นางความจำเสื่อมก็จริงแต่เื่บางเื่นางกลับทำได้ดี
ซุนหลวนคุนให้นางย้ายข้าวของมาอยู่เรือนเดียวกับเขาใบหน้าเคร่งขรึมสั่งการให้บ่าวไพร่ขนย้ายของใช้ของฮูหยิน ทว่าผู้คนเ่าั้กลับรับคำสั่งด้วยรอยยิ้มไม่มีใครกล้าพูดอะไร นอกจากส่งยิ้มให้นางทำเอาหญิงสาวเขินอายจนไม่รู้จะซ่อนหน้าที่ไหน
‘งานที่ค่ายทหารรัดตัวมาก ข้าอาจกลับมาดึก เ้าไม่ต้องรอข้า’
‘เ้าค่ะ’
เขาบอกไม่ต้องรอแต่นางก็รอ รอจนไม่รู้ฟุบหลับไปบนโต๊ะั้แ่เมื่อไหร่ และไม่รู้ว่าเลยว่าเขาอุ้มนางมานอนบนเตียงเมื่อใดกัน เขาแวะเวียนมากินข้าวกับนางสักมื้อหนึ่งแล้วรีบร้อนออกไปป้าหวงฝูและบรรดาทหารยามบอกนางว่า ่นี้ท่านแม่ทัพมีงานรัดตัวจริง ๆ
นางอยู่ว่างไม่รู้จะทำอะไรจึงหยิบจับเสื้อผ้าของเขาออกมาดู เห็นมีบางแห่งที่มีรอยขาดก็นึกประหลาดใจ จวนแม่ทัพมิได้ยากจนไฉนเสื้อผ้าสามีจึงชำรุดขนาดนี้ นางจึงขอเข็มและด้ายจากป้าหวงฝูแล้วเอาเสื้อผ้าของเขามาซ่อมแซม น่าแปลก...นางกลับคุ้นชินกับการเย็บปักเหล่านี้มากกว่าทำอาหารที่แทบจะเผาครัวของเขาไปเมื่อครั้งก่อน ขนาดป้าหวงฝูยังเอ่ยชมว่าฝีมือของนางนั้นประณีตและงดงาม
“ป้าหวงฝูข้าอยากไปซื้อพวกอุปกรณ์เย็บปัก ท่านไปกับข้าได้หรือไม่ ข้าเพิ่งเคยมาเมืองนี้”
“ได้สิเ้าค่ะฮูหยินตั้งใจทำให้ท่านแม่ทัพถึงเพียงนี้ ท่านแม่ทัพต้องดีใจมากเป็แน่”
“ข้าอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ก็ทำได้แค่เื่พวกนี้” นางยิ้มเขินอายจนแก้มเนียนแดงปลั่ง“ข้า...ข้าต้องขอบคุณป้าหวงฝูที่คอยชี้แนะและดูแลข้า”
“ท่านกล่าวเกินไปแล้วข้าก็แค่หญิงชาวบ้าน ได้ดูแลท่านนับว่าเป็วาสนาของข้าแล้ว”
ในจวนแม่ทัพไม่มีสตรี ว่ากันว่าแม้กระทั้งยุงยังไม่มียุงตัวเมีย ฮูหยินท่านแม่ทัพจะไปตลาดเหล่าบรรดาทหารและบ่าวรับใช้ต่างตระเตรียมรถม้าอย่างดีและทหารติดตามคุ้มครองฮูหยิน หรูซื่อเกรงจะเป็การรบกวนผู้อื่นแต่ทุกคนเต็มใจ นางจึงยอมทำตามอย่างว่าง่าย
ชาวเมืองต่างรับรู้ว่าแม่ทัพซุนหลวนคุนแต่งงานมีภรรยาแล้วแม้อยู่ไกลบ้านแต่ไม่เคยมีเื่ชู้สาวเสื่อมเสีย และเมื่อรู้ว่าผู้ที่กำลังเลือกชมแพรพรรณในร้านนั้นคือฮูหยินของท่านแม่ทัพผู้คนก็ต่างเบียดเสียดกันเข้ามาเพื่อยลโฉมหน้าสตรีหนึ่งเดียวในดวงใจแม่ทัพซุน
หรูซื่อไม่คุ้นกับการเป็เป้าสายตานางเลือกดูผ้าเนื้อดีสำหรับตัดเสื้อให้สามีเพียงนางกวาดตามองกลับจดจำได้ว่าผ้าชนิดใดเหมาะจะทำอะไร นางสะดุดตากับผ้าพับหนึ่งเมื่อวางนิ้วมือััเนื้อผ้าแล้วก็รู้สึกชอบจนไม่อยากปล่อยมือ
