เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 107 สระเลือด

       จางเฉินตรวจสอบทิศทางจากแม่น้ำและภูเขาตามแผนที่เดินทางในป่ากับถังชิ่วอิงสองคนจากการคำนวณระยะทางตามแผนที่น่าจะต้องเดินทางเกือบวันจางเฉินนั้นไม่มีเวลากับเรื่องนี้มากนักเขาอย่างไปตามล่าจ้าวเว่ยมากกว่าแต่ก็ต้องจำใจ มีเสียงการต่อสู้เป็นระยะ และมีเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังก้องไปทั่วจางเฉินนั้นไม่ได้สนใจอีกเขาไม่อยากพลาดโอกาสตามล่าข้อมูลเกี่ยวกับพิษซีเซ่วิญญาณโลกัณฑ์


        “จางเฉินเจ้าเคยเดินทางไปเหรอ”


       ถังชิ่วอิงถามด้วยความประหลาดใจ เพราะจางเฉินวิ่งไปอย่างไม่ลังเลเลยนางต้องตามติดอย่างเหนื่อยล้าทั้งที่ระดับฝึกฝนนางสูงกว่าจึงถามจางเฉินอย่างประหม่า


        “ไม่ข้าไม่เคยแต่ข้าคุ้นเคยกับป่าดี” จางเฉินหันกลับมาบอกถังชิ่วอิงเขาแอบเป็นห่วงเล็กน้อยว่านางจะตามทันหรือไม่แต่ที่จริงแล้วเขาไม่อยากอยู่ใกล้นางมากนัก รู้สึกหัวใจเต้นไม่ปกติจึงรีบเร่งเดินทาง


         “ไปกันเถอะ”ทั้งสองสบตากันอยู่พักหนึ่ง ถังชิ่วอิงจึงเปลี่ยนเรื่องแล้วรีบเร่งเดินทางต่อไป


       จางเฉินนั้นใช้พลังวิญญาณตรวจสอบตลอดการเดินทางเพื่อไม่ต้องพบคนอื่นหรือสัตว์อสูรหลังจากผ่านไปกว่าครึ่งวัน ถังชิ่วอิงก็ชวนให้จางเฉินหยุดพัก แล้วตรวจสอบต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งพบสัญลักษณ์ที่ปกปิดไว้ซึ่งเป็นรหัสลับที่กำหนดไว้เป็นพิเศษสำหรับแจ้งข้อมูลข่าวสารของอาณาจักรเจี่ยชุน


       จางเฉินเปลี่ยนให้ถังชิ่วอิงนำทาง เพราะนางได้พบเบาะแสแล้วเขาวิ่งตามอยู่ห่างๆ ตอนนี้เขาน่าจะไปตามทางของเขาได้แล้วแต่ใจเขาก็ยังอยากดูจนกว่านางจะปลอดภัยก่อน


        จางเฉินและถังชิ่วอิงเดินทางมาถึงหุบเขาแห่งหนึ่งด้านหน้านั้นเป็นเมืองโบราณที่มีอาเรย์ป้องกันมีนักรบปราณจำนวนมากกำลังทำการโจมตีเพื่อเปิดการก่อตัวอย่างขยันขันแข็ง


        “ชิ่วอิง เจ้าสบายดีข้าเป็นห่วงเจ้ามาก” ถังเมิ้งเมื่อเห็นถังชิ่วอิงก็รีบวิ่งมาหาจากภูเขาลูกเล็กๆลูกหนึ่งพร้อมกับราชาปราณชุดขาวหนวดยาวอีกคนหนึ่ง


         “ข้าสบายดีขอบคุณท่านพี่ที่เป็นห่วง”


         “แล้วท่านอาจารย์อาและคนติดตามเจ้าละ”


        “ท่านอาจารย์อาเสียชีวิตไปแล้ว เพราะสัตว์อสูรพร้อมกับคนติดตามคนอื่นๆทุกคนช่วยกันปกป้องข้าจนต้องเสียชีวิตส่วนข้า สุดท้ายก็เกือบพลาดท่าโชคดีที่จางเฉินผ่านมาพอดี” ถังชิ่วอิงเล่าทั้งน้ำตาคลอ


         ถังเมิ้งมองจางเฉินแล้วโค้งหัวคำนับ


       “นี่นับเป็นครั้งที่สองที่เจ้าช่วยชีวิต พวกข้าพี่น้องข้าซาบซึ้งใจอย่างมาก ถ้ามีโอกาสข้าจะต้องตอบแทนอย่างแน่นอน”

