เมื่อคล็อดเข้ามาใกล้ หานซั่วก็ทำหน้าบิดเบี้ยวและโอดโอยเบา ๆ ก้มตัวลงไป แสร้งทำเป็ตรวจดูอาการาเ็ที่ข้อเท้า
คาลซึ่งอยู่ใกล้ ๆ นิ่วหน้าทันทีเมื่อเห็นท่าทางของหานซั่ว เขาใช้เพียงมือข้างเดียวประคองหานซั่วให้ลุกยืนและร้องถาม
“เป็อะไรไป? ข้อเท้าของเ้าาเ็หรือ? ให้ข้าดูหน่อย”
“ไม่ได้เป็อะไรมากหรอก แต่เมื่อกี้มันเหมือนจะพลิกไปนิดหนึ่ง”
หานซั่วซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ตอบเสียงอ่อย
ในที่สุด คล็อดและนักเรียนอัศวินคนอื่น ๆ ก็มาถึงในระยะใกล้ ไม่มีใครจำหานซั่วได้ และปกติก็มีคนาเ็หรือพิกลพิการให้เห็นจนชินตา ท่าทางของหานซั่วจึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจเท่าใดนัก
คล็อดเหลือบมาเห็นหานซั่วเพียงครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เขาเดินผ่านไปขณะพูดคุยหัวเราะร่วนกับกลุ่มสหาย
ข้อเท้าของหานซั่วพลิกจริง ๆ และตอนนี้ก็บวมจนปูดแล้ว คาลสะดุ้งเฮือกเบา ๆ ทันทีที่เห็น
“บวมน่าดูเลย ให้ข้าพาเ้าไปส่งเถอะ!”
เมื่อเสียงฝีเท้าของคล็อดเริ่มห่างออกไป หานซั่วยืนตัวตรงขึ้นอีกครั้ง บิดข้อเท้าและกระดิกนิ้วเท้าไปมา เขายิ้มให้คาล
“อยู่ ๆ ข้าก็รู้สึกดีขึ้นมาเยอะเลย ขอบคุณนะคาล ไม่ต้องลำบากไปส่งข้าแล้วล่ะ!”
หานซั่วจ้ำอ้าวออกไปทันทีที่พูดจบ หายลับไปจากมุมห้องอย่างรวดเร็ว ไร้สุ้มเสียงหรือวี่แววใดๆ
คาลส่ายศีรษะ สีหน้างุนงงอย่างที่สุดเมื่อเห็นหานซั่วที่อยู่ดี ๆ ก็ดูแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา
“พิลึกคน!”
กว่าหานซั่วจะลากร่างกายสะบักสะบอมกลับมาถึงสาขาศาสตร์แห่งความตายของสำนักเวทมนตร์ ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว และในเมื่อหน้าที่รับใช้ทั้งหลายมีแครี่และบอร์กเป็คนคอยจัดการ หานซั่วก็ไม่จำเป็ต้องทำอะไรอีก เขาจึงไปต่อแถวรับอาหารเย็นและรีบตรงกลับไปยังโรงเก็บของ เริ่มใช้แก่นมนตราเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกายทันทีหลังจากลงกลอนประตูเรียบร้อย
ไม่มีแม้ตารางนิ้วเดียวบนร่างกายของเขาที่ไร้ซึ่งความเ็ป ทั้งิั เส้นเอ็น กระดูก ทุกอย่างล้วนได้รับาเ็อย่างหนัก แก่นมนตราโคจรวนเวียนไปทั่วร่างกาย ทุกครั้งที่โคจรครบหนึ่งรอบ หานซั่วจะััถึงความร้อนแทบเผาไหม้ แต่แล้วพละกำลังก็ค่อย ๆ กลับคืนมา
หานซั่วรู้สึกประหลาดใจ เพราะระหว่างกระบวนการนั้น แก่นมนตราคล้ายจะเพิ่มปริมาณขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่าทั้งเวลาและความพยายามที่ใช้ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายนั้น ส่งผลให้แก่นมนตราค่อย ๆ พัฒนาและเพิ่มปริมาณมากขึ้นตามไปด้วย แปลว่าเขาต้องทนรับอาการาเ็ลักษณะนี้ต่อไปอีกในอนาคต หาก้าให้ร่างกายแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่านี้
หลังเที่ยงคืน เมื่อความเ็ปทางร่างกายทุเลาลงบ้างแล้ว หานซั่วจึงสลับมาฝึก 'เวทอัคคีเหมันต์' เขาโคจรแก่นมนตราไปยังฝ่ามือ ตลอดจนปลายนิ้วแต่ละนิ้วตามหลักของการฝึกฝนเวทนี้
เวลาผ่านไปขณะที่หานซั่วจมดิ่งสู่ห้วงความคิดแปลกประหลาด จิตของเขาไร้ซึ่งความไขว้เขวหรือลังเลใด ๆ มีเพียงความมานะพยายามและความทรหดที่จะฝึกฝนให้สำเร็จเท่านั้น เขาแทบหลงลืมความเ็ปและาแต่าง ๆ บนร่างกาย และยังคงโคจรแก่นมนตราตามหลักของการฝึกฝน 'เวทอัคคีเหมันต์' ต่อไปเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้ หานซั่วจะจำกัดตนเองเวลาฝึกฝนเวทมนตร์เสมอ ปกติเขาจะตื่นนอนเป็เวลา แต่เป็เพราะไม่เคยหมกมุ่นมากเท่าวันนี้ หานซั่วจึงจมอยู่ในภวังค์ ไม่รับรู้กาลเวลา ัั หรือแม้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยรอบ
ปัง!
