ห้องหัวหน้าชั้นปีฝั่งสองสาว หญิงสาวอีกคนพึ่งออกจากห้องน้ำ ในชุดนอนสีฟ้าอ่อน มือบางสร่างผมที่เปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำ พรางสาวเท้าเข้าไปยังระเบียงที่ยื่นออกไปทางสวนหลังป้อมพอดิบพอดี
ภาพเพื่อนสาวผู้ร่วมห้องกับพี่ชายฝาแฝดกำลังนั่งดูดาวด้วยกัน ฉายชัดเข้ามาในดวงตาสีน้ำตาล ก่อนรอยยิ้มบางจะปรากฏ ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่าพี่ชายเธออยู่ในสวน ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่าเพื่อนของเธอจะออกไปเดินดูดาวในวันนี้ แต่เธอเลือกที่จะเลี่ยงเข้าห้องน้ำแทนที่จะนั่งในห้องตอนที่เพื่อนเธอออกไปเท่านั้นเอง
ทุกอย่างอยู่ในห้วงคิด ชีวิตเป็ไม่ตามชะตาลิขิต ไม่อาจบังคับ ไม่อาจขัดขวาง ไม่อาจแยกจาก และไม่อาจเปลี่ยนเส้นทางได้
แอ๊ด...
ั์ตาสีฟ้าเรียบเฉยกวาดมองห้องนอนของหัวหน้าชั้นปีอีกห้องไปรอบ ๆ ก่อนจะจบลงที่หญิงสาวที่ยืนยิ้มต้อนรับอยู่ที่ระเบียงจึงส่งสายตาเป็เชิงถาม ‘คาลินไปไหน’ แต่หญิงสาวกลับทำหน้าไร้เดียงสา ยืนงง ๆ ไม่เข้าใจความหมายซะอย่างงั้น
“คาลิน่า ไปไหน” เสียงทุ้มเอ่ยสั้น ๆ ด้วยวาจาทรงอำนาจเหมือนสั่งทหารออกรบศึกอย่างลืมตัว
“ไม่รู้” เฟลิโอน่าแกล้งตีหน้าซื่อเพราะหงุดหงิดกับคนตรงหน้าที่ร้อนรนจะแย่ แต่ดันแกล้งทำหน้าเฉยชาไม่รู้ร้อนรู้หนาวของคนตรงหน้า จนอดแกล้งไม่ได้
“ไม่รู้?” ชายหนุ่มทวนคำตอบอย่างไม่เชื่อ
“ไม่รู้ก็คือไม่รู้ ปรินซ์คาโล และนายควรจะรู้ว่าไม่ควรเข้าห้องสุภาพสตรีในยามวิกาลด้วย หรือคาโนวาลไม่ได้สอนท่านในเื่นี้” หญิงสาวกระเซ้า ใบหน้าคมคายแดงนิด ๆ กับความกล่าวหาก่อนจะเปลี่ยนเป็เรียบเฉย
คาโลดึงหน้ากากที่ถนัดขึ้นมาสวมใหม่ ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้งอย่างอดทน
“เฟรินไม่อยู่”
“เฟรินไม่อยู่? ฉันไม่รู้นี่ ตัวไม่ได้ติดกันเสียหน่อย”
คาโลส่งสายตาดุ ๆ ใส่คนที่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับเขา มาดเย็น ๆ ค่อย ๆ มลายไปทีละนิดกับการถูกหลอมจากหญิงสาว
“เธอสนิทกับหมอนั่น” เสียงทุ้มเอ่ยแย้งเรียบ ๆ
“หือ? นายไม่คิดว่าเฟรินจะรายงานฉันทุกครั้งที่หายไปหรอกน่ะ” เฟลิโอน่ากระเซ้า ั์ตาสีน้ำตาลพราวระยิบอย่างถูกอกถูกใจราวได้ของเล่นชิ้นโปรด
“เฟลิโอน่า” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างหมดความอดทน มาดน้ำแข็งที่สร้างค่อย ๆ มลายไม่เหลือซาก
เขาเป็ห่วงคาลิน่า ไม่ใช่ว่าคนตรงหน้าจะไม่รู้ ยิ่งนี่ก็ดึกดื่นมากแล้ว ยังไม่กลับห้องเสียที ไอหัวขโมยบ้านั่นก็ไม่อยู่ เธอก็โยกโย้เสียเหลือเกิน
