มหาสงครามแห่งโชคชะตา(Fate Online)

    บทที่ 3 ราชันย์ผู้ถูกลืมเลือน

    บทที่3 ราชันย์ผู้ถูกลืมเลือน


                ขณะที่ราดิชฝึกวิชาและเตรียมตัวเข้ารับการทดสอบสุดท้ายนั้นทางด้านเมืองเกการ์เดี้ยนก็มีการเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามที่จะเกิดขึ้น ทุกคนกระตือรือร้นกันมากที่จะป้องกันเมืองเอาไว้ให้ได้หลังจากมิคังและซากุระได้กลับเข้าเกมมาทั้งคู่ก็เริ่มวางแผนการรับมือจากข้อมูลที่ได้มากันอย่างเคร่งเครียด

                “จากข้อมูลที่ได้มากิลด์ที่ลงตีเราคือกิลด์บูลชาโดว์ คาดว่าน่าจะเป็นกิลด์ลูกของเซเว่นเดย์หัวหน้ากิลด์จอจิโอ้มีอาชีพเป็นนักฆ่าส่วนรองหัวหน้ากิลด์คนที่หนึ่งจอจี้มีอาชีพเป็นจอมเวทอัญเชิญรองคนที่สองชื่อจอร์เจียมีอาชีพเป็นเนโครแมนเซอร์ ส่วนระดับของพวกเขาน่าจะเกิน 80ทั้งสามคน ส่วนสมาชิกกิลด์มีราวๆ 3,000 คนได้ ระดับเฉลี่ยอยู่ที่ 73นี่เป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่าที่หาได้ในตอนนี้” ซากุระเอ่ยกับมิคัง

                “นักฆ่าจอมเวทอัญเชิญ เนโครแมนเซอร์หรอ ดูเหมือนงานนี้เราจะต้องรับศึกหนักทีเดียวโดยเฉพาะเนโครแมนเซอร์ที่เป็นอาชีพพิเศษ แล้วข้อมูลอื่นมีอีกหรือเปล่า” มิคังถาม

                “สมาชิกกิลด์ส่วนใหญ่เป็นสายนักฆ่ากับนักรบมีพวกนักเวทกับนักบวชบ้างเล็กน้อย ส่วนสายสร้างแทบไม่มีเลยเมื่อเทียบกันแล้วพวกเรามีจำนวนน้อยกว่ามาก” มิคังอ่านรายงานแผ่นหนึ่งให้มิคังฟัง

                “ดูเหมือนพวกมันต้องการยึดเมืองนี้เป็นฐานเพื่อเอาวัตถุดิบไปสร้างไอเทมอื่นสินะแล้วจำนวนคนที่พอจะเข้ามาป้องกันเมืองได้ล่ะ” มิคังถามต่อ

                “มีฉัน มิคังวาเลนไทน์ ดีวา เอรีน่า และพวกสายสร้างอีก 185 คนที่ยืนยันมาแล้วว่ามาได้ส่วนคนที่อยู่ในเกมตอนนี้ก็มี 170 คนแล้ว อีก 15 คนยังไม่ได้เข้าเกมมารวมถึงราดิชที่ยังอยู่ในพื้นที่พิเศษด้วย คิดว่าคงยังฝึกวิชาไม่เสร็จน่ะส่วนวาเลนไทน์กับดีวาคงเข้าเกมมาใกล้ๆตอนเริ่มสงครามน่ะ” ซากุระว่า

                “เรามีคนอยู่ไม่ถึง200 เทียบกับอีกฝ่ายที่มีกำลังพล 3,000 แล้วถือว่าหนักมาก ถ้ามันกล้าลงตีเราแสดงต้องหาวิธีรับมือกับฉันมาแล้วแน่นอนพวกนั้นน่าจะรู้ว่าแค่ฉันใช้เวททีเดียวก็เป่าพวกมัน 3,000 คนไปเกิดใหม่ได้แล้วนะ”มิคังกล่าวอย่างสงสัย

                “นั่นสิคิดในทางแย่ที่สุด พวกนั้นต้องหาทางรับมือมิคังมาแล้วแน่ๆแต่เราไม่รู้ว่าพวกนั้นจะหาทางรับมือกับพวกเราที่เหลือได้หรือเปล่าน่ะ เกือบลืมบอกเอรีน่าอาจจะมาสายนิดหนึ่ง เธออาจมาตอนเกือบเริ่มสงครามนะฉันคงได้แต่หวังว่างานนี้พวกเราจะผ่านไปได้ ตั้งแต่ยึดเมืองนี้มาได้เพิ่งจะมีครั้งนี้แหละที่มีคนลงตีเรา” ซากุระกล่าวอย่างกังวล