ประตูเล็ก ๆ ของห้องเก็บของเปิดผางออกในทันที หานซั่วสะดุ้งตื่นจากภวังค์ นิ่วหน้าและหันไปจ้องมองร่างของแจ็คด้วยสายตาเ็า
แจ็คตัวสั่นด้วยความกลัวเมื่อเห็นสายตาของหานซั่ว แต่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อแววความดุดันในสายตาของหานซั่วจางหายไป
“ไบรอัน เ้าอยู่ในโรงเก็บของจริง ๆ ด้วย ข้านึกว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเ้าเสียอีก!”
หานซั่วรีบตรวจสอบสภาพร่างกายของตนเองทันทีหลังจากสะดุ้งตื่น และพบว่าร่างกายที่าเ็หนักก่อนหน้านี้หายดีเกือบหมดแล้ว แก่นมนตราที่กำลังโคจรอยู่ภายในร่างกายก็แข็งแกร่งขึ้น และพลังจิตในตอนนี้ก็ชัดเจนขึ้นกว่าก่อน
“จะเกิดอะไรขึ้นกับข้าเล่า? ข้าแค่เผลอหลับจนลืมเวลาไปวันหนึ่งก็แค่นั้นเอง บอร์กกับแครี่จัดการงานทำความสะอาดแทนข้าอยู่แล้วนี่ ไม่มีอะไรที่ข้าต้องทำอยู่ดี”
หานซั่วบิดคอไปมาจนมีเสียงดังกร๊อบ เมื่อเขาลุกขึ้นจากเตียงไม้เล็ก ๆ และยืดเหยียดร่างกาย กระดูกแทบทุกชิ้นลั่นกรอบในทุกท่วงท่าที่ขยับ ในขณะที่แจ็คยืนงุนงงอยู่ที่เดิม
ผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุด แจ็คก็มีสีหน้าประหลาดใจเมื่อเสียงประหลาดจากร่างกายของหานซั่วเงียบลง เขาร้องออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
“เอ่อ ไบรอัน เ้าไม่ได้หลับไปแค่วันเดียวนะ แต่เ้าเงียบหายไปเลยตั้งหกวัน! ข้ามาเคาะประตูตั้งนานแต่ก็ไม่เคยมีเสียงเ้าตอบกลับมาเลย ข้าถึงได้นึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเ้าอย่างไรล่ะ!”