เฟลิโอน่าขยับยิ้มกว้างมองคนมาดหลุมขำ ๆ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเขาห่วงน้องสาว แต่ไอหน้าเย็น ๆ เนี่ยเห็นแล้วมันขัดหูขัดตานี่ ไม่แกล้งก็แปลก ๆ อยู่
“ความอดทนของฉันมีจำกัด เฟลิโอน่า อย่าทดสอบให้มันมากนัก”
“แล้วฉันไปทดสอบความอดทนของนายเมื่อไรล่ะ” เสียงหวานเอ่ยอย่างนึกสนุก คาโลถอนหายใจเพราะรู้อยู่แล้วว่าเถียงอย่างไงก็ไม่ชนะ
“ฉันขอตัว” เสียงทุ้มเอ่ยก่อนจะหันหลังเพื่อจะเดินไปทางประตูที่เชื่อมไปยังนอนของเขา แต่ก็ต้องชะงักกับเสียงหัวเราะใส ๆ ของหญิงสาว
“นายรู้ไหมว่า ทำไมรัตติกาลถึงได้ไม่โดดเด่นยามมีพระจันทร์ส่องแสง” เสียงหวานเอ่ยถาม น้ำเสียงเศร้า ๆ เรียกให้ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวที่หันกลับไปมองระเบียงอีกครั้ง ั์ตาสีฟ้าเลยมองตามไปยังทิศที่หญิงสาวมอง
เฟรินกับคาลิน่า...
คาโลตวัดสายตาดุ ๆ ใส่หญิงสาวที่ยืนยิ้มอย่างอารมณ์ดีไม่รู้ร้อนรู้หนาว
‘รู้แล้ว ทำไมไม่บอก’ ชายหนุ่มคิดในใจ เพราะขืนพูดไปหญิงสาวได้โอกาสเถียงไม่หยุดเป็แน่ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อหญิงสาวยิ้มนิด ๆ ราวรู้ความคิดของเขาและต้องแปลกใจอีกเมื่อประโยคต่อมาออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม
“ใช่ ฉันรู้” เฟลิโอน่าเอียงคอพูดอย่างไร้เดียงสา คิ้วหนาของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันอย่างน่าขำ
‘อ่านใจ’
“ใช่ ฉันอ่านใจนายได้ ปรินซ์คาโล” เสียงหวานเอ่ยอีกรอบ ใบหน้ามองชายหนุ่มอย่างกวนประสาท แต่ก็ต้องหน้ามุ่ยเล็กน้อยเมื่อ เ้าชายน้ำแข็งยังคงท่าทีเฉยชา
“ทำไมไม่บอก” เสียงทุ้มเอ่ยสั้น ๆ
“เื่อะไรล่ะ เื่อ่านใจหรอ ไม่จำเป็ต้องบอกนายนี่” ร่างบางยังคงโยกโย้ อารมณ์เย็น ๆ ขาดผึ่ง คว้าหญิงสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด
แกล้งดีนักน่ะ เ้าหญิงเฟลิโอน่า.... ชายหนุ่มคิดอย่างคาดโทธ แต่หญิงสาวไม่ได้อ่านใจเพราะมั่วแต่ดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนแกร่ง แต่ดูเหมือนยิ่งเธอดิ้นมากเท่าไรมันก็ยิ่งรัดเธอแน่นมากขึ้นเท่านั้น
ใครจะไปคิดว่า เ้าชายคาโล ผู้เย็นอย่างกับน้ำแข็งเวลามาดหลุดจะหื่นกามขนาดนี้
“ปล่อย” เสียงหวานเอ่ยสั่ง คาโลแกล้งทำเป็ไม่สนใจบ้าง
“ว่าไง ทำไมไม่บอกว่า คาลิน่าอยู่กับเฟริน” เสียงทุ้มเอ่ยข้างหู ทำให้ร่างบางยิ่งดิ้นหนักเข้าไปอีก เรียกความเอ็นดูแก่ชายหนุ่ม
“ว่าไงล่ะ หือ?”
