วิกฤติร้าย หายนะโลก (PROJECT Z)

    ตอนที่ 15 ก่อนลุกขึ้นสู้

          แตงไทยที่อยู่ใกล้สุดไม่ขยับ  ดวงตามองตรงไปยังส่วนลึกสุดของร้าน  หัวสมองพยายามประเมินความเสี่ยง


    “ ใครอยู่หลังร้าน  ผีดิบหรือคน ”


     

        ส่วนขนุนและแห้งก็กดดันหนักจนขยับไม่ออก  เพราะทุกการกระทำต่อจากนี้  ล้วนเดิมพันด้วยชีวิต 

         


       พอเห็นว่าไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเพิ่มเติม  แตงไทยก็คืบไปข้างหน้าด้วยการคลาน  โดยใช้ชั้นวางของบดบังกาย  มือขวากำมีดพกเอาไว้แน่น  ทุกเศษเสี้ยวของสมาธิพุ่งตรงไปที่หลังร้าน  ไม่นาน  ก็ถึงประตูทางเข้า



         แตงไทยยกมือขึ้นทำสัญญาณให้เข้ามา  ขนุนและแห้งจึงแยกไปที่มุมห้องทั้งซ้ายขวา  เพื่อซัปพอร์ตสาวร่างเล็ก


     

        เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมก๊วนยึดตำแหน่งสำคัญได้สำเร็จ  แตงไทยก็ย่อตัวลงต่ำ  ก่อนจะยื่นมือไปจับลูกบิด จากนั้นก็เปิดประตู 


    “ แอ๊ด…..”


     

        ประตูบานนั้นแง้มเปิดช้าๆ  และแตงไทยก็ระวังมากพอจะแนบตัวกับขอบประตู  พร้อมสอดสายตาเข้าไป  จึงพบกับห้องที่มีลังกระดาษขนาดใหญ่กองทับกันหลายชั้น  อันคะแนได้ว่านี่น่าจะเป็๞ห้องเก็บของ


     

       แตงไทยรอดูสถานการณ์ต่อไป  มือกำมีดพกแน่นกว่าเดิมจนถ้าด้ามจับมันอ่อนยวบ  ก็คงแหลกสลายไปนานแล้ว  พอแน่ใจว่าไม่มีอะไร  เธอก็ยกมือเป็๲สัญญาณ


     

          เหมือนทั้งสามจะชำนาญงาน  จึงรู้ความหมายของรหัสมือเป็๲อย่างดี  แห้งเลยเคลื่อนมาหลบซ่อนหลังประตู  ส่วนขนุนที่แข็งแรงสุดเป็๲ฝ่ายบุกเข้าไปข้างในพร้อมค้อนปอนด์คู่ใจ


    “ ลุย ”


     

           พอชายฉกรรจ์ร่างใหญ่รุกมาถึงกลางห้อง  ก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มที่คุกเข่าอยู่ด้านในสุด  จึงยกค้อนปอนด์ขึ้นมา  หวังพิฆาตศัตรู  แต่พอฟาดอาวุธลงไป  สายตาดันคุ้นชินกับความมืดจนพบสิ่งที่ไม่คาดฝัน  นั่นก็คือ “หญิงชราร่างเล็กที่กำลังกอดเด็กหญิงตัวน้อย” 


    “ เอ๊ะ! ” ขนุนรีบยั้งมือ  ทำให้ค้อนปอนด์อยู่ห่างจากเป้าหมายไม่ถึงคืบ  ก่อนจะค่อยๆลดอาวุธลง  หญิงชราคนนั้นเลยอ้อนวอนเสียงสั่น 


    “ อย่าทำอะไรยายกับหลานเลย  ปล่อยเราไปเถอะ ”


     

          แตงไทยรีบเข้ามาเปิดไฟในห้อง  ทำให้เห็นสองยายหลานถนัดขึ้น ขณะที่แห้งยังคงระวังหลังต่อ  เพื่อความไม่ประมาท 


    “ ขอร้องเถอะนะ  ยายกับหลานอยู่กันแค่สองคนเอง  อย่าทำอะไรพวกเราเลย ” ยายยังคงอ้อนวอน  เสียงที่เปล่งออกมาออกแนวสะอื้น  โดยมีหนูน้อยน่ารักน่าชังนั่งตัวสั่นงันงงอยู่ในอ้อมกอด  อันเป็๲ภาพที่น่าเวทนาสุดๆ


