ตอนที่ 17
“ท่านฝน ขอร้องล่ะครับ ปล่อยผมไปเถอะ” น้ำเสียงอ้อนวอนของวิสต้าหัวหน้าของเผ่ามนุษย์หมาป่าแทบจะถูกเสียงกระทบกันของอาวุธหลากหลายชนิดที่กำลังกระทบกันอย่างรุนแรงจนมิด แต่ถึงเสียงของวิสต้าจะดังและชัดเจนกว่านี้ก็คงหยุดปลายดาบที่กำลังห้ำหั่นใส่ตนเองไม่ได้อยู่ดี
“แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเหรอ ตอนแรกที่มาที่นี่นายบอกว่าเผ่าของนายเป็เผ่าที่แข็งแกร่งมากเลยไม่ใช่เหรอ” พี่ฝนยิ้มหวานระหว่างกำลังกดคมดาบใส่กรงเล็บของวิสต้าจนอีกฝ่ายแทบจะดันเอาไว้ไม่อยู่ แต่ก่อนที่วิสต้าจะหมดแรงพี่นิลก็เข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาและใช้ดาบใหญ่เหวี่ยงโจมตีพี่ฝนจนร่างของพี่ฝนต้องถอยร่นออกมาเพราะกำลังมหาศาลของพี่นิลนั้นมันหนักหน่วงกว่าตัวฝนเองเสียอีก
“แต่แบบนี้ก็ไม่ไหวนะครับ ขืนสู้กันเอาตายแบบนี้ติดต่อกันทุกวันมีหวังผมได้ตายจริงๆแน่” วิสต้าหอบหายใจเข้าลึกๆระหว่างที่พี่นิลมาช่วยขวางพี่ฝนเอาไว้ แต่เดิมพวกแนวหน้าอย่างพี่นิล วิสต้า ก็มักจะฝึกซ้อมกันเป็ประจำอยู่แล้ว แต่หลังจากทำการฟื้นคืนสติของพวกเขา พี่ฝน และ พี่นิล ก็มีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะแต่เดิมพี่ฝนเป็คนที่เข้มงวดกับการฝึกมากเช่นเดียวกับพี่นิลที่มีตำแหน่งเป็ถึงครูฝึกมาก่อน พวกเขาที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของจูนอีกแล้วใส่ใจเื่ฝึกมากกว่าที่จูนคิดมาก เล่นเอาวิสต้าที่โดนลากมาฝึกด้วยได้แต่ร้องโหยหวนตลอดการฝึกเลยก็ว่าได้ แต่ถึงพี่นิลจะเข้ามาช่วยก็ไม่ได้หมายความว่าการฝึกจะจบลงเสียหน่อย
“หากไม่ฝึกฝนให้หนักพวกเราจะปกป้ององค์ราชินีได้ยังไง ลุกขึ้นมาแล้วมาช่วยกันเดี๋ยวนี้” พี่นิลรับการโจมตีของพี่ฝนก่อนจะหันไปสั่งให้วิสต้าที่เอาแต่นั่งพักให้กลับมาสู้ต่อ แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือใบหน้าซังกะตายของวิสต้าที่อยากจะหนีไปเต็มที ถึงร่างกายของซอมบี้จะไม่รู้สึกเหนื่อย แต่ทุกครั้งที่รับการโจมตีของฝนหรือนิลร่างกายของวิสต้าก็มักจะได้รับความเสียหายทุกครั้ง แต่วิสต้าเป็เผ่าที่มีความห่างไกลกับเผ่ามนุษย์ขององค์ราชินีพอสมควรทำให้สกิลหัวใจอารันซาของวิสต้าเป็เพียงรูปแบบย่อยเท่านั้น และมันก็ทำให้ร่างกายของวิสต้าฟื้นตัวได้ช้ากว่าทั้งสองคนมากโดยเฉพาะนิลที่มีหัวใจต้นฉบับอยู่กับตัว
