Prince Part
ติ๊ดดด! ติ๊ดดด! ติ๊ดดด!
07.00 น.
“ อื้ออ โอ้ยย ” ผมบิดี้เีพร้อมกับเปร่งเสียงออกมารับเช้าวันไปมหาวิทยาลัยวันแรก ไม่สิต้องบอกว่า วันนี้ไปรับน้องต่างหาก กิจกรรมของทางมหาวิทยาลัยที่ประเทศไทยแต่ละแห่งล้วนแล้วจัดขึ้นเพื่อสานสัมพันธ์ให้กับรุ่นพี่รุ่นน้องได้รู้จักกันก่อนที่จะเข้ามาเรียนที่คณะและสาขาของตัวเองกัน
ผมใช้เวลาไม่นานในการทำธุระส่วนตัวของตัวเองให้เสร็จ พร้อมกับแต่งตัวลงมาข้างล่าง เพื่อที่จะทานข้าวเช้าพร้อมกับแม่และพี่ชายของตัวเอง
“ Oh! I thinking of waking you up, if you not to here now ( โอ้! ฉันกำลังคิดว่าจะไปปลุกนายอยู่พอดีเลย ถ้าตอนนี้นายยังไม่ลงมา ) ” เสียงของไอ้พี่ชายสุดหล่อหน้ากวน…. ของผมเอ่ยออกมาก่อนที่ผมยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้ พร้อมกับที่ไอ่พี่มันทำหน้ากวนบาทาให้ผมแต่เช้า
“ ไม่ต้องรบกวนคุณพี่มึงมาปลุกผมหรอกครับ ตอนที่ผมอยู่อังกฤษผมก็จัดการกับตัวเองได้ ขอบคุณในความหวังดีของคุณพี่ชายนะครับ Thank you in hopes that you have given me bro. ( ขอบคุณในความหวังดีนะครับ ) ”
ผมตอบไอ้พี่ชายตัวดีของผมที่นั่งทานข้าวอยู่ตรงข้ามกับผม ปกติแล้วผมกับพี่ชายก็คุยเชิงหยอกล้อ แหย่กันแบบนี้เป็ประจำครับ ส่วนการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารนั้น หากเื่นั้นไม่ใช่เื่ร้ายแรงหรือเป็ความลับที่ต้องใช้ความเข้าใจจริงๆล่ะก็ เราก็จะใช้ภาษาไทยคุยกันแทน เพราะถึงผมจะเป็ลูกครึ่งไทย แต่ผมเองก็ไปโตที่อังกฤษทำให้ภาษาไทยของผมบางคำจะต้องอาศัยเวลาในการทำความเข้าใจ ดังนั้นการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษจึงถือเป็เื่ที่ดีกว่า หากจะสนทนากันแบบจริงๆจังๆ
“ เอาล่ะๆ พอได้แล้วพี่น้องคู่นี้ รีบๆทานข้าวเช้าให้เสร็จ แล้วจะได้รีบไปมหาลัยกัน วันนี้ปริ้นซ์มีรับน้องไม่ใช่หรอลูก ถ้างั้นก็ให้พี่เราไปส่งที่มหาลัยก็แล้วกัน รีบไปเช้าๆ รถจะได้ไม่ติด ” เสียงของผู้เป็แม่เอ่ยออกมาเชิงห้ามปรามลูกชายทั้งสองของตัวเอง พร้อมกับรีบบอกให้ทั้งสองคนรีบทานข้าวแล้วไปมหาลัยกันได้แล้ว เพราะมัวแต่หยอกล้อกันก็เลยกลัวว่าจะไปมหาลัยกันสายด้วยที่ว่ารถชอบติดกัน่เช้าด้วย
หลังจากที่พวกเรา 3 คนแม่ลูกทานข้าวเช้ากันอิ่มแล้ว ผมก็ถูกไอ้พี่ชายตัวดีจับมานั่งเป็ตุ๊กตาหน้ารถของพี่มัน แล้วขับออกไปยังจุดหมายปลายทางนั่นก็คือมหาวิทยาลัยนั่นเอง
มหาวิทยาลัยกาญจนาพาณิช
08.30 น.
