บทที่10 โชคของลูกชายตัวโต
การกตัญญูต่อบิดามารดาเป็คุณธรรมขั้นต่ำที่มนุษย์ควรมี ความเคารพต่อบรรพบุรุษเป็เื่สมควร ลูกชายคนรองตระกูลหยางจากไปเป็ทหารนานสี่ปี ตอนนี้เขาได้รับการเลื่อนขั้นเพิ่มเงินเดือนแล้ว และยังส่งเงินกตัญญูกลับมาทางบ้านเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยขาดแม้แต่เดือนเดียว
เดือนละ50หยวนสำหรับครอบครัวธรรมดาเป็จำนวนที่มหาศาลมากทีเดียว หนานชิงรู้ดีว่าต้องรับความเสี่ยงมากแค่ไหนกว่าจะได้เงินนี้มา ดังนั้นเธอเลยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกชายคนรองอย่างมาก
มีดพกและโสมคนพันปีถูกส่งไปให้เขาผ่านทางไปรษณีย์ด่วนของกองทัพแล้ว อย่างไรก็ถึงมือคนอย่างแน่นอน
“ไปกันเถอะ” เดินออกมาจากสำนักงาน หนานชิงพบว่าลูกสาวกำลังนั่งรออยู่ด้านหน้า ส่วนลูกชายตัวโตหายไปแล้ว
“อาเทียนล่ะ?”
“พี่ใหญ่อยู่ตรงนั้นค่ะ” เหมยลี่ชี้ไปด้านข้าง ทำให้เห็นิเทียนที่นั่งยองๆ อยู่ข้างเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่ง หล่อนสวมเสื้อผ้าราคาแพงดูแตกต่างจากเด็กชาวบ้านทั่วไป หากสังเกตดีดีจะเห็นว่ามีชายหนุ่มอีกหลายคนยืนด้อมๆ มองๆ อยู่รอบๆ
“อาเทียน?” หนานชิงเดินเข้าไปหาลูกชาย
“แม่ครับ น้องสาวคนนี้ร้องไห้เพราะอยากกินเฉาเหม่ยของเรา ผมเลยให้ไปลูกหนึ่ง จากนั้นน้องก็เอาของมาแลกกับเฉาเหม่ยที่เหลือ แต่ผมคิดว่ามันมีค่ามากกว่าเฉาเหม่ย เลยบอกให้น้องรอแม่ออกมาก่อนครับ”
ิเทียนอธิบายสถานการณ์อย่างรวดเร็ว รีบซ่อนถุงขนมในมือ ก่อนจะเห็นน้องสาวยื่นถุงขนมที่เด็กหญิงตัวน้อยผู้ร่ำรวยติดสินบนให้แม่เป็ที่เรียบร้อย
“นี่แม่ของลุงเหรอ แม่ของลุงดูเด็กเหมือนพี่สาวของลุงมากกว่านะ” เด็กน้อยลุกขึ้นปัดมือแปะๆ เชิดหน้าขึ้นมองหนานชิง ท่าทางเหมือนอันธพาลตัวน้อย
“เด็กน้อย ผู้ปกครองของเธอล่ะ” หนานชิงไม่สนใจลูกชาย รับถุงขนมมาจากลูกสาวแล้วหันไปพูดกับอีกฝ่าย
“คุณไม่ขายเฉาเหม่ยนั้นเหรอ ฉันแลกด้วยนาฬิกาเรือนนี้ คุณพ่อบอกว่าซื้อมาด้วยเงิน มันแพงกว่าเฉาเหม่ยของคุณอยู่แล้ว” เด็กน้อยพูดอย่างมีเหตุมีผล
หนานชิงมองดูนาฬิกาเป็แบบของทางการขายในห้างฯสรรพสินค้าก็ต้องราคาสูงกว่า 100หยวนแน่นอน เด็กคนนี้คงไม่มีเงินสดเลยขอแลกกับของมีค่าแบบนี้
“ไม่ใช่ป้าจะไม่ขายเฉาเหม่ยให้ แต่ตอนนี้ผู้ปกครองของเธออยู่ที่ไหนจ๊ะ”
“เฉาเหม่ยที่มีเหลือแค่สองชั่งเท่านั้น แลกกับนาฬิกาไม่ได้เหรอ” เด็กน้อยเริ่มมีดวงตาแดงเรื่อเมื่อไม่ได้ดั่งใจก็อยากจะร้องไห้เหมือนทุกที
หนานชิงมองไปรอบๆ เห็นกลุ่มชายฉกรรย์ค่อยๆ ตีวงล้อมใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จึงรีบหันไปสั่งิเทียน
“อาเทียนพาเด็กมา วิ่ง!”