“พี่ฝน ยังฝึกไม่เสร็จอีกเหรอ” ราวกับเสียง์ ระหว่างที่นิลกับฝนเริ่มทำการฝึกฝนจะไม่มีการหยุดพักระหว่างการฝึกฝนโดยเด็ดขาดนอกจากมีเหตุจำเป็อย่างการปรากฏขึ้นของเกทหรือไม่ก็ผู้มาหยุดคือองค์ราชินีเท่านั้น ต่อให้ทั้งสองคนจะบ้าฝึกฝนแค่ไหนพอองค์ราชินีเป็ผู้มาเรียกด้วยตัวทั้งสองคนก็มีแต่ต้องยอมเท่านั้น
“พี่ขออีกสิบนาทีนะ” แต่ถึงจูนจะเป็คนมาห้าม แต่ก็ใช้ว่าพี่ฝนจะหยุดเสมอไป พอเห็นแบบนี้แล้วนึกถึงสมัยที่อยู่ศูนย์ฝึกด้วยกัน ตอนนั้นพี่ฝนก็มักจะฝึกเกินเวลาตลอด พอจูนไปตามก็มักจะได้คำตอบเดิมอย่างขอเวลาเพิ่ม 10 นาทีบ้าง 5 นาทีบ้าง แม้มันจะเกินเวลาที่ขอเสมอก็เถอะ
“ไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ จูนแค่จะมาชวนพี่ไปดูงานของพวกลุงฮิฟด้วยกัน” จูนยิ้มอย่างสบายใจก่อนจะนั่งลงที่ข้างๆสนามฝึกฝนโดยไม่ได้เร่งพี่ฝนแม้แต่น้อย ดูเหมือนการปลุกจิตสำนึกของเหล่าซอมบี้โดยไม่ได้คืนอัตลักษณ์ให้จะไม่ได้แย่อย่างที่คิด พี่นิลโดยรวมแล้วมีท่าทีต่างจากเดิมไม่มาก แต่เขาเป็คนที่เงียบกว่าที่คิดและมักจะพูดอย่างจริงจังและน้ำเสียงก็แข็งขันกว่าตอนโดนจูนบังคับมาก แถมนิสัยบ้าการฝึกก็เข้ากับพี่ฝนได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ จะบอกว่าทั้งสองคนสนิทสนมกันมากกว่าตอนจูนใช้สกิลก็ได้
ส่วนวิสต้าที่เป็หัวหน้าเผ่ามนุษย์หมาป่านั้นก็เป็ผู้ชายที่ชอบลอยชายมากกว่าที่จูนคิด เขาก็ขยันขันแข็งตามปกติอยู่หรอก แต่ก็มีวันที่ชอบแอบอู้หรือหลบไปหาที่นอนกลางวันบ่อยๆ แถมเวลาต้องฝึกกับพวกพี่นิลก็เหมือนจะใจเสาะต่างจากที่คิดมาก ทั้งยังบ่นไม่ยอมหยุดปากเวลาต้องมาฝึกซ้อมอีกต่างหาก
“วิสต้า ถ้ายังอู้อยู่จูนจะให้ฝึกเพิ่มนะ” จูนฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นวิสต้ากำลังทำท่าผิดหวังเมื่อเห็นว่าจูนไม่ได้หยุดการฝึกแต่อย่างไร ยิ่งโดนจูนขู่ว่าจะให้ฝึกเพิ่มเขาก็รีบเข้าไปช่วยพี่นิลรับมือกับพี่ฝนทันที
“วิสต้า… ถ้าขยันฝึกซ้อมอาจจะได้เป็แม่ทัพคนต่อไปขององค์ราชินีก็ได้นะ” ระหว่างที่วิสต้ากำลังฝืนใจเข้าไปฝึกฝนอีกรอบ อยู่ๆเสียงของพี่หยกก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของจูนเสียอย่างนั้น แต่สิ่งที่พี่หยกพูดออกมากลับทำให้วิสต้าฮึดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทว่า…
โครม!!