     

           เมื่อเป็๲เช่นนี้  แตงไทยจึงเข้าไปพูดคุย  เพราะเมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์  เธอดูเหมาะสมที่สุดแล้ว  


    “ คุณยายคะ  เรามาดี  พวกหนูไม่ทำอะไรยายกับน้องแน่ ”


     

            ยายพินิจชาวแก๊งอยู่อึดใจ  จึงมีสีหน้าที่ดีขึ้น 


    “ จริงหรือจ๊ะ ” 


    “ จริงค่ะ  เราแค่ผ่านมา  และขอพักคืนเดียว ” แตงไทยยิ้มให้  ซึ่งก็หยาดเยิ้มพอจะทำให้ยายหลานคลายกังวลอีกหลายส่วน  แต่ก็ยังไม่วางใจซะทีเดียว 


    “ ละ  แล้วพะ  พ่อหนุ่มข้างหลังล่ะ ” 


    “ อ้อ  คนนี้พี่ชายของหนูเอง  ถึงหน้าดุไปหน่อย  แต่ก็ใจดีนะ ” แตงไทยหันกลับมาส่งสัญญาณให้ขนุนทำหน้าเป็๲มิตรหน่อย  พี่ชายจึงข่มใจ  ฉีกยิ้มออกมา  ทว่ากลับทำให้สองยายหลานผวาหนักกว่าเดิม 


    “ ว้าย  ตายแล้ว  พ่อหนุ่มคนนั้น… เขาไม่กินคนใช่มั้ยจ๊ะ ” 


    “ โอ้  ไม่  ไม่  ไม่ค่ะ  พี่หนูแค่ยิ้มให้คุณยายเท่านั้นเอง ” แตงไทยรีบตรงเข้าไปกอด  ก่อนจะหันมาบอกขนุนว่าให้เลิกฉีกยิ้ม  ทำเอาพี่ชายร่างใหญ่ไปไม่เป็๲ 


    “ ละ  แล้วหนูมากับ  เอ่อ  พี่ชายแค่สองคนเหรอ ” คุณยายถามแบบกล้าๆกลัวๆ   


    “ ไม่ค่ะ  ยังมีอีกสองคน  พี่แห้ง  ปลอดภัยแล้ว  เป็๲แค่คุณยายกับหลาน ” แตงไทยร้องเรียกชาวแก๊งที่เหลือ  ทว่าแห้งเหมือนจะรู้งานกว่าขนุน  เลยเก็บอาวุธ  แล้วเดินเข้ามาถอดหมวกโค้งคำนับให้ยาย 


    “ พวกผมผ่านทางมา  อยากหลบภัยพาลซักหนึ่งคืน  ขอคุณแม่โปรดเมตตาด้วย ”


     

           คุณยายหันไปมองหน้าแตงไทย  ก่อนจะถามด้วยสายตาว่า “พ่อหนุ่มคนนี้ปกติมั้ย” สาวร่างเล็กจึงตอบกลับเสียงอ่อย 


    “ เอ่อ  ๰่๥๹นี้เขาขาดยาค่ะ  แต่ยายไม่ต้องกลัวนะ  ไม่กัดใครแน่ ” 


    ………………………


          เมื่อเห็นว่าทุกสิ่งปลอดภัย  แตงไทยจึงโบกมือให้พริกขับรถเข้ามา  ซึ่งก็สร้างความหวาดเสียวให้กับทุกคน  เพราะเด็กสาวยังไม่ชำนาญนัก  และทำเครื่องดับถึงสองหน  แต่สุดท้ายก็เอากระบะสีเ๣ื๵๪หมูมาจอดเทียบท่าได้สำเร็จ


     

          หลังพูดคุยกัน  จึงรู้ว่าคุณยายคือผู้ดูแลศาลเ๽้า  ส่วนเด็กน้อยคือหลานแท้ๆ  สาเหตุที่ยังไม่ไปจากที่นี่  เพราะรอคอยลูกสาวที่เป็๲แม่ของเด็กคนนี้  ซึ่งหายไปใน๰่๥๹เกิดวิกฤติเมื่อสามวันก่อน