       “ไม่เป็นไรเมื่อเสร็จธุระแล้วข้าต้องขอลา”พูดแล้วจางเฉินก็หันหลังเพื่อที่จะวิ่งจากไป


       อีกครั้งที่เจอจางเฉินแล้วไม่ได้กล่าวลาสำหรับถังชิ่วอิง“ผู้ชายคนนี้ใจร้ายมาก” นางพูดด้วยเสียงโกรธและทำตัวไม่ถูก ถังเมิ้งนั้นแอบมองน้องสาวตัวเองเขาสนิทกับนางมากที่สุดในหมู่พี่น้อง เขาจึงเข้าใจจิตใจนางดีได้แต่ส่ายหัวแล้วก็กลับไปสังเกตการทำลายอาเรย์ป้องกันเพื่อเข้าสู่เมืองโบราณต่อไป


       จางเฉินนั้นเพียงช่วยองค์หญิงถังชิ่วอิงเท่านั้นส่วนเรื่องการเข้าสู่โบราณสถานนั้นเขาอยากมีส่วนร่วมอยู่แต่เขามีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำ


        ผ่านไปสี่ชั่วยามจางเฉินปรากฏตัวบนยอดเขาแห่งหนึ่งบนต้นไม้ใหญ่เห็นยอดเขาอีกลูกอยู่ไม่ไกลมันสูงใหญ่มากทะลุก้อนเมฆก่อตัวเป็นวงกลมรอบภูเขาภูมิประเทศนี้สวยงามและมีพลังงานของสวรรค์และโลกแน่นหนามาก


       “พี่โสม”จางเฉินเรียกโสมแดงออกจากมิติ


       โสมแดงออกจากมิติเงยหน้าขึ้นและมองไปที่ภูเขา“ข้าไม่แน่ใจนักอาจจะมีเส้นเลือดวิญญาณหรือน้ำพุเซียนระดับกลางความเข้มข้นของพลังสวรรค์และโลกขนาดนี้เราไปที่ภูเขากันเถอะ แต่ข้าสัมผัสได้ถึงคนกลุ่มหนึ่งอยู่แถวนั้นด้วยเช่นกัน”


       “ดี”จางเฉินพยักหน้าและหัวเราะ “ไม่ว่ามันจะมีอะไรข้างหน้าเราก็ต้องเผชิญกับมันไปกันเถอะ”


       “แน่นอนถ้าพวกนั้นหาเรื่องเราก็ปล้น ฮา ฮา” โสมแดงหัวเราะเสียงดังแล้วทั้งสองก็พุ่งตรงสู่ภูเขานั้น


       เพียงครึ่งชั่วยามจางเฉินและโสมแดงก็ไปถึงภูเขา ภูเขานั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และใบไม้ปิดกันแสงอาทิตย์จนทำให้ป่ามืดครึ้งจางเฉินปลดปล่อยพลังวิญญาณเพื่อรับรู้ทุกทิศทาง เผื่อจะเกิดปัญหา


        “ไม่มีสัตว์อสูรระดับราชามีแค่ระดับสูงอยู่ทั่วไป”


       เมื่อลึกเข้าไปก็พบพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้วยอาคารแปลกๆอาคารหลังนี้สีดำสนิทเป็นมีเอง มีประตูสีบรอนซ์ขนาดใหญ่ให้บรรยากาศที่น่าขนลุก


         จางเฉินมองไปที่ปราศาสสักครู่หนึ่งเขารู้สึกแปลกๆกับพลังงานความมืดที่ก่อตัวรอบปราสาส“นี่คล้ายเป็นหลุมฝังศพขนาดใหญ่มากกว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์”


         “ข้าก็คิดเช่นนั้น”โสมแดงนั้นไม่ได้กังวลอะไร แต่ตืนเต้นนิดหน่อยเหมือนเด็กได้เห็นของเล่นดวงตานั้นเร่าร้อนและรู้สึกตื่นตัวเป็นอย่างมาก


        ทั้งสองมาอยู่หน้าปราสาทแต่พวกเขาไม่พบสิ่งผิดปกติดังนั้นจึงเร่งไปที่ประตูแล้วหยุดมองประตูอย่างใกล้ชิดประตูนั้นดูจะแน่นหนาและยากที่จะเปิดมันมาก จางเฉินเคาะกำแพงประตูด้วยดาบ พบว่ามีการก่อตัวป้องกันอยู่ชั้นหนึ่ง


      “เอาละเจ้าเปิดประตูข้าจะคอยเฝ้าระวังให้”