คนที่ฮึดเพราะตำแหน่งแม่ทัพคนต่อไปไม่ได้มีแค่วิสต้านี่สิ ทันทีที่ได้ยินเื่แม่ทัพคนต่อไป พี่นิลก็เหวี่ยงดาบหันมาโจมตีวิสต้าเสียอย่างนั้นทำเอาวิสต้าที่โดนพี่ฝนและพี่นิลรุมโจมตีได้แต่รับมือพร้อมร้องโหยหวนอย่างทรมานเสียอย่างนั้น
“ท่าทางเื่นี้จะยอมกันไม่ได้สินะ” พี่หยกหัวเราะออกมาเบาๆกับท่าทีขึงขังของพี่นิลที่แสดงออกมา นี่ก็เป็อีกสิ่งที่ต่างออกไปอย่างชัดเจนเมื่อทำการปลุกจิตสำนึกแล้ว นั่นคือเหล่าซอมบี้แสดงความ้าของตัวเองออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างพี่นิลและวิสต้าที่ต่างก็อยากได้ตำแหน่งแม่ทัพคนต่อไปหลังจากเลเวลบัญชาการซอมบี้ของจูนเพิ่มระดับแล้วก็แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขากระหายที่จะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน เพราะพี่ฝนที่มีเลเวลเพิ่มขึ้นหลังจากกลายเป็แม่ทัพซอมบี้แล้วมีระดับความสามารถที่เหนือกว่าพี่นิลและวิสต้าไปพอตัว หากพวกเขายังไม่ได้ตำแหน่งแม่ทัพซอมบี้มาไว้ในกำมือเกรงว่าระยะห่างจะมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งระยะห่างกับพี่ฝนและระยะห่างจากองค์ราชินีเอง หากยังเป็แบบนี้ต่อไปพลังของพวกเขาอาจจะปกป้ององค์ราชินีไม่ได้เป็แน่
“เอาล่ะ ฝึกแค่นี้ก็น่าจะพอได้แล้ว พวกคุณฮิปกำลังรอพวกเราอยู่นะ เห็นว่าพวกเขาหลอมร่างของพวกโกเลมมาสร้างอาวุธเสร็จแล้วแน่ะ” พี่หยกฉีกยิ้มก่อนจะบอกให้พี่นิลกับพี่ฝนที่เพิ่งอัดวิสต้าลงไปกองกับพื้นให้หยุดมือได้อย่างง่ายดาย ความจริงพี่หยกก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากนักแค่รู้สึกว่าความสามารถชักจูงผู้คนของพี่หยกจะเพิ่มขึ้นหรือเปล่านะ…
“อาวุธ…จากพวกโกเลมนะเหรอ” พี่นิลที่ยังทำท่าจะฝึกต่อ พอได้ยินว่าอาวุธใหม่สร้างเสร็จแล้วก็หยุดมือก่อนจะกระแอมกระไอออกมาด้วยท่าทีแอบสนใจเสียอย่างนั้น ก็ใครใช้ให้ร่างกายของพวกโกเลมมันแข็งมากๆกันล่ะ ตอนนั้นทั้งพี่นิลทั้งพี่ฝนก็แทบจะโจมตีกันไม่เข้ากันเลย หากบอกว่าพวกคนแคระสร้างอาวุธจากแร่บนร่างของพวกโกเลมสำเร็จแล้วพวกเขาก็ต้องสนใจกันแน่ๆ
.
.
.
“เป็ยังไงล่ะ ผลงานชิ้นใหม่ของพวกข้า” ทันทีที่พวกจูนเข้ามาในโรงหลอมของพวกคนแคระ เหล่าอาวุธชิ้นใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วย โลหะบนร่างของเผ่าโกเลมก็ถูกนำมาวางตั้งโชว์บนแท่นวางอาวุธอย่างสวยงาม แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าความสวยงามคือความคงทนของอาวุธที่น่าเหลือเชื่อ แม้จะมีข้อเสียตามมานิดหน่อยก็ตาม…
“น้ำหนักมากกว่าปกตินะ” พี่นิลที่ยกดาบใหญ่สีดำสนิทที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยแร่เหล็กชั้นดีของเหล่าโกเลมััได้ทันทีถึงน้ำหนักที่ต่างออกไปจากดาบปกติที่ตนใช้ ทั้งๆที่ดาบมีขนาดเท่ากันแท้ๆแต่น้ำหนักกลับมากกว่าเกือบเท่าตัว แต่สำหรับพี่นิลที่มีกำลังมหาศาลแล้วมันกลับกลายเป็ข้อดีเสียด้วยซ้ำเพราะยิ่งดาบมีกำลังและความคงทนเท่าไหร่มันก็ยิงส่งพลังของเขาออกไปได้มากขึ้นเท่านั้น นับว่าเป็ดาบที่ถูกใจมากทีเดียว