                “อืมว่าแต่พวกอาวุธโจมตีระยะไกล ที่เอาไว้สอยพวกมันก่อนเข้าประชิดเมืองเธอสั่งให้คนไปติดตั้งหรือยังล่ะ” มิคังเอ่ยถามขึ้นมา

                “เรื่องนั้นกำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้ฉันให้คนที่ว่างงานอยู่ช่วยกันสร้างระเบิดสูตรพิเศษเตรียมไว้เราไม่มีท่าโจมตีไปต่อกรกับพวกนั้น คงต้องหวังพึ่งเทคโนโลยีอย่างเดียวแล้วล่ะ”ซากุระบอก

                “คงต้องดูว่าพวกนั้นจะมาไม้ไหนกัน ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่รู้จะรับมือยังไงเหมือนกันและหวังว่าราดิชจะเป็นไพ่ตายให้พวกเราได้นะ” มิคังกล่าวอย่างมีหวัง

                “กว่าจะถึงตอนนั้นพวกเราคงต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถ้าเมืองเรายังไม่โดนยึดเสียก่อนยังไงเขาก็ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างแน่ๆ” ซากุระกล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจ

                “นั่นสินะ”มิคังรับคำ จากนั้นทั้งสองก็ช่วยกันนำข้อมูลเท่าที่หาได้ของอีกฝ่ายมาช่วยกันวางแผนรับมือการบุกโจมตีครั้งนี้ไม่นาหลังจากนั้นวาเลนไทน์กับดีวาก็เข้าเกมมา และช่วยทั้งสองวางแผนด้วยขาดแต่เอรีน่าที่ยังไม่ได้เข้าเกมมา รวมถึงราดิชที่ยังฝึกวิชาไม่เสร็จเท่านั้น

     

                ลานหลังปราสาทริเวล ปราสาทริเวลอาณาจักรเอลฟ์

     

                ทั้งสี่สาวเฝ้ามองราดิชหายไปหลังกุญแจพวกเธอที่คนแสดงสีหน้ากันคนละแบบ ฟีเรียสีหน้าเป็นห่วงมาก เอลล่าก็เช่นกันอาธูเรียเฉยเมยแต่ในใจเป็นห่วงมากเวโรเนียที่ไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้ก็แค่คิดว่าราดิชคงไปทดสอบตามปกตินั่นแหละ

                “หวังว่านายท่านจะปลอดภัยกลับมานะ”ฟีเรียเอ่ยออกมาเบาๆ

                “ทำไมต้องหวังว่าด้วยล่ะนายท่านแค่ไปทดสอบไม่ใช่หรอคะ” เวโรเนียเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย

                “ก็บททดสอบสุดท้ายน่ะเป็นของจริงที่อันตรายมาก ผู้ที่ทดสอบไม่ใช่จักรพรรดิธรรมดาแบบพวกเราหรอกชายคนนั้นน่ะแม้แต่เทพเจ้าก็ยังมิอาจทำอะไรได้เลยนะ” เอลล่าอธิบายให้เวโรเนียฟัง

                “เขาเก่งขนาดนั้นเลยหรอคะ”เวโรเนียถามด้วยความอยากรู้

                “เจ้าว่าพวกเราในที่นี้เก่งหรือเปล่าล่ะ”ฟีเรียหันไปถาม

                “ไม่รู้สิรู้แต่ว่าแค่พวกเรายกมือก็ทำเมืองหายไปเมืองได้แล้วนะแล้วชายคนนั้นเก่งกว่าพวกเราหรอ” เวโรเนียตอบอย่างสงสัย

                “ใช่ที่พวกเราทำอย่างนั้นได้แต่ชายคนนั้นแค่ยกมือก็ทำให้พวกเราสี่คนแพ้ได้ทันที เจ้าว่ามันเก่งไหมล่ะ” ฟีเรียกล่าวอย่างหวาดกลัว

                “น่ากลัวจริงๆด้วยค่ะ”เวโรเนียกล่าวด้วยความรู้สึกตกใจ

                “แต่ว่าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางชนะหรอกนะขึ้นอยู่ว่านายท่านจะค้นพบจุดอ่อนนั้นหรือเปล่าเท่านั้นแหละ” อาธูเรียกล่าวขึ้นมา หลังจากเงียบฟังทุกคนมาตลอด

