บทที่ 2 ิญญาเกิดใหม่
ประตูผุพังของห้องเล็ก ๆ ถูกถีบกระเด็นเปิดออกเสียงดังโครม! ป้าฮุ่ยพุ่งเข้าไปในห้อง คว้าร่างเด็กน้อยเข้าสู่อ้อมกอด น้ำตาไหลพรากราวกับเขื่อนแตก ร้องคร่ำครวญว่า "คุณหนู ขอโทษด้วย บ่าวกลับมาช้าไป"
เห็นเด็กน้อยในอ้อมแขนหายใจรวยริน ป้าฮุ่ยเ็ปหัวใจแทบขาดะโออกมาอย่างเคียดแค้น
"พวกเ้ากล้าทำร้ายคุณหนู! คอยดูเถอะ พอคุณหนูใหญ่กลับมา นางจะต้องล้างแค้นให้เรา! ทั้งสกุลหลินและสกุลเซี่ยของพวกเ้าจะต้องถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก!"
ด้วยแรงที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน นางกระชากแส้ในมือฮูหยินผู้เฒ่า แล้วฟาดลงบนใบหน้าของนางอย่างแรง ก่อนจะใช้เท้าขวาถีบเข้าที่ท้องอย่างเต็มแรง
ทุกคนในห้อง รวมถึงเซี่ยชูอวี้เอง ต่างไม่คาดคิดว่าสาวใช้ผู้ไร้พลังิญญาคนนี้จะะเิโทสะออกมา และลงมือแก้แค้นนางอย่างโเี้เช่นนี้
เมื่อเซี่ยชูอวี้รู้สึกตัว ก็ได้ยินเสียงพลังิญญาในตันเถียนแตกกระจาย
ในชั่วพริบตานั้นดวงตาฮูหยินผู้เฒ่าเบิกกว้าง มือทั้งสองข้างกุมท้องแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป ก่อนจะกรีดร้องเสียงแหลมสูง
"อ๊า! ตันเถียนของข้า!นังสารเลว! นางทำลายตันเถียนของข้า! พวกเ้า! ฆ่านาง! ฆ่านางซะ!"
เหล่าสาวใช้คนสนิทของเซี่ยชูอวี้ต่างตกตะลึง เมื่อตั้งสติได้ก็รีบพยุงนางขึ้น แล้วพากลับไปยังเรือนอย่างรวดเร็ว
ในชั่วขณะที่ป้าฮุ่ยลงมือ เสี่ยวิเยว่ก็กอดหลินหย่าอี๋ถอยไปที่มุมห้องอย่างรวดเร็ว นางเห็นเหตุการณ์นี้กับตาตัวเองจึงใจนหน้าซีด
การที่จุดตันเถียนถูกทำลาย ก็หมายความว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะกลายเป็คนพิการั้แ่นี้ไป
ทหารรักษาการณ์ด้านนอกได้ยินเสียงร้องอย่างทรมานของฮูหยินผู้เฒ่า ต่างพากันเปลี่ยนสีหน้า แล้วพุ่งเข้าไปในห้องอย่างดุดันราวกับหมาป่า โจมตีป้าฮุ่ยอย่างไม่ปรานี
คนสองคนที่ไม่มีพลังวิเศษจะสู้ทหารพวกนี้ได้อย่างไร พวกนางถูกทุบตีอยู่พักใหญ่ เสี่ยวิเยว่เห็นว่าคนทั้งสองบนพื้นไม่ขยับแล้ว จึงเตะที่หัวของป้าฮุ่ยอย่างแรงสองที แล้วถุยน้ำลายใส่ก่อนจะสั่งการว่า
"ช่างอัปมงคลจริงๆ ส่งคนสองคนลากพวกนางไปทิ้งที่สุสานไร้ญาติให้หมาป่ากิน ส่วนที่เหลือไปเชิญนักปรุงโอสถและหมอ ไปที่ห้องของฮูหยินผู้เฒ่า"
เมื่อลืมตาขึ้นเธอก็เห็นเด็กน้อยตัวน้อยหน้าซีดเซียวอยู่ตรงหน้า ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นดูคุ้นเคย คล้ายกับตอนที่ตนยังเด็ก
เด็กน้อยน้ำตาคลอเบ้า สายตาสิ้นหวังและไร้ที่พึ่งทำให้จื่อเชียนเกอรู้สึกเ็ปในอก ราวกับว่าตนเองก็เคยรู้สึกเช่นนั้น ความรู้สึกนี้ทำให้จื่อเชียนเกอรู้สึกไม่สบายใจ ขมวดคิ้วแน่น แล้วถามเบาๆ ว่า “เธอเป็ใคร”
เสียงใสๆ ของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความวิงวอน “พี่สาว ข้าไม่ยอมตายไปเช่นนี้แน่ ข้ายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำ ข้ายกร่างนี้ให้ท่าน โปรดช่วยข้าทำตามความปรารถนาสุดท้ายได้หรือไม่?”