“ โอ้ย! เกือบจะไม่ทันแล้วเห็นมั้ย เป็เพราะมึงเลยเนี่ย ไอ่พี่อาร์ธ มัวแต่แกล้งกูอยู่ได้ ถ้ากูโดนลงโทษเพราะมาเข้ารับน้องสายละก็นะ กูจะฟ้องแม่ให้จัดการมึงแน่ ” ผมเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ด้วยถ้าทางหัวเสียอยู่ไม่น้อย เพราะตลอดทางที่นั่งรถมากับไอ้พี่ชาย มันแกล้งผมตลอดทาง แกล้งขับช้าบ้าง จอดแวะซื้อขนมข้างทางบ้าง คือไอ้พี่มันไม่ต้องรีบไง เพราะพี่มันอยู่ปี 3 แล้ว แต่ผมนี่สิพึ่งจะเข้ามาปี1 ดังนั้นมันจึงทำตัวสโลว์ไลฟ์แกล้งผมได้แบบนี้ไง
“ เออน่า มึงก็รีบวิ่งเข้าคณะไปสิว่ะ จะบ่นอะไรนักหนาห้ะ ไอ้เ้าชาย องครักษ์แบบกูอุตส่าห์ขับรถมาส่งถึงหน้าคณะเลยนะ นี่พี่ชายคนนี้ยอมทิ้งนัดสาวที่นัดว่าจะไปรับมามหาลัย เพื่อที่จะได้มาส่งน้องชายผู้ที่ขี้เหร่ เลยนะเนี่ย ” ผมได้แต่ถอนหายใจ รีบปลดเข็มขัดแล้วลงจากรถคันหรูวิ่งเข้าคณะของตัวเองไป ไม่อยากจะอยู่ต่อล้อต่อเถียงกับไอ้พี่ชายจอมกวนบาทา ไม่งั้นมีหวังโดนลงโทษเพราะมารับน้องสายแน่ๆ
แต่ฟ้าก็ไม่เป็ใจ ไม่เข้าข้างผมเลย เพราะทันทีที่ผมได้ก้าวเท้าเปิดประตูเข้ามาในห้องประชุมรับน้อง สายตาทุกคู่ทั้งห้องประชุมก็หันมามองผมที่จุดๆเดียว จนผมรู้สึกประหม่า และรับรู้ได้ถึงความซวยที่กำลังจะมาจ๊ะเอ๋กับตัวเอง
“ เอ่ออ… ขะ ขอโทษครับ ที่ผมมาสาย ” ผมเอ่ยคำขอโทษออกมาก่อนเป็ลำดับแรก เพื่อหวังว่าผมจะไม่โดนลงโทษกับการมาสายในครั้งนี้
ทุกๆคนที่อยู่ในห้องประชุมต่างตกตะลึงกันเมื่อได้เห็นว่า บุคคลที่เปิดประตูเข้ามาทีหลังเป็คนสุดท้ายนั้น มีใบหน้า รูปร่าง และออร่าแห่งความหล่อเหล่าผสมความน่ารักมากมายขนาดนี้ จนเหมือนตกอยู่ในภวังค์ของผู้มาใหม่ เกือบจะ 3 นาที ที่ทุกคนตกอยู่ในภวังค์ จนมีรุ่นพี่ผู้หญิงที่ทำหน้าที่เป็พี่สต๊าฟเขียนป้ายชื่อ รีบบอกให้ผมรีบมารับป้ายชื่อแล้วไปนั่งรวมกับเพื่อนๆร่วมคณะของตัวเอง
เมื่อผมมานั่งรวมกับเพื่อนๆ เพื่อรับฟังการประชุมต่างๆ จากรุ่นพี่และร่วมกิจกรรมเล่นเกมกันตามแบบฉบับการรับน้องที่ไม่มีพี่ว๊ากเหมือนคณะอื่นๆ ในซีรีย์หรือหนังที่ทุกๆคนเคยดูกัน เพราะคณะของผมเป็คณะที่จัดได้ว่าต้องคีปลุกเป็คนสุภาพ ด้วยสายอาชีพการทำงานในอนาคตนั่นเอง