                “มีวิธีชนะด้วยหรอ”ฟีเรียถามด้วยความอยากรู้

                “มีสิแต่ว่าโอกาสมันก็น้อยมากอยู่ดีนั่นแหละ” อาธูเรียบอกทุกคน

                “ฉันว่าพวกเรากลับไปคุยต่อในปราสาทเถอะค่ะอยู่ตรงนี้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา” เอลล่าเสนอความคิดขึ้นมาทุกคนก็เห็นด้วย และพากันเดินกลับเข้าไปคุยกันต่อในปราสาทเพื่อรอราดิชที่ทดสอบเสร็จกลับออกมา เพื่อพาพวกเธอไปเข้าร่วมสงครามอย่างใจจดใจจ่อ

     

                มิติแห่งหนึ่งที่ใช้ในการทดสอบของราดิช

     

                เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็พบว่าสถานที่ที่เขาอยู่ไม่ใช่ทุ่งดอกไม้ที่ลานหลังปราสาทของเอลล่าแล้วสถานที่ปัจจุบันที่ราดิชอยู่นั้น เป็นสถานที่ที่แปลกตามากแม้แต่เขาเองก็บอกไม่ถูกว่ามันเป็นอะไรกันแน่

                รอบตัวของเขานั้นเป็นที่ว่างเปล่ามองไม่เห็นสิ่งก่อสร้างหรืออะไรเลยพื้นที่เขายืนอยู่ก็เป็นพื้นดินธรรมดาเขามองไปรอบๆตัวอย่างต้องการค้นหาอะไรบางอย่าง แต่ว่าก็ไม่พบสิ่งใดเลยนอกจากความรกร้างว่างเปล่า มองไปทางไหนก็เจอแต่ผืนดินสุดลูกหูลูกตาเงยหน้ามองท้องฟ้าก็พบไม่พบดวงอาทิตย์ แสงสว่างของที่นี่เหมือนกับช่วงสายๆเท่านั้นก้อนเมฆที่ลอยอยู่ก็หยุดนิ่งราวกับภาพวาด เหมือนมันถูกจับให้หยุดอยู่กับที่เฉยๆ

                “แล้วนี่เราต้องไปที่ไหนต่อละเนี่ยมองไปทางไหนก็ไม่พบอะไรเลยเนี่ยนะ” ราดิชกล่าวอย่างสงสัยงุนงง

                “จะซ้ายขวาหน้าหลังก็ไม่พบอะไรเลย คงมีแต่ต้องเดินหน้าอย่างเดียวสินะตอนนี้” ราดิชว่าและเขาก็เริ่มออกเดินไปข้างหน้าอย่างมีความหวังว่าจะได้เจออะไรที่นอกเหนือไปจากผืนดินเปล่าๆแบบนี้

                เขาตั้งหน้าตั้งตาเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่เร่งร้อนอะไรสภาพพื้นที่ที่เขาผ่านไปก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ผืนดินที่รกร้างว่างเปล่าดูราวกับว่ามันจะไม่มีจุดสิ้นสุด นอกจากผืนดินแล้วเขาไม่เห็นสิ่งมีชีวิตหรือต้นไม้ใบหญ้างอกเงยอยู่แม้แต่ต้นเดียวแม้แต่ก้อนหินสักก้อนก็ยังไม่มี ดูราวกับว่ามันมีแต่ผืนดินเท่านั้นจริงๆ

                “เดินมาได้พักใหญ่แล้วยังไม่เจออะไรเลยหรอเนี่ย ตกลงว่าเราอยู่ที่ไหนกันนะ” ราดิชเริ่มคิดวิตกดูเหมือนวิชาที่เขามีจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักอย่าง

                “ลองเดินดูอีกสักพักก็แล้วกัน”ราดิชว่า เขาก้มดูนาฬิกาและพบว่านาฬิกาขึ้นเวลาเป็น 0.00 เท่านั้นทำให้เขาไม่รู้เวลาที่แท้จริง เขาเองก็รู้สึกแปลกใจกับสถานที่แห่งนี้ว่ามันอาจจะเป็นบททดสอบอะไรสักอย่างก็เป็นได้

                เขายังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆจนเวลาผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าใด ร่างกายก็เริ่มรู้สึกหิวความเหนื่อยล้าที่มีนั้นมากขึ้นเรื่อยๆเขาจึงตัดสินใจหยุดพักเหนื่อยและกินอาหารเสียก่อน

