ตอน 6 แก่นหยกปนกรวด
ณ ด่านหน้าแห่งอวิ๋นเทียน ตำหนักไม้สถานที่ร้องทุกข์
“เอาล่ะ เ้าพูดความจริงมาซะ ว่าผิดอย่างไร จงสารภาพเอง อย่าให้พวกข้าต้องใช้วิธีการรุนแรงกับสตรีเยี่ยงเ้า” ชิงเจ๋อกล่าวตักเตือนนางไว้แต่เนิ่นๆ
“อะ เออ เอ่อ... คือว่า... ข้า” บทจะพูดกลับดูอ้ำอึ้ง ราวผู้โง่เขลาเบาปัญญา
“แม่นางชู่ เ้าก็พูดไปสิว่า... เ้าเป็หัวขโมยที่ไร้ยางอาย ขโมยยาร้านข้าไม่เว้นแต่ละวัน มิหนำซ้ำยังทำร้ายคนโรงหมอของข้าหลายคน...”
"อย่าทำให้ท่านหลงชิงเจ๋อ เสียเวลาอีกเลย รีบๆ พูดไปซะ "
"เพื่อร้องเรียนทุกข์สั่งสอนเ้า ข้าก็เสียเวลาไปไม่น้อย" คนโรงหมอที่มาร้องทุกข์พูดแทรกสอดก่อนที่นางจะอ้าปากพูดเป็คำ
"ไม่จริง ข้าไม่เคยทำร้ายผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะคนของโรงหมอ "
“ข้าบอกท่านไปหลายหนแล้วว่า... ข้าทำลงไปเพราะ้าช่วยคน” พออย่างนี้ ชู่ตันหรงดันเถียงคำไม่ตกฟาก
*ชู่ตันหรง ผ่านความยากลำบากมานับไม่ถ้วน นางจึงรู้ดีว่าความโหยหาและโดดเดี่ยวมันน่าหวาดกลัวเพียงใด ในเมื่อบัดนี้นางยังพอมีแรงและมีความสามารถที่จะช่วยเหลือคนยาก เพียงเล็กน้อย นางก็ยินดีจะลงมือทำ ทว่าเื่ราวนี้สุดลึกซึ้ง ยากแท้ที่จะหาผู้เข้าใจ ตันหรงจึงไม่เลือกอธิบายให้ผู้ใดเข้าใจเจตนาของนางแม้แต่คนเดียว*
เสียงเอะอะโวยวายที่ไม่มีใครยอมใคร ดังคลุมเครือน่ารำคาญหู เข้าไปถึงอวิ๋นเทียนชั้นในที่เป็ตำหนักพักผ่อนหย่อนใจของ โจวไฉเฉิงผู้รักใคร่ความสงบ
“ข้าอยู่อวิ๋นเทียนมาเนิ่นนานหลายปี ไม่เคยมีผู้ร้องเรียนคนไหนจะถกเถียง เสียงดังไร้ยางอายขนาดนี้ หรือว่าบัดนี้อวิ๋นเทียนของข้าไร้ซึ่งความน่านับถือแล้วหรือ” ไฉเฉิงสุดรำคาญใจ พร่ำบ่นนึกหาคำถามในใจตน ก่อนจะตัดสินใจวางกาชาลงตรงหน้า
ข่มหน้าขา สวมอาภรณ์ขาวพลิ้ว ประดุจดั่งเทพประมุขเหาะลอยจากสรวง์เพื่อสำเร็จโทษแก่ผู้คน
เ้าแห่งอวิ๋นเทียนสุดรำคาญใจ ้าให้เื่เล็กน้อยเท่าเส้นผมนี้จบลงโดยเร็ว เขาเดินเหินลงจากที่สูงด้วยตัวเอง ทว่าราวชะตาฟ้าลิขิต คนผู้นี้มาพร้อมกระแสลมพัดแรง ทั้งที่หน้าต่างทุกบานมิได้เปิดกว้างนัก
