ความวุ่นวายของผู้คนในสนามบิน แทบไม่เคยทำให้จิตใจอันสงบของจักรภัทรต้องว้าวุ่นเลยสักครั้ง แต่วันนี้กลับมีอำนาจเหนือเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ กว่าจะผ่านพ้นออกมานั่งในรถที่ประมวนมาจอดรอ มีเลขากับผู้ช่วยขึ้นมาด้วย ก็กินเวลาเกือบชั่วโมง
สี่วันกับการไปดูงานในพม่า ใจเขาไม่นิ่งอย่างที่เคยเป็ เพราะมันเฝ้าคิดถึงแต่หญิงสาวในบ้านหลังน้อยอยู่เป็นิจ และคะแนนของเธอนั้น ก็เบียดสาวอื่นขึ้นมาเรื่อยๆ จนได้อยู่ใต้ชื่อปณิตาไปเรียบร้อยแล้ว
เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าเป็แบบนี้ได้ยังไง รู้แต่ว่า พักนี้คิดถึงแต่ใบหน้าสวยๆ ริมฝีปากอิ่มเต็มและหอมหวาน ท่าทีเรียบร้อยๆ และไม่เื่มาก ในทุกครั้งเวลาไม่มีงานเข้ามาในหัว
“วันนี้มีอะไรบ้างครับคุณอร” เขาเอ่ยถามเสียงเนือยๆ ขณะเอนกายพิงพนักอย่างคนอ่อนแรง
“สามโมงมีประชุมผู้บริหาร หนึ่งทุ่มมีนัดกินข้าวกับคุณรติรสค่ะ”
เขาปิดเปลือกตาลงช้าๆ แต่หูยังคงฟังรายงานจากเลขาอยู่ และไม่รู้ว่าหญิงสาวที่เขานัดไว้ จะสร้างความยุ่งยากใจ จนต้องย้ายชื่อไปอยู่ในกลุ่มอื่น เหมือนสาวหลายๆ คนที่เขาทำมาแล้วในระยะไม่กี่เดือนมานี้บ้างไหม
“โอเค! มีพารามั้ย ขอผมสักเม็ด”
จริงๆ แล้วอยากกลับบ้านไปนอนด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่าตัวเองได้ไข้หวัดมาจากพม่า แต่ก็ไม่อาจจะทำได้ ในเมื่องานรออยู่ ส่วนนัดเดทสาวนั้น แม้อยากจะยกเลิกก็ทำไม่ได้เช่นกัน
ในเมื่อเคยยกเลิกมาแล้วสองครั้ง ขืนมีครั้งที่สาม สาวเ้าคงเลิกคบเขาเป็แน่ แต่ถ้าได้อย่างนั้นเขาเองก็ว่าดีไม่น้อย ในเมื่อใจตอนนี้พะวงแต่อยู่กับอีกสาวเข้าให้แล้ว
หลังได้ยากับน้ำจากเลขา เ้านายหนุ่มก็งีบมาสุดทาง กระทั่งถึงหน้าลิฟต์ในลานจอดชั้นใต้ดิน ถึงถูกเลขาปลุก พอขึ้นห้องได้ เขาก็มีเวลาได้งีบอีกราวชั่วโมง เลยสั่งห้ามคนเข้ามารบกวน เพราะรู้ว่าตัวเองอาการไม่ค่อยจะดี สิ่งเดียวที่จะช่วยได้ คือนอนพักผ่อนให้ได้มากที่สุด ก่อนจะไม่มีแรงหลงเหลือให้เดินเข้าห้องประชุม
“พี่เกียร์ไม่สบายหรือเปล่าคะ หน้าซีดๆ นะ”
พอออกจากห้องประชุมเสร็จ จารวีก็เอ่ยถามพี่ชายทันทีและด้วยสีหน้าเป็ห่วง ส่วนพี่ที่เดินคู่น้องไปนั้น ก็หันมายิ้มบางๆ ให้ แม้จะมึนหัวเล็กน้อยก็ตาม
“ได้หวัดจากพม่ามานิดหน่อย แต่ไม่เป็ไรมากหรอก คืนนี้พี่มีนัด อาจจะกลับดึกหน่อยนะ ฝากบอกคุณแม่ด้วย”
“โห! พี่เกียร์จะไหวเหรอคะ ไม่สบายอยู่นะ ยกเลิกได้มั้ยคะ หรือว่างานสำคัญ” น้องก็ยังคงเป็ห่วงไม่หาย
“ไม่ได้จ้ะ พี่นอนพักแป๊บ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง ไม่ต้องห่วงหรอก รีบกลับบ้านเถอะเราน่ะ เดี๋ยวรถจะติด เย็นมากแล้วนะ พี่เข้าไปนอนก่อนล่ะ”
