มีเสียงเคาะดังขึ้นตรงหน้าประตู สเตฟานี่อยู่ใกล้ที่สุด เธอจึงเป็ผู้เดินไปเปิดและพบว่าเป็เบนนั่นเองที่กําลังแบกกระเป๋ามา เธอจึงชี้ให้เขาเดินไปวางไว้ข้างใน
"เอาไปไว้ในห้องนอนเลย" เฮเลนบัญชาและเดินตามเข้าไปเพื่อดูแลให้เขาทําตามคําสั่ง
"ฉันคิดว่าทุกอย่างที่คุณ้าคงจะพร้อมแล้วนะคะ คุณแคนฟิลด์" สเตฟานี่ใช้ความพยายามอีกครั้งเพื่อจะหลีกเลี่ยงออกไปเสียจากห้อง
"ก็แน่ใจว่าคงเป็อย่างนั้น" เขาตอบ
โอกาสของเธอต้องเสียไปอีกครั้งเมื่อเบนเดินกลับออกมาจากห้องนอน และสเตฟานี่ก็ออกจะแปลกใจที่เห็นบร็อคให้ทิปเขาที่ช่วยยกกระเป๋าขึ้นมาให้ เพราะในฐานะเ้าของโรงแรม มันไม่มีความจําเป็ที่เขาจะต้องทําเช่นนั้นเลย เบนขอบคุณเขาก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง
"นี่กุญแจค่ะ คุณแคนฟิลด์" สเตฟานี่ยื่นกุญแจห้องให้
แต่เขามิได้เอื้อมมือออกมารับในทันทีทันใด ใช้เวลาอยู่กับการวางแก้วแชมเปญลงบนโต๊ะสีขาวเสียก่อน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่สวมอยู่ แบบรัดอยู่กับมัดกล้ามของแผงอกอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางของเขาเหมือนสัตว์ป่าที่เปี่ยมไปด้วยพละกําลังอันเหี้ยมหาญ
เมื่อไม่มีเสื้อนอกปกคลุมไว้อีกชั้น ท่าทางของเขาก็ดูเป็กันเองและดูน่าใกล้ชิดขึ้น หัวใจที่เต้นระรัวบอกให้สเตฟานี่รู้ถึงอันตรายในความคิดเช่นนั้น เมื่อเธอหย่อนกุญแจลงกลางใจมือที่เอื้อมมารับ ดวงตาคู่สีเทาบอกแววเยาะเมื่อเห็นเธอระมัดระวังกิริยาอยู่มาก
เมื่อเฮเลน คอลลินส์ปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูห้องนอนอีกครั้งนั้น เขาก็ถอนสายตาเสียจากสเตฟานี่ มิได้รอให้สาวสวยผู้นั้นพูดอะไรออกมา เพราะชิงออกคําสั่งเสียก่อนว่า
"จัดเสื้อผ้าเสียสิ เฮเลน แล้วก็พักผ่อนให้สบาย เพราะบ่ายวันนี้ผมมีงานจะต้องทํา"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ทว่าหนักแน่น ความหมายของมันก็คือขณะนี้เขายังไม่้าเธอ ไม่้าให้เข้ามายุ่มย่ามด้วยจนกว่าจะมีเวลาพอสําหรับของเล่นชิ้นที่นําติดตัวมาด้วย สเตฟานี่มองเห็นความซึ่งโกรธในดวงตาขณะที่เฮเลนฝืนยิ้ม ส่งจูบให้เขา ก่อนที่จะปิดประตูห้องนอนลง
"คุณไม่เห็นด้วยกับการที่ผมทําอย่างนี้ใช่ไหม?" แววขําขันแฝงอยู่ในน้ำเสียงยามที่เขาตั้งคําถามนั้นขึ้น
สเตฟานี่สามารถบังคับสีหน้าของตัวเองให้เป็ปกติอย่างที่สุด
"ฉันไม่มีสิทธิที่จะออกความเห็นในเื่ส่วนตัวของคุณหรอกค่ะ คุณแคนฟิลด์ เพราะไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับฉันเลย"
"ก็รู้สึกว่าเป็คําตอบที่รอบคอบของลูกจ้างที่มีต่อนายจ้างนะ" เขาเยาะให้
เมื่อเขาขยับตัวเดินใกล้เข้ามา สเตฟานี่ต้องข่มใจไว้ เป็สามารถที่จะไม่ก้าวถอยหลังหนี แม้จะรู้ว่าการกระทําเช่นนั้นจะช่วยให้ห่างระยะอันตรายในความชิดใกล้ ประสาทััในเรือนกายหวั่นไหวกับเสน่ห์ที่พราวอยู่ทั้งตัว ในระยะเพียงแค่เอื้อมมือคว้านี้ เสียงกริ่งอันตรายกรีดร้องขึ้นอย่างไม่น่าพอใจเลย
"มีอะไรอีกไหมคะ คุณแคนฟิลด์?" เธอก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ ราวกับว่าได้เสียเวลาไปมากแล้ว "ฉันเห็น จะต้องขอตัวกลับไปทํางานต่อแล้วละค่ะ"
เขาประสานสายตาอยู่กับเธอเป็ครู่ ก่อนที่จะเบือนไปเสียทางหนึ่ง หย่อนกุญแจลงไว้ในกระเป๋า
"อยากไปก็ไปได้" เขาเอื้อมไปหยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาถือไว้
เธอฉวยโอกาสในคําอนุญาตนั้นก้าวตรงไปยังประตูทันที ความปลอดโปร่งโล่งใจบังเกิดขึ้นอย่างมากมาย ความตึงเครียดดูจะหายไปจนหมดสิ้น บัดนี้สเตฟานี่พอจะเข้าใจแล้วว่า ความสงสัยใคร่รู้นั้นฆ่าแมวมาเสียนักต่อนักอย่างไร
แต่ยังไม่ทันจะถึงประตูดี เสียงทุ้มๆ ของบร็อค แคนฟิลด์เอ่ยถามขึ้นว่า
"พี่ชายคุณเขาเตือนคุณเื่ผมไว้งั้นรึ?"
ชายกระโปรงสะบัดพลิ้วอยู่กับหัวเข่า เมื่อเธอหันขวับมามองเขา
"ขอโทษ คุณถามว่าอะไรนะคะ?"
สเตฟานี่มีความรู้สึกเหมือนตัวเองกําลังถูกต้อนให้เข้าไปจนมุม มันเป็ความรู้สึกของหนูตัวเล็กๆ ที่เกือบจะหนีรอดพ้นจากกรงเล็บที่เอื้อมมาตะปบเข้าไปสู่ปากแห่งอันตราย ฉะนั้น รอยย่นตรงมุมปากของบร็อค แคนฟิลด์กดลึกอย่างเห็นขัน
"เพอรี่น่ะเขารู้ว่าอะไรเป็อะไร ฉลาดรอบคอบเสมอ เพราะฉะนั้นผมถึงตั้งให้เขาเป็ผู้จัดการไงล่ะ" บร็อคพูดต่อ กวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างงามระหง "และแน่นอนที่สุดที่ เขาจะต้องบอกคุณให้รู้ตัวล่วงหน้าก่อนแล้วว่าผมชอบกินสาววัยขบเผาะอย่างคุณเป็อาหารเช้า" เขายกแก้วแชมเปญขึ้นจิบ แต่มันทําให้สเตฟานี่มีความรู้สึกราวกับเขากําลังดื่มกินความหอมหวานจากเรือนกายของเธออยู่
เธอกลืนน้ำลายติดๆ กันก่อนจะเค้นคําตอบออกมาได้
"ที่จริงแล้ว เพอรี่เขาบอกฉันเพียงแค่ว่า คุณเล่นกับผู้หญิงเหมือนนักการพนันที่ชอบเล่นไพ่เท่านั้น" เธอตอบเขาอย่างเปิดเผย ทั้งๆ ที่ใจคอกําลังหวั่นไหวอย่างที่สุด
"ก็เข้าใจเปรียบเทียบดีนี่" เขายกแก้วขึ้นอย่างเหยาะๆ "เพราะมันก็จริงอยู่หรอกที่ผมมักจะโยนทิ้งหลังจากที่ใช้แล้ว และบางครั้งมันก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรมากไปกว่าการที่ผมอยากจะได้คนใหม่เท่านั้น" อีกครั้งหนึ่งที่เขาจิบแชมเปญในแก้วพร้อมกับจ้องหน้าเธอผ่านขอบแก้วเจียระไนที่ถืออยู่ในมือ "ในที่สุดหลังจากที่ซ่อนคุณไว้เสียตั้งหลายปี พี่ชายคุณ ก็ออกจะเสี่ยงอยู่มากที่ใช้คุณมาทําหน้าที่แทนเขา ทําไมเขาถึงต้องทํายังงั้นด้วยนะ? หรือว่าการที่เขาส่งคุณมาครั้งนี้ก็เพื่อจะอําพรางไม่ให้ผมรู้ในปัญหาอะไรบางอย่างที่เขาอยากจะปิดบังผม"
"เราไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ กิจการที่นี่ดําเนินไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อยที่สุด" เธอปฏิเสธที่จะให้เขาคิดว่ามันมีเื่อื่นแฝงอยู่ "การที่เพอรี่ขอให้ฉันมาต้อนรับคุณแทน ก็เพราะว่าไม่มีคนอื่น ผู้จัดการตอนกลางคืนก็กลับบ้านไปพักผ่อนแล้วเลขาฯ ของเพอรี่ก็...ก็กลัวคุณน่ะค่ะ เพราะฉะนั้นเหลือเพียงแค่ฉันที่จัดว่าเป็เ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่พอจะต้อนรับคุณได้ นอกเสียจากว่าถ้าคุณไม่ใช่คนที่เราถือว่าสําคัญใครๆ ก็ต้อนรับคุณได้"
"ก็รู้สึกว่าเลขาฯ คนนั้นออกจะขี้ใไปหน่อยนะ ชื่อคอนนี่ใช่ไหม?" บร็อค แคนฟิลด์พูดเปรยๆ ก่อนที่จะขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม "คุณคิดว่าเขากลัวเื่ความสัมพันธ์ทางเพศงั้นรึ?"
"ธรรมชาติของเขาเป็คนขี้อายยังงั้นเองค่ะ" สเตฟานี่กล่าวปกป้องเลขาฯ ของพี่ชาย ขณะเดียวกันก็พยายามปิดบังความอายที่ได้ยินเขาพูดจาตรงๆ ไว้
เมื่อเขาเดินเข้ามาถึงตัว บร็อคมิได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น แต่กลับเดินผ่านเธอไป สเตฟานี่ได้ยินเสียงเขาวางแก้วลงบน โต๊ะก่อนที่จะเอ่ยขึ้นว่า
"เพอรี่ก็คงจะบอกให้คุณรู้แล้วด้วยสินะว่า ถ้าคุณเข้ามาเกี่ยวข้องเกี่ยวกับผมละก็ผมอาจจะทําให้คุณเสียใจได้"
การที่เขาเปลี่ยนคําถามจากเื่ส่วนตัว มาเป็เื่ไม่เฉพาะเจาะจง ทําให้สเตฟานี่ตั้งตัวไม่ติด เธอพยายามจะอ่านกลยุทธ์บทนี้ให้ออก ขณะที่เขาเดินอ้อมตัวมาหยุดอยู่ฟากตรงข้าม สเตฟานี่เบือนหน้าไปมอง ก็ได้เห็นว่าบร็อคมิได้สนใจจะเอาคําตอบจากเธอเลยและเธอก็ไม่คิดว่าจะตอบด้วย
"มันก็เป็ความจริงอยู่หรอก” เขาพูดต่อ “ผมรู้จักผู้หญิงประเภทที่คุณกําลังเป็อยู่ดี คุณเป็ประเภทที่ต้องกินไก่อบในวันอาทิตย์ ในขณะที่ผมกินชาโตเบรียนด์ ผมชอบที่จะนอนห้องชุดตามโรงแรม แต่คุณชอบอยู่บ้านที่มีห้องนอนใหญ่ๆ สัก 4 ห้อง"
เขาเอื้อมมือมาจับเข็มกลัดติดอกเสื้อขึ้นพิจารณาฝ่ามือนั้นมิได้ัักับเรือนกายแต่ทว่ามันมีทั้งความรู้สึกไว้ เมื่อเขาวางมือลงนั้นปลายนิ้วก็ไล่ระลงไปด้วย ซึ่งทําให้เธอเสียวไปทั้งช่องท้อง
"คุณเป็พวกที่อยากมีลูกมากๆ ทั้งลูกชายลูกผู้หญิง แต่ผมเป็คนที่ไม่อยากมีทายาท เพราะถึงเวลาที่สกุลแคนฟิลด์ควรจะยุติการสืบทอดเชื้อสายกันเสียที" เขากวาดสายตาไปทั่วเนินทรวง ลมหายใจของสเตฟานี่สะท้อนสะท้านอย่างไม่รู้ตัว "และที่สําคัญก็คือ คุณเป็คนที่ชอบเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวเองเสียด้วยสิ"
สเตฟานี่มิได้คัดค้านในวาจาแต่ละประโยคของเขาเลย เพราะไม่รู้จะหาอะไรมาคัดค้าน บางทีอาจจะเป็เพราะเธอได้เห็นว่ามันมีความเป็จริงอยู่ในทุกถ้อยคํานั้นก็เป็ได้ แต่ส่วนใหญ่ของความเงียบงันที่เกิดขึ้นนั้น มันเนื่องมาจากการถูกรานรุกด้วยวาจามากกว่า
ทุกคําพูดของบร็อค แคนฟิลด์ เหมือนจะชี้ชัดให้เห็น ว่าถ้าเธอมีความสัมพันธ์กับเขาแล้ว มันก็จะเป็ความสัมพันธ์ที่ดําเนินไปเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันก็คล้ายกับเขากําลังโอ้โลมปฏิโลม เพื่อให้เธอยอมะโลงไปในกองไฟแห่งปรารถนาที่เขาก่อขึ้น อย่างไรก็ตาม เธอเองก็ไม่อยากจะคัดค้านหรือทักท้วงขณะที่เขากล่าววาจานั้นออกมาโดยตลอด มันน่าทุเรศเสียจริงที่เธอช่างรู้สึกสิ้นหวังเช่นนี้