หยุนซีนั่งจุ่มปุ๊กบนม้านั่งตัวน้อยอยู่ใต้ต้นทับทิม สองมือท้าวคางมองไปทางประตูบ้านอย่างใช้ความคิด
‘ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่รอง พี่สามไปอยู่ที่ไหนกัน’
เมื่อหยุนหลาง หยุนหยางเก็บฟืนกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นน้องสาวนั่งมองจ้องมาแต่ไกล
“น้องเล็ก พี่รองกลับมาแล้ว” หยุนหยางวิ่งพร้อมโบกมือไปมาด้วยรอยยิ้ม
“พี่รอง ขอบคุณที่ช่วยแบ่งเบาภาระของที่บ้านนะเ้าคะ ท่านเก่งมาก” หยุนซีเอ่ยขอบคุณพร้อมยิ้มหวานให้กำลังใจ ก็พี่ชายเป็เด็กบ้ายอนี่นะ ต้องชมเชยให้มากหน่อย
“น้องเล็ก พี่สามก็ช่วยเหมือนกันนะ” หยุนหลางรีบออกตัว ยิ้มกว้างรอคำชม
“พี่สามก็เก่งมากเช่นกันเ้าค่ะ”
เด็กชายทั้งคู่พอใจกับคำเยินยอแล้ว ก็รีบเอาฟืนที่แบกอยู่บนหลังไปเก็บไว้ในห้องเก็บฟืน
หยุนหยางมีบุคลิกที่ค่อนข้างจะสดใสร่าเริง ในขณะที่หยุนหลางมีนิสัยเงียบ ๆ ค่อนข้างเก็บตัว ถึงอย่างนั้นก็ต้องชมว่าตระกูลหลี่เลี้ยงดูบุตรหลานมาอย่างดีจริง ๆ
วันนี้หลิวซื่อกลับบ้านมาแต่หัววัน เนื่องจากข้าวเหลือน้อย ผักป่า หัวมัน ที่บ้านก็หมดแล้วต้องออกไปเก็บเพิ่ม
เดินเข้าบ้านมาเห็นลูกชายยืนล้อมหลานสาวอยู่ จึงะโเสียงดัง “เ้าลิงสองตัวนั่นน่ะ อย่าไปกวนน้อง” หลิวซื่อรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจแต่ยังไงนั่นก็คือลูกชายของนาง
“ท่านแม่ ข้าไม่ได้กวนน้องเล็กซะหน่อย” หยุนหยางทำหน้างอแล้วถอยไปยืนด้านข้าง
หยุนหลางก็พูดเสียงค่อย ๆ ว่า “ท่านแม่ ข้าก็ไม่ได้กวนน้องเช่นกัน”
“หึ” หน้าตายับยู่แบบได้รับความไม่เป็ธรรมของเด็กชายทั้งคู่ ดูน่ารักจนหยุนซีอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “อาสะใภ้ พี่ชายไม่ได้กวนข้าหรอกเ้าค่ะ”
“ซีซี วันนี้รู้สึกยังไงบ้าง? ยังปวดหัวอยู่มั้ย?”
“ดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะ อาสะใภ้”
“อาสะใภ้จะไปเก็บผักป่า เ้าก็อยู่บ้านดี ๆ นะ”
หลิวซื่อลูบหัวหลานสาวเบา ๆ ก่อนจะเดินไปหยิบตะกร้าในครัว
“หยุนหยาง ของบนโต๊ะพวกนี้มาจากไหนน่ะ?” หลิวซื่อะโถามเสียงดังมาจากด้านใน
“ย่าเหอให้มาเ้าค่ะ” หยุนซีคิดถึงความใจดีของหญิงชราเลยตอบไปตามความจริง
“ซีซี บ้านป้าเหอเองก็ลำบาก คราวหน้าอย่ารับมาอีกนะ เดี๋ยวข้าเก็บผักป่าไปตอบแทนให้มากหน่อยก็แล้วกัน”