“ค่ะ” พี่ชายโบกมือให้น้องลวกๆ แล้วรีบเดินเข้าประตูมีเลขาเปิดรอแล้ว
“เดี๋ยวอรจะเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้ให้นะคะ แล้วก็จะทำงานรออยู่หน้าห้องกับเนค่ะ มีอะไรเรียกได้เลยนะคะ”
“ขอบคุณครับ ฝากเข้ามาปลุกผมก่อนเวลานัดสักชั่วโมงนะครับ”
เ้านายหนุ่มเดินเลี่ยงโต๊ะทำงานไปหาชุดรับแขกตัวใหญ่ยาว ถอดแว่นไว้โต๊ะกลางได้ ก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างคนอ่อนแรง ไม่นานก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยา
ราวชั่วโมงนิดๆ ก็ต้องตื่น เมื่อเลขามาปลุก เขาต้องขอยาอีกเม็ด ก่อนจะเช็ดเนื้อตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วให้เลขาและผู้ช่วยกลับบ้านได้ ส่วนตัวเองก็ไปกับประมวน
ร้านอาหารที่นัดไว้อยู่ในโรงแรมหรูหรา สาวคู่นัดมาในชุดสวยและเซ็กซี่นิดๆ ตามสไตล์ที่เคยเป็มา แต่ดูเหมือนว่า จะไม่สะกิดใจเขาเอาเสียเลย เขาเองก็ไม่รู้สาเหตุแน่ชัดนัก
รู้แต่ว่านัดนี้ ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะมา อาจจะเพราะมีไข้หวัดนิดๆ ก็เป็ได้ แต่ถ้าจะให้ไปบ้านหลังน้อยตอนนี้ เขาเชื่อว่าคงดีต่อใจเป็อย่างมาก
‘อย่าบ้าน่ะเกียร์ แกกำลังจะหาเมียและแม่ของลูกอยู่นะ มีสติหน่อย อย่าเอาแต่อารมณ์เป็ที่ตั้งสิ’
เขาจำต้องเตือนตัวเองด้วยประโยคนี้ แล้วพยายามทำตัวเป็สุภาพบุรุษ ด้วยการเลื่อนเก้าอี้ให้คู่นัด คอยถามไถ่ว่าอยากกินเมนูไหน นั่งรับฟังเื่ต่างๆ ที่เธอเอามาเล่าให้ฟัง และอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ไม่รู้ว่าเป็แบบนี้มานานแล้ว หรือเพราะเขาเพิ่งจะสังเกตเห็น หรือเพราะเริ่มรำคาญกันแน่
“คุณเกียร์ยกเลิกนัดรสตั้งสองครั้ง แถมยังเพิ่งกลับจากพม่า ไม่มีอะไรมาไถ่โทษให้รสหายงอนเลยเหรอคะ”
คนงอนมองด้วยท่าทีค้อนนิดๆ เขาจ้องมองใบหน้าสวยสมบูรณ์แบบด้วยเครื่องสำอางสารพัด แต่นั่นก็คงไม่สวยเท่านี้ถ้าไม่มีเครื่องหน้าสมบูรณ์แบบเป็ทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว
“ผมยุ่งจนไม่มีเวลาไปไหนเลยครับ ว่าแต่ผมพอจะหาอะไรแถวนี้มาให้เป็การไถ่โทษได้มั้ยครับ”
“จะเป็อะไรดีนะคะ ถึงจะทำให้รสหายงอนได้ ประเภทวับๆ วาวๆ หรือเปล่าคะ” นี่เป็อีกข้อของคู่เดท ที่เขาไม่เคยเอามาเก็บใส่ใจกระทั่งวินาทีนี้
