเยว่มิได้เปลี่ยนแปรท่ายืน ดวงตาทั้งสองยังคงมุ่งตรงไปเบื้องบนขณะที่เสียงเ็าหลุดออกจากปาก“เีเ่มิได้อยู่ที่นี่”
สุ้มเสียงของนางทั้งเ็าทั้งเฉยเมยทว่ายังคงอ่อนหวานนุ่มนวลประดุจนาง์ เซียวยู่หลงเมื่อได้ยินค่อยกลับเป็ปกติหากมันยังคงไม่อาจลบร่องรอยความตกตะลึงและความหลงใหลไปจากสายตาได้มันพลันปรับท่าทีให้ดูดีที่สุดพร้อมค้อมตัวลงทักทายเซี่ยชิงเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อรุณสวัสดิ์แม่นางเซี่ย ข้าคือเซียวยู่หลงพี่ชายของเีเ่”
เซี่ยชิงเยว่เองมิใช่บุคคลซึ่งเ็าและหยิ่งยะโสจนเกินไปเมื่อผู้อื่นพูดจาสุภาพทั้งประกอบด้วยน้ำเสียงให้ความเคารพทำให้นางต้องชำเลืองมองทั้งนี้ มิใช่ว่านางไม่เคยได้ยินชื่อเซียวยู่หลง อย่างไรก็ดีเขาคือบุตรชายของผู้นำตระกูลเซียวคนปัจจุบันเมื่อนางจับจ้องไปยังเซียวยู่หลงเพื่อเตรียมคารวะทักทายตอบนางพบกับสายตาหลงใหลคลั่งไคล้ของเซียวยู่หลง...ที่ปะปนไปด้วยความใคร่!!!
ทันใดนั้นเอง นางขมวดคิ้วเรียวงามความรู้สึกดีเื่มารยาทและบุคลิกอันสง่างามของบุคคลตรงหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็ความเดียดฉันท์ในพริบตาแม้ว่าเีเ่มักจะทำให้นางโกรธเคืองอยู่บ่อยครั้งจากความปากพล่อยและมือไวทว่าอย่างน้อยที่สุด นางไม่เคยพบเห็นร่องรอยความปรารถนาหรือความใคร่ใดๆในแววตาของเีเ่แต่ทว่า เซียวยู่หลงผู้นี้...
สุ้มเสียงเฉื่อยชาของเซี่ยชิงเยว่เจือปนไปด้วยความเย็นเยียบคำพูดของนางเปลี่ยนเป็เน้นย้ำอีกครั้ง “เีเ่ไม่อยู่ที่นี่”
ภายใต้ใบหน้าชาเย็นของเซี่ยชิงเยว่ เซียวยู่หลงแสดงออกว่าเหนือความคาดหมายเขาผงกศีรษะพร้อมกล่าวว่า “นั่นน่าเสียดายนัก ทว่าข้าเคยได้ยินเื่ราวมากมายเกี่ยวกับแม่นางเซี่ยได้พบกับแม่นางเซี่ยครานี้นับว่าไม่เสียเที่ยวเปล่า”
เมื่อชายหนุ่มกล่าวคำ การเคลื่อนไหวสีหน้าแววตา รวมทั้งสุ้มเสียงล้วนแปรเปลี่ยนเป็สมบูรณ์แบบ แสดงออกถึงเสน่ห์ของตนอย่างเต็มที่มันมั่นใจว่ามันมีข้อดีกว่าเีเ่เป็พันเท่าหากเซี่ยชิงเยว่หลงรักแม้กระทั่งเีเ่นางจะต่อต้านมันเมื่อมันแสดงออกได้อย่างไร?
“ข้ากำลังฝึกฝนวรยุทธ์ขออภัยที่ไม่อาจต้อนรับแขกได้ในเวลานี้” ดวงตาของเซี่ยชิงเยว่นิ่งสงบ ทว่าหางเสียงของนางเริ่มแสดงออกถึงความรำคาญ
สตรีงดงามล้วนสามารถทำให้ใจท่านอบอุ่นทั้งสามารถบันเทิงสายตาไม่ว่านางจะแสดงสีหน้าท่าทางเยี่ยงไรเมื่อจับจ้องไปที่เซี่ยชิงเยว่ผู้งามสะคราญประดุจนาง์แปลงดวงตาของเซียวยู่หลงแปรเปลี่ยนเป็ยิ่งมองยิ่งปรารถนาในตัวนาง ความริษยาในจิตใจของมันยิ่งมายิ่งรุ่มร้อน...นาง์เช่นนี้กลับกลายเป็สตรีของเ้าสวะเีเ่ช่างเป็ที่น่าเสียดายนัก...เป็สิ่งที่มันไม่อาจยอมรับ ทั้งไม่อาจปล่อยผ่านไปได้!