น้ำเสียงของหลิวซื่อไม่ได้เข้มงวด แต่ก็อบรมสั่งสอนสิ่งที่ควรไม่ควรให้แก่ลูกหลาน ในชนบทการไปมาหาสู่ หยิบยื่นสิ่งของให้แก่กันเป็เื่ปกติ แต่ก็ไม่ควรเอาเปรียบเพื่อนบ้าน
หยุนซีพยักหน้ารับ “เข้าใจแล้วเ้าค่ะ อาสะใภ้”
ความสัมพันธ์แบบสมัครสมานสามัคคีของคนในหมู่บ้านทำให้หยุนซีรู้สึกสบายใจ แม้ชาวบ้านจะยากจนแต่ก็รวยน้ำใจ ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่มีความหยิ่งทะนงหรือจองหองเลย
“อาสะใภ้ ข้าขอไปเก็บผักป่ากับท่านด้วยนะเ้าคะ” เก็บผักเป็กิจกรรมที่สนุก แถมได้เดินออกกำลังกายด้วย กำไรสองต่อ
“ท่านแม่ พวกเราไปด้วยกันทั้งหมดเถอะ ข้ากับน้องสามจะช่วยดูแลน้องเล็กเอง” หยุนหยางและหยุนหลางออกปากอาสาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
หลิวซื่อไม่มีทางเลือกนอกจากเอ่ยย้ำข้อควรระวังแก่เด็กทั้งสามคน จากนั้นก็อุ้มหยุนซีเดินนำออกจากบ้าน
สายลมโชยเอื่อยพัดปะทะใบหน้าน้อย ๆ อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อน ไม่มีมลภาวะ ทำให้รู้สึกสดชื่น
บนเขาต้าชิงแห่งนี้เป็ป่าทึบ ต้องเดินเข้าป่าลึกสักหน่อยถึงจะพอหาของที่กินได้เจอ หยุนซีตาเป็ประกาย วางแผนจะมาสำรวจป่าในภายหลัง
ตลอดทางที่เดินผ่าน มีผักป่าหลงเหลืออยู่ไม่มาก เป็เพราะความอดยาก ผักป่าที่กินได้ส่วนมากจึงถูกเก็บไปกินจนเกือบหมดแล้ว
กลุ่มของหลิวซื่อเดินลึกเข้าไปในป่าด้านที่ไม่ค่อยจะมีคนเข้าไป มีลำธารสายเล็กไหลเอื่อย เพราะอยู่ริมน้ำ ผักที่ขึ้นใกล้ ๆ ลำธารจึงดูสดกรอบกว่าปกติ
มองเห็นผักที่กินได้มากมาย เช่น ผักจี้ช่าย, กุยช่าย, ปวยเล้ง, กะหล่ำปม, ขึ้นฉ่าย, ผักบุ้ง, ฯลฯ
แค่คิดถึงเกี๊ยวไส้ผักจี้ช่าย, ผัดปวยเล้งไฟแดง หยุนซีถึงกับน้ำลายสอ มองไปที่ผักเ่าั้ตาเป็ประกาย แต่แล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อเห็นอาสะใภ้เอาแต่ขุดหัวมัน
………………………………….
‘อะไรวะ?’
“อาสะใภ้ ทำไมท่านไม่เก็บผักพวกนี้ล่ะเ้าคะ?” หยุนซีงงเป็ไก่ตาแตก ท่านไม่รู้จักผักพวกนี้เหรอ? ไม่น่าจะเป็ไปได้
“ซีซี พวกนั้นเป็วัชพืช กินไม่ได้นะจ๊ะ” หลิวซื่อตอบ มือก็ไม่หยุดขุดหัวมัน
พอหันไปเห็นหลุนหยาง หยุนหลางที่กำลังขุดหัวมันอยู่เช่นกัน หยุนซีถึงกับพูดไม่ออก
(ในความคิด : นี่ไม่รู้จักกันจริง ๆ เหรอ? สงสัยต้องแต่งนิทานหลอกผู้ใหญ่แล้ว เฮ้อออ!!)