“หนูรสน่ะ อะไรๆ นี่ก็ดีไปหมดล่ะนะเกียร์ เสียอย่างเดียวมีแม่ขี้เหนียวกับชอบของฟรีไปหน่อย ไม่รู้แกจะอะไรนักหนานะคุณรัตน์นี่ เห็นอะไรเป็อยากได้ไปหมด ขนาดเงินผู้ชราภาพแกยังเอาเลย รวยออกปานนั้น ทำไมไม่เอาไว้ให้คนจนๆ บ้าง หรือถ้าเอาก็เก็บไว้ไปบริจาคให้คนจนไม่ดีกว่าเหรอ แต่แกเก็บเรียบ ไม่รู้ว่าลูกไม้จะหล่นใกล้ต้นหรือเปล่า ถ้าได้เมียขี้เหนียวมากๆ ยามตกยากมานี่ พี่น้องทางสามีก็คงไม่เอาล่ะ หนักเข้าก็จะเหนียวกับสามีไปด้วย”
แม่เคยเปรยกับเขาเมื่อนานมาแล้ว เขาเองเพียงแค่ฟังหูไว้หู ไม่ได้เห็นเป็เื่สำคัญอะไรมากมาย และยังคงคบหาสาวคนนี้ แถมยังให้มีคะแนนในอันดับต้นๆ
แต่วันนี้ดูเหมือนจะต้องเอาไปขบคิดแล้ว เพราะคำพูดของแม่เริ่มมีเค้าความจริงขึ้นมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังอิ่มมื้อเย็น เขาก็ถูกลากแขนตรงเข้าร้านเพชรทันที มือบางกำลังลูบๆ คลำๆ อยู่กับสร้อย
นี่เขาจะต้องจ่ายเงินเรือนแสน เพื่อเป็การไถ่โทษเข้าให้แล้วจริงหรือ มันไม่ใช่เงินจำนวนมากนักสำหรับเขา แต่กลับทำให้เห็นถึงความไม่รู้จักขอบเขต ของคู่เดทได้อย่างดียิ่งแล้ว
“ขอบคุณนะคะคุณเกียร์สำหรับของไถ่โทษ แค่นี้รสก็หายแล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวยืนพิงประตูรถ แล้วส่งยิ้มมาให้ตอนเขาเดินไปส่ง
“ครับผม”
“แล้วเมื่อไหร่เราจะได้มาทานข้าวด้วยกันแบบนี้อีกคะ อย่าให้รสรอนานนะคะ ไม่งั้นรสงอนแล้วควงหนุ่มอื่น คุณเกียร์ต้องง้อหนักกว่าเดิมนะคะ”
“ฮ่าๆ ๆ ๆ” เขาไม่ได้ว่าอะไร นอกจากหัวเราะร่า ขณะเปิดประตูรถให้คู่เดทได้เข้าไปนั่งอย่างสุภาพบุรุษ
“ขับรถดีๆ นะครับ กู๊ดไนท์ครับ”
“ค่ะ แล้วเจอกันใหม่นะคะ ฝันดีค่ะ”
จักรภัทรปิดประตูให้อย่างนุ่มนวล แล้วยังยืนส่ง จนคู่เดทเคลื่อนรถออกจากลานจอดไปไกลแล้ว ถึงได้ก้าวขึ้นรถที่ประมวนขับมารับใกล้ๆ และทันทีที่นั่งลงบนเบาะ กับถอดแว่นใสแจ๋วไว้กระเป๋าหลังเบาะ เขาก็ปิดเปลือกตาลงด้วยความอ่อนล้าเพราะไข้หวัด
“คนนี้เป็ไงมวน”
แต่ไม่ได้หลับ แถมยังเอ่ยคำถาม ที่ไม่ค่อยได้เอ่ยกับใครบ่อยนัก ส่วนคนขับนั้นก็รู้ว่าเ้านายไม่ได้้าคำตอบจริงจังมากมายนัก เลยยิ้มกับมองผ่านกระจกไปหาคนหลับ
“ก็ดีครับ”
เขารู้! ว่าคำตอบนี้ของประมวนตีความได้ว่างั้นๆ แต่ถ้าเงียบคือไม่ปลื้ม อันที่จริงการจะมีคู่ครอง มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคนรถด้วยซ้ำ แต่เขาสามารถเอามาเป็เครื่องช่วยตัดสินใจได้ในระดับหนึ่ง
และสำหรับสาวคนนี้ ทันทีที่ถึงบ้าน เขาก็จัดการย้ายไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะหลับเพราะพิษไข้ แต่เขาก็ยังไม่วายคิดถึงหญิงสาวแสนสวยในบ้านหลังน้อยอยู่นั่นเอง
“ยายจ๋า! วันนี้มัทจะกลับค่ำนิดนะ วันเกิดเพื่อนจ้ะ”