จื่อเชียนเกอตกตะลึง ยกร่างนี้ให้เธอคืออะไร เธอไม่ได้ตายไปแล้วหรอกเหรอ?
เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบว่าเด็กน้อยผอมบางคนนี้อยู่ในร่างเดียวกับตน เพียงแต่ร่างของเด็กน้อยนั้นแทบจะโปร่งใส
เธอรู้สึกมึนงงขึ้นมาทันที หรือว่าเธอยึดครองร่างของเด็กคนนี้แล้วฟื้นคืนชีพ?
ร่างของเด็กน้อยเริ่มจางลงเรื่อยๆ จื่อเชียนเกอไม่ทันได้คิดมาก จึงรีบถามว่า “แล้วเธอมีความปรารถนาอะไรเหรอ?”
เด็กน้อยพูดอย่างหนักแน่นว่า “ช่วยข้าล้างแค้นให้ป้าฮุ่ย ช่วยข้าตามหาท่านแม่และญาติคนอื่นๆ แล้วดูแลพวกท่านให้ดี”
เมื่อได้ยินความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเด็กน้อย จื่อเชียนเกอก็รู้สึกสะท้อนใจ เด็กคนนี้ช่างเป็เด็กดี มีความคิดเป็ผู้ใหญ่ เธอพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้ ฉันสัญญา”
สีหน้าของเด็กน้อยคล้ายกับบ่งบอกว่าในที่สุดก็สมปรารถนา เธอยิ้มเล็กน้อย แล้วพูดว่า "พี่สาว ขอบคุณท่านมาก ข้าต้องไปแล้ว"
หลังจากที่มองดูร่างของเด็กน้อยสลายหายไป จื่อเชียนเกอรู้สึกหดหู่ในใจ รู้สึกเศร้าสร้อยปนขมขื่น
แต่เธอยังไม่ทันได้คร่ำครวญ ก็รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง ปวดไปทั้งร่าง โดยเฉพาะศีรษะ ราวกับจะะเิออกมา ความทรงจำแปลกๆ มากมายไหลบ่าเข้ามาในหัวของเธอ
ผ่านไปครู่ใหญ่ จื่อเชียนเกอจึงมั่นใจว่าตนเองได้ข้ามมิติมาจริงๆ และในตอนนี้ได้หลอมรวมกับร่างและความทรงจำของเด็กน้อยเรียบร้อยแล้ว เธอรู้สึกโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง
วัยเด็กของเด็กคนนี้ช่างน่าสงสารเหลือเกิน เมื่อเทียบกับตัวเองแล้ว ช่างต่างกันราวฟ้ากับดิน แม้ว่าวัยเด็กของเธอจะไม่มีพ่อแม่อยู่เคียงข้าง แต่คุณปู่ก็รักและตามใจเธออย่างที่ใครๆ ต้องอิจฉา
ส่วนเด็กคนนี้ หลังจากที่แม่ให้กำเนิดเธอก็หายสาบสูญไป พ่อของเธอก็ปฏิบัติกับเธอแย่ยิ่งกว่าคนรับใช้ ย่ากับแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างสนุกกับการกลั่นแกล้งเธอ
มีเพียงป้าฮุ่ยที่รักเธอเหมือนลูกแท้ๆ น่าเสียดายที่ป้าฮุ่ยถูกทำลายพลังิญญา จนกลายเป็คนธรรมดา และมักจะถูกคนรับใช้ในจวนรังแกต่างๆ นานา
จื่อเชียนเกอทนความเ็ปไปทั่วร่าง ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นมองร่างกายที่เกิดใหม่ของตัวเองอย่างเหม่อลอย
เฮ้อ จู่ๆ ก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างเด็กอายุหกขวบ แบบนี้ไม่ถือว่าเสียเปรียบเกินไปหน่อยเหรอ
ชาติที่แล้วเธออายุยี่สิบหก อยู่ๆ ก็อายุลดลงไปยี่สิบปี ยังไม่ค่อยชินเลยจริงๆ
เธอถอนหายใจอย่างจนใจ ก่อนจะฝืนความเ็ปแสนสาหัส ค่อยๆ ขยับร่างกายไปหาป้าฮุ่ยอย่างยากลำบาก เธอยื่นมือเล็กๆ ออกไป ใช้แรงทั้งหมดที่มีเขย่าป้าฮุ่ยแล้วร้องเรียก “ป้าฮุ่ย ป้าฮุ่ย...”