“องค์ราชินี ทางนี้เ้าค่ะ” ระหว่างที่พวกพี่นิลกำลังทดสอบอาวุธใหม่กันอย่างจริงจัง เด็กสาวผู้มีเส้นผมสีขาวสะอาดพร้อมหูกระต่ายบนหัวก็เดินเข้ามาหาจูนพร้อมกล่องที่ดูหรูหรามากใบหนึ่ง
“พวกเราตั้งใจออกแบบกันมากเลย รับรองว่ามันเหมาะกับองค์ราชินีมากแน่ๆเ้าค่ะ” เมลล์ ที่แต่เดิมเป็เผ่ากระต่ายขาวที่มีร่างกายดั้งเดิมเป็กระต่ายตัวใหญ่ั์เท่ากับหมีเลยทีเดียว แต่ถึงจะมีร่างกายใหญ่โตแต่พวกเธอก็ใช้เวทมนตร์ในการโจมตีและป้องกันเกือบทั้งหมดทำให้เผ่ากระต่ายขาวเป็เผ่าที่เสียความสามารถด้านการต่อสู้มากที่สุดเผ่าหนึ่งหลังจากลายเป็ซอมบี้เลยก็ว่าได้ แต่หลังจากได้รับร่างกายของมนุษย์และการปลุกจิตสำนึก เผ่ากระต่ายขาวก็สามารถแสดงฝีมือด้านการผลิตอุปกรณ์เวทมนตร์ออกมาให้เห็น แม้คนที่ใช้มานาได้ในตอนนี้จะมีไม่กี่คนตาม
“นี่มัน…” สำหรับเหล่านักรบ ผลงานของพวกคนแคระตราตรึงใจฉันใด สิ่งที่จูนได้เห็นตรงหน้าก็ตราตรึงใจของเหล่าจอมเวทฉันนั้น ไม้คทาที่สร้างจากโกเลมคริสตัลนั้นเป็ไม้คทาโปร่งแสงที่ส่องสะท้อนเงาสีรุ้งออกมาอย่างงดงาม ทั้งลวดลายที่แกะสลักชิ้นส่วนของโกเลมคริสตัลออกมาก็ยังงดงามเป็อย่างมาก พอประดับคริสตัลมานาเข้าไปด้วยแล้วอุปกรณ์ที่เผ่ากระต่ายขาวสร้างแทบจะกลายเป็เครื่องประดับเสียมากกว่าอุปกรณ์เวทมนตร์เสียอีก แต่สิ่งที่ทำให้จูนรู้สึกตื่นเต้นก็ไม่ใช่แค่ความสวยงามเท่านั้น เพราะภายใต้ความสวยงามนั้นยังมีประสิทธิภาพที่น่าเหลือเชื่ออีกด้วย ไม่ว่าจะเป็ความเสียหายเวทมนตร์ที่เพิ่มขึ้นถึง 70% แถมยังลดการใช้มานาลง 30% อีกต่างหาก
“พี่ฝน พี่ฝนลองสวมต่างหูชิ้นนี้ดูสิ” ไม่ใช่แค่ไม้คทาเท่านั้นที่พวกเผ่ากระต่ายขาวสร้างขึ้นมาให้กับพวกจูน ไม่ว่าจะเป็ต่างหู แหวน สร้อยคอ หรือแม้แต่เทียร่าสำหรับประดับศีรษะเองก็ถูกสร้างขึ้นมาหลายชิ้นสำหรับทั้ง จูน พี่หยก พี่ฝน หรือแม้แต่ปลอกคอสำหรับโรสเองก็ตาม โดยเฉพาะต่างหูที่พวกเมลล์สร้างขึ้นมาเป็พิเศษสำหรับพวกนักรบนั้นก็เป็ถึงต่างหูที่เพิ่มจำนวนมานาสูงสุดได้ถึง 2,000 หน่วยอีกต่างหาก สำหรับนักรบที่มีมานาน้อยกันอยู่แล้ว ต่างหูชิ้นนี้จึงเป็ต่างหูที่มีประโยชน์มากโดยเฉพาะพี่ฝนที่ยังฟื้นฟูค่าสติปัญญาได้ไม่มากเท่าไหร่ ยิ่งมีอุปกรณ์เสริมมานามากขึ้นพี่ฝนก็จะยิ่งใช้สกิลได้ดีขึ้นด้วย
“เป็ไง เหมาะกับพี่หรือเปล่า” พี่ฝนสวมต่างหูก่อนจะหันไปให้จูนดูว่าเหมาะกับตัวเองหรือไม่ แน่นอนว่า…
“เหมาะมากเลย เข้ากันสุดๆเลยค่ะ” แม้พี่ฝนจะอยู่ในสภาพเพิ่งกลับออกมาจากสนามฝึก แต่เส้นผมที่กระเซอะกระเซิงและคราบดินบนชุดก็ฉุดความสวยของพี่ฝนลงไม่ได้แม้แต่น้อย ยิ่ง…