รำไพรกระสาย ลมพลิ้วพัดแรง นำพาผ้าคลุมหน้าขาวบางลวดลายปักทอ-ดอกโบตั๋นสีแดงของนางหลุดลอย
โจวไฉเฉิงถูกผ้าขาวคลุมปิดหน้าของนางปลิวปิดสายตาโดยบังเอิญ กลิ่นหอมของสตรีกลบปลายจมูก
"นี่เ้า... "ทันทีที่ได้ชมโฉมนาง ไฉเฉิงพูดไม่ออก เพราะตกตะลึงในความงามดั่งเทพธิดา
งามแค่ไหนไม่รู้ ถึงขั้นทำให้คนไร้ใจ เ็ากับทุกสรรพสิ่งอย่างโจวไฉเฉงต้องชะงักลมปากลงได้ คงไม่จำเป็ต้องพรรณนา
จากที่ตั้งใจจะต่อว่าด่าทอ กลับต้องเงียบปากวางมาดเคร่งขรึมดังเดิม
“ท่านพ่อ... ขออภัยที่ชิงเจ๋อไร้ประโยชน์ จัดการเื่เล็กน้อยนี้ไม่แล้วเสร็จ ถึงขั้นที่ท่านพ่อต้องลงมาตัดสินด้วยตัวเอง” ชิงเจ๋อกลัวจนตัวสั่น รีบคำนับขออภัย
ในเมื่อหัวหน้าฝ่ายในอย่างหลงชิงเจ๋อมีสีหน้าลนลานขนาดนั้น มีหรือที่ข้าทาสบริวารเล็กๆ จะนิ่งเฉยได้ ทุกคนต่างหมอบต่ำ
“ใครบอกว่าข้าจะเป็ผู้ลงมาตัดสิน...”
"ข้าโจวไฉเฉิงมีชีวิตท่องยุทธภพ 30 ปี ดูแลเื่น้อยใหญ่แทนฝ่าา 20 ปี ไม่เคยประสบพบเจอสตรีปากร้ายเท่านี้มาก่อน "
"ข้าก็เพียงแต่้าจะพบเจอว่า...สตรีเช่นนี้จะมีจุดจบเช่นไร... เอาล่ะชิงเจ๋อไม่ต้องกระโตกกระตากไป จงตัดสินให้รู้ถูกผิด "ไฉเฉิงกระซิบข้างหูบุตรบุญธรรมเบาๆ พร้อมประคองเขาขึ้น เพื่อไม่ให้รู้สึกอับอายไปมากกว่านี้
"ขอรับท่านพ่อ ขอบคุณที่ท่านยังเมตตา ให้โอกาสข้าได้แก้ตัว "การตัดสินถูกผิดครั้งนี้นับว่าเป็ครั้งแรกที่เ้าสำนักอวิ๋นเทียนลงมาเบิ่งตามองด้วยตัวเอง เพราะที่ผ่านมานั้น จะเป็หลงชิงเจ๋อ คอยรับคำสั่งและจัดการให้มาโดยตลอด
“เอ๋... หรือว่านี่จะเป็ ชายลึกลับ ผู้ชี้เป็ชี้ตายแทนฝ่าา” ตันหรงทำสีหน้าทะเล้น บ่นพึมพำมุมปาก
“อะแฮ่ม!! แม่นาง เ้ามีสิ่งใดจะแก้ตัวหรือไม่” ระหว่างที่ไฉเฉิงเดินไปนั่งบนแท่น รอฟังคำตัดสิน ชิงเจ๋อต้องรีบปิดเื่นี้ กระแอมเสียงเรียกสตินาง
“หลงชิงเจ๋อ... ข้าได้ยินมาว่า ท่านเป็บุตรบุญธรรมผู้ซื่อตรงดั่งเหล็กกล้าของเ้าอวิ๋นเทียน หากท่านฉลาดมากพอล่ะก็ท่านจะรู้ว่าเจตนาของข้านั้นขาวบริสุทธิ์” คำพูดของนางฟังดูน่าสนใจทีเดียว