ิเทียนได้ยินแม่บอกอย่างนั้นก็คว้าเด็กขึ้นมาใส่ไว้ในตะกร้าสะพายหลัง ก่อนออกตัววิ่งตามแม่และน้องสาวไปอย่างรวดเร็ว
การตอบสนองของพวกเขาเร็วมาก ทันใดนั้นชายหนุ่มที่ยืนลับๆ ล่อๆ อยู่รอบๆ หลายคนก็วิ่งตามพวกเขาเป็พรวน
“อ๊า จะจับฉันไปไหน รู้มั้ยว่าพ่อของฉันเป็ใคร อ๊า ฉันจะฟ้องพ่อ ปล่อยฉันนะ”
“เด็กน้อย ใจเย็นๆ ก่อน คนที่วิ่งตามมาด้านหลังนั่นใช่ผู้ปกครองของเธอรึเปล่า”
หนานชิงหันไปะโถามเด็กน้อย
“อ๊า ไม่รู้ ไม่รู้จักเลย พวกเขาเป็ใคร มาวิ่งไล่พวกคุณทำไม อ๊า จะฟ้องพ่อว่าพวกคุณลักพาตัวอาหนิง อาหนิงกลัว ฮือ อ๊า” เด็กน้องร้องโวยวายลั่นตลาด แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเมื่อเห็นการไล่ตามของกลุ่มชายฉกรรย์
“เด็กน้อย ใจเย็นๆ บอกมาก่อนว่าเธอมากับใคร แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน!” หนานชิงตัดสินใช้ส่งพลังทิพย์เข้าไปในคำพูดเล็กน้อย ทำให้เด็กหญิงสงบลง แม้จะสะอื้นอยู่แต่ก็พยายามคิดและตอบออกมาได้ใจความเสียที
“ฮึ่ก พ่อบ้านหยวน พ่อบ้านหยวนพาฉันมา ฉันร้องไห้อยากกินสตอเบอรี่ เขาเลยพาคนออกไปหาซื้อ ฉันแอบลงจากรถมาเพราะเห็นสตอเบอรี่ในตะกร้าของพี่สาว ฉันผิดไปแล้ว อย่าฆ่าฉันเลย อาหนิงอยากไปหาคุณพ่อ แง~”
หนานชิงได้ยินอย่างนั้นก็เบาใจลง แผ่พลังออกไปอย่างรวดเร็ว พาลูกชายเลี้ยวเข้าไปในตรอกมาโผล่อีกด้านของถนน
กึก! คนทั้งกลุ่มหยุดชะงัก ตรงหน้ามีชายชุดดำถือปืนอยู่สามคนเล็งยิงมาทางนี้
กริ้ก! เสียงขึ้นลำกล้องทำให้ชายที่วิ่งตามมาเป็พรวนรีบยกมือขึ้น เด็กหญิงตัวน้อยดิ้นเร่าๆ อยู่ในตะกร้าสะพายหลังของิเทียน
“ฮือ พ่อบ้านหยวนช่วยอาหนิงด้วย คนพวกนี้ฮือ คนพวกนี้…”
“เด็กปลอดภัยแล้ว” หนานชิงถอนหายใจโล่งอก เมื่อเห็นว่าเด็กผู้หญิงรู้จักกับกลุ่มคนถือปืน
พ่อบ้านหยวนไม่ใช่คนโง่ เขาเห็นชายกลุ่มนั้นวิ่งตามกลุ่มคนด้านหน้าที่อุ้มคุณหนูของเขาหนี จะพูดว่าอุ้มก็ไม่เชิง เหมือนโยนให้คุณหนูเขาอยู่ในตะกร้าโง่ๆ นั่นต่างหาก
“คุณหนูไม่ต้องกลัวแล้วครับ คนชั่วถูกจับหมดแล้ว” พ่อบ้านหยวนรีบไปพาคุณหนูลงมาจากตะกร้าสะพายหลังอย่างรวดเร็ว ลอบปาดเหงื่อในใจ
“จับพวกเขาไปให้หมดเลย เขาจะลักพาตัวอาหนิง” เด็กน้อยยังไม่รู้ประสา ใครทำให้เธอใล้วนรู้สึกหวาดกลัวทั้งหมด อีกทั้งด้วยนิสัยเอาแต่ใจตัวเองทำให้ออกคำสั่งทันทีที่เห็นคนของตัวเอง
“คุณหนูแต่คนพวกนี้ช่วยพาคุณหนูหนีมาจนเจอกับผมนะครับ” พ่อบ้านหยวนเอ่ยปากด้วยความลำบากใจ
“ไม่รู้! พวกเขาโยนอาหนิงใส่ตะกร้าเหม็นๆ อาหนิงใเกือบตาย”