            “ดูเหมือนว่าเดินไปเรื่อยๆจะไม่ได้เรื่องเสียแล้วลองคิดกลับกัน เป็นไปได้ว่าเราอาจต้องอยู่เฉยๆก็เป็นได้ ถึงจะผ่านการทดสอบนี้”ราดิชคิดวิเคราะห์ไปด้วย ขณะกินอาหาร

            “เราไม่รู้ว่าเวลาผ่านมาเท่าใดแล้วแต่อย่างน้อยเมื่อเรารู้สึกหิวก็แสดงว่าได้เวลาอาหารคงพอจะคาดคะเนได้ว่าเป็นเวลาอะไรได้บ้าง” ราดิชเริ่มหายวิตกกังวลมากขึ้น

            “กินเสร็จเราลองนั่งรอเฉยๆบ้างดีกว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าเพิ่มขึ้นอีก” ราดิชตกลงใจเรียบร้อยแล้วหลังจากกินอาหารเสร็จ เขาก็ตัดสินใจนั่งรออยู่กับที่ไม่ออกเดินทางต่อเนื่องด้วยต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง

            เขานอนลงกับพื้นและเหม่อมองดูท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมายเวลาค่อยๆผ่านเลยไปอย่างช้าๆดูเหมือนสถานที่นี้จะทำให้การรับรู้เรื่องเวลาผิดพลาดกันได้ง่ายๆถ้าไม่ติดที่ว่ามีความหิวเกิดขึ้นมา เขาคงต้องหลงเวลาไปแล้วอย่างแน่นอน

            ราดิชนอนมองท้องฟ้าอย่างนั้นจนไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปนานเท่าใดแล้วจู่ๆท้องฟ้าที่เคยสว่างนั้นพลันมืดสนิทในพริบตา เขาลุกขึ้นนั่งอย่างตกใจเมื่อพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวนั้นมืดมิดไปหมดมองไม่เห็นสิ่งอื่นได้นอกจากความมืด มองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเองเขาเร่งประสาทสัมผัสถึงขีดสุด เพื่อจับสัมผัสความรู้สึกต่างๆรอบตัวเองเพราะไม่รู้ว่าจะมีสิ่งใดลอบจู่โจมเขาในเวลาแบบนี้หรือเปล่า

            เขายืนอยู่กับที่และพยายามจับสัมผัสสิ่งต่างๆอยู่หลายนาทีแต่ก็ยังไม่พบอันตรายใดๆ ท้องฟ้าและรอบตัวเขายังคงมีแต่ความมืดมิดแต่ทันใดนั้นเองท้องฟ้าและรอบๆตัวเขาก็กลับมาสว่างเหมือนเดิมอย่างกะทันหันทำให้เขาต้องเอามือขึ้นมาปิดตาอย่างช่วยไม่ได้ เนื่องจากอยู่ในที่มืดมานานเมื่อได้พบแสงสว่างกะทันหันจะทำให้ตาพร่าได้แต่เขาก็ไม่ประมาทและยังเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

            ผ่านไปไม่กี่วินาทีสายตาเขาก็ปรับให้เป็นปกติได้เขาค่อยเอามือออก และมองสำรวจรอบๆบริเวณรวมทั้งท้องฟ้าด้วยพบว่าทุกอย่างของมันกับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาทางซ้ายมือของเขาที่ระยะค่อนข้างไกล เขาเห็นสิ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างอยู่หลังหนึ่ง

            “บ้านคนหรอหรือว่าที่นั่นจะเป็นทางออกจากที่นี่” ราดิชคิดวิเคราะห์อย่างรวดเร็วถึงความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นและได้ข้อสรุปว่า

            “ลองไปดูก่อนดีกว่ากะคร่าวๆแล้วน่าจะอยู่ไกลเหมือนกัน” ราดิชว่าเขาเริ่มออกเดินทางต่ออีกครั้ง โดยครั้งนี้มีเป้าหมายอยู่ที่บ้านหลังนั้นระยะทางระหว่างตัวเขากับบ้านหลังนั้นค่อยๆสั้นลงเรื่อยๆจนเขาเดินเข้าไปใกล้ในระยะไม่กี่ร้อยเมตรก็พบว่ามันเป็นบ้านไม้ธรรมดาสองชั้นหลังหนึ่ง ไม่ได้มีความพิเศษแต่อย่างใดเพียงแต่ว่าเขาสังเกตเห็นว่ามีคนคนหนึ่งกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้โยกที่อยู่หน้าบ้านหลังนั้น