“ได้ยินว่าแม่นางเซี่ยเพียงอายุครบสิบหกปีหากสามารถบรรลุถึงขั้นสิบขอบเขตลมปราณแรกเริ่ม ยู่หลงนับถือเลื่อมใสเสมอมาข้าเชื่อว่าเมื่อแม่นางเซี่ยอายุเท่ากับข้า ท่านต้องแข็งแกร่งกว่าข้าอย่างแน่นอน”เซียวยู่หลงควบคุมอารมณ์ ใบหน้าสุภาพอ่อนโยน กล่าวว่า“แม้ว่าจะเป็ความแตกต่างเพียงขั้นเดียวระหว่างขอบเขตลมปราณแรกเริ่มระดับสิบกับขอบเขตลมปราณก่อตั้งระดับหนึ่งทว่า หากไม่ได้รับการชี้แนะ นับว่ายากเย็นแสนเข็ญในการก้าวผ่านแม้ว่าข้าจะไม่อาจเทียบเคียงแม่นางได้ในด้านพร์ทว่าประสบการณ์ของข้าพเ้าในด้านการฝึกฝนก้าวข้ามระดับลมปราณแรกเริ่มนั้นยังพอมีพวกเรามาแลกเปลี่ยนพลังฝีมือระหว่างกัน เป็อย่างไร?”
เมื่อเขาพูดจบเซียวยู่หลงเดินเข้าหาพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มสองมือรวบรวมพลังลมปราณก่อนยื่นเหยียดเข้าหาสองมือขาวผ่องของเซี่ยชิงเยว่
เซี่ยชิงเยว่อาจเปี่ยมพร์เชิงยุทธ์ทว่านางเพียงบรรลุขั้นสิบขอบเขตลมปราณแรกเริ่มขณะที่เซียวยู่หลงมีพลังฝีมือในระดับสามขอบเขตลมปราณก่อตั้งและแน่นอนว่ามีคุณสมบัติมากพอที่จะสั่งสอนเซี่ยชิงเยว่...อย่างน้อยนี่คือสิ่งที่เซียวยู่หลงคาดคิด
เมื่อเห็นว่าเซียวยู่หลงมิเพียงมีความปรารถนาลามกในแววตาทั้งยังบังอาจลงมือ ดวงตางดงามของเซี่ยชิงเยว่พลันทอประกายสีฟ้าวูบหนึ่งนางวาดมือไปเบื้องหน้า ผลักมือเปล่าไปยังทิศทางของเซียวยู่หลง
เมื่อเห็นว่าเซี่ยชิงเยว่พลันยื่นเหยียดมืองามราวสลักจากหยกออกมาอย่างเหนือความคาดหมายดวงตาของเซียวยู่หลงพลันแสดงออกถึงความยินดีปรีดาเมื่อชายหนุ่มกำลังจะยึดกุมมือของนางมันพลันรู้สึกถึงพลังอันไม่อาจต่อต้านชนิดหนึ่งกระแทกเข้าที่ท้องไร้โอกาสแม้แต่จะเปล่งเสียงร้อง ร่างกายของเซียวยู่หลงถูกกระแทกลอยคว้างไปด้านหลังหมุนตัวหนึ่งตลบ ก่อนจะตกลงสู่พื้นโดยมีศีรษะอยู่ล่างเท้าอยู่บน ขณะเดียวกันฟันหน้าทั้งสองซี่ของมันล้วนถูกกระแทกกระเด็นออกมา
ศักดิ์ฐานะของเซียวยู่หลงในตระกูลเซียวสูงส่งหากสตรีผู้ซึ่งเพิ่งตบแต่งเข้าสู่ตระกูลเซียวถูกกระทำชำเราโดยเซียวยู่หลงแม้นางจะมีพลังยุทธ์มากกว่า นางอาจไม่กล้าทำร้ายมัน ทว่าเื้ัเซี่ยชิงเยว่คือผู้ใด? ที่หนุนหลังนางคือวังเมฆาเยือกแข็งหากนางตบตีมันจนใบหน้าบี้แบน หรือแม้แต่ร้องขอชีวิตของมัน เมื่อศักดิ์ฐานะของนางในฐานะศิษย์ของวังเมฆาเยือกแข็งถูกเปิดเผยเซียวหยุนไห่ล้วนไม่กล้ามีปากเสียง ไม่แน่ว่ายังคงต้องขอขมาต่อนางด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มด้วยซ้ำ