“อ้าว สาวน้อยเมื่อครู่เรายังกินขนมด้วยกันอยู่เลย” ิเทียนรู้สึกอยากเข้าไปจับเด็กน้อยมาตีตูดด้วยความมันเขี้ยว หากไม่ติดว่าชายชุดดำพวกนั้นดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเขา
“น้องสาวตัวน้อยไม่อยากกินเฉาเหม่ยของพวกเราแล้วเหรอ ถ้าพวกเราโดนจับไป น้องสาวก็จะไม่ได้กินเฉาเหม่ยหวานๆ อีกเลยนะ” เหมยลี่เห็นท่าไม่ดี รีบออกมาพูดเกลี้ยกล่อม มองชายชุดดำที่กรูเข้ามาจับกลุ่มชายหนุ่มด้านหลัง ดูก็รู้ว่าเด็กผู้หญิงตรงหน้าไม่ธรรมดา
“จริงสิ เฉาเหม่ย อาหนิงจะกินเฉาเหม่ย” เด็กน้อยหันกลับไปด้วยความสนใจ เหมยลี่เลยรีบหยิบเฉาเหม่ยจากด้านหลังออกมาให้ทีละลูก
“ถ้างั้น น้องสาวจะไม่เอาเื่เราแล้วใช่มั้ย” ไม่ลืมถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“อาหนิงต้องคิดดูก่อน ถ้ามีเฉาเหม่ยไม่เอาเื่แล้วก็ได้” เด็กน้อยตอบรับด้วยท่าทางหยิ่งยโส ยังมีการคิดเผื่อไว้ด้วย ดูแล้วน่าจะติดจากพ่อผู้มีอำนาจ ถึงจะน่ารักไปอีกแบบ แต่ว่าสำหรับคนในยุคนี้ดูจะดูก้าวร้าวเกินไป
“...” พ่อบ้านหยวนมองหญิงสาวที่เกลี้ยกล่อมคุณหนูน้อยของตนได้อยู่หมัดั้แ่แรกเจอด้วยความเ็า เขาเพิ่งจะอายุยี่สิบหนาวไม่นาน แต่ก็ได้รับหน้าที่สำคัญเพราะบิดาวางมือไปติดตามนายท่านแทน
เขามีหน้าที่ดูแลและปกป้องคุณหนู ดังนั้นเลยต้องวิเคราะห์ทุกคนที่เข้าหาเ้าตัวไม่ว่าดีหรือร้าย
แต่หญิงสาวตรงหน้าแค่มีเฉาเหม่ยในมือก็คิดจะเอาชนะใจคุณหนูของเขาได้งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!
แต่คุณหนูของเขาต้องทำให้เขาผิดหวังเสียแล้วในคราวนี้ เมื่อเฉาเหม่ยอยู่ในมือคนอื่นจะเป็ยังไงไม่รู้ แต่ถ้าอยู่ในมือเหมยลี่เธอสามารถใช้เกลี้ยกล่อมได้กระทั่งเทพเซียน
“อาหนิงชอบเฉาเหม่ยของพี่สาวมากเลย อาหนิงขออีกลูกได้มั้ย”
“พี่สาวก็อยากให้นะ แต่ที่บ้านของพี่สาวมีน้องๆ ตัวเล็กๆ เท่าอาหนิงอยู่อีกหลายคน ถ้าพี่สาวให้อาหนิงทั้งหมด พวกเขาก็จะเสียใจ”
ขณะที่พ่อบ้านหนุ่มยังคงระแวง เหมยลี่ก็เริ่มใช้ความหัวไวของตัวเองให้เป็ประโยชน์
หนานชิงมองลูกชายตัวโตที่หันมองกลุ่มคนชุดดำอย่างระมัดระวังคอยปกป้องแม่และน้องสาวเอาไว้ราวกับแม่ไก่ ก็รู้สึกเหมือนโชคของเขาดีมาก จู่ๆ ก็ดึงดูดเด็กแห่งโชคลาภมาได้
“แต่อาหนิงอยากได้ อาหนิงจะกินอีก!” เด็กน้อยถูกตามใจจนเคยตัว ไม่รู้จักคำว่า ‘ไม่’ เริ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีกครั้ง
“คุณขายให้พวกเราคิดราคาเท่าไหร่ก็ได้ ตกลงมั้ย” พ่อบ้านหยวนเห็นท่าไม่ดี ชะโงกมองเหลือเฉาเหม่ยอีกไม่กี่ลูกแล้วก็รีบต่อรองราคา