            “มีคนอยู่ด้วย ใครกันล่ะเนี่ยหรือว่าเป็นผู้เฝ้าประตู” ราดิชคิดขณะเดินเข้าไปใกล้บ้านหลังนั้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลืออีกไม่ถึง 100 เมตรบุคคลที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ก็ลุกขึ้นยืน และเดินออกจากหน้าบ้านตรงมาที่เขาทำให้ราดิชมองเห็นอีกฝ่ายได้ถนัดตา

            คนผู้นั้นเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดสีขาวและกางยีนส์ธรรมดาแต่ที่หน้าตกใจคือชายคนนั้นมีเค้าใบหน้าคล้ายกับราดิชมากและเหมือนกับชายที่อยู่ในรูปที่ปรากฏในงานเลี้ยงของฟีเรียราวกับพิมพ์เดียวกันทำให้ราดิชถึงกับหยุดชะงักไม่เดินเข้าไปใกล้มากไปกว่านี้ชายผู้นั้นยังคงก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาราว 10 เมตรและอีกฝ่ายก็เป็นคนเริ่มการพูดคุยก่อน

            “สวัสดีท่านผู้มาเยือนไม่ทราบว่ามีธุระอะไรกับข้าหรือเปล่า” ชายผู้นั้นถามด้วยน้ำเสียงขี้เล่นเล็กน้อย

            “ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันพอดีผมมาเข้าทดสอบครั้งสุดท้ายน่ะครับ” ราดิชตอบอีกฝ่ายอย่างใจชื้นขึ้นเยอะดูท่าอีกฝ่ายคงจะคุยกันรู้เรื่องอยู่บ้าง

            “ทดสอบครั้งสุดท้ายหรือ” ชายผู้นั้นทำหน้างง ก่อนจะทำท่านึกขึ้นได้และกล่าวว่า “การทดสอบเส้นทางสู่จอมราชันย์สินะที่เจ้าเข้ามาทดสอบน่ะ”

            “ใช่ครับ” ราดิชรับคำก่อนจะถามต่อว่า “หรือว่าคุณคือผู้ทดสอบคนนั้น”

            “ใช่แล้วล่ะเราคือผู้ทดสอบคนสุดท้ายที่เจ้าตามหา” ชายผู้นั้นบอกอย่างอารมณ์ดี

            “แล้วผมต้องทดสอบแบบไหนกันครับ” ราดิชถามด้วยความสงสัย

            “เจ้าต้องสู้ข้าน่ะถ้าเอาชนะหรือทำให้ข้ายอมรับได้ก็ถือว่าผ่านการทดสอบนี้ไปได้” ชายผู้นั้นตอบไปยิ้มไป

            “แต่ผมได้ยินมาว่าแม้แต่เทพคาออสก็ยังสู้คุณไม่ได้เลยนี่ครับ” ราดิชบอกในสิ่งที่ตนรู้

            “ใช่ เราคือราชันย์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างที่เจ้ารู้นั่นแหละถ้าเจ้าพร้อมแล้วเราก็จะได้เริ่มการทดสอบกันเลย” ชายผู้นั้นว่าทางราดิชก็พยักหน้าเตรียมพร้อมการทดสอบพร้อมกับจิตสังหารอันรุนแรงได้ปะทุออกมาจากชายที่ตรงหน้าอย่างรุนแรงพร้อมเสียงประกาศจากระบบที่ดังขึ้นเพื่อแจ้งสถานะของอีกฝ่ายให้เขาได้รับรู้

            -ท่านพบสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิราชันย์ผู้ถูกลืมเลือน ระดับ 0 ผู้ที่ถูกสังหารจะระดับลดลง 5ระยะเวลารอเกิดเพิ่มเป็น 10 ชั่วโมง และถูกสุ่มลบทักษะพิเศษ 1 ทักษะ

            “บ้าน่าระดับ 0 หรอเนี่ย” ราดิชตกตะลึงมากแต่ก็ยังมีสติพอที่จะปล่อยจิตสังหารของตนออกไปต้านทานอีกฝ่ายเอาไว้

            “มีอะไรก็ใส่เข้ามาได้เลยไม่ต้องเกรงใจหรอกนะข้าจะยืนเฉยๆให้เจ้าโจมตีก่อนด้วย” ชายผู้นั้นบอก