“อาสะใภ้ วันนี้ข้าเห็นท่านยายคนนึงในหมู่บ้านเก็บผักพวกนี้ ด้วยความสงสัยข้าก็เลยถาม ได้ความว่าต้นนี้คือผักจี้ช่าย ต้นนี้คือปวยเล้ง พวกมันเอามาทำอาหารได้อร่อยมาก ท่านยายยังบอกว่าอาหารหายาก ให้บอกคนที่บ้านเก็บไปทำกินเ้าค่ะ”
หยุนซียังชี้ไปที่ผักอีกหลายชนิด แต่งเื่แล้วพูดต่อ “ท่านยายยังเอาผักอีกหลายอย่างมาสอน ให้ข้าดูแล้วจำ ต้นนั้นผักบุ้ง, อันนั้นขึ้นช่าย, นั่นกะหล่ำปม, นี่คือตะไคร้หอม ส่วนนั่นกุยช่าย ข้าจำที่ท่านยายบอกสอนได้หมดเลยเ้าค่ะ”
“ท่านยายคนนั้นช่างมีเมตตา ซีซี วันหน้าต้องตอบแทนท่านยายให้มากนะ รู้มั้ย พวกเ้าก็เช่นกัน อย่าลืมแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น” หลิวซื่อเชื่อโดยไม่มีความลังเลหรือมีคำถามเลยแม้แต่น้อย
“ข้าจะจำไว้ขอรับท่านแม่” หยุนหยาง หยุนหลางรับคำด้วยสีหน้าจริงจัง
นี่เป็รากฐานการเป็คนดีมีเมตตาที่เด็ก ๆ ต่างถูกบ่มเพาะไปทีละขั้น
ผักจี้ช่ายและปวยเล้งที่ขึ้นอยู่ใกล้ลำธารมีลำต้นอวบ ดูสดกรอบ พวกเขาช่วยกันเก็บจนได้เต็มตะกร้า นอกจากนี้ยังมีหัวมันและผลหยางเหมย
ยุคโบราณเช่นนี้ ผักป่าที่กินได้และคนรู้จักยังมีไม่ค่อยมาก เพราะยังไม่มีคนให้ความรู้เื่พืชผักที่กินได้ และก็เพราะไม่รู้นี่ล่ะ ถึงทำให้ผู้คนอดอยากจนล้มตายไปจำนวนมาก น่าแปลกที่บริเวณนี้มีผักที่กินได้ขึ้นอยู่เต็มไปหมด
หลิวซื่อสะพายตะกร้าและอุ้มหยุนซีไปในคราวเดียวกัน โชคดีที่ร่างน้อยนี้ผอมเลยมีน้ำหนักเบามาก ทำให้ไม่ได้ลำบากอะไรในการอุ้มเด็กและแบกตะกร้าเดินไปพร้อมกัน
ไม่รู้ว่าเป็เพราะปรับตัวได้ หรือถูกประคบประหงมมากเกินไป หยุนซีรู้สึกว่าตัวเองมีนิสัยแบบเด็ก ๆ มากขึ้นทุกที
เมื่อกลับถึงบ้าน หลิวซื่อบอกให้หยุนหยางเอาผลหยางเหมยครึ่งชามและผักที่เก็บมาใหม่ไปส่งให้นางเหอที่บ้าน กำชับให้บอกด้วยว่าผักพวกนี้สามารถกินได้
มื้อค่ำวันนั้นประกอบไปด้วยผัดผักจี้ช่าย ต้มน้ำแกงหัวมันกับขึ้นช่าย และมันต้มบดใส่น้ำมันและเกลือที่หลิวซื่อทำตามคำบอกของหยุนซี
แสงแดดโพล้เพล้ยามเย็น เป็เวลาที่สมาชิกในครอบครัวกลับบ้าน
หยุนซีนั่งจุ่มปุ๊กบนม้านั่งตัวเตี้ย สองมือท้าวคางมองตรงไปที่ถนนหน้าบ้าน เมื่อเห็นสมาชิกเดินกลับมาอยู่ไม่ไกลก็ยืนขึ้นโบกมือน้อย ๆ ทั้งสองข้าง ร้องะโต้อนรับ “พวกท่านกลับมาแล้ว”
“ซีซี ปู่กลับมาแล้ว” ปู่หลี่มองเห็นหลานสาวแต่ไกล รีบส่งเครื่องมือให้ลูกชายคนโตถือ แล้ววิ่งมาอุ้มหลานน้อย
ย่าเถียนก็ไม่น้อยหน้า วิ่งมาแย่งหลานตัวน้อยจากอกปู่หลี่ไปอุ้ม “ดีจริง ๆ ซีซีออกมารอรับย่ากลับบ้านด้วย คิดถึงย่ามั้ย?” จากนั้นก็หันไปถลึงตาใส่สามี ชายชราหัวเราะแห้ง ๆ ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าทำอะไรผิด
สมาชิกคนอื่นต่างหัวเราะขบขัน หยุนซีก็หัวเราะผสมโรงไปด้วย
กับข้าวมื้อเย็นที่มีผักแปลกใหม่หลายอย่าง รสชาติอร่อย ทุกคนต่างชื่นชอบและกินจนแทบจะเลียชาม
เห็นคนในบ้านกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย นางเถียนเลยไม่บ่นลูกสะใภ้ที่ใช้เกลือและน้ำมันปรุงอาหารมากกว่าปกติ นางไม่ได้กินอาหารแบบอิ่มท้องเช่นนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ
ตกค่ำ ทุกคนล้วนพึงพอใจกับมื้อเย็นแปลกใหม่แถมอิ่มท้อง ต่างเข้านอนและหลับฝันดี
แม้แต่หยุนหยางยังละเมอออกมายามหลับ “ท่านแม่ กับข้าวอร่อยมาก, ข้าอยากกินอีก”