“เหลวไหล คนผิดที่ใดกล้าสั่งสอนข้า” ชิงเจ๋อผู้มีเกียรติ รู้สึกเคืองใจ เพราะเขารู้สึกว่า...สตรีไม่สมควรสั่งสอนชี้แนะบุรุษ " เขาตบหน้าตักตะเบ็งเสียงอัดหน้านาง
“ชิงเจ๋อ... ข้าเคยสอนเ้าใช้อารมณ์ตัดสินคนั้แ่เมื่อไหร่” เสียงหมาดคอขอเ้าอวิ๋นเทียนดังเบา นิ้วเรียวยาวจับจอกชายกดื่ม ใบหน้าเย็นชืดราวูเาน้ำแข็งผนึกพันปี
เพียงประโยคเดียวทำหลงชิงเจ๋อเปลี่ยนทีท่าเป็อ่อนน้อม
“เอาเถอะ แม่นางเชิญกล่าว ข้ายังรอฟัง” น้ำเสียงเปลี่ยนเป็อีกโทน
"กล่าวอย่างตรงไปตรงมา ข้าชู่ตันหรง ไม่เคยเบียดเบียนผู้ใด แม้ชาติกำเนิดข้าจะต่ำต้อย การกระทำและจิตใจข้าย่อมไม่ดำดิ่งลงตามพื้นเพ "
“แต่หากสิ่งที่ข้ากระทำ พวกท่านจะตัดสินว่าผิด ข้าจะยอมชดใช้ให้ด้วยแพรพรรณที่ข้าค้าขาย มิอาจส่งคืนเป็เงินเป็ทอง” ชู่ตันหรงมีวิทัศน์ไกล ศิลปะในการพูดจาของนางถือว่าไม่ธรรมดา ถึงขั้นทำให้จอกชาร้อนของเ้าอวิ๋นเทียนชะงักได้อีกหน
“สตรีผู้นี้ช่างเฉลียวฉลาด หายากยิ่งในสี่แคว้น นับว่าข้าพบเพชรพลอยในมุมกรวด...”
“หากชุบขัดนางให้ดี ภายภาคหน้า นางจะสามารถเป็ยอดกุนซือรับใช้อวิ๋นเทียน สร้างประโยชน์แก่ข้าได้ไม่น้อย” ไฉเฉิงนิ่งเงียบรอชั่งน้ำหนักของสถานการณ์ ทั้งที่ภายในใจของเขาเริ่มสนใจในตัวนางแล้ว
แต่มิใช่ว่าคนไร้ใจอย่างไฉเฉิงจะไม่แยกแยะถูกผิด หลงใหลในความงามจนโงหัวไม่ขึ้น แต่การที่เขาสนใจนางนั้น ก็เพียงเพราะมองเห็นบางอย่างในตัวนางที่ผู้อื่นมองข้าม เขาหวังเพียงใช้ประโยชน์จากความปราดเปรื่องนี้เท่านั้น
“ข้าไม่้าแพรพรรณ เหตุใดเ้าไม่ยอมจ่ายเงินเฉียนเบี้ยให้แก่โรงหมอของข้า” คนของโรงหมอสุดงุนงง แทรกถามด้วยความสงสัย
"หึ เช่นนั้นข้าแซ่ชู่ไม่ขอปิดบัง คนไร้บ้านเช่นข้าอุทิศตนเพื่อแผ่นดินนี้ จงใจช่วยเหลือผู้อื่น ให้มีลมหายใจต่อกันเป็วันๆ ทุกคนที่ข้าช่วยไว้ล้วนฝึกฝนทำงานถักทอ ผ้าแพรชั้นดีที่พวกท่านเห็นล้วนเป็ฝีมือและน้ำพักน้ำแรงของพวกนาง "
"กว่าจะเสร็จแต่ละฝืนใช้เวลานานนัก ข้ามิอาจเอาเปรียบพวกนางด้วยการหักยักยอกเงิน ดังนั้นทุกเบี้ยทุกเฉียนที่ข้าขายผ้าไหมได้ ข้าจะมอบให้แก่พวกนาง "