หลังจากพวกพี่ๆ ปล่อยให้พวกเราพักกลางวัน และเดินไปรับข้าวกล่องสำหรับการรับน้องวันนี้มานั่งจับกลุ่มกินข้าวกัน ผมเองที่เหมือนจะเป็จุดเด่นของการประชุมรับน้องในวันนี้ ก็มีคนแวะเข้ามาทำความรู้จักอย่างไม่ขาดสาย จะหยิบจะจับหรือจะขออะไร ก็ดูเหมือนจะมีคนมาคอยทำให้แทบจะทุกอย่าง ซึ่งบางครั้งผมเองก็ปฏิเสธออกไปบ้าง เพราะรู้สึกเกรงใจ ผมไม่ใช่พวกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็ เพราะตอนผมอยู่ต่างประเทศกับแด๊ดกับแม่ ผมก็ถูกสอนให้หัดทำอะไรเองทุกๆอย่าง เหมือนกับเด็กทั่วไปในต่างประเทศที่พ่อแม่จะปล่อยให้ลูกหัดทำและลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง โดยจะไม่มีการมาสปอยอะไรทั้งสิ้น
จนพอมาถึงตอนบ่าย พวกพี่ๆก็เริ่มกิจกรรมสำคัญในการรับน้องของคณะทันตแพทย์ศาสตร์ นั่นก็คือการผูกข้อมือ คณะของเราทำการรับน้องแค่วันเดียว เพราะถึงคณะเราจะเป็คณะทันตแพทย์ที่แยกออกมาจากคณะแพทย์โดยตรง แต่ก็มีบางวิชาที่เราจะต้องไปเรียนรวมกับคณะแพทย์ ดังนั้นทางสองคณะจึงให้มีการรับน้องแค่วันเดียว เพราะต้องรีบสอนวิชาเรียนต่างๆ ให้กับนักศึกษา เพราะเนื้อหาแต่ละวิชาค่อนข้างจะเยอะและหนักกว่าคณะอื่นๆ
“ น้องปริ้นซ์ พี่ขอให้เราตั้งใจเรียนนะ มีปัญหาอะไรก็ถามพี่ได้ ปรึกษาพี่ได้เลยนะ ” รุ่นพี่ผู้หญิงสาวสวยตรงหน้าที่เป็อดีตดาวคณะเมื่อปีที่แล้วชื่อ พี่ยี่หวา เอ่ยบอกกับผม พี่แกอัธยาศัยดีมาก และเข้ามาดูแลผมอยู่บ่อยๆ พี่แกมาทาบทามให้ผมไปเป็เดือนคณะด้วย แต่ผมก็พยายามบ่ายเบี่ยงปฏิเสธแกออกไปทุกครั้ง เพราะผมไม่มั่นใจในตัวเอง และไม่อยากเป็จุดสนใจของคนอื่น
“ โอ้ย! คุณเพื่อนยี่หวาค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมึงผูกเสร็จหรือยัง คนอื่นๆก็รอต่อแถวจะผูกข้อมือองค์ชายกันยาวเป็เข้าแถวต่อคิวเหมือนรับถุงยังชีพกันอยู่ค่ะ รบกวนช่วยมองคนอื่นๆบ้างนะคะ ” พี่พลอย รุ่นพี่สุดสวยสายเอ็นเตอร์เทรน พี่แกฮามากจริงๆ ไม่ว่าจะการพูดจาหรือการระทำของพี่แก สร้างเสียงหัวเราะให้น้องๆ กันทั้งการประชุม ไม่เว้นแม่แต่พวกเพื่อนและรุ่นพี่ปีอื่นๆ ก็ยังโดนมุกห้าบาทสิบบาทที่แกเล่นตกกันจนหัวเราะกันท้องแข็งกันเลย