“ฮูหยินสายตาดียิ่งผ้านี้เนื้อดีเหมาะกับทำเสื้อคลุมมากขอรับ”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น” นางยิ้มกว้างอย่างลืมตัวเพียงคิดถึงสามีร่างสูงใหญ่ในหัวของนางก็คำนวนจำนวนผ้าที่ต้องใช้ทันที “ข้าเอาพับนี้กับที่เลือกไว้ก่อนหน้านี้ด้วย”
“ได้ขอรับข้าน้อยจะส่งไปให้ที่จวนนะขอรับ”
หรูซื่อพยักหน้ารับนางได้ของที่้าครบแล้ว นางเดินออกมานอกร้านพบสายตาหลายคู่จับจ้องมองที่นางหญิงสาวได้แต่ระบายยิ้มน้อย ๆ พวงแก้มเนียนแดงระเรื่อท่าทางเขินอายไร้เดียงสาชวนทะนุถนอมจนยากถอนสายตา
มิน่าเล่าท่านแม่ทัพจึงไม่มีหญิงอื่น เพราะมีภรรยาที่งดงามราวเทพธิดาเช่นนี้เอง
หญิงสาวก้าวเท้าออกมานอกร้านสายตามองเลยไปยังฝั่งตรงข้าม มีร้านขายเครื่องประดับอยู่นางคิดจะซื้อกำไลให้ป้าหวงฝูสักชิ้นสองชิ้น ตอบแทนที่ดูแลนางอย่างดี
“ป้าหวงฝู” นางกวักมือเรียก “เราไปที่ร้านนั้นกันเถอะ”
“เ้าค่ะ”นางหวงฝูเข้าใจว่าฮูหยินอยากได้เครื่องประดับ ซึ่งก็ไม่ใช่เื่แปลกประหลาดอันใดสตรีบ้านอื่นล้วนมีเครื่องประดับมากมาย แต่ฮูหยินมีไม่กี่ชิ้น ยังไม่ทันเดินไปถึงที่หมายบุรุษผู้หนึ่งเข้ามาขวางไว้ก่อน เขาสวมเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านแบบบัณฑิตแก่ความรู้แต่สายตาที่จ้องมองนางนั้นตื่นใยิ่ง นางหวงฝูรีบก้าวมาขวางใช้ตัวเองบังสายตาน่ารังเกียจที่จ้องมองฮูหยินท่านแม่ทัพอย่างไร้มารยาท
“หลบไป!”
หรูซื่อปิดบังเื่ตนความจำเสื่อมนางจำใครไม่ได้ก็จริง แต่จู่ ๆ มีบุรุษมายืนขวางซ้ำยังจ้องนางไม่วางตาเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวไม่น้อย นางที่ตัวเล็กอยู่แล้วกลับหดตัวอยู่ด้านหลังป้าหวงฝูแต่นึกได้ว่าตนเองเป็ถึงฮูหยินแม่ทัพจะทำตัวเช่นนี้ไม่ได้ จึงยืดตัวขึ้นแต่ยังหลบด้านหลังป้าหวงอยู่
“ซื่อเอ๋อร์”
หรูซื่อสะดุ้งนางยืนมองข้ามไหล่ของป้าหวงฝู พยายามพิจารณาว่าตนเองเคยพบชายผู้นี้มาก่อนหรือไม่เขาเรียกนางเหมือนคนคุ้นเคย แต่นางกลับไม่รู้สึกเคยคุ้นเลยสักนิด
จะว่าไปนางก็ไม่รู้สึกคุ้นเคยกับใครทั้งสิ้น หรือแม้แต่ซุนหลวนคุนที่เป็สามีของนางพบหน้ากับครั้งแรก นางก็ใแทบสิ้นสติไป จวบจนเขาค่อยๆ อธิบายเื่ทั้งหมดนางจึงกล้าเข้าใกล้เขา
“ข้ารู้ว่าข้าผิดแต่เหตุใดทำเป็ไม่รู้จักกันเช่นนี้”
ชายผู้นั้นยื่นมือหมายจะจับหญิงสาวแต่นางหวงฝูกางแขนปกป้อง แม้นางไม่รู้ที่มาที่ไป แต่การกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะไม่ควรและยืนอยู่กลางตลาดเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เื่ดีเลย