      

          แน่นอนว่าข่าวดังกล่าวย่อมทำให้ชาวแก๊งหดหู่ไปตามๆกัน  เพราะรู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของโลกภายนอกเป็๲อย่างดี  และมีโอกาสน้อยมากที่ลูกสาวของยายจะกลับมาได้  แตงไทยจึงเอ่ยปากชวน 


    “ คุณยายไปกับพวกหนูเถอะ  อยู่กันแค่สองคน  มันอันตรายนะ ” 


    “ ไม่เป็๲ไรจ้ะ  พวกยายจะรอลูกสาวอยู่ที่นี่ ” หญิงชรายืนกราน


     

          สามสหายนิ่งเงียบ  ในใจประเมินได้อย่างแม่นยำว่ายายหลานไม่น่ารอดเกินสามอาทิตย์  เพราะนอกจากภัยซอมบี้  ยังมีกลุ่มคนหิวโหยที่ตอนนี้ทำได้ทุกอย่างเพื่ออาหาร  ไหนจะเสบียงของยายที่น่าจะมีตุนไว้แค่เดือนเดียว  จึงผลัดกันเกลี้ยกล่อมอีกหลายที  แต่ก็ไร้ผล 


    “ เฮ้อ ” แตงไทยถอนหายใจยาว  ก่อนหันไปมองสองพี่ชายเป็๲เชิงปรึกษา  และเหมือนพวกเขาจะรู้ใจกัน  จึงพยักหน้าให้   


    “ งั้นแบบนี้มั้ยคะ พวกหนูจะช่วยเสริมที่นี่ให้แข็งแรงขึ้น  แล้วเคลียร์พวกผีดิบแถวนี้ให้ ” 


    “ เหรอ  ดีจัง  พวกหนูจะอยู่ซักกี่วัน ” คุณยายดูดีใจขึ้นมาทันที 


    “ สองวัน ” ขนุนตอบห้วนๆ  ทำเอาคุณยายซึมลงทันควัน  เพราะอยากให้ชาวแก๊งอยู่นานกว่านี้

     

    …………………………


            ก่อนอาทิตย์ตกดิน  สามสหายและพริกช่วยกันทำศาลเ๽้าให้มั่นคงขึ้น  ด้วยการปิดประตู  หน้าต่างให้หมด  แล้วเอาผ้ามาทำเป็๲ม่านบดบังทุกช่องทาง  เพื่อไม่ให้คนหรือไม่ใช่คนส่องเข้ามาได้  ปิดท้ายด้วยการดันชั้นวางของไปกั้นทุกทางเข้าออก



            แน่นอนว่าอาหารเย็นย่อมเป็๞เนื้อย่างที่ชาวแก๊งกวาดมาจากห้าง  โดยคุณยายอาสาใช้เตาแก๊สทำให้


        

            ทุกคนนั่งรวมตัวกันที่กลางร้าน  และชาวแก๊งยังคงคอนเซ็ปเดิม  นั่นก็คือปิดไฟให้หมด  แล้วจุดเพลิงลงไปในกระป๋องสังกะสีขนาดใหญ่  โดยมีใบปลิวชุบน้ำมันคอยเป็๞เชื้อ


     

            แตงไทยคุยกับยายตลอด  หวังสร้างความสนิท  เผื่อจะทำให้สองคนนี้ยอมตามมา  หญิงชราเลยรู้สึกดี  และบอกข่าวสำคัญ 


    “ เห็นว่าพวกหนูเป็๞คนดี  ยายจะเล่าอะไรให้ฟัง  เมื่อวันก่อนยายเปิดวิทยุ  แล้วได้ยินเขาประกาศว่า…..คนที่ยังรอด  ให้หนีไปเชียงใหม่ รัฐบาลจะไปรวมตัวที่นั่น ”


     

           เพียงได้ยินแค่นี้  ทุกคนในแก๊งก็ยิ้มขึ้นมาได้  เพราะตรงกับเป้าหมายที่ได้รับทราบข่าวมาก่อนหน้า  อันเป็๞การยืนยันว่าที่นั่นน่าจะปลอดภัยจริงๆ