“ก็นายไม่ได้ถามนี่” เด็กสาวบ่นอุบอิบอย่างเด็กโดนแย่งของเล่นชิ้นโปรด
ไอเ้าชายน้ำแข็งบ้า คอยดูจะฟ้องเ้าพี่กับท่านพี่ลอเรนซ์ ให้จัดการนายเลยคอยดูสิ
“หือ?”
ใช่ เขายังไม่ได้ถามเธอว่า คาลินอยู่กับเฟรินรึป่าว คาโลยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะถามไปอีกเื่
“แล้วทำไมรัตติกาลถึงไม่โดดเด่น ยามพระจันทร์ส่องแสง”
เฟลิโอน่ามุ่ยหน้าอย่างไม่พอใจเพราะทั้งดิ้นทั้งข่วนก็ไม่หลุด ั์ตาสีน้ำตาลตวัดไปเห็นพี่ชายกับเพื่อนสาวที่กำลังจะเดินกลับมาห้องแล้ว
“ถึงแม้พระจันทร์ดูเหมือนเคียงคู่รัตติกาล แต่รัตติกาลก็คือความมืด ส่วนพระจันทร์ก็คือแสงสว่าง รัตติกาลกับพระจันทร์จึงไม่อาจโดดเด่นพร้อมกันได้น่ะสิ”
“พระจันทร์ช่วยส่องแสงให้รัตติกาล” เสียงทุ้มเอ่ยแย้ง เฟลิโอน่ายิ่งเบ้หน้าอย่างไม่ชอบใจที่โดนเถียง
“รัตติกาลต้องเ็ปเมื่อพบเจอพระจันทร์ที่สาดแสงเต็มดวง เ้าชาย”
“ทำไมต้องเ็ป”
“หมดเวลาเล็คเชอร์เื่รัตติกาลและพระจันทร์แล้วเ้าชาย ปล่อย” เสียงหวานเอ่ยสั้นในท่อนท้ายอย่างไม่สบอารมณ์ทำให้ร่างสูงยิ่งอยากแกล้งเข้าไปอีก
“บทลงโทธที่เธอพยายามทำให้คาโนวาลเสีย เ้าหญิงคนสำคัญไป ฉันจะถือว่าเดมอสติดหนี้ค้าง”
“หือ?”
“หนี้ที่ทำให้คาโนวาลเสียเ้าหญิงไป เฟลิโอน่า”
เฟลิโอน่าหัวเราะเบา ๆ แล้วนึกในใจ ถ้าจะติดหนี้ น่าจะเป็บารามอสมากกว่า เดมอสน่ะสิ ในเมื่อพี่เขาเป็รัชทายาทของบารามอสนี่
“บอกไว้ก่อน คาโนวาลไม่เคยปล่อยให้ใครหนีหนี้” ร่างสูงประทับริมฝีปากลงบนนวลแก้มขาวเป็ค่ามัดจำหนี้ ก่อนจะปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขนและเดินไปอีกห้อง ทิ้งให้หญิงสาวหน้าแดงก่ำก่อนจะนึกขึ้นได้จึงรีบนอนคลุมโปรง ก่อนเพื่อนสาวของเธอจะเข้ามาในห้องเพียงนิดเดียว
......................................................