      จางเฉินกำดาบแน่นแล้วค่อยปลดล็อคการก่อตัวป้องกันของประตูจางนั้นก็ปลักประตูสีบรอนซ์ที่หนักมาก ประตูค่อยๆเคลื่อนเปิดปรากฏกลิ่นเหม็นที่น่าขนลุก ทำให้จางเฉินหยุดอยู่พักหนึ่งแล้วจึงเปิดต่อจนเสร็จ


        ตูมมม


      เมื่อประตูเปิดออกอย่างสมบูรณ์จึงสามารถมองเห็นภายในได้อย่างชัดเจนจางเฉินไม่พบอันตรายใดๆจางเฉินและโสมแดงยืนเคียงข้างกันมองไปข้างในประสาทซึ่งไม่มีแสงสว่างแต่โชคดีที่จางเฉินและโสมแดงนั้น มีพลังวิญญาณที่สูง


       “กลิ่นคาวเลือดแรงมาก”


       เมื่อเข้าสู่ภายในประสาทจางเฉินนั้นได้กลิ่นเลือดหนาที่ลอยอยู่ในปราสาททั้งสองย่องเบาเข้าสู่ปราสาทอย่างระมัดระวัง หนึ่งคือเผื่อเจอกับศัตรูสองคือระวังกับดัก เมื่อเดินลึกเข้าไปด้านหน้านั้นมีทางออก มีแสงสว่างเล็กน้อยเมื่อสุดทางเดินจางเฉินตกใจเป็นอย่างมาก


       “นี่มันนรกอะไร”


      สถานที่นี้เหมือนนรกบนดินเป็นห้องโถงมีพี้นที่ขนาดใหญ่ตรงกลางมีสระทรงกลมคล้ายสระน้ำแต่สีแดง มีตะเกียงน้ำมันจุดอยู่ทั่วห้องโถงมีเสาสีดำจำนวนมากแต่ละต้นนั้นถูกผูกไว้ด้วยคนเปลือยเปล่าหนึ่งคน มีทั้งชายและหญิงเหล่านักรบปราณที่ถูกมัดกับเสานั้นมีบาดแผลจำนวนมากเลือดไหลลงสู่ร่องด้านล่างเสาซึ่งเชื่อมต่อกับสระเลือดสระนั้นเต็มไปด้วยเลือดและสีแดงสดเห็นได้ชัดว่ามีการนำเลือดจากมนุษย์เหล่านั้นเพื่อโอนไปยังสระเลือด


       คนส่วนใหญ่ที่ถูกผูกติดกับเสานั้นตายแล้วมีบางส่วนที่ดูเหมือนจะยังมีชีวิตอยู่แต่ก็คงไม่นานที่จะตายเพราะหน้าซีดและร่างกายก็หดตัวลีบคล้ายถูกสูบเลือดออกจากร่างกายตลอดเวลา


        จางเฉินตกใจและรู้สึกสะอิดสะเอียดมาก


        “จ้าวเว่ยอยู่ใต้สระแต่มีสองคนอีกคนไม่รู้เป็นใคร มีความผันผวนเล็กน้อยในสระเลือดนี้”โสมแดงกระชิบบอกจางเฉิน


       จางเฉินนั้นโกรธมากกับภาพที่เห็นเขาปลดปล่อยไฟสวรรค์พร้อมกับอัดพลังปราณเข้าสู่ดาบปลดปล่อยกระบวนท่ามังกรทลายภูผาพุ่งตรงสู่กลางสระปรากฏเป็นปราณไฟมังกรเพลิงเก้าตัวพุ่งโจมตี


        ตูมมมม


        สระเลือดนั้นระเบิดเป็นน้ำพุกระจัดกระจาย จางเฉินนั้นรีบถอยห่างออกมาเขาสาบานกับตัวเองว่าจะต้องฆ่าปีศาจตัวนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะมีอยู่กี่ตัวมันก็คือศัตรูของเขาอย่างแน่นอน


        ในเวลาเดียวกันในสระเลือดนั้นก็ระเบิดเสียงกรีดร้องสองเสียงดังออกมาจากสระเลือดปรากฏเป็นร่างคนสองคนที่ถูกเผ่าปีศาจเข้าสิงหนึ่งนั้นคือ จ้าวเว่ยอีกคนนั้นจางเฉินไม่ได้รู้จักแต่ทั้งสองนั้นร่างกายเปลี่ยนเป็นปีศาจไปแล้วจนไม่เหลือความเป็นมนุษย์แต่เดิม