“ โอ้ย! อิพลอย มึงก็รอให้กูชื่นชมองค์ชายนานๆบ้างไม่ได้หรือไง นี่กูกำลังเป็ตัวแทนของคณะมาทาบทามองค์ชายไปประกวดเดือนให้คณะของเราอยู่นะเนี่ย ”
“ อ๋อ หรอค่ะ! กูคิดว่ามึงกำลังขายอ้อยให้องค์ชายเสียอีก กูบอกเลยนะถ้ามึงคิดจะขายอ้อยให้องค์ชายจริงๆแล้วละก็ มึงฝันไปเลยคะเพราะกูจะไปเหมาโรงงานผลิตน้ำตาลมาขายแข่งกับมึงแน่ ถอยค่ะ! ผูกเสร็จแล้วก็รีบไปได้แล้ว ”
“ โอ้ย! พวกมึงนี่ก็พูดอะไรกันไม่ดูหน้าองค์ชายของพวกมึงบ้างเลยเนอะ เห็นมั้ยว่าน้องมันทำหน้างงเป็ไก่ตาแตกแล้วนั่น ” พี่พล พี่ผู้ชายตัวสูง ผิวขาว อดีตเดือนคณะทันตแพทย์ปีที่แล้วคู่กับพี่ยี่หวา เอ่ยออกมา
“ โถๆ องค์ชายเพคะ ไม่ต้องทำหน้างงแบบนั้นนะเพคะ เดี๋ยวพี่พลอยคนสวย คนดี คนเริ่ด คนนี้จะสอน จะอธิบายให้องค์ชายฟังเองนะเพคะ ” พี่พลอยรีบปรี่ตัวเข้ามาพร้อมกับคล้องแขนผม แล้วพูดจาด้วยคำาาศัพท์ จนพวกพี่ๆที่ยืนล้อมวงจะผูกข้อมือให้ผมพากันส่ายหน้า แล้วหัวเราะออกมา เพราะพี่พลอยแอคติ้งเสียโอเวอร์ จนผมต้องยิ้มออกมาแบบแหยๆ
หลังจบจากการประชุมรับน้องวันนี้ ่ท้ายของการประชุมก่อนที่พวกรุ่นพี่จะนัดแนะกิจกรรมหลักๆของมหาลัยที่พวกรุ่นน้องทุกคนต้องเข้าร่วม พร้อมทั้งกับประกาศผู้ถูกโหวตให้เป็ตัวแทนดาวเดือนปีนี้เข้าประกวดแข่งกับคณะอื่นๆ เพื่อชิงตำแหน่งดาวเดือนมหาลัย ผลสรุปคือ ผมได้เป็ตัวแทนเดือนไปแข่งกับคณะอื่นๆ กับดาวที่ชื่อส้มส้ม เพื่อนร่วมรุ่นของผมเอง ส้มส้มเป็ผู้หญิงออกแนวน่ารักๆ ตัวสูงประมาณไหล่ผมได้ ซึ่งผมเองก็สูงตามแบบฉบับลูกครึ่งที่ประมาณ 183 เิเ ถึงอาจจะดูไม่สูงมากเมื่อเทียบกับผู้ชายยุโรปทั่วไป แต่ก็ถือว่าสูงเกินมาตรฐานชายไทยละนะ
“ ว๊ายยยย คณะทันตแพทย์ขาาา เจ๊คิมมาแล้วค่าาา ขอดูว่าที่ดาวเดือนคณะทันตแพทย์หน่อยนะคะ ” เสียงของรุ่นพี่สาวประเภทสองสวมชุดนักศึกษาผู้หญิงเดินถือกระเป๋าหิ้วทรงสวย แต่งหน้าจัดเต็มเสียนึกว่าจะออกแขกเป็ลิเก เดินเข้ามาในห้องประชุม พี่พลอยเองเลยรีบเดินมาขวางเอาไว้ก่อนที่รุ่นพี่ที่ชื่อคิมจะเดินเข้ามาตรงจุดที่ผมกับส้มส้มยืนอยู่