“แบบนี้ต้องขอบคุณพันธุกรรมของเผ่าเทวทูตด้วยสินะ ใครจะไปคิดล่ะว่าเผ่าของคุณลูเซียสจะได้สกิลแบบนั้นมา” พี่ฝนหัวเราะเขินๆกับคำชมอย่างตื่นเต้นของจูน ความจริงรูปร่างหน้าตาของฝนตอนนี้ต่างไปจากเดิมนิดหน่อย เพราะพันธุกรรมของเผ่าเทวทูตนั้นมอบสกิลที่จะว่ามีประโยชน์หรือก็มี จะว่าไร้ประโยชน์หรือก็ใช่ให้กับพวกจูน ซึ่งสกิลนั้นก็คือ สกิลเสริมเสน่ห์ นั่นเอง สำหรับเผ่าเทวทูตที่ยึดถือเื่การค้าเป็สำคัญมันคงเป็สกิลที่ได้ผลมากเพราะรูปร่างหน้าตาที่งดงามของพวกเขาทำให้การเจรจาบางครั้งก็ง่ายดายขึ้นมาก แต่สำหรับนักรบแล้วมันเป็สกิลที่ไร้ประโยชน์สุดๆ แต่ก่อนจะเป็นักรบฝนก็เป็หญิงสาวมาก่อน สกิลนี้เลยเป็สกิลที่เธอชอบมากๆเพราะนอกจากจะทำให้เส้นผมสุขภาพดีและผิวพรรณเปล่งปลั่งและความงามโดยรวมดูดีขึ้นโดยไม่ต้องดูแลมากแล้ว สกิลยังทำให้เกิดความรู้สึกหลงใหลเล็กน้อยขึ้นอีกด้วย แต่เพราะสกิลที่จูนได้มาเป็เพียงสกิลที่คัดลอกมา มันเลยมีผลน้อยมากๆเมื่อเทียบกับเผ่าเทวทูตตัวจริงอย่างลูเซียส
“องค์ราชินี ข้ามีเื่อยากจะปรึกษาขอรับ” ระหว่างสาวๆกำลังวี้ดว้ายกับเครื่องประดับอยู่นั้น ลุงฮิฟหัวหน้าเผ่าคนแคระก็เดินเข้ามาหาจูนพร้อมกับแขนของโกเลมรูปปั้นที่ยังอยู่ในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ท่าทางเ้านั่นจะเป็ปัญหาใหญ่พอสมควรเลย
“ข้าเกรงว่า ความสามารถของพวกข้าจะไม่ถึงขั้นจริงๆขอรับ วัสดุชิ้นนี้แข็งเกินไปสำหรับพวกเรา ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ไม่สามารถหลอมหรือแปรรูปมันได้เลยขอรับ” ลุงฮิฟส่ายหน้าอย่างหมดหนทางทั้งๆที่โลหะจากร่างของพวกโกเลมพวกเขาก็ยังหลอมละลายมันได้อย่างรวดเร็วแท้ๆ แต่ร่างของโกเลมรูปปั้นนั้นกลับหมดหนทางจริงๆ ทั้งๆที่เหล่าคนแคระที่ทำการฟื้นฟูจิตสำนึกแล้วสามารถดึงเอาความรู้ความสามารถของพวกตนได้อย่างเต็มที่แล้วแท้ๆ
“ช่วยไม่ได้หรอก มันแข็งเกินไปจริงๆนี่นา” จูนพยายามปลอบใจพวกคนแคระก่อนจะหยิบแขนของโกเลมรูปปั้นมาถือ นอกจากสกิลบัญชาโลหิตที่อัดพลังเข้าไปเต็มที่ของจูนแล้วก็แทบไม่มีอะไรในโลกนี้ทำอันตรายชิ้นส่วนของโกเลมรูปปั้นได้เลย สมแล้วที่เป็าาของเผ่าโกเลม แม้จะตายไปแล้วก็ยังคงความแข็งแกร่งเอาไว้ได้
“แบบนี้พวกเราก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้สินะ หรือว่าพวกเราจะขายชิ้นส่วนพวกนี้ให้สมาคมการค้าดี” คำถามของพี่หยกก็ฟังดูน่าสนใจไม่น้อย วัสดุที่แข็งแกร่งมากก็จริง แต่แปรรูปไม่ได้มันก็ไร้ความหมาย แบบนั้นสู้ขายเพื่อเอาไปแลกกับสิ่งต่างๆมาช่วยพัฒนาโลกของเธอไม่ดีกว่าเหรอ จะว่าไปการเชื่อมต่อของสมาคมการค้ารอบต่อไปก็ใกล้เข้ามาแล้วสิ คราวนี้จูนจะได้รับสินค้าที่สั่งเอาไว้สักที และถ้าเงินเหลือพอเธออาจจะซื้อผลึกสกิลมาให้พี่ฝนกับพี่หยกด้วยก็ได้ ไหนจะเืของสิ่งมีชีวิตที่จูนสั่งซื้อไปอีก อยากรู้จังเลยว่าเืพวกนั้นจะมอบสกิลอะไรให้กันนะ…