“คุณเงียบๆ ก่อนได้มั้ยคะ” เหมยลี่หันไปบอกพ่อบ้านหนุ่มด้วยรอยยิ้ม
“...” พ่อบ้านหยวนรู้สึกพูดไม่ออกทั้งที่เธอแค่พูดกับเขาดีดี ก่อนที่จะได้เอ่ยแย้งก็เห็นหญิงสาวนั่งลงเกลี้ยกล่อมเด็กน้อยที่กำลังจะร้องไห้อีกครั้ง
“อาหนิงเสียใจใช่มั้ยที่ไม่ได้กินเฉาเหม่ย ตอนนี้น้องๆ ของพี่สาวก็เสียใจเหมือนกัน พวกเขารอพี่สาวอยู่ที่บ้านทั้งวันเพียงเพื่อกินเฉาเหม่ยคนละลูก อาหนิงกินไปหลายลูกแล้ว ช่วยแบ่งให้พวกเขาหน่อยได้มั้ย”
“อาหนิง…อาหนิงเสียใจ” เด็กน้อยสับสน เพราะไม่เคยรู้จักคำว่าแบ่งปันมาก่อน รู้แค่ว่าอยากได้อะไรต้องได้มาเท่านั้น
“อาหนิงเสียใจพี่สาวก็รู้สึกเศร้ามาก แต่พี่สาวก็มีน้องๆ ที่น่ารักอีกหลายคน ถ้าพี่สาวให้อาหนิงทั้งหมด อาหนิงจะเป็น้องที่น่ารักให้พี่สาวได้รึเปล่า ถ้าแบบนั้นพี่สาวจะลองคิดดู”
“นี่คุณจะทำอะไร…” พ่อบ้านหยวนจะเอ่ยค้าน แต่อาหนิงกลับพูดขึ้นมาก่อน
“ได้! อาหนิงจะเป็น้องที่น่ารักของพี่สาว อาหนิงขอเฉาเหม่ยอีกได้มั้ย” เด็กน้อยทำท่าทางเหมือนการยอมรับเหมยลี่เป็พี่สาว ถือเป็เกียรติของหล่อนแล้ว ทำให้หนานชิงหลุดหัวเราะจนเหมยลี่ต้องหันไปมองแม่ ก่อนจะกลับมาพูดกับน้องสาวคนใหม่อย่างใจเย็น
“ถ้าอย่างนั้นก่อนอื่น อาหนิงช่วยพูดกับพี่สาวเพราะๆ หน่อยได้มั้ยคะ”
“ได้…ค่ะ” เด็กน้อยตอบเลียนแบบ เริ่มพูดด้วยประโยคสุภาพมากขึ้น
“อาหนิงอยากกินเฉาเหม่ยใช่มั้ยคะ พี่สาวได้ยินหนูเรียกเฉาเหม่ยว่าอะไรอีกอย่างนะ พี่สาวไม่ได้เรียนหนังสือ อาหนิงช่วยสอนพี่สาวหน่อย” เหมยลี่เบี่ยงเบนความสนใจของเด็กน้อย ขณะยื่นเฉาเหม่ยที่เหลือให้พ่อบ้านหยวน พร้อมหันไปพูดโดยไม่ออกเสียงว่า
‘แบ่งให้กินทีละลูกช้าๆ’
พ่อบ้านหนุ่มรับเฉาเหม่ยมาด้วยความทึ่ง เขาไม่เคยเห็นคุณหนูน้อยว่าง่ายขนาดนี้มาก่อน
“สตอเบอรี่…ค่ะ”
“ว้าวอาหนิงเก่งจังเลย วันนี้สตอเบอรี่หมดแล้ว ไว้คราวหน้าพี่เข้าเมืองเอาสตอเบอรี่มาให้อาหนิงอีก อาหนิงต้องอดทนนะ เพราะสตอเบอรี่หวานๆ ของพี่ โตช้ามาก” นึกถึงภาพที่แม่แค่วางมือลงบนต้นเฉาเหม่ยแล้วมันเติบโตอย่างรวดเร็ว เกือบทำให้เหมยลี่หลุดขำออกมา โชคดีที่ฮึบ!เอาไว้ได้ทัน
‘ฮึบไว้ เราต้องฮึบไว้เพื่อแม่และพี่ชาย พวกเขาไม่ควรต้องมาติดคุกเพียงเพราะเด็กเล็กๆ ไม่เข้าใจอะไร’
“จริงเหรอคะ แล้ว…อีกกี่วันมันถึงจะสุก…คะ” เด็กหญิงตัวน้อยพยายามที่จะสุภาพเต็มที่ เพียงเพราะสตอเบอรี่ ทำเอาพ่อบ้านหยวนถึงกับไปไม่เป็ ผีเด็กดีที่ไหนมาสิงคุณหนูผู้เอาแต่ใจของเขากัน!
“อีกสิบวัน”
เด็กน้อยได้ยินอย่างนั้นก็ยกมือขึ้นมานับ เห็นอย่างนั้นพ่อบ้านหยวนก็รีบช่วย เขารู้ว่าคุณหนูน้อยไม่ชอบการเรียนหนังสือ ได้แต่ทึ่งเมื่อเห็นว่าเหมยลี่ทำให้คุณหนูตั้งใจนับวันเวลาได้อย่างนี้
“อาหนิงนับเลขถูกมั้ยอีกสิบวันเป็วันอะไร”
“อาหนิงนับถูกอยู่แล้ว” เด็กน้อยรู้สึกอับอายเมื่อพบว่าตัวเองนับไม่ถึงเลขสิบ เกิดไฟลุกโหมในใจขึ้นมาว่ากลับบ้านไปจะต้องตั้งใจเรียนมากขึ้น เพื่อจะได้นับวันที่สตอเบอรี่สุกได้เอง
“อาหนิงเก่งมาก พี่สาวเอาสตอเบอรี่ให้คุณพ่อบ้านไปหมดแล้ว ถ้างั้นไว้เจอกันอีกสิบวันข้างหน้านะ”
“นี่เป็นามบัตรของผม เมื่อถึงเวลาให้โทรฯหาได้เลย” พ่อบ้านหยวนเข้าใจความหมายของหญิงสาว เขายื่นนามบัตรให้หนานชิงที่เป็ผู้ใหญ่มากที่สุดทันที
“ไว้เจอกันนะอาหนิง” ิเทียนเห็นว่าน้องสาวเกลี้ยกล่อมเด็กๆ ได้ง่ายๆ อีกครั้งก็ไม่แปลกใจ โบกมือลาเด็กน้อยด้วยอย่างใจดี
“ฮึ” เห็นพี่ชายตัวโตที่โยนเธอใส่ตะกร้าแล้ววิ่งจนก้นกระแทกเจ็บยังไม่หาย อาหนิงก็กอดอกสะบัดหน้าไปอีกทางทันที
“ลาก่อนอาหนิง ไว้เจอกันใหม่นะ” เหม่ยลี่โบกมือลาบ้าง เด็กน้อยกลับหันไปมองด้วยตาเป็ประกาย แล้วยกมือขึ้นช้าๆ สุดท้ายก็เอาชนะทิฐิในใจสำเร็จ โบกมือไปมาให้เหมยลี่จนสุดแขน
“...” ิเทียนรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้รับความเป็ธรรม ก่อนหน้านี้ยังนั่งกินขนมด้วยกันอยู่เลย เขาทำอะไรผิด ผู้หญิงเข้าใจยากจริงๆ ขนาดเด็กผู้หญิงเขายังไม่เข้าใจเลย
“...” พ่อบ้านหยวนที่พูดไม่ออกเช่นกัน เขาพบว่าเหมยลี่ได้ล้างภาพจำทั้งหมดของเขาเกี่ยวกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจไปหมด จนกระทั่งคุณหนูหันกลับมา แสร้งทำหน้าเหี้ยมตามอย่างบิดา สั่งเขาเสียงเข้มเหมือนเดิม
“กลับบ้านกันได้แล้ว พ่อบ้านหยวน อาหนิงจะกินสตอเบอรี่ที่บ้าน แล้วก็แบ่งให้คุณพ่อกับคุณแม่ทานด้วย”
“...” สองมาตรฐานชัดๆ เขาขอถอนคำพูด คุณหนูยังเป็คนเดิม ผีเด็กดีได้โปรดเข้าสิงเธออีกทีจะได้มั้ย~