"หม่อมฉันแค่พูดไปตามเนื้อผ้าเพคะ” จื่อซางก้มหน้าพูด
“ปล่อยนางเถอะ ขอให้นางชอบก็พอแล้วนางจากบ้านเมืองมาอยู่กับคนที่นางไม่เคยแม้แต่รู้จัก บางทีนางอาจอึดอัด มีสิ่งใดที่พอทำให้นางมีความสุขได้บ้าง เล็กๆน้อยๆเ้าก็อย่าไปสนใจนัก”ฮองเฮาบอก
“คงมีแต่พระองค์ที่เข้าใจนางที่สุด”
“หากไม่ใช่เพราะบ้านเมือง ป่านนี้นางคงได้ใช้ชีวิตกับคนที่นางรัก สตรีคนหนึ่งต้องเอาความสาวความสวย และชีวิตที่เหลือมาทิ้งไว้วังหลังแห่งนี้ เ้าคิดว่ายังเหลือความสุขอีกหรือจื่อซาง”
ค่อนคืนแล้วลิ่งเสียนเฟยยังนั่งอยู่ในห้องโถงโดยมีซูถิงและซวงๆยืนอยู๋ข้าง
“วันนี้แล้วสินะ” ลิ่งเสียนเฟยพึมพำ
“พระสนมปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกเรา ดึกมากแล้วท่านไปพักพักผ่อนเถอะอย่าได้คิดมากเลยเพคะ”ซูถิงพูด
“เ้าจะให้ข้าข่มตาหลับได้อย่างไร สิ่งที่ข้ากำลังทำอยู่ เ้าว่าต่างอะไรกับคนพวกนั้น”
“แต่พระสนมไม่มีทางเลือกนี่เพคะ” ซวงๆพูดปลอบเ้านาย
“จริงหรือ ข้าไม่มีทางเลือกจริงๆหรือ หากข้าไม่มีทางเลือก แล้วพวกนางล่ะพวกนางมีทางเลือกหรือ” คนสนิททั้งสองได้แต่ก้มหน้ายอมรับในคำพูดของลิ่งเสียนเฟย
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งสามเลยหยุดคำพูดไว้เพียงแค่นั้น
ซูถิงเดินไปเปิดประตู
“เข้ามา”
“มารับคนเ้าค่ะ” หัวหน้านางกำนัลบอก
เพียงครู่ดียวซวงๆก็พานางกำนัลใหม่ทั้งสองเข้ามา
“พวกเ้าไปได้แล้ว” ลิ่งเสียนเฟยสั่ง
หัวหน้านางกำนัลพานางกำนัลใหม่ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังตำหนักใน
“ไม่รู้ว่าพวกนางจะได้กลับมาอีกหรือไม่”
ลิ่งเสียนเฟยพูด
“หากพวกนางไม่ขัดขืนคงได้กลับมาเพคะ” ซูถิงพูด
“ขัดขืนก็ตาย ไม่ขัดขืนก็ตายทั้งเป็ใช่หรือไม่ หึ หึ หึ นี่มันนรกขุมไหนกัน” ลิ่งเสียนเฟยหัวเราะอย่างเ็ป
“หากข้าทูลความจริงกับฮองเฮา พวกเ้าคิดว่าพระองค์จะยอมช่วยเหลือข้าหรือไม่”
“ไม่ได้เด็ดขาดนะเพคะ นี่ไม่ใช่เื่เล็กๆหากเปิดเผยเื่นี้ เื่อื่นก็จะปกปิดไม่ได้อีก ยื่งไปกว่านั้นผลที่ตามมาคงยากจะคาดเดาได้ หากฺฮ่องเต้รู้เื่เด็กคนนั้น อาจทำให้พระองค์กริ้วถึงขั้นสังหารเด็กคนนั้น หรือไม่ก็ทำานะเพคะ”
ซวงๆออกความเห็น
“แล้วพวกเราต้องทำเช่นนี้อีกนานแค่ไหน ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว”
"อดทนอีกนิดเพคะ หากองค์ชายรองมีชายาเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเราก็ไม่ต้องทำเื่แบบนี้แล้วเพคะ”