“ หยุดดดดดด หยุดเลยค่ะ พี่คม อย่ามาแตะต้ององค์ชายของพวกเราเลยนะ ”
“อร๊ายย! อิพลอย อิหยาบคาย กูชื่อคิมค่ะ คิม ไม่ใช่คม อินี่นิ เดี๋ยวแม่ก็ตบปากแตกหรอกบอกกี่ครั้งไม่เคยจะจำ ”
“ แหมมมม พี่คม เอ้ยพี่คิม ได้ข่าวว่าไปดูเดือนคณะอื่นมา ไม่เห็นจะสนใจมาดูเด็กคณะตัวเองเลยนะพี่ ปล่อยให้พวกผมต้องดูรุ่นน้องกันเองแบบนี้เนี่ย ไม่สมเป็ประธานรุ่นเลยนะ ” พี่พลเอ่ยออกไปด้วยทาทีออกกวนๆ จนคนอื่นๆ ต่างพากันยิ้มแล้วก็หัวเราะ เพราะฟังจากที่พี่คมพูดออกไป ก็ต่างพากันเข้าใจว่าพี่พลเองก็ปากคอร้ายกาจไม่เบาแล้วก็ดูเหมือนจะสนิทและรู้จักกับพี่คิมเป็อย่างดี
“ โอ้ย! สามีพลก็ อย่าเข้าใจเมียผิดสิคะ ถึงเมียจะไม่อยู่ช่วยน้องพล แต่เมียก็รู้ดีว่าสามีพลต้องดูแลรับน้องคณะได้ดีแน่ๆ เมียต้องขอโทษจริงๆ นะคะ แต่เมียกล้าพุดได้เลยว่าที่หนึ่งในใจของเมียคนนี้มีแต่สามีพลคนเดียวนะคะ ” พี่คิมรีบเอ่ยออกมาพร้อมกับรีบเข้าไปกอดแขนของพี่พล พี่พลพยายามผลักพี่คิมออกแต่พยายามยังไงก็แกะพี่คิมไม่ออก จนทุกคนเอาแต่ขำหัวเราะทั้งสองคนกัน
“ ว่าแต่คนไหนคือดาวเดือนคณะเราหรอคะ สามีพล เมียอยากจะเห็นหน้าแล้ว ว่าปีนี้คณะเราพอจะมีหวังได้เป็เดือนเป็ดาวของมหาลัยบ้างรึเปล่า ”
“ นี่ไงคะพี่คิม ดาวเดือนของคณะเราปีนี้ น้องปริ้นซ์ และน้องส้มส้ม ” ผมกับส้มส้ม ถูกพี่ยี่หวาดึงแขนลากพวกเราออกมายืนต่อหน้าทุกๆคน ให้พี่คิมดู พี่คิมอ้าปากค้าง รีบปล่อยพี่พลแล้วเข้ามาจับแขนทั้งสองข้างของผม พร้อมกับจับผมหมุนตัว พอหมุนผมเสร็จก็เอามือทั้งสองข้างของพี่แกทาบที่อกตัวเอง
“ ว้าย! ตายแล้ว ปีนี้ทำไมเดือนคณะเราถึงได้หล่อ ออร่าจับขนาดนี้นะ บอกเลยปีนี้สนุกแน่ๆ ฉันพึ่งจะไปคณะวิศวะมา คณะโน้นก็มีเดือนที่หล่อมากๆ ดูแล้วปีนี้ตัวเต็งคงไม่พ้นคณะวิศวะกับคณะเราแน่ ”
“ จริงหรอพี่คิม ยังมีคนที่หล่อสู้กับองค์ชายของคณะเราอีกหรอ พลอยว่าปีนี้คณะเราน่าจะเด่นสุดแล้วนะ ” พี่พลอยเอ่ยขึ้นมาเชิงถามพี่คิมด้วยความไม่แน่ใจ