“ยุทธภพนี้กว้างไกล คนอย่างชู่ตันหรงไม่้าร่ำรวยเงินทอง เพียงแค่มีน้ำดื่ม มีเหล้าดี มีอาหารให้อิ่มท้อง นั่นคือสุขที่ข้าไม่สามารถบรรยายได้” นางเล่าทุกอย่างด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม กระทั่งคนในเรือนไม้ััได้ถึงความจริงใจของนาง
“แม่นาง... อย่าได้คิดแต่งเื่ซะให้ยาก เื่ที่เ้าเล่ามานั้นไม่เห็นจะเกี่ยวข้องอะไรกับการขโมยยาของข้า” ไม่ว่านางจะเล่าอย่างไรคนของโรงหมอยังไม่เข้าใจอยู่ดี
“ช้าก่อนท่านหมอ ข้ายังเล่าไม่จบ ท่านจะด่วนตัดสินไปแล้วหรือไร แม้กระทั่งนายท่านชิงเจ๋อยังไม่ปริปากสักคำ” ตันหรงหัวแหลม เอาชิงเจ๋อมาอ้าง ให้ชายผู้นั้นครุ่นคิดมิกล้าถกเถียงสอดแทรกระหว่างที่นางพูด
“เห๊อะ... ข้าจะรอดูจุดจบของคนอวดดีเช่นเ้า” คนโรงหมอเบือนหน้าหนี ก่อนถอนหายใจฝาดใหญ่ บ่นพึมพำเย้ยหยันนาง
"หากจะบอกว่าข้าผิด... ข้าคงไร้หนทางโต้แย้ง เพราะข้านั้นหยิบยืมยาจากโรงหมอจริงๆ มิใช่การขโมยแต่อย่างใด ในอนาคตข้าจะต้องตอบแทน และส่งคืนทุกอย่างที่ข้านำไปแน่ "
“ทุกครั้งทุกหนที่ข้าเห็นคนเดือดร้อนได้รับาเ็ สัญชาตญาณ สอนสั่งให้ข้าช่วยเหลือคนพวกนั้นโดยไม่คำนึงถูกผิด ข้าไม่เคยทำตามอำเภอใจที่เป็ผลประโยชน์ต่อตนเองแม้แต่น้อย”
"แม่นางชู่ หากสิ่งที่เ้าพูดมานั้นเป็เื่จริงแล้วล่ะก็ ย่อมต้องพิสูจน์ได้ อีกทั้งยังนับว่าเป็คุณูปการยิ่งใหญ่ ดีงามยิ่งยวดที่ไม่อาจให้เป็โทษแก่ผู้ใด "ชิงเจ๋อตัดสินได้ดี ไม่ฟังความข้างเดียวและด่วนตัดสิน ในสายตาไฉเฉิง ถือว่าเขายังใช้ได้อยู่
“นะ นายท่าน นี่โรงหมอของข้าจะไม่ได้รับความยุติธรรมงั้นเหรอ” คนของโรงหมอผู้ร้องเรียนยังไม่ยอมจบยอมสิ้น ลุกยืนทำเอิกเกริก
พึ๊ก!!!เสียงตบหน้าตักเสียงดัง หลังจากนั้นบรรยากาศในเรือนไม้ถึงได้สงบลง เงียบเชียบเหลือเพียงเสียงลม แม้กระทั่งหายใจยังต้องเบาที่สุด
“เื่เล็กน้อย ไม่จบไม่สิ้น กระทั่งนางแจกแจงเหตุผลร้อยแปด เ้ายังไม่ยอมปล่อยวาง หาก้าเงินมากนัก!!!”
“จงคำนวณมา ว่านางต้องจ่ายเ้าเท่าไหร่!!” เ้าอวิ๋นเทียนทนไม่ไหว ถึงขั้นออกหน้าเอง ยื่นมือเสนอตัวจ่ายแทนนาง