            ในเมื่ออีกฝ่ายเชื้อเชิญแบบนี้เขาก็ไม่ต้องเกรงใจอีกแล้ว มือทั้งสองข้างหน่วงศรแสงข้างละ 500 ดอกเอาไว้เขาชิงดีดตัวถอยหลังออกมาพร้อมปลดปล่อยศรแสงเหล่านั้นเข้าโจมตีอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วศรแสงกว่า 1,000 ดอก พุ่งทะยานออกไปโจมตีอีกฝ่ายจากทุกทิศทาง เขาคิดว่าอย่างน้อยการโจมตีนี้น่าจะทำให้อีกฝ่ายปั่นป่วนได้บ้างแต่กลับไม่ใช่อย่างที่เขาคิด เมื่อเขาเหลือบเห็นอีกฝ่ายยังยืนยิ้มอยู่ได้ขณะที่ศรแสงของเขานั้นกำลังพุ่งเข้าโจมตี

            ศรแสงพุ่งเข้าทำลายเป้าหมายอย่างถี่ยิบจนเกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่องราดิชถอยออกมาพร้อมหน่วงศรความมืดไว้ในมือเพื่อเตรียมซ้ำ แต่เมื่อการปะทะจบลงภาพที่เขาเห็นก็ทำให้เขาตกใจเหมือนกัน เพราะอีกฝ่ายไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแถมยังส่งยิ้มให้เขาอีกต่างห่าง

            “ไม่เลวๆ ยิงศรแสงได้มากขนาดนี้เจ้าคงฝึกมาหนักล่ะสิถ้า” ชายผู้นั้นกล่าวและปรบมือให้ราดิชอย่างชื่นชมถึงจะตกใจแต่ราดิชก็ยังเยือกเย็นอยู่เขาสะบัดมือส่งศรความมืดนับพันดอกเข้าใส่อีกฝ่ายเป็นระลอกที่สองพร้อมใช้ก้าวพริบตาไปอีกด้านหนึ่งและหน่วงบอลความมืดขึ้นด้วยความสามารถของแหวนเทพศาสตรา เขาส่งบอลความมืดกว่า 500 ลูกซ้ำเข้าไปอีกชุดทั้งศรความมืดและบอลความมืดกระหน่ำเข้าโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งเขาเตรียมตัวซ้ำเข้าไปอีกถ้าอีกฝ่ายยังป้องกันไว้ได้เมื่อสิ้นสุดการปะทะก็พบว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรเลยเหมือนเดิม ราวกับว่าการโจมตีของเขาไม่อาจทำอะไรอีกฝ่ายหนึ่งได้

            “ใช้ได้ๆแต่ยังไม่ดีพอที่จะทำอันตรายข้าได้หรอกนะ” ชายผู้นั้นกล่าวอย่างอารมณ์ดี

            “สงสัยเจ้านี่จะต้านทานเวทสูงมากหรือไม่ก็ต้องมีทักษะป้องกันเวทระดับสูงแน่ๆ” ราดิชวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นมาและเริ่มทำการทดลองบางอย่าง เขาสะบัดมือซ้ายยิงศรไฟออกไปหนึ่งดอกอย่างรวดเร็วศรไฟดอกนั้นพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายตรงๆแต่ชายผู้นั้นก็ไม่คิดจะหลบเลี่ยงหรือขยับมือแต่อย่างใดศรไฟก็ยังพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายจนกระทั่งใกล้จะถึงตัวชายผู้นั้น ศรไฟดอกนั้นอยู่ๆก็สลายหายไปเสียเฉยๆราดิชถึงกับงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น

            “สงสัยว่าเจ้านี่จะมีม่านพลังเวทคลุมอยู่ทั้งตัวแน่เลยดูเหมือนเวทธรรมดาจะไม่ทำความเสียหายได้แน่ๆ” ราดิชคิดวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องขณะที่อีกฝ่ายยังยืนสบายๆไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยแม้แต่น้อย

            “มีท่าอะไรที่แรงกว่านี้ไหมข้าว่าเจ้าน่าจะมีนะ ถ้าไม่เอาท่าแรงๆมาข้าเกรงว่าเจ้าคงเอาชนะข้าไม่ได้หรอกนะเจ้าหนู” ชายผู้นั้นกล่าวอย่างอารมณ์ดีพร้อมเอามือล้วงกระเป๋าไปด้วยเขายิ้มให้ราดิชเหมือนจะล้อเลียนว่าราดิชทำอะไรตัวเองไม่ได้แน่นอน