เ้าของร่างผอมบางสะพายเป้ขึ้นบ่า แล้วไหว้ลายาย ที่เพิ่งตักบาตรเสร็จ มือก็คว้าสายยางมาเตรียมเปิดน้ำรดพืชผักสวนครัว ที่ปลูกไว้หลายอย่างในแปลงเล็กๆ แต่ก็ช่วยประหยัดได้เดือนละหลายร้อยเหมือนกัน
“จ้า! ถ้าใกล้ลงสองแถวแล้วมัทโทรบอกนะ ยายจะออกมารับตรงทางเข้า” แม้ระยะทางไม่ห่างบ้านสักเท่าไหร่ แต่ยายบุญมีก็ยังอดห่วงหลานสาวคนเดียวและหน้าตาสะสวยกว่าใครในซอยไม่ได้ ด้วยไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม
“จ้า มัทไปนะ”
หลานสาวพารองเท้าส้นเรียบก้าวฉับๆ ไปยืนรอรถสองแถวหน้าหมู่บ้านทันที เช้านี้มีขนมปังปิ้ง ไข่ดาว ไส้กรอกและสลัดผักสดมาด้วย กว่าจะได้กินของในกล่อง ก็ต้องผจญภัยกับผู้คนมากมาย
พอถึงจุดหมายก็รีบเปิดดู ไข่ดาวแตกไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังกินได้ เลยรีบจัดการชงกาแฟแล้วนั่งกินคนเดียวตามเคย วันเสาร์เพื่อนร่วมงานมักจะมาช้า แถมกลับไว นั่นคือใกล้เที่ยงก็ไปเลย ไม่อยู่กินข้าวในแคนทีนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
มัทรีเลยไม่ต้องรีบไปกินั้แ่สิบเอ็ดโมงครึ่งเหมือนเมื่อก่อนเช่นกัน ในใจก็อดคิดถึงคนเป็เ้าของบริษัทไม่ได้ ความรักที่เคยมีให้เขาเท่าไหร่นั้น ตอนนี้เพิ่มพูนขึ้นมากมายหลายร้อยเท่าแล้ว
พอคิดถึงสองครั้งที่ได้อยู่ในอ้อมกอดเขาขึ้นมาคราใด หัวใจก็ยิ่งเป็สุขและรักเขามากขึ้นเรื่อยๆ จนตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะมีวันไหนที่หมดรักเขาได้บ้างไหม
ใบหน้าสวยใสเผลอยิ้มบางๆ ออกมา เมื่อคิดถึงแผงอกอุ่นกับรสจุมพิตอันหวานล้ำของเขา และนี่ก็เปรียบเสมือนยาวิเศษไว้คอยชูกำลัง เวลาทำงาน เวลาถูกรุ่นพี่ในออฟฟิศใช้งานหัวไม่วางหางไม่เว้น
แม้จะไม่ใช่หน้าที่ตัวเองก็ตามที มัทรีก็ไม่เคยปริปากบ่น พอเหนื่อยก็จะคิดถึงหน้าเขา แล้วความเหนื่อยก็จะมลายหายไปจนแทบจะหมดสิ้น
“เที่ยงนี้ไปกินที่ไหนดีล่ะแก แล้วตกลงจะดูหนังด้วยหรือเปล่า จะได้เช็กโปรแกรม...”
แม้มัทรีจะไม่ได้สนใจรุ่นพี่มากมายนัก แต่ก็อดละเหี่ยใจไม่ได้ เพราะพากันหยิบยกเอาเื่กินมาคุย ั้แ่สิบเอ็ดโมงแล้ว แต่ไม่ได้ว่าอะไร นอกจากทำงานที่เพิ่งถูกใช้ให้เสร็จๆ ไป ปล่อยให้สาวๆ วางแผนการกินเที่ยว ควบคู่กับการทำงานไปเท่านั้น
“ใครจะออกไปกินข้าวข้างนอกบ้าง พี่จะได้ฝากให้ส่งเอกสารที่ไปรษณีย์หน่อย เมื่อเช้าลืมส่งไปส่วนกลาง”
เสียงคุยของสาวๆ เมื่อครู่เงียบกริบลงทันที เมื่อมีชูชาติเดินออกมายืนอยู่ตรงหน้าประตูห้อง ไม่ใช่เพราะกลัวเื่คุยกันในเวลาทำงานแต่อย่างใด หากเป็เพราะ กลัวถูกใช้นอกเวลามากกว่า และเมื่อไม่มีใครตอบมา
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