ลิ่งเสียนเฟยมองออกไปในความมืดอย่างคนหมดหนทาง นางรู้ดีว่าตัวเองถลำลึกเกินไป แต่หากนางไม่ทำ เกากุ้ยเฟยคงไม่ยอมรามือจากเด็กคนนั้นแน่ หรือหากนางพูดความจริง นางอาจเป็คนทำให้บ้านเมืองลุกเป็ไฟได้
“ลูกต้องอดทนเพื่อบ้านเมือง เมื่อเ้าก้าวออกไปแล้ว เ้าจงทำหน้าที่ให้ดีที่สุดอย่าได้หันกลับมา ทุกอย่างที่นี่พ่อกับแม่จะเป็คนดูแลให้เ้าเอง” เสียงพ่อของนางยังดังก้องอยู่ในหูทุกวัน
ั้แ่หย่งซีเฉินมาถึงเมืองหลินโจวก็เริ่มฝึกทหารอย่างหนัก
“ท่านแม่ทัพพวกเราฝึกหนักขนาดนี้ ท่านอ๋องจะทำากับเป่ยเหลียงหรือขอรับ” รองแม่ทัพถามขณะที่ยืนดูทหารกำลังฝึกดาบ
“เ้าไม่รู้อะไร ไม่ว่าท่านอ๋องจะไปอยู่ที่ไหนทหารที่นั่นก็จะแข็งแกร่งขึ้นสามเท่า”
“ขนาดนั้นเลยหรือท่านแม่ทัพ”
“ใช้แล้ว อยู่ต้าโจวข้าไม่รู้หรอกว่าท่านอ๋องเป็ยังไง แต่ถ้าอยู่ในค่ายทหารหรือในสมรภูมิท่านอ๋องจะรักทหารเหมือนกับว่าเป็ลูกของพระองค์เอง”
“ท่านเคยสู้ศึกเดียวกันกับท่านอ๋องไหมขอรับ"รองแม่ทัพถาม
“เคยสิ สองปีก่อนข้าได้รับคำสั่งให้ไปช่วยบัญชาการศึกที่ชิงโจว เพราะแม่ทัพใหญ่ได้รับาเ็สาหัส ทัพข้ากับทัพเสริมของซีโจวถูกล้อมอยู่สามวันสามคืนคิดว่าจะไม่รอดแล้ว เสบียงเราก็หมด ทัพของท่านอ๋องเดินทางมาปราบฏที่เมืองผิงอัน ท่านอ๋องได้ข่าวว่าชิงโจวกำลังแย่ เมื่อปราบกบฎเสร็จสิ้นท่านอ๋องก็รีบนำทหารออกไปช่วยโดยที่ไม่ได้หลับได้นอน”
“ทั้งสู้กับกบฎ แล้วยังต้องรีบเดินทางทั้งยังไม่ได้นอนอีก แล้วจะมีแรงต่อสู้กับศัตรูหรือขอรับ"รองแม่ทัพสงสัย
“ตอนแรกที่ข้าได้ข่าว ข้าก็คิดเหมือนเ้า ทั้งยังโมโหที่รู้ว่าท่านอ๋องจะพาทหารเอาชีวิตไปทิ้งง่ายๆ แต่ไม่ใช่เลยเมื่อไปถึงชิงโจว ทหารของท่านอ๋องกลับต่อสู้อย่างฮึกเหิมหาได้อ่อนล้าแม้แต่น้อยเพียงแค่วันเดียวทัพศัตรูก็พ่ายไม่เป็ท่า”
“ทัพของท่านอ๋องแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือขอรับ”
“ไม่ใช่แค่แข็งแกร่งท่านอ๋องยังปกป้องทหารทุกคนอีกด้วย ข้าจำได้ว่ารองแม่ทัพหนุ่มคนนั้น ถูกด้ามหอกของศัตรูฟาดเข้าที่หัวเือาบท่วมตัว ท่านอ๋องเป็คนแบกไปรักษาด้วยตัวเอง”
“แล้วเขารอดชีวิตไหมขอรับ”
“รอดสิ ระหว่างทางที่ข้ากลับมา ข้าได้พบเขาที่หุบเขาก่อนถึงหลินโจว”
“สมแล้วที่ผู้คนขนานนามท่านอ๋องว่าเป็เทพา” รองแม่ทัพพูด
“ท่านอ๋องนำทัพั้แ่อายุสิบสาม เ้าคิดว่าต้องเก่งแค่ไหนเด็กอายุสิบสามถึงจะนำทัพได้” แม่ทัพจ้าวไห่ตงชื่นชมหย่งซีเฉินยิ่งนัก