หานซั่วตกตะลึงกับคำพูดของแจ็ค นี่เขาฝึกมาตลอดหกวันเลยหรือ? คิ้วของเขาขมวดมุ่นเมื่อจู่ ๆ ก็ระลึกได้ถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘การเข้าสู่ห้วงจิตปีศาจ’ จากความทรงจำเกี่ยวกับเวทปีศาจของฉู่ชางหลาน
ผู้ใช้เวทปีศาจบางคนจะเข้าสู่ ‘ห้วงจิตปีศาจ’ ได้ในเหตุการณ์บังเอิญ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ ทว่าห้วงจิตปีศาจนั้น ถูกแบ่งเป็ภาวะรุนแรงและภาวะสงบนิ่ง สภาพจิตและอารมณ์ของผู้ใช้เวทปีศาจบางคนจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อเข้าสู่ห้วงจิตปีศาจ พวกเขาจะกลายเป็นักฆ่ากระหายเื ร่างกายไม่รับรู้ซึ่งความเ็ป ทั้งร่างกายและพลังเวทมนตร์จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล พวกเขาจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง และคร่าชีวิตทุกคนที่ขวางหน้าไปเรื่อย ๆ หยุดตัวเองไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว ซึ่งเป็ผลจาก ‘ภาวะรุนแรง’ ของห้วงจิตปีศาจ
ส่วนอีกภาวะหนึ่ง คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับหานซั่วเมื่อเขาบังเอิญเข้าสู่ห้วงจิตปีศาจในระหว่างการฝึกฝน เป็กระบวนการที่พร่ามัวและไม่ชัดเจน ซึ่งผู้ใช้เวทเองก็ไม่สามารถตรวจจับได้ ทว่ากระบวนการภายในทุกอย่างรวมทั้งการโคจรของแก่นมนตราจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับการฝึกฝนเวทมนตร์แบบปกติ เขาจึงไม่สามารถรับรู้สภาพการฝึกของตนเอง จนกระทั่งได้มารับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับร่างกายหลังจากได้สติ
ภาวะแรกของห้วงจิตปีศาจมักเกิดขึ้นจากสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ สูญเสียเหตุผลจากเื่ราวหรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ต่อให้ผู้ใช้เวทไม่ถูกฆ่าตายระหว่างที่ตนเองคลุ้มคลั่งและฆ่าฟันอย่างไร้ที่สิ้นสุดในห้วงจิตปีศาจ ร่างกายของเขาก็จะได้รับอันตรายจากปัจจัยใจอื่น ๆ อยู่ดี
ห้วงจิตปีศาจที่สงบนิ่งของหานซั่วจึงเป็ทางเลือกที่ดีกว่ามาก คนส่วนใหญ่ที่สามารถเข้าสู่ภาวะจิตที่แปลกประหลาดนี้ได้ระหว่างการฝึกฝน จึงมักััได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มมากขึ้นหลังจากได้สติกลับคืน
“เอ่อ คงเป็เพราะ่หลัง ๆ นี้ข้าขี้เซา ก็เลยหลับลึกไปหน่อย จริงสิ เ้ามาหาข้าทำไมหรือ?”
ขณะพูด หานซั่วรู้สึกว่าท้องช่างว่างเปล่า ร่างกายกำลัง้าอาหารและการบำรุงหลังจากไม่ได้กินอะไรเลยมาตลอดหกวัน
แจ็คโยนขนมปังชิ้นใหญ่ให้ เมื่อเห็นหานซั่วเอามือลูบท้อง
“ข้าก็เป็ห่วงเ้านะสิ อาจารย์แฟนนี่ให้ข้ามาตามเ้าไปที่ห้องทดลอง อ้อ จริงด้วย ลิซ่าก็ถามหาเ้าเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะมาหาเื่เ้าอีกหรือเปล่า”
“เข้าใจละ อืม... งั้นข้าไปหาอาจารย์แฟนนี่ก่อนแล้วกัน ไปกันเถอะ!”
หานซั่วเคี้ยวขนมปังของแจ็คไปด้วยขณะเดินออกจากโรงเก็บของ
โชคดีที่หานซั่วซ่อนเ้าโครงกระดูกน้อยไว้ใต้เตียงมาตลอด แจ็คจึงไม่พลาดมาเห็นอะไรเข้าตอนที่พุ่งพรวดเข้ามา เมื่อล็อกประตูเรียบร้อยแล้ว หานซั่วก็ตรงไปที่ห้องทดลองของแฟนนี่
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
หานซั่วยืนอยู่ที่ทางเข้าห้องทดลองของแฟนนี่ และยื่นมือไปเคาะประตู
“เข้ามาเลยจ้า!”