“คุณชายโปรดระวังกิริยาด้วยเด็ก ๆ คุ้มกันฮูหยินท่านแม่ทัพ”
ทหารที่ติดตามมากรูเข้าล้อมวงเข้ามาพร้อมชักกระบี่ปกป้องดวงใจท่านแม่ทัพเสียงชักกระบี่ทำให้หรูซื่อตื่นใหัวใจนางเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็นจนนางต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอก
“ช้าก่อนทุกท่านโปรดยั้งมือก่อน” บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาขวางบัณฑิตผู้นั้น “ขออภัยด้วยคุณชายของข้าเพิ่งเดินทางมาถึงเมืองนี้ ล่วงเกินผู้อื่นไปด้วยความเข้าใจผิดโปรดให้อภัยด้วย”
“ฮูหยินท่านแม่ทัพ” ชายผู้นั้นพึมพำเหมือนละเมอไม่ได้สนใจทหารที่ใช้ปลายกระบี่ชี้มาทางเขาหรือแม้แต่บ่าวรับใช้ที่รั้งแขนเสื้อไว้
“เ้าใจร้ายกับข้าเหลือเกิน หลิวหรูซื่อ”
‘หลิวหรูซื่อ’
นั่นแซ่ของนางใช่ไหมคล้ายว่ามีคนเคยเรียกนางเช่นนี้มาก่อน
ร่างบางโอนเอนใบหน้าซีดราวไร้เื นางหวงฝูเหลือบเห็นพอดีรีบหมุนตัวมาประคองไว้ได้ทัน
“ฮูหยินเ้าคะ”
“ข้า...” นางรู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกและปวดศีรษะอย่างรุนแรงจนใบหน้าซีดเซียว นางหวงฝูไม่รอช้ารีบประคองหรูซื่อขึ้นรถม้ากลับจวนทันที
“ฮูหยิน”
“ข้า..ไม่เป็อะไร”นางพยายามสูดลมหายใจลึกแล้วผ่อนออกช้า ๆ อย่างที่ท่านหมอเคยสอน “ข้าดีขึ้นแล้ว”
“ฮูหยิน” นางหวงฝูประคองศีรษะของหรูซื่อให้เอนลงนอนบนตักของนางยามนี้หรูซื่อดูอ่อนแอเหมือนดอกไม้เล็ก ๆ ที่พร้อมจะแตกสลาย
“ข้าขออยู่อย่างนี้สักครู่นะ”
“เ้าค่ะฮูหยินพักผ่อนเถิด”
เื่ที่เกิดขึ้นในตลาดทหารไม่รอช้ารีบเร่งไปรายงานให้แม่ทัพซุนทราบ แม้สีหน้าเรียบเฉย รับฟังอย่างนิ่งงัน แต่ไอสังหารที่แผ่ออกมาทำให้ผู้คนหวาดกลัวจนตัวสั่นแม้เป็ทหารร่างใหญ่ก็ตามที
“ท่านแม่ทัพเื่ทางนี้พวกเราสามารถจัดการได้ ท่านแม่ทัพ...”
“นายกองกู้เ้าดูแลทางนี้ให้ดีแม้ข้าไม่อยู่แต่การฝึกซ้อมก็ต้องเป็ไปตามที่กำหนดห้ามผ่อนปรนเด็ดขาด”
“ขอรับท่านแม่ทัพ”
ซุนหลวนคุนสั่งให้คนไปเชิญหมอทหารไปที่จวนดูแลหรูซื่อก่อนเขาตรวจดูความเรียบร้อยของงานในค่ายทหารแล้วจึงกลับจวน ในใจอดวิตกกังวลไม่ได้แม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เขาพอจะเดาได้ว่าชายผู้นั้นเป็ใคร
มุมปากยกขึ้นสยะยิ้ม
“จางหยินเซ่อเ้ากล้ามาก แต่ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมเสียนางไปอีกเด็ดขาด”.