            “สงสัยจะจริงอย่างที่ว่าเวทธรรมดาคงทำอะไรไม่ได้แน่ คงต้องลองของแรงกว่านี้อีก” ราดิชคิดในใจพร้อมเตรียมลงมือทดสอบ เขาร่ายเวทยิงเกลียวคลื่นไร้ธาตุใส่อีกฝ่ายนับสิบลูกเกลียวคลื่นไร้ธาตุเหล่านั้น วิ่งออกไปโจมตีอีกฝ่ายจากทุกทิศทางโดยเขาบังคับให้เข้าโจมตีจากมุมอับเพื่อว่าจะสามารถเล็ดลอดผ่านม่านพลังเวทนั้นไปได้บ้าง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สำเร็จเกลียวคลื่นพลังเวทของราดิชสลายหายไปทันทีเมื่อเข้าใกล้อีกฝ่ายหนึ่ง

            “ไม่ได้ผล ทำไมพลังเวทของเราถึงไปไม่ถึงตัวมันหรือว่าชายคนนี้สามารถสลายพลังเวทได้ ข้อนี้น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดแต่คงต้องลองกับเวทที่แรงกว่านี้เสียแล้วอย่างน้อยน่าจะมีขีดจำกัดของการสลายอยู่บ้างนั่นแหละ” ราดิชคิดวิเคราะห์จากข้อมูลตรงหน้าอีกฝ่ายยังคงยืนเอามือล้วงกระเป๋าแถมผิวปากอย่างอารมณ์ดีอีกต่างหาก

            “นี่ขนาดยืนเฉยๆนะถ้าอีกฝ่ายโจมตีใส่เราจะเป็นยังไงกันล่ะเนี่ย” ราดิชเริ่มเครียดขึ้นมาแล้วขนาดอยู่เฉยเขายังทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลยเขาตัดสินใจใช้วิชาใหม่เพื่อทดสอบดูอีกครั้ง และเป็นการแก้ไขปรับแต่งวิชาในตัวเขายกมือซ้ายขึ้นเหนือหัวพลันบังเกิดวงแหวนเวทขนาดใหญ่ขึ้นมาเหนือตัวของเขาพร้อมกับพลังเวทที่ไหลออกจากร่างของเขาอย่างรวดเร็ว

            “เดี๋ยวก่อน อย่าใช้เวทใหญ่ขนาดนั้น” ชายคนนั้นตาลีตาเหลือกห้ามราดิชเป็นพัลวัน

            “สงสัยมันคงป้องกันมหาเวทไม่ได้แน่ๆเลยเสร็จเราล่ะงานนี้” ราดิชคิดอย่างดีใจพร้อมยังปล่อยเวทที่ร่ายเอาไว้ออกไปทันทีบังเกิดลำแสงสีแดงขนาดใหญ่พุ่งออกจากมือซ้ายของเขาพุ่งขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็วลำแสงเส้นนั้นวิ่งฝ่าอากาศขึ้นไปจนถึงจุดหนึ่งก็แตกตัวออกกลายเป็นลำแสงเส้นเล็กๆจำนวนมาก และพุ่งกลับลงมายังพื้นดินด้วยความเร็วสูง

            ทักษะมหาเวท ดิ เอนด์  ดิเอนด์ ออฟ ดิ อโพคาลิป !!

            ลำแสงสีแดงจำนวนมากตกลงมาจากฟากฟ้าทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีสายตาของราดิชบังเกิดการระเบิดขึ้นทุกที่ที่ลำแสงตกกระทบเขาเห็นชายผู้นั้นลนลานพร้อมกับตะโกนพูดกับเขา แต่เขาไม่ได้ยินว่าอีกฝ่ายพูดอะไรเพราะเสียงระเบิดกลับไปทั้งหมดลำแสงสีแดงหลายเส้นพุ่งลงมายังบริเวณที่ชายผู้นั้นยืนอยู่อย่างแม่นยำกว่าลำแสงสีแดงจะตกลงมาหมดก็กินเวลาหลายวินาทีฝุ่นควันจากการปะทะฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณพื้นที่บริเวณนั้นพังพินาศเป็นหลุมเป็นบ่อไปหมดแม้แต่บ้านของชายผู้นั้นก็ก็ไม่อยู่แล้วพื้นที่บริเวณนั้นกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่มีเศษไม้กองอยู่ที่ก้นหลุมแทน

            แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ราดิชตกตะลึงก็คือชายผู้นั้นยังยืนอยู่ได้โดยไร้ร้อยขีดข่วนรวมถึงพื้นที่รอบตัวเขาประมาณสองเมตรที่ไม่มีแม้แต่หลุมทำให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นจุดเด่นสังเกตได้ชัดเจน

            “จะบ้าหรือไง เล่นท่าแรงขนาดนั้นบ้านข้าพังหมดพอดี นี่ข้าต้องมาสร้างบ้านใหม่หรอเนี่ย” ชายผู้นั้นร้องโวยวายเป็นการใหญ่

            “ขนาดท่าแรงเกือบสุดของเรายังทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย ทั้งที่ใช้ที่เมืองเอลฟ์ยังทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้เลยดูท่าเขาจะมีความสามารถสลายเวทโดยสมบูรณ์สินะ” ราดิชเริ่มรู้ความสามารถของอีกฝ่ายมากขึ้นเขาจึงไม่คิดจะใช้เวทกับอีกฝ่ายแล้วเพราะท่าเมื่อกี้กินพลังเวทของเขาไปมากเหมือนกัน เขาสร้างหอกธาตุไฟขึ้นมาด้วยความสามารถของแหวนเทพศาสตราราดิชเงื้อแขนไปด้านหลังแล้วเหวี่ยงซัดหอกไฟนั้นเข้าหาอีกฝ่ายด้วยความรวดเร็วแต่ก็เหมือนเดิมหอกไฟเล่มนั้นสลายหายไปก่อนที่จะถึงตัวอีกฝ่ายดูเหมือนจะหายไปในระยะสองเมตรตามที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด

            “ทดสอบเสร็จเจ้าต้องชดใช้ข้าด้วยนะต้องช่วยข้าสร้างบ้านใหม่เสียดีๆ” ชายผู้นั้นยังโวยวายไม่เลิกดูเหมือนว่าเขาจะเป็นห่วงบ้านมากกว่าการทดสอบเสียอีก

            “สงสัยต้องลองใช้ท่าดาบจัดการเสียแล้ว”เมื่อคิดได้ดังนั้น ราดิชก็ระเบิดพลังออร่าออกมาพร้อมทั้งสร้างปราณดาบขึ้นมา 10 เล่ม วิชานี้เขาดัดแปลงมาจากของอาจารย์แทนที่จะสร้างนับหมื่นเล่มที่ควบคุมได้ยากกว่า เขากลับสร้างแค่ 10เล่มที่ควบคุมได้ง่ายกว่า แต่ละเล่มมีพลังเท่ากับดาบ 1,000 เล่มแทน เขาตะโกนชื่อทักษะออกมาเพื่อข่มขวัญอีกฝ่ายด้วย

            ทักษะเพลงดาบจินตภาพ สิบดาบปลิดวิญญาณ !!

            “เป็นชื่อที่ห่วยสิ้นดีเจ้าตั้งมาได้ยังไงเนี่ย” ชายผู้นั้นตะโกนกลับมาในทีที่ได้ยินชื่อทักษะราดิชนั้นถูกพวกฟีเรียว่าลับหลังว่า มีเซ้นต์ในการตั้งชื่อห่วยมากถึงมากที่สุดแต่พวกเธอก็ไม่กล้าพูดต่อหน้า เพราะกลัวเขาจะเสียใจนั่นเอง

            ราดิชชะงักไปนิดหน่อยแต่ก็ไม่สนใจคำพูดของชายผู้นั้นปราณดาบทั้ง 10 เล่ม ที่ลอยอยู่เฉยๆก็เริมหมุนวนรอบตัวเขาด้วยความเร็วสูงก่อนที่มันจะพุ่งออกไปทุกทิศทาง โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ชายผู้นั้นปราณดาบแต่ละเล่มนั้นเข้าโจมตีอีกฝ่ายด้วยความเร็วต่างกัน เล่มที่อยู่ด้านหน้าเข้าปะทะก่อนเล่มที่อยู่ด้านข้างก็วกเข้าโจมตีทางด้านข้างเล่มที่อยู่ด้านหลังนั้นพุ่งอ้อมเป็นโค้งขึ้นบนอากาศและเข้าโจมตีจากทางด้านบนและด้านหลัง ทุกเล่มนั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เท่ากันแต่ว่าบรรลุถึงเป้าหมายในเวลาเดียวกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ฝ่ายชายผู้นั้นถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นปราณดาบทั้ง10 เล่มเข้าโจมตีตนเองด้วยความเร็วเกินกว่าที่เขาจะขยับตัวทำอะไรได้

    คล้ายกับเรื่องมหาสงครามแห่งโชคชะตา(Fate Online) ที่คุณอ่าน

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247