เสียงหวานและอ่อนโยนของแฟนนี่ดังขึ้นจากข้างในห้องทดลอง หานซั่วเปิดประตูและก้าวเข้าไปเมื่อได้ยินเธออนุญาต
ม้วนคาถามากมายวางเกลื่อนกลาดบนทางเดินกลางห้องทดลอง มีตัวอักษรและแผนภาพเกี่ยวกับเวทมนตร์ที่ลึกลับและสวยงามถูกจารึกไว้ แม้แต่คนที่เพิ่งเคยก้าวเข้ามาในห้องโถงแห่งมนตรา โดยเฉพาะมือใหม่อย่างหานซั่ว ก็สามารถััได้ถึงเวทมนตร์ที่ทรงพลังจากม้วนคาถาเ่าั้ได้อย่างชัดเจนแม้ในระยะไกล
ตอนนั้นเอง แฟนนี่ร่ายคาถาขณะที่กำลังโน้มตัวลง เธอจุ่มนิ้วเรียวยาวลงในน้ำยาวิเศษสีน้ำตาลที่อยู่ข้าง ๆ บรรจงวาดลายเส้นสวยงามลงบนแผ่นม้วนคาถา ลายเส้นละเอียดอ่อนเ่าั้แม้จะดูไร้รูปร่าง แต่กลับประสานกลมกลืนและให้ความรู้สึกที่น่ามหัศจรรย์
เมื่อแฟนนี่วาดลายเส้นและบรรจุเวทมนตร์ลงในม้วนคาถาหลังจากร่ายเวทเสร็จ ออร่าสีดำทะมึนก็แผ่กระจายออกมาทันทีพร้อมกับแสงสีน้ำตาลที่สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งแผ่น จากนั้น กระดาษก็ม้วนตัวขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
เมื่อเธอเก็บม้วนคาถาที่ปลุกเสกเวทมนตร์เรียบร้อยแล้ว แฟนนี่ก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับยิ้ม
“โอ้ ไบรอันนี่เอง หลังเป็อย่างไรบ้างจ๊ะ?”
“ขอบคุณที่เป็ห่วงครับอาจารย์แฟนนี่ แผลที่หลังของข้าหายดีแล้ว”
หานซั่วตอบและพยักหน้ารับ
หานซั่วทราบดีว่าเขาจะแสร้งเสียสติต่อไปไม่ได้แล้ว แม้การทำเช่นนั้นจะเป็ผลดี แต่ไม่ช้าก็เร็ว มันก็สร้างปัญหาให้เขาได้เช่นกัน และหากเป็เช่นนั้น จะดีกว่าหากจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างช้า ๆ ให้ทุกคนได้รับรู้และยอมรับในตัวตนใหม่ของเขาโดยไม่รู้สึกประหลาดใจในความเปลี่ยนแปลง และคิดไปในทางเดียวกันว่าเขาหายจากอาการเสียสติและกลับมามีสภาพจิตปกติอีกครั้ง
ไบรอันซึ่งเป็เ้าของร่างคนเก่า ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสในสาขาศาสตร์แห่งความตายแห่งนี้ และหานซั่วก็สัญญาว่าจะแก้แค้นให้ไบรอันตอนที่เขาปีนขึ้นมาจากหลุมศพ ทั้งแครี่ บอร์ก บาค และลิซ่าได้รับบทเรียนไปแล้วไม่มากก็น้อย แม้จะดูเป็การแก้แค้นที่น้อยไปอยู่สักหน่อย แต่หานซั่วก็จะยังคงอยู่ในสาขาศาสตร์แห่งความตายเพื่อวางแผนสำหรับอนาคตต่อไป
เมื่อเริ่มเข้าใจอะไร ๆ เกี่ยวกับโลกใบนี้มากขึ้น หานซั่วทราบดีว่าเขายังต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกเรื่อย ๆ หาก้าจะเติบโตต่อไปในโลกใบนี้ และวิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลังบาบิโลนก็เป็สถานที่ที่เขาสามารถฝึกฝนตนเองได้อย่างต่อเนื่อง เขาจึงจะอยู่ที่นี่เพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต่าง ๆ ของโรงเรียน เปิดโลกทัศน์ของตนเองให้กว้างขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่ง สะสมองค์ความรู้ต่าง ๆ จนกว่าจะเข้าใจโลกใบนี้อย่างถ่องแท้
เพราะฉะนั้น หานซั่วจึงคิดว่าไม่ควรแสร้งเสียสติต่อไป แต่ต้องค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองไปทีละน้อยๆ
“โอ้ เยี่ยมไปเลย อีกไม่นานข้าจะพานักเรียนออกไปเรียนรู้โลกภายนอก พวกเขาจะได้ทดสอบพัฒนาการด้านเวทมนตร์ของตัวเองด้วย มาด้วยกันสิ! เ้าแค่มาช่วยพวกนักเรียนเื่ทำความสะอาดหรืองานจิปาถะระหว่างเดินทางก็พอ และข้าก็จะได้สังเกตสภาพร่างกายเ้าไปด้วย เ้าคิดว่าอย่างไร ไบรอัน?”
แฟนนี่วางของที่ถืออยู่ในมือลง และหันมายิ้มให้หานซั่ว
หานซั่วยืนนิ่งไม่ไหวติง ครุ่นคิดครู่หนึ่งและรู้สึกว่านี่เป็โอกาสดี เขาพยักหน้ารับทันที
“ตกลงครับ!”
*************************