ป้าฮุ่ยกระแอมเบาๆ เืสีดำเข้มไหลออกมาจากมุมปาก นางค่อยๆ ลืมตาที่ไร้ประกายขึ้น เมื่อเห็นเด็กน้อยอยู่ตรงหน้า เสียงแหบแห้งก็เผยความยินดีออกมาอย่างปิดไม่มิด
“คุณหนู ท่านยังมีชีวิตอยู่ ยังมีชีวิตอยู่...”
หลังจากจื่อเชียนเกอหลอมรวมความทรงจำของเด็กน้อยแล้ว ความรู้สึกที่มีต่อป้าฮุ่ยก็เหมือนกับได้ััมานาน เมื่อเห็นว่าป้าฮุ่ยยังมีชีวิตอยู่ ในใจก็ดีใจ เสียงใสๆ เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ใช่แล้ว ข้ายังมีชีวิตอยู่ เมื่อครู่แค่สลบไป ป้าฮุ่ย เป็อย่างไรบ้าง?”
ป้าฮุ่ยยื่นมือที่หยาบกร้านออกมา ลูบไล้แก้มของจื่อเชียนเกออย่างแ่เบา ดวงตาที่อ่อนโยนเต็มไปด้วยความอาลัยและความกังวล ก่อนจะกำชับว่า
“คุณหนู บ่าวคงอยู่ได้อีกไม่นาน คุณหนูต้องใช้ชีวิตต่อไปให้ดี ๆ นะเ้าคะ”
จื่อเชียนเกอััได้ถึงความไว้วางใจและความเคารพที่เ้าของร่างเดิมมีต่อป้าฮุ่ย นิ้วมือที่ผอมแห้งลูบใบหน้าของป้าฮุ่ย น้ำตาก็ไหลอาบแก้มแล้วพูดอย่างร้อนรน
“ป้าฮุ่ย ท่านต้องอดทนไว้ ข้าจะไปตามหมอมารักษา”
ป้าฮุ่ยจับมือเด็กน้อยไว้ นางหายใจอย่างยากลำบากสองสามครั้ง ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่ทันแล้ว บ่าวรู้สึกได้ว่าชีวิตกำลังจะถึงจุดจบแล้ว บ่าวขออภัยที่ไม่สามารถปกป้องคุณหนูได้ ไม่อาจทำตามที่คุณหนูใหญ่ฝากฝังไว้ได้”
จื่อเชียนเกอนั่งคุกเข่าบนพื้นหิมะที่เย็นเยียบ พยุงร่างของป้าฮุ่ยพิงไหล่ผอมๆ ของตัวเอง พลางร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความโศกเศร้า
“ป้าฮุ่ย ท่านอย่าพูดแบบนั้น ถ้าไม่มีท่านที่คอยดูแลข้าอย่างดีตลอดมา ข้าคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงวันนี้”"
ป้าฮุ่ยบีบมือเล็กๆ ของเด็กน้อยไว้แน่น ลมหายใจเริ่มแ่ลง แต่ก็ยังไม่ลืมกำชับ
“คุณหนู เวลาของบ่าวเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ฟังที่บ่าวพูดให้ดีนะเ้าคะ คุณหนูใหญ่ทิ้งกล่องไหมไว้ให้คุณหนู บ่าวฝังมันไว้ใต้ต้นไม้ในสวน คุณหนูต้องไปเอาออกมา
ระวัง ระวังคนสกุลหลิน พวกมัน พวกมันล้วนเป็หมาป่าในคราบคน อย่า อย่าแก้แค้นให้บ่าวเลย คุณหนูต้องมีชีวิตต่อไปให้ได้ ไปหาคุณหนูใหญ่ ไปหาท่านพ่อ...” ยังไม่ทันพูดจบ มือของป้าฮุ่ยก็หลุดออกจากมือเด็กน้อยก่อนจะสิ้นใจตาย