        ระหว่างที่แตงไทยพูดคุยกับยาย หนูน้อยหน้าตาน่ารักก็ชะโงกหน้ามาแอบมองเป็๲ระยะ  สาวร่างเล็กจึงยิ้มอ่อนโยน  ก่อนยื่นเนื้อย่างให้ 


    “ กินมั้ย  หนู อร่อยนะ ”



        ทว่าเด็กหญิงไม่ตอบ แถมยังมุดหลบไปอยู่ในอ้อมอกของคุณยายอีก หญิงชราเลยอธิบาย


    “ โทษทีนะ  หนู ๻ั้๫แ๻่ลูกสาวของยายหายไป เด็กนี่ก็ไม่ยอมคุยกับใครอีกเลย ”



        แตงไทยยิ้มรับคำตอบ แต่รู้สึกตงิดใจอยู่หน่อยๆ เพราะตามปกติ เด็กหญิงที่จากแม่ไปแค่สามวัน จะมีพฤติกรรมถึงขั้นนี้แล้วหรือ  มันหนักเกินจริงไปหน่อยมั้ย  กระนั้นก็ไม่ได้พูดสิ่งที่คิดออกมา  และรอดูท่าทีต่อไป



          ด้านพริกเองก็ดูหงอยไปถนัดตา  และนั่งกอดเข่ามองเปลวไฟที่ลุกโชนในกระป๋องสังกะสี  ทำให้แตงไทยที่ลอบสังเกต  รู้สึกเป็๞ห่วง  และเตรียมเข้าไปปลอบ  แต่ขนุนเอื้อมมือมาจับหัวไหล่  พร้อมส่ายหน้า 


    “ นังหนูนั่นต้องยืนด้วยตัวเอง  เพราะถ้าโดนแค่นี้  แล้วกลับมาไม่ได้  ก็ไม่ควรอยู่ในโลกใบนี้ ”


     

            แม้แตงไทยจะรู้ว่าสิ่งที่พี่ชายพูดเป็๞ความจริง  แต่ก็ยังอดเป็๞ห่วงไม่ได้อยู่ดี  แห้งเลยลองแหย่ 


    “ เฮ้  อย่ามัวห่วงแต่นังเด็กปากดีนั่นเลย  กินเหล้าให้หายกลุ้มเถอะ  จะได้เมาหลับ ”


     

          สาวร่างเล็กจึงรับมากระดกอึกใหญ่  แล้วคืนขวดเหล้าขาวให้แห้ง  ดวงตายังคงมองพริก ทำเอาหนุ่มคาวบอยตกตะลึง เพราะจำได้ว่าแตงไทยไม่ชอบกินเหล้า 


    “ เฮ้อ…..”


     

           ในหัวของพริกวนเวียนไปด้วยภาพความทรงจำที่เคยใช้ร่วมกับแกงส้ม  ทั้งตอนที่หัวเราะด้วยกัน  เมาท์พวกดารา นักร้องที่สนใจ  และคอยปลอบโยนในยามเพื่อนรักเสียขวัญ 


    “ อืม  เรารู้จักกันมานาน ”


     

          พอสุขได้ชั่วขณะ  ภาพศพของแกงส้มก็ผุดขึ้นมา  ทำให้พริกขบกรามแน่น  เพื่อสกัดกั้นน้ำตาที่เตรียมจะไหลออกมาอีกครั้ง 


    “ อึก  ชั้นยังแกร่งไม่พอ  เธอจึงต้องตาย ”


     

         พริกเอาแต่โทษตัวเอง  และเชื่อฝังหัวว่าเป็๲ว่าเป็๲แบบนั้น  ในเวลาต่อมา  ความคิดของเด็กสาวก็แปรเปลี่ยนไปอีก 


    “ อีกอย่าง  ชั้นยังมีหลายคนที่ต้องดูแล ”


     

        ภาพของพ่อแม่  ญาติที่เชียงใหม่  และพี่โอมผุดขึ้นมาในสมอง  เด็กสาวจอมห้าวจึงตัดสินใจลุกขึ้นยืน  แล้วถามแตงไทยดังๆ 


    “ ช่วยสอนหนูสู้ได้มั้ย ”



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2