“ โอ้ย อิพลอยฉันอยากจะให้แกได้ไปเห็นเดือนคณะวิศวะปีนี้เสียก่อน คณะโน้นเองเขาก็มีฉายาให้เดือนคณะของเขาเหมือนกันนะ ว่าเป็ “จ้าววิศวะ” ที่แปลว่าวิศวะที่อยู่เหนือวิศวะอีกทีหน่ะ ปีนี้ประกวดดาวเดือนต้องดุเดือดแน่ๆ จ้าววิศวะปะทะองค์ชายทันตะ โอ้ย! เพียงแค่คิด ก็แทบจะรอวันประกวดไม่ไหว ไหนๆปีนี้คณะเราก็พอมีหวังจะสู้กับคณะวิศวะแล้ว ชั้นจะเป็คนมาดูการซ้อมดาวเดือนคณะเราด้วยตัวเองทุกครั้งแน่นอน "
“ ว้าย! จริงด้วยแก อิพลอยมึงมาดูเดือนคณะวิศวะ กูบอกเลยปีนี้ดุเดือดอย่างที่พี่คิมบอกแน่ๆ ” พี่ยี่หว่ารีบเอาโทรศัพท์ตัวเองไปยื่นให้พี่พลอยดู
“ เอออออ…จริงๆว่ะมึง เดือนวิศวะปีนี้แมร่งหล่อเรือหายเลยว่ะ เอาล่ะ! ไม่ได้การแล้วมึง ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก จ้าววิศวะ ปะทะ กับองค์ชายทันตะ พวกเราเตรียมรับศึกกันได้เลย ”
หลังจากวันรับน้องผ่านมาได้ไม่กี่วัน ก่อนจะเปิดเรียน ข่าวในมหาลัยเื่เดือนคณะวิศวะกับเดือนทันตะก็ถูกแพร่ออกมาผ่านทางโซเชียลและปากต่อปากจากคนในมหาลัยกัน ในเพจเฟรชชี่ของทางมหาลัยแอดมินเองก็ได้ลงรูปดาวเดือนของคณะต่างๆในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็รูปของผมกับรูปของเดือนคณะวิศวะที่ได้รับยอดกดไลค์และแชร์มากที่สุด เป็รูปการรับน้องของผมกับเดือนคณะวิศวะที่รับน้องภายในคณะของตัวเองกัน ทุกอริยาบทถูกบันทึกภาพ แล้วเอามาลงกันมากมาย มีการคอมเมนต์เกิดขึ้นกันมากมาย บ้างก็ว่ากันปีนี้คณะวิศวะคงจะได้เป็เดือนมหาลัยอีกตามเคย บ้างก็ว่าปีนี้เดือนทันตะมีลุ้นจะเบียดเดือนวิศวะมาเป็เดือนมหาลัยได้ จนเกิดแฮชแท็กขึ้นมามากมายอย่าง “ #จ้าววิศวะกับองค์ชายทันตะ” หรือไม่ก็ #วิศวะทันตะ จนตอนนี้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเชียร์กัน จนเหมือนจะทะเลาะกันเข้าไปจริงๆแล้ว แต่ที่น่าใไปมากกว่านั้น มันยังมีคนมาจับผมกับไอ้เดือนวิศวะจิ้นกันนี่สิ่ แค่นี้ผมก็พอจะรู้แล้วว่า ต่อจากนี้ไปชีวิตของผมในมหาลัยคงจะไม่สงบสุขแน่ๆ เพราะอยู่ดีๆก็เหมือนมีคนมาสร้างเื่เป็ศัตรูกันให้ผมกับไอ้เดือนวิศวะซะแล้ว ทั้งๆที่เราสองคนยังไม่เคยเจอกันจริงๆเลยสักครั้ง ได้โปรดเอาความสงบของผมคืนมาาาาาา